กำจร สถิรกุล
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| กำจร สถิรกุล | |
|---|---|
| ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย | |
| ดำรงตำแหน่ง 14 กันยายน พ.ศ. 2527 – 5 มีนาคม พ.ศ. 2533 |
|
| สมัยก่อนหน้า | นายนุกูล ประจวบเหมาะ |
| สมัยถัดไป | นายชวลิต ชนะชานันท์ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 19 สิงหาคม พ.ศ. 2476 (79 ปี) อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| เสียชีวิต | 2554 |
| ศาสนา | พุทธ |
ดร. กำจร สถิรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 11
เนื้อหา |
= ประวัติส่วนตัว [แก้]
นายกำจร สถิรกุล เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2476 ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนที่ 4 จาก 5 คน ของนายส่อง และนางห่วง สถิรกุล
เกิดในครอบครัวคหบดี มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว แซ่เฮง (หวัง) นายส่องผู้เป็นบิดาเสียชีวิตตั้งแต่นายกำจรยังเล็ก นายกำจรย้ายเข้ามาเรียนที่กรุงเทพในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มีผลการเรียนดีเลิศ สอบชั้นมัธยม 6 ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 30 ของประเทศ สอบเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นรุ่นที่ 10 ของคณะ และได้รับทุนศุลกากรไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโทด้านเศรษฐศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนเดินทางกลับประเทศไทยมารับราชการที่กรมศุลกากร ต่อมาได้สมรสกับคุณพาณี คุณวิศาลซึ่งได้พบรักกันขณะที่มาช่วยดูงานด้านการเงินที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยสาขาเพลินจิต และย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังแรกที่ซอยมั่นสิน มีบุตรชายหนึ่งคนคือนายสาธิษฐิ์ สถิรกุล จนเมื่อพ้นจากการรับราชการจึงได้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
งานอดิเรก [แก้]
การสะสมพระเครื่อง [แก้]
นายกำจรสนใจในพุทธศิลป ชื่นชอบการแสวงหาพระเครื่องมาสะสม นายกำจรจะพกแว่นขยายสำหรับส่องพระเครื่องติดตัวและใช้เวลายามว่างเดินชมตลาดพระเครื่องอยู่เสมอจนเป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนและคนสนิท พระเครื่องที่นายกำจรเช่ามานั้นแม้จะชอบแต่นายกำจรก็ไม่ได้ยึดติดหรือหวงและมักมอบให้ผู้อื่นเป็นของขวัญหากเห็นว่าจะมีคุณค่าหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้นั้น ในงานฉลองวันเกิดอายุครบ 72 ปี นายกำจรยังได้นำพระเครื่องที่สะสมไว้กว่าหนึ่งพันองค์แจกให้ผู้มาร่วมงาน
นายกำจร เคยร่วมสร้างจตุคามรามเทพรุ่นแรกๆก่อนที่จะได้รับความนิยม โดยมอบพระปิดตาพังพระกาฬให้เพื่อเป็นต้นแบบ
งานภาพวาดสีน้ำมัน [แก้]
นายกำจรเริ่มวาดภาพสีน้ำมันตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ไม่ได้มีโอกาสวาดอีกเลยจนหลังเกษียญอายุราชการจึงได้เริ่มวาดอีกครั้ง งานภาพนามธรรมสีนำมันของนายกำจรเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมงานศิลปะรวมไปถึงนักธุรกิจและผู้บริหารของธนาคารและสถาบันการเงิน นายกำจรได้วาดภาพไว้ทั้งสิ้นราว 600 ภาพและเกือบทั้งหมดได้มอบให้นำไปประมูล โดยรายได้จากการประมูลทั้งหมดได้นำไปบริจาคเพื่อการกุศลแก่หน่วยงานที่ทำประโยชน์แก่สังคม อาทิ มูลนิธิรัฐบุรุษฯ มูลนิธิ TISCO[1] โรงพยาบาลชลประทาน โครงการสร้างบ้านให้พ่อหลวง (ปากพนัง) โครงการเด็กออทิสติก โรงเรียนสาธิตเกษตร รวมทั้งสิ้นเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ประวัติการทำงาน [แก้]
เริ่มงานครั้งแรกเข้ารับราชการที่กรมศุลกากรเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการพิกัดอัตราศุลกากร อีกทั้งนำทีมเจรจา GATT และเวทีสำคัญอื่นๆ มากมาย จึงได้รับการปรับเลื่อนขั้นอย่างต่อเนื่องจนถึงตำแหน่งรองอธิบดีด้านบริหาร ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง และที่สุดได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนอำลาวงการราชการ
ประวัติการทำงานโดยสรุป [แก้]
| บทความนี้มีลักษณะเหมือนประวัติสมัครงาน คุณสามารถร่วมแก้ไขปรับปรุงได้ โดยเขียนให้มีลักษณะเป็นสารานุกรมมากยิ่งขึ้น |
| พ.ศ. 2515 | ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกในสภานิติบัญญัติ |
| พ.ศ. 2517 | ได้รับเลือกเป็นสมาชิกในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ |
| พ.ศ. 2506 – 2527 | เป็นกรรมการในคณะกรรมการพิกัดอัตราศุลกากร |
| พ.ศ. 2520 | ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการปิโตรเลียมภายใต้ พ.ร.บ. การปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 |
| พ.ศ. 2522 | ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย |
| พ.ศ. 2522 | ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย |
| พ.ศ. 2524 | ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน |
| พ.ศ. 2525 | ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัทการบินไทย จำกัด |
| พ.ศ. 2525 | ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย |
| พ.ศ. 2525 | ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
| 22 เม.ย. พ.ศ. 2528 | ได้รับแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิก |
| 8-11 ต.ค. พ.ศ. 2528 | เข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการฯ ประจำปี 2528 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ในฐานะผู้ว่าการของประเทศไทยในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ สมาชิกกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฯ และกรรมการสมทบในคณะกรรมการชั่วคราว |
| พ.ศ. 2523 – 2525 | รองอธิบดี กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง |
| พ.ศ. 2525 – 13 ก.ย. 2527 | ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง |
ผลงาน [แก้]
ถาวรวัตถุ: [แก้]
| * ช่วยคุณพิสิทฐ์ นิมนามเหมินทร์ สร้างพระประธาน พระพุทธชินราช ที่วัดเกาะเสือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
| * สมทบทุนสร้าง ตึกปัญญานัทนะ โรงพยาบาลชลประทาน |
| * ริเริ่มบูรณะวังบางขุนพรหม |
| * โครงการสร้างบ้านให้พ่อหลวง (หัวงาน ปากพนัง) |
| * ร่วมสร้างรูปเหมือนเจ้าแม่ลิ้วก่อเหนี่ยว ทองคำ ทูลเกล้าถวายพ่อหลวง |
| * ร่วมออกแบบ บัตรธนาคารมูลค่า 60 บาท (รุ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) |
อื่นๆ: [แก้]
| * จัดทำระบบพิกัดอัตราศุลกากรที่สมบูรณ์ทันสมัยฉบับแรกของประเทศ |
| * เป็นผู้แทนเจรจาให้ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก GATT |
| * แก้ไขวิกฤตการทางการเงินของประเทศ ในสมัยของพลเอกเปรม ฯ |
| * การนำเอาระบบ basket มาใช้ในการดูแลค่าเงินบาท |
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
พ.ศ. 2517 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม)
พ.ศ. 2531 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
อ้างอิง [แก้]
| สมัยก่อนหน้า | กำจร สถิรกุล | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| นุกูล ประจวบเหมาะ | ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (14 กันยายน พ.ศ. 2527 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2533) |
ชวลิต ชนะชานันท์ |