การเมืองกัมพูชา
การเมืองกัมพูชาอยู่ในกรอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีรัฐสภาและเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน อำนาจบริหารเป็นของรัฐบาล อำนาจนิติบัญญัติเป็นของสภาคือรัฐสภาและพฤฒิสภา
-
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี – พระมหากษัตริย์
เนื้อหา |
อำนาจบริหาร [แก้]
นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาจากพรรคการเมืองในรัฐสภา ได้รับการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามคำแนะนำของประธานและรองประธานรัฐสภา หลังจากนั้นต้องได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภา นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลในกัมพูชา เมื่อเข้าทำงานจะแต่งตั้งรัฐมนตรีมารับผิดชอบงานต่างๆซึ่งเรียกว่าสภารัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือฮุน เซน มาจากพรรคประชาชนกัมพูชา ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่การเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 หนึ่งปีหลังเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2540 [1][2]เพื่อโค่นล้มพระนโรดม รณฤทธิ์ จนปัจจุบัน
อำนาจนิติบัญญัติ [แก้]
ใช้ระบบสองสภาได้แก่
- สมัชชาแห่งชาติหรือรัฐสภา มีสมาชิก 123 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีอายุอย่างน้อย 25 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2551 พรรคประชาชนกัมพูชาครองเสียงส่วนใหญ่คือ 90 ที่นั่ง พรรคสมรังสีได้ 26 ที่นั่ง ที่เหลือเป็นพรรคอื่นๆ อีก 7 ที่นั่ง
- พฤฒิสภาหรือสภาสูง มีสมาชิก 61 คน มี 2 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ 2 คนมาจากตัวแทนรัฐบาล ที่เหลืออีก 57 คนมาจากการเลือกตั้ง มีลักษณะคล้ายสภาสูงของฝรั่งเศส ดำรงตำแหน่งวาระละ 6 ปี ใน พ.ศ. 2549 พรรคประชาชนกัมพูชาได้ 43 ที่นั่งในสภาสูง พรรคฟุนซินเปกได้ 12 ที่นั่งและพรรคสมรังสีได้ 2 ที่นั่ง
หน้าที่ของสมัชชาแห่งชาติคือออกกฎหมาย โดยหลังจากผ่านสภาแล้วจึงเสนอต่อพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ผ่านรัฐสภาแล้ว รัฐสภายังมีอำนาจในการถอดถอนนายกรัฐมนตรีโดยการออกเสียงไม่ไว้วางใจมากกว่าสองในสาม
| พรรค | คะแนน | % | ที่นั่ง | ||
|---|---|---|---|---|---|
| พรรคประชาชนกัมพูชา | 3,492,374 | 58.1% |
|
90 | |
| พรรคสมรังสี | 1,316,714 | 21.9% |
|
26 | |
| พรรคสิทธิมนุษยชน | 397,816 | 6.62% |
|
3 | |
| พรรคนโรดม รณฤทธิ์ | 337,943 | 5.62% |
|
2 | |
| ฟุนซินเปก | 303,764 | 5.05% |
|
2 | |
| พรรคพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย | 68,909 | 1.15% |
|
— | |
| พรรคประชาธิปไตยเขมร | 32,386 | 0.54% |
|
— | |
| พรรคขบวนการประชาธิปไตยฮัง ดารา | 25,065 | 0.42% |
|
— | |
| พรรคสังคมยุติธรรม | 14,112 | 0.23% |
|
— | |
| พรรคสาธารณรัฐเขมร | 11,693 | 0.19% |
|
— | |
| พรรคเขมรต่อต้านความยากจน | 9,501 | 0.16% |
|
— | |
| ทั้งหมด (มาใช้สิทธิ์ 81.5%) | 6,010,277 | 123 | |||
| Source: www.necelect.org.kh | |||||
| พรรค | คะแนน | % | ที่นั่ง | ||
|---|---|---|---|---|---|
| พรรคประชาชนกัมพูชา | 7,854 | 69.19% |
|
43 | |
| ฟุนซินเปก | 2,320 | 20.44% |
|
9 | |
| พรรคสมรังสี | 1,165 | 10.26% |
|
2 | |
| ทั้งหมด (มาใช้สิทธิ์ 99.89%) | 11,352 | 54 | |||
| Source: www.necelect.org.kh | |||||
Sources: List of Senators
อำนาจตุลาการ [แก้]
อำนาจตุลาการเป็นอิสระจากรัฐบาล ศาลสูงสุดในกัมพูชาคือ ศาลแขวงสูงสุด (Supreme Council of the Magistracy)
ราชวงศ์ [แก้]
การปกครองของกัมพูชาเป็นแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์มีฐานะเป็นประมุขรัฐ ไม่มีอำนาจปกครอง ทรงเป็นสัญลักษณ์ถึงความเป็นเอกภาพและความยั่งยืนของชาติ พระนโรดม สีหนุทรงเป็นประมุขรัฐระหว่าง 24 กันยายน พ.ศ. 2536 จนถึง 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 พระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจทางการเมืองแต่พระนโรดม สีหนุทรงมีบารมีที่ทำให้พระองค์มีอิทธิพลต่อรัฐบาลและมีบทบาทในการยับยั้งความขัดแย้งภายในรัฐบาล หลังจากพระนโรดม สีหนุสละราชสมบัติใน พ.ศ. 2547 พระโอรสของพระองค์คือพระนโรดม สีหมุนีได้เป็นกษัตริย์ต่อมา ส่วนพระนโรดม สีหนุที่สละราชสมบัติไปนั้น สมัชชาแห่งชาติได้กำหนดตำแหน่งของพระองค์เป็นพระมหาวีรกษัตริย์
การสืบราชสมบัติ [แก้]
การสืบราชสมบัติถูกกำหนดโดยสภาราชบัลลังก์ซึ่งประกอบด้วยประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี พระสังฆราช รองประธานรัฐสภาคนที่ 1 และคนที่ 2 จะมีการเรียกประชุมสภาราชบัลลังก์ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากพระมหากษัตริย์สวรรคตหรือสละราชสมบัติ และจะเลือกจากสมาชิกราชวงศ์ที่มีสิทธิในราชบัลลังก์
การเป็นสมาชิกองค์กรระดับนานาชาติ [แก้]
ACCT, AsDB, ASEAN, CP, ESCAP, FAO, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICC, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, Intelsat (ยังไม่ได้ลงนามในสัญญา), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, Interpol, IOC, ISO, ITU, NAM, OPCW, PCA, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, UPU, WB, WFTU, WHO, WIPO, WMO, WTO, WToO, WTrO (ขอสมัคร)
การปกครองท้องถิ่น [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ เขตการปกครองของกัมพูชา
การปกครองท้องถิ่นทั้ง 24 จังหวัด.[3] ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลกลาง[3] เริ่มมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นใน พ.ศ. 2545 และเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี[4]
อ้างอิง [แก้]
- ^ http://cambodia.ohchr.org/Documents/Statements%20and%20Speeches/English/40.pdf
- ^ http://www.hri.org/docs/statedep/1997/97-07-08.std.html
- ^ 3.0 3.1 Private Solutions for Infrastructure in Cambodia: A Country Framework Report. World Bank (2002), p65. ISBN 0-8213-5076-5.
- ^ Untitled Document
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- Cambodia Human Rights Portal (Sithi)
- Cambodian Center for Human Rights (CCHR)
- Global Integrity Report: Cambodia reports on corruption and anti-corruption in Cambodia
เกี่ยวกับราชวงศ์ [แก้]
- King of Cambodia, Norodom Sihamoni Official Website of King Norodom Sihamoni
- King of Cambodia, Norodom Sihanouk Official Website of former King Norodom Sihanouk
ทางการ [แก้]
- Cambodia.gov.kh Official Royal Government of Cambodia Website (English Version) (Cambodia.gov.kh Khmer Version)
- CDC Council for the Development of Cambodia
- Conseil Constitutionnel du Cambodge Constitution council of Cambodia
- Department of Fisheries
- Food Security and Nutrition Information System Cambodia
- Ministry of Commerce
- Ministry of Culture and Fine Arts
- Ministry of Economy and Finance
- Ministry of Education, Youth and Sport
- Ministry of Environment
- Ministry of Posts and Telecommunications
- Ministry of Public Works and Transport
- Ministry of Tourism
- NiDA National Information Communications Technology Development Authority
- Ministry of Planning
- NIS National Institute of Statistics of Cambodia
อื่นๆ [แก้]
- Constitution of Cambodia
- Springer, S. 2009. Violence, democracy, and the neoliberal "order": the contestation of public space in posttransitional Cambodia. Annals of the Association of American Geographers 99 (1), 138-162.
- Springer, S. 2010. Cambodia's Neoliberal Order: Violence, Authoritarianism, and the Contestation of Public Space. London: Routledge.
|
|||||||||||||||||||||||||