ข้ามไปเนื้อหา

ทาเกดะ ชิงเง็ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทาเกดะ ชิงเง็ง
武田 信玄
ทาเกดะ ชิงเง็ง
เกิด1 ธันวาคม ค.ศ. 1521(1521-12-01)
โคฟุ, แคว้นคาอิ, ญี่ปุ่น
เสียชีวิต13 พฤษภาคม ค.ศ. 1573(1573-05-13) (51 ปี)
แคว้นมิกาวะ, ญี่ปุ่น
ชื่ออื่นทาเกดะ ฮารูโนบุ (武田晴信)
คัตสึจิโยะ (勝千代)
อาชีพซามูไร

ทาเกดะ ชิงเง็ง (ญี่ปุ่น: 武田 信玄โรมาจิTakeda Shingen1 ธันวาคม ค.ศ. 1521 - 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1573) ไดเมียวแห่งแคว้นคาอิ (ญี่ปุ่น: 甲斐โรมาจิKai) ผู้นำตระกูลทาเกดะ เป็นไดเมียวคนสำคัญในยุคเซ็งโงกุ ได้รับยกย่องว่าเป็นไดเมียวที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญที่สุดคนหนึ่ง และเป็นคู่แข่งคนสำคัญของอูเอซูงิ เค็นชิงในแถบภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ได้รับฉายาว่า "พยัคฆ์แห่งคาอิ" (ญี่ปุ่น: 甲斐の虎โรมาจิKai-no-Tora)

วัยเด็ก

[แก้]

ทาเกดะ ชิงเง็งเกิดเมื่อ ค.ศ. 1521 ที่ปราสาทโคฟุ (ญี่ปุ่น: 甲府โรมาจิKōfu) แคว้นคาอิ จังหวัดยามานาชิในปัจจุบัน เป็นบุตรชายคนโตของทาเกดะ โนบูโตระ (ญี่ปุ่น: 武田信虎โรมาจิTakeda Nobutora) ไดเมียวแห่งแคว้นคาอิ กับนางโออิ (ญี่ปุ่น: 大井の方โรมาจิŌi-no-kata) ภรรยาเอกของโนบูโตระ ในปีเดียวกันนั้นเองโนบูโตระผู้เป็นบิดามีชัยชนะเหนือตระกูลอิมางาวะ[1] (ญี่ปุ่น: 今川โรมาจิImagawa) เมื่อเสร็จสิ้นการรบจึงได้ตั้งชื่อให้บุตรชายว่า คัตสึจิโยะ (ญี่ปุ่น: 勝千代โรมาจิKatsuchiyo) ในค.ศ. 1534 คัตสึจิโยะได้แต่งงานกับบุตรสาวของอูเอซูงิ โทโมโอกิ (ญี่ปุ่น: 上杉朝興โรมาจิUesugi Tomooki) แต่ทว่าภรรยาคนแรกของคัตสึจิโยะได้เสียชีวิตลงในปีเดียวกัน ในค.ศ. 1535 คัตสึจิโยะจึงแต่งงานใหม่อีกครั้งกับบุตรสาวของซันโจ คินโยริ (ญี่ปุ่น: 三条公頼โรมาจิSanjō Kinyori) ซึ่งเป็นขุนนางในราชสำนักเกียวโต เนื่องด้วยความสัมพันธ์อันดีกับเมืองเกียวโต ทำให้ในพิธีเง็นปุกุของคัตสึจึโยะในปีเดียวกันนั้น คัตสึจึโยะได้รับชื่อ "ฮารุ" จากโชกุนอาชิกางะ โยชิฮารุ (ญี่ปุ่น: 足利義晴โรมาจิAshikaga Yoshiharu) รวมทั้งได้คำว่า "โนบุ" จากโนบูโตระบิดาของตน รวมกันได้ชื่อใหม่ว่า ทาเกดะ ฮารูโนบุ (ญี่ปุ่น: 武田晴信โรมาจิTakeda Harunobu)

แต่ทว่าโนบูโตระ บิดาของฮารูโนบุ หมายจะให้บุตรชายคนโปรดของตน คือ ทาเกดะ โนบูชิเงะ (ญี่ปุ่น: 武田信繁โรมาจิTakeda Nobushige) ให้เป็นทายาทสืบทอดตระกูลทาเกดะ ในค.ศ. 1541 ด้วยความช่วยเหลือของซามูไรใต้บังคับบัญชาของบิดา[2] และความช่วยเหลือจากอิมางาวะ โยชิโมโตะ (ญี่ปุ่น: 今川義元โรมาจิImagawa Yoshimoto) ผู้ซึ่งเป็นพี่เขย (อิมางาวะ โยชิโมโตะได้สมรสกับนางจิวเก-อิน ญี่ปุ่น: 定恵院โรมาจิJyukei-in ซึ่งเป็นพี่สาวของฮารูโนบุ) ฮารูโนบุได้ก่อการยึดอำนาจจากโนบูโตระบิดาของตน และเนรเทศบิดาของตนไปเป็นตัวประกันที่แคว้นซูรูงะ (ญี่ปุ่น: 駿河โรมาจิSuruga) ซึ่งปกครองโดยตระกูลอิมางาวะ

การขยายอำนาจในแถบคันโต

[แก้]

เมื่อได้ขึ้นปกครองตระกูลทาเกดะแล้ว ฮารูโนบุจึงได้เริ่มทำการขยายอำนาจไปยังแคว้นชินาโนะ (ญี่ปุ่น: 信濃โรมาจิShinano) ทางตอนเหนือจังหวัดนางาโนะในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยซามูไรหลายตระกูล ฮารูโนบุเอาชนะทัพของตระกูลต่าง ๆ ในแคว้นชินาโนะได้ ในยุทธการเซซาวะ (Sezawa) ในค.ศ. 1542 และยุทธการโอตาอิฮาระ (ญี่ปุ่น: 小田井原の戦いโรมาจิŌtaihara-no-tatakai) ใน ค.ศ. 1547 แต่พ่ายแพ้อย่างราบคาบแก่มูรากามิ โยชิกิโยะ (ญี่ปุ่น: 村上義清โรมาจิMurakami Yoshikiyo) ในยุทธการอูเอดาฮาระ (ญี่ปุ่น: 上田原の戦いโรมาจิUedahara-no-tatakai) ในค.ศ. 1548 ในค.ศ. 1551 ทาเกดะ ฮารูโนบุได้บวชเป็นพระภิกษุมีชื่อว่า ชิงเง็ง (ญี่ปุ่น: 信玄โรมาจิShingen) แม้จะบวชเป็นพระภิกษุแต่ยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลทาเกดะและทำสงครามต่อไป จนเป็นที่รู้จักด้วยชื่อทาเกดะ ชิงเง็ง

เมื่อรวบรวมแคว้นชินาโนะให้เข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองได้แล้ว ตระกูลทาเกดะจึงต้องขัดแย้งกับตระกูลอูเอซูงิแห่งแคว้นเอจิโงะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่กำลังเรืองอำนาจอยู่ในแถบคันโต โดยมีนางาโอะ คาเงโตระ (ญี่ปุ่น: 長尾景虎โรมาจิNagao Kagetora) หรือต่อมาภายหลังคืออูเอซูงิ เค็งชิง (ญี่ปุ่น: 上杉謙信โรมาจิUesugi Kenshin) ไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่แห่งคันโตอีกคนหนึ่ง สองมหาอำนาจแห่งคันโตได้สู้รบกันในยุทธการคาวานางาจิมะ (ญี่ปุ่น: 川中島の戦いโรมาจิKawanagajima-no-tatakai) ใกล้กับเมืองนางาโนะในปัจจุบัน อันเป็นยุทธการครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ในบริเวณภาคตะวันออกของญี่ปุ่น เป็นจำนวนห้าครั้ง ในค.ศ. 1554, ค.ศ. 1555, ค.ศ. 1557, ค.ศ. 1561 และค.ศ. 1564 โดยที่ไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเด็ดขาด ในยุทธการคาวานางาจิมะครั้งที่สี่ในค.ศ. 1561 ทาเกดะ ชิงเง็งได้สูญเสียน้องชายคือทาเกดะ โนบูชิเงะ และทหารเอกคนสำคัญคือยามาโมโตะ คันซูเกะ (ญี่ปุ่น: 山本勘助โรมาจิYamamoto Kansuke)

ในค.ศ. 1565 บุตรชายคนโตของชิงเง็งคือ ทาเกดะ โยชิโนบุ (ญี่ปุ่น: 武田義信โรมาจิTakeda Yoshinobu) ได้ก่อกบฏหมายจะยึดอำนาจจากชิงเง็งแต่ไม่สำเร็จจึงถูกลงโทษกักขังไว้ที่วัดโทโก (ญี่ปุ่น: 東光寺โรมาจิTōkō-ji) ในเมืองโคฟุ จนกระทั่งโยชิโนบุเสียชีวิตสองปีต่อมาใน ค.ศ. 1567 ชิงเง็งจึงแต่งตั้งให้บุตรชายคนที่สี่คือ ทาเกดะ คัตสึโยริ (ญี่ปุ่น: 武田勝頼โรมาจิTakeda Katsuyori) ที่เกิดกับภรรยาน้อยคือ นางซูวะ (ญี่ปุ่น: 諏訪御料人โรมาจิSuwa-Goryōnin) เป็นทายาทสืบทอดตระกูลทาเกดะต่อไป

ในค.ศ. 1560 อิมางาวะ โยชิโมโตะ ได้ถูกโอดะ โนบูนางะ สังหารในยุทธการโอเกฮาซามะ (ญี่ปุ่น: 桶狭間の戦いโรมาจิOkehazama-no-tatakai) ทำให้ตระกูลอิมางาวะตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและผู้นำคนใหม่คือ อิมางาวะ อูจิซาเนะ (ญี่ปุ่น: 今川氏真โรมาจิImagawa Ujizane) บุตรชายของโยชิโมโตะผู้เป็นหลานของชิงเง็ง (บุตรของนางจิวเก-อินพี่สาว) นั้นก็ไม่เข้มแข็ง ชิงเง็งจึงนำทัพตระกูลทาเกดะเข้ารุกรานแคว้นซูรูงะของตระกูลอิมางาวะ (จังหวัดชิซูโอกะในปัจจุบัน) ในค.ศ. 1568 และในค.ศ. 1569 ได้ยกทัพเข้ารุกรานแคว้นซางามิ (ญี่ปุ่น: 相模โรมาจิSagami) (จังหวัดคานางาวะในปัจจุบัน) ของตระกูลโฮโจ (ญี่ปุ่น: 北条โรมาจิHōjō) อีกตระกูลที่กำลังเรืองอำนาจในภาคตะวันออก เข้าล้อมปราสาทโอดาวาระที่มั่นของตระกูลโฮโจแต่ไม่สำเร็จ จนทำสัญญาสงบศึกกับตระกูลโฮโจไปในที่สุดในค.ศ. 1571

ในค.ศ. 1572 โชกุนอาชิกางะ โยชิอากิ (ญี่ปุ่น: 足利義昭โรมาจิAshikaga Yoshiaki) ได้ร้องขอให้ทาเกดะ ชิงเง็งต้านทานการขยายอำนาจของโอดะ โนบูนางะ ชิงเกนจึงนำทัพเข้ารุกรานแคว้นโทโตมิ (ญี่ปุ่น: 遠江โรมาจิTōtōmi) จังหวัดชิซูโอกะ อันเป็นดินแดนของตระกูลโทกูงาวะ นำโดยโทกูงาวะ อิเอยาซุ ขุนพลคนสำคัญของโอดะ โนบูนางะ ชิงเง็งสามารถเอาชนะอิเอยาซุได้ในยุทธการมิกาตะงาฮาระ (ญี่ปุ่น: 三方ヶ原の戦いโรมาจิMikatagahara-no-tatakai)

อวสานของตระกูลทาเกดะ

[แก้]

ในช่วงชีวิตของทาเกดะ ชิงเง็ง ได้สร้างตระกูลทาเกดะให้เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในภูมิภาคคันโต และสามารถต้านทานการขยายอำนาจของโอดะ โนบูนางะได้ แต่ทว่าทาเกดะ ชิงเง็ง ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันในค.ศ. 1573 ด้วยอายุ 52 ปี บุตรชายคนที่สี่คือ ทาเกดะ คัตสึโยริ สืบทอดตำแหน่งเป็นผู้นำตระกูลทาเกดะ และทำสงครามกับตระกูลโทกูงาวะในแคว้นโทโตมิต่อมา โดยสามารถยึดปราสาททากาเท็นจิง (ญี่ปุ่น: 高天神城โรมาจิTakatenjin-jō) ได้ในค.ศ. 1574 แต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการล้อมปราสาทนางาชิโนะ (ญี่ปุ่น: 長篠城โรมาจิNagashino-jō) ของตระกูลโทกูงาวะในค.ศ. 1575 จนกระทั่งโอดะ โนบูนางะและโทกูงาวะ อิเอยาซุได้ร่วมมือกันเอาชนะตระกูลทาเกดะในยุทธการเทมโมกูซัง ญี่ปุ่น: 天目山の戦いโรมาจิTemmokuzan-no-tatakai) ในค.ศ. 1582 ทาเกดะ คัตสึโยริพ่ายแพ้และกระทำการเซ็ปปุกุเสียชีวิตไป หลังจากการเสียชีวิตของทาเกดะ ชิงเง็ง เพียงเก้าปี อำนาจของตระกูลทาเกดะจึงได้ล่มสลายลงไปจากภูมิภาคคันโตและถูกแทนที่ด้วยการปกครองของตระกูลโอดะ

ฟูริงกะซัน

[แก้]
ธงฟูริงกะซัน

กองทัพของทาเกดะ ชิงเง็ง ถือธงเป็นคำว่า ฟู-ริง-กะ-ซัน (ญี่ปุ่น: 風林火山โรมาจิFūrinkazan) แปลว่า ลม-ป่า-ไฟ-ภูเขา อันมาจากข้อความในตำราพิชัยสงครามของซุนวูอันเป็นลักษณะของกองทัพที่ดีว่า "รวดเร็วดั่งลม เงียบสงัดดั่งป่าไม้ น่าเกรงขามดั่งไฟ มั่นคงดั่งขุนเขา"

ครอบครัว

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-12-25. สืบค้นเมื่อ 2011-11-06.
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-02-27. สืบค้นเมื่อ 2011-11-06.