ชาวอเมริกัน
| ประชากรทั้งหมด | |
|---|---|
| ประมาณ 308 ล้านคน (ค.ศ. 2008) ประมาณ 329 ล้านคน (ค.ศ. 2020) | |
| ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ | |
| 1,000,000[2] | |
| 688,000[3] | |
| 224,000[3] | |
| 159,697[4] | |
| 118,003[5][6] | |
| 105,000[3] | |
| ราว 25-50,000[ต้องการอ้างอิง] | |
| 40,000[7] | |
| 50,000[3] | |
| 17,751[8] | |
| 60,000[3] | |
| 700,000[3] | |
| 100,000[3] | |
| 55,713[3] | |
| 110,000[3] | |
| 88,950[3] | |
| 162,090[3] | |
| 158,000 | |
| 10,649 | |
| 52,486 | |
| 49,000 | |
| 90,000 | |
| 405,800 | |
| 15,000 | |
| 10,000 | |
| ภาษา | |
| ส่วนใหญ่อังกฤษอเมริกัน, สเปนอเมริกัน และอื่นๆ | |
| ศาสนา | |
| ส่วนใหญ่โปรเตสแตนต์, โรมันคาทอลิก และ ศาสนายูดาย | |
ชาวอเมริกัน หรือ ประชากรของสหรัฐ (อังกฤษ: People of the United States หรือ U.S. Americans หรือ Americans หรือ American people) คือประชาชนของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่ประกอบด้วยกลุ่มชนจากหลายชาติพันธุ์และเชื้อชาติ ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันบางคนไม่ถือว่าอเมริกันเป็น "ชาติพันธุ์" (ethnicity) และจะบ่งตนเองโดยเชื้อชาติ (nationality) และชาติพันธุ์ดั้งเดิม (ancestral origin) เช่นชาวฮังการีอเมริกันเป็นต้น นอกไปจากชาวอเมริกันอินเดียนแล้ว ชาวอเมริกันเกือบทั้งหมดหรือบรรพบุรุษก็เป็นผู้ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงระยะเวลาห้าร้อยปีที่ผ่านมา[9]
การที่ชาวอเมริกันมาจากหลายชาติพันธุ์ทำให้เป็นชาติที่มีธรรมเนียม และคุณค่าที่แตกต่างกันออกไปเป็นอันมาก[10][11] วัฒนธรรมที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปเรียกว่าวัฒนธรรมอเมริกันสายกลาง (mainstream American culture) วัฒนธรรมตะวันตกส่วนใหญ่มาจากขนบธรรมเนียมของวัฒนธรรมยุโรปตะวันตกของผู้อพยพที่เริ่มตั้งแต่การอพยพมาตั้งถิ่นฐานในสมัยแรกของชาวอังกฤษและชาวดัตช์ นอกจากนั้นวัฒนธรรมของชาวเยอรมัน, ชาวไอริช และชาวสกอตก็ยังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอเมริกันสายกลางด้วย[10] วัฒนธรรมของทาสชาวแมนดี และ ชาวโวลอฟจากแอฟริกาตะวันตกก็ได้รับการผสมผสานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกันสายกลาง วัฒนธรรมของชาวบันตุจากแอฟริกากลางซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมแอฟริกันอเมริกันก็มีอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่มีบทบาทในวัฒนธรรมอเมริกันสายกลาง[12] การขยายตัวไปทางตะวันตกทำให้ได้รับวัฒนธรรมของครีโอลและเคจันของลุยเซียนาเข้ามาด้วย และฮิสปานอสของตะวันตกเฉียงใต้ที่นำวัฒนธรรมเข้ามาติดต่อกับวัฒนธรรมเม็กซิโก การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากยุโรปใต้และยุโรปตะวันออกก็นำวัฒนธรรมใหม่เข้ามา และเมื่อไม่นานมานี้การเข้ามาตั้งถิ่นฐานของประชากรจากเอเชีย, แอฟริกา และโดยเฉพาะ ลาตินอเมริกาก็ยิ่งทำให้มีส่วนผสมใหม่เพิ่มมากขึ้น การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานของประชากรจากส่วนต่างๆ ของโลกที่มีวัฒนธรรมอันแตกต่างกันทำให้สหรัฐกลายเป็นประเทศมีวัฒนธรรมที่เป็นหม้อหลอม (melting pot) หรือ วัฒนธรรมเกาเหลาอย่างแท้จริง หรือ วัฒนธรรมสลัด (salad bowl culture)[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "U.S. POPClock Projection". U.S. Census Bureau. Figure updated automatically.
- ↑ HOW MANY AMERICANS LIVE IN MEXICO?
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 "Record Numbers of Americans Living Abroad". Shelter Offshore. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-10-11. สืบค้นเมื่อ 2008-09-30.
- ↑ "Liberia: History, Geography, Government, and Culture". Infoplease. สืบค้นเมื่อ 2008-09-30.
- ↑ Australina Bureau of Statistics - Ethnic Media Kit
- ↑ "ibid, Ancestry (full classification list) by Sex - Australia". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-03-10. สืบค้นเมื่อ 2009-09-21.
- ↑ "Americans living in Costa Rica". Costa-Rica-Life.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-11-23. สืบค้นเมื่อ 2008-09-30.
- ↑ "North Americans: Facts and figures". Te Ara Encyclopedia of New Zealand. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-31. สืบค้นเมื่อ 2009-09-21.
- ↑ Fiorina, Morris P., and Paul E. Peterson (2000). The New American Democracy. London: Longman, p. 97. ISBN 0-321-07058-5.
- 1 2 3 Adams, J.Q., and Pearlie Strother-Adams (2001). Dealing with Diversity. Chicago: Kendall/Hunt. ISBN 0-7872-8145-X.
- ↑ Thompson, William, and Joseph Hickey (2005). Society in Focus. Boston: Pearson. ISBN 0-205-41365-X.
- ↑ Holloway, Joseph E. (2005). Africanisms in American Culture, 2d ed. Bloomington: Indiana University Press, pp. 18–38. ISBN 0-253-34479-4. Johnson, Fern L. (1999). Speaking Culturally: Language Diversity in the United States. Thousand Oaks, Calif., London, and New Delhi: Sage, p. 116. ISBN 0-8039-5912-5.
