ข้ามไปเนื้อหา

อีซาแบลแห่งโปรตุเกส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Isabella of Portugal)
อีซาแบลแห่งโปรตุเกส
จักรพรรดินีโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
สมเด็จพระราชินีแห่งอิตาลี
ดำรงพระยศ24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1530 – 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1539
ราชาภิเษก24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1530
ก่อนหน้าบิอังกา มาเรีย สฟอร์ซา
ถัดไปสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ
สมเด็จพระราชินีแห่งสเปนและชาวโรมัน
อาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรีย
เลดีแห่งเนเธอร์แลนด์
ดำรงพระยศ10 มีนาคม ค.ศ. 1526 - 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1539
พระราชสมภพ24 ตุลาคม ค.ศ. 1503
ลิสบอน ราชอาณาจักรโปรตุเกส
สวรรคต1 พฤษภาคม ค.ศ. 1539
โตเลโด สเปน
ฝังพระศพเอลเอสโกเรียล
พระสวามีจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระราชบุตร
ราชวงศ์ราชวงศ์อาวิซ (พระราชสมภพ)
ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค (เสกสมรส)
พระราชบิดาพระเจ้ามานูแวลที่ 1 แห่งโปรตุเกส
พระราชมารดามาริอาแห่งอารากอน
ศาสนาโรมันคาทอลิก
ลายพระอภิไธย

อีซาแบลแห่งโปรตุเกส (โปรตุเกส: Isabel de Portugal) เป็นจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์, ดัชเชสแห่งบูร์กอญ และพระราชินีแห่งเยอรมนี, อิตาลี, สเปน, เนเปิลส์ และซิซิลีจากการอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ชาติกำเนิด

[แก้]

อีซาแบลเสด็จพระราชสมภพที่ลิสบอน ราชอาณาจักรโปรตุเกส เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1503 ทรงเป็นพระราชบุตรพระองค์ที่สองและเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ของพระเจ้ามานูแวลที่ 1 แห่งโปรตุเกสกับมาริอาแห่งอารากอน พระมเหสีพระองค์ที่สองซึ่งเป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา พระองค์ทรงได้รับการตั้งพระนามว่าอีซาแบล ตามสมเด็จพระอัยยิกาและพระมาตุจฉาซึ่งเป็นพระมเหสีพระองค์แรกของพระราชบิดา (อิซาเบลแห่งอารากอน) ในปีที่เสด็จพระราชสมภพ สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 พระอัยยิกามีพระสุขภาพที่ย่ำแย่และเสด็จสวรรคตในปีต่อมา

อีซาแบลขณะทรงพระเยาว์ทรงอยู่ในบรรยากาศแห่งสุขในครอบครัวที่มั่งคั่ง ทรงใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่พระราชวังรีไบราซึ่งต่อมาถูกแผ่นดินไหวทำลาย พระองค์โปรดการเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ และโปรดปรานในงานวรรณกรรม ซึ่งทรงศึกษาภาษาละติน ภาษาสเปน และภาษาฝรั่งเศส

การอภิเษกสมรส

[แก้]
ภาพจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 กับจักรพรรดินีอีซาแบล โดยเปเตอร์ เปาล์ รือเบินส์

มาริอา พระราชมารดาของอีซาแบลได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนในพินัยกรรมว่าพระราชธิดาของพระองค์ต้องเสกสมรสกับพระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชโอรสตามกฎหมายของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น และการ์โลส (คาร์ล) แห่งฮาพสบวร์คถูกมองว่าเป็นคู่ครองที่เหมาะสมสำหรับอีซาแบล พระองค์เป็นพระราชโอรสของฆัวนาแห่งกัสติยา พระเชษฐภคินีของมาริอา กับเฟลิเปผู้หล่อเหลา ดยุคแห่งบูร์กอญ จึงทรงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งของอีซาแบล

การเสกสมรสของการ์โลสและอีซาแบลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสเปนและโปรตุเกส ด้วยโปรตุเกสเป็นราชอาณาจักรที่มั่งคั่ง ส่วนการ์โลสก็ได้รับเลือกเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ การเป็นพันธมิตรกันของสองราชอาณาจักรจะเป็นสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป ทว่ากีโยม เดอ ครัว หนึ่งในที่ปรึกษาของจักรพรรดิคาร์ลกลับแนะนำให้พระองค์สมรสกับแมรี ทิวเดอร์ ลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งของพระองค์ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษกับกาตาลินาแห่งอารากอน แมรี ทิวเดอร์ทรงอ่อนวัยกว่าจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ถึง 16 พรรษา ทั้งคู่หมั้นหมายกันในปี ค.ศ. 1521 แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1525 พระองค์ได้ล้มเลิกแผนการสมรสเนื่องจากแมรียังทรงพระเยาว์เกินไป ในขณะที่จักรพรรดิไม่ต้องการรออีกต่อไป

พระองค์หันกลับมาหาอีซาแบลอีกครั้ง พระนางอ่อนวัยกว่าพระองค์เพียง 3 พรรษา และมีสินเดิมติดตัวเป็นเงิน 900,000 กรูซาดูโปรตุเกสซึ่งมากพอที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของจักรวรรดิที่ย่ำแย่หลังการทำสงครามอิตาลีในช่วงปี ค.ศ. 1521–1526 การตรัสภาษาสเปนได้อย่างคล่องแคล่วเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จักรพรรดิคาร์ลตัดสินพระทัยเสกสมรสกับพระนาง ขณะเดียวกันคาทารีนาแห่งออสเตรีย พระขนิษฐาของพระองค์ก็ได้เสกสมรสกับพระเจ้าฌูเอาที่ 3 แห่งโปรตุเกส พระเชษฐาของอีซาแบล สองพี่น้องแห่งโปรตุเกส พระเจ้าฌูเอาที่ 3 กับอีซาแบล เป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งของสองพี่น้องที่ทั้งคู่อภิเษกด้วย ทั้งสี่พระองค์เป็นพระราชนัดดาของพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยากับพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน ซึ่งการเสกสมรสของทั้ง 2 พระองค์เป็นการรวมสเปนเข้าด้วยกัน

ปี ค.ศ. 1526 อีซาแบลได้เสด็จมาสเปนเพื่อพบกับดยุกแห่งกาลาเบรีย, อัครมุขนายกแห่งโตเลโด และดยุคกแห่งเบฆาร์ ก่อนเสด็จต่อไปเซบิยาเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิคาร์ลด้วยเหตุผลทางการเมือง พระองค์ไปถึงเซบิยาในเดือนมีนาคม สองอาทิตย์ต่อมาจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ได้ตามมาสมทบ พระองค์ตกหลุมรักอีซาแบลทันทีและตัดสินสมรสกับพระนางอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่สมรสกันในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1526 ที่พระราชวังอัลกาซาแห่งเซบิยาของชาวมัวร์ การสมรสแม้จะเริ่มต้นด้วยเหตุผลด้านการเงินและด้านราชวงศ์ แต่ต่อมากลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าการสมรสเพื่อผลประโยชน์ ทั้งคู่ใช้เวลาช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ด้วยกันอย่างหวานชื่นที่อันดาลูซิอาในอาลัมบราในกรานาดา ทรงอยู่ในโลกที่มีเพียงพระองค์สองคนและพูดคุยหัวเราะกันตลอดเวลา

ในตอนที่สมรสอีซาแบลได้รับการบรรยายไว้ว่าทรงบอบบางและน่าทะนุถนอม ทั้งพระองค์และพระราชสวามีต่างศรัทธาในศาสนาอย่างแรงกล้า

ชีวิตสมรสและการสวรรคต

[แก้]
รูปแกะสลักสำริดของจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 กับอีซาแบลที่มหาวิหารในเอลเอสกอริอัล

อีซาแบลมีพระราชบุตรกับจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 จำนวน 6 พระองค์ คือ

  1. พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปน (ประสูติ ค.ศ. 1527)
  2. มาริอา (ประสูติ ค.ศ. 1528) สมรสกับจักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งของพระองค์เอง
  3. เฟร์นันโด (ประสูติ ค.ศ. 1529) สิ้นพระชนม์ในวัยทารก
  4. ฆัวนาแห่งออสเตรีย (ประสูติ ค.ศ. 1535) สมรสกับอิงฟังตึฌูเอา มานูแวลแห่งโปรตุเกส ลูกพี่ลูกน้องชั้นที่หนึ่งทั้งในฝั่งบิดาและมารดา ทรงเป็นมารดาของพระเจ้าซือบัสตีเอาแห่งโปรตุเกส
  5. ฆวน (ประสูติ ค.ศ. 1537) สิ้นพระชนม์ในวัยทารก
  6. พระโอรส (ประสูติ ค.ศ. 1539) สิ้นพระชนม์ในครรภ์

พระองค์ทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระราชสวามีสองครั้ง คือ ในช่วงปี ค.ศ. 1529–1532 และในช่วงปี ค.ศ. 1535–1539 ทรงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของราชอาณาจักรได้อย่างง่ายดายและงดงามด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์เดินทางไปทั่วจักรวรรดิและมักใช้เวลาช่วงหน้าร้อนที่อาบิลา

ในช่วงที่อยู่ห่างกันทั้งคู่พูดคุยกันผ่านทางจดหมาย อีซาแบลมีลายพระราชหัตถ์ถึงพระราชสวามีเพื่อเล่าข่าวคราวความเป็นไปภายในจักรวรรดิและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของพระองค์ จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 มักทรงมีพระราชหัตถเลขาตอบกลับมา แต่มีบางครั้งที่พระองค์ไม่สามารถตอบกลับมาได้ทำให้อีซาแบลต้องสืบข่าวคราวของพระองค์ด้วยตนเอง พระนางถึงขั้นเคยต่อว่าพระองค์ที่ไม่ยอมส่งข่าวมาว่าประทับอยู่ที่ไหนและได้แจ้งแก่พระราชสวามีว่าพระนางจะมีลายพระราชหัตถ์หาพระองค์ทุก 20 วัน เมื่อจักรพรรดิกลับมายังจักรวรรดิ พระนางได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับพระองค์อย่างยิ่งใหญ่

แม้จะต้อนรับพระราชสวามีอย่างหรูหรา แต่อีซาแบลกลับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทรงเป็นที่รักยิ่งของพระราชสวามี นอกจากจะเป็นพระมเหสีที่ยอดเยี่ยม พระองค์ยังเป็นพระมารดาที่เลี้ยงดูพระโอรสธิดาด้วยความรักและใส่ใจในการศึกษาของลูก ๆ

ภาพ "ลาโกลเรีย" ของทิเชียน หนึ่งในภาพวาดหลายภาพที่จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ที่ 5 สั่งให้วาดเพื่อเป็นการรำลึกอีซาแบล พระมเหสีผู้ล่วงลับ

วันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1539 อีซาแบลได้มีพระประสูติการพระราชโอรสที่สิ้นพระชนม์ในครรภ์ ต่อมาทรงมีพระปรอทสูงและตกพระโลหิต สองอาทิตย์หลังพระประสูติการ พระองค์ได้เสด็จสวรรคตในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1539 ด้วยวัย 35 พรรษา การสวรรคตของพระองค์ส่งผลอย่างมากต่อจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 พระองค์ไม่ยอมสมรสใหม่และครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตที่เหลือ ในปี ค.ศ. 1547 พระองค์ได้รับเป็นบิดาของบุตรนอกสมรสสองคน ซึ่งคนแรกเกิดก่อนที่พระองค์จะอภิเษกสมรสกับอีซาแบล

จักรพรรดิทรงฉลองพระองค์ดำตลอดพระชนม์ชีพที่เหลือเพื่อไว้อาลัยให้กับการจากไปของพระมเหสี พระองค์เสียใจอย่างมากจนไม่สามารถเข้าร่วมพิธีฝังพระบรมศพของพระนางได้ เฟลิเป พระราชโอรสได้ประดิษฐานพระบรมศพของพระนางไว้ที่โบสถ์น้อยในกรานาดา ขณะที่จักรพรรดิได้ขังพระองค์อยู่ในอารามเป็นเวลาสองเดือนเพื่อไว้อาลัยและทรงทำใจกับการสูญเสียพระมเหสี ปี ค.ศ. 1540 พระองค์ได้ว่าจ้างตอมา เครกียง ให้ประพันธ์เพลงให้แก่พระมเหสีผู้ล่วงลับ ในปี ค.ศ. 1543 พระองค์ได้ว่าจ้างจิตรกรชื่อทิเชียนให้วาดภาพของพระองค์ ทิเชียนได้วาดภาพของอีซาแบลหลายภาพ รวมถึงภาพ "พระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระจักรพรรดินี พระนางอีซาแบลแห่งโปรตุเกส" และภาพ "ลาโกลเรีย" จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ได้เก็บภาพวาดไว้กับตัวแม้ในยามที่ทรงเกษียณพระองค์เข้าสู่อารามยุสเต

อีซาแบลเป็นที่รู้จักในชื่อ "จักรพรรดินีคาร์เนชัน" ด้วยจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ได้นำดอกคาร์เนชันสีแดงเข้ามาปลูกในจักรวรรดิเพื่อเป็นตัวแทนของความรักที่พระองค์มีต่อพระนาง ต่อมาดอกไม้ชนิดนี้ได้กลายเป็นดอกไม้ประจำชาติของสเปน

จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1574 พระบรมศพของพระองค์กับอีซาแบลถูกฝังเคียงข้างกันที่อารามหลวงซานโลเรนโซเดเอลเอสโกเรียลตามพระราชประสงค์ของจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 ในปี ค.ศ. 1654 พระเจ้าเฟลิเปที่ 4 พระปนัดดาได้ย้ายพระบรมศพของทั้งคู่ไปฝังที่สุสานบรรพชนกษัตริย์

อ้างอิง

[แก้]