ไมน์คราฟต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มรรค์คราฟ
Mein Kampf
Minecraft logo.svg
ผู้พัฒนา โมจัง
ผู้จัดจำหน่าย
ออกแบบ
แต่งเพลง แดเนียล โรเซนเฟลด์
เครื่องเล่น
วางจำหน่าย
แนว แซนด์บ็อกซ์, เอาชีวิตรอด, สำหรับนักแคสเกม
รูปแบบ ผู้เล่นคนเดียว, หลายผู้เล่น

ไมน์คราฟต์ (อังกฤษ: Mein kampf) เป็นวิดีโอเกมแซนด์บ็อกซ์ สร้างขึ้นโดยนักออกแบบเกมชาวสวีเดน มาร์คัส นอช เพอรส์สัน (Markus Notch Persson) ต่อมาได้ถูกพัฒนาและเผยแพร่โดย โมจัง (Mojang) ความคิดสร้างสรรค์และการสร้างสิ่งต่าง ๆ ในไมน์คราฟต์ช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างออกเป็นรูปแบบ 3 มิติ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ในเกมก็จะมีการสำรวจ รวบรวมทรัพยากร คราบของ และการต่อสู้ เกมนี้จะมีโหมดการเล่นที่หลากหลายซึ่งประกอบไปด้วย โหมดเอาชีวิตรอด (Survival mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นจะต้องหาทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อสร้างโลกของตัวเองและต้องรักษาเลือดของตัวเองด้วย โหมดฮาร์ดคอร์ (Hardcore mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นจะต้องหาทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อสร้างโลกของตัวเองเช่นเดียวกับโหมดเอาชีวิตรอด แต่โหมดนี้ผู้เล่นจะมีเพียงแค่หนึ่งชีวิตเท่านั้น กล่าวคือถ้าผู้เล่นตายแล้วจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้ โหมดความคิดสร้างสรรค์ (Creative mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นมีทรัพยากรไม่จำกัดและสามารถบินได้ โหมดผจญภัย (Adventure mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นสามารถเล่นแมปที่สร้างโดยคนอื่นได้ และโหมดผู้ชม (Spectator mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นสามารถบินไปได้รอบ ๆ และสามารถทะลุบล็อกได้ แต่จะไม่สามารถวางหรือทำลายบล็อกใด ๆ ได้เลย

ไมน์คราฟต์ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ตั้งแต่ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและได้รับรางวัลและเกียรติต่าง ๆ มากมาย ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 ไมน์คราฟต์กว่า 106 ล้านชุดได้ถูกขายในทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งนั้นทำให้ไมน์คราฟต์เป็นเกมที่ขายดีที่สุดในเวลานั้น ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศข้อตกลงว่าจะซื้อบริษัทโมแยงและลิขสิทธิ์ไมน์คราฟต์เป็นเงินจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเข้าซื้อกิจการก็ได้เสร็จสมบูรณ์ในอีกสองเดือนต่อมา

เกมการเล่น[แก้]

ไมน์คราฟต์เป็นเกมแซนด์บ็อกซ์สามมิติที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย คือผู้เล่นมีอิสระในการเลือกว่าจะเล่นเกมอย่างไร[14] อย่างไรก็ตามก็มีระบบอะชีฟเมนต์ (Achievement)[15] เกมการเล่นโดยค่าเริ่มต้นจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ผู้เล่นก็สามารถปรับเป็นมุมมองบุคคลที่สามได้[16] เกมการเล่นหลัก ๆ ของเกมนี้จะเกี่ยวกับการทำลายและวางบล็อก โดยโลกของเกมนี้ประกอบไปด้วยวัตถุที่เป็น 3 มิติ (โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกบาศก์) จัดเรียงในรูปแบบของตารางและบล็อกเหล่านั้นจะแทนเป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน หิน แร่ต่าง ๆ น้ำ ลาวา ลำต้นของต้นไม้ เป็นต้น ในขณะที่ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระรอบ ๆ โลก แต่วัตถุต่าง ๆ จะสามารถถูกวางไว้ในรูปแบบของตารางที่กำหนดไว้เท่านั้น ผู้เล่นสามารถเก็บวัตถุเหล่านี้และวางมันในที่ที่ผู้เล่นต้องการได้[17]

ณ จุดเริ่มต้นของเกมผู้เล่นจะถูกสุ่มเกิดบนพื้นผิวโลก ซึ่งนั้นโลกไม่มีที่สิ้นสุด[18] โลกจะถูกแบ่งเป็นเขตไบโอมตั้งแต่ทะเลทรายไปจนถึงป่าและทุ่งหิมะ[19][20] ผู้เล่นสามารถเดินทางข้ามภูมิประเทศต่าง ๆ ได้ ซึ่งประกอบไปด้วยที่ราบ ภูเขา ป่า ถ้ำ และแหล่งน้ำต่าง ๆ[18] ระบบเวลาในเกมนี้จะประกอบไปด้วยรอบกลางวันและกลางคืน 1 รอบ (กลางวันและกลางคืน) จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในชีวิตจริง ตลอดในเส้นทางของเกมผู้เล่นจะได้พบตัวละครที่ผู้เล่นไม่ได้ควบคุม (Non-player character หรือ NPC) ซึ่งเรียกว่า ม็อบ ประกอบไปด้วยสัตว์ ชาวบ้าน (Villager) และสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตร[21] สัตว์ที่เป็นมิตร เช่น วัว หมู และไก่ สามารถฆ่าเพื่อนำมาเป็นอาหารหรือส่วนผสมสำหรับการคราบได้ ซึ่งพวกมันจะเกิด (Spawn) ในเวลากลางวัน ในตรงกันข้ามม็อบที่ไม่เป็นมิตร เช่น แมงมุม สเกเลตัน (โครงกระดูก) และซอมบี จะเกิดในตอนกลางคืนหรือที่มืด เช่น ถ้ำ[18] สิ่งมีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ในไมน์คราฟต์บางตัวได้รับการตั้งข้อสังเกตโดยนักวิจารณ์ เช่น ครีปเปอร์ (Creeper) สิ่งมีชีวิตที่ระเบิดได้ ซึ่งมันจะย่องมาหาผู้เล่น เอนเดอร์แมน (Enderman) สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการเทเลพอร์ต (Teleport) และหยิบบล็อก[22]

มอนสเตอร์บางตัวในไมน์คราฟต์ เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา : ซอมบี แมงมุม เอนเดอร์แมน ครีปเปอร์ สเกเลตัน

โลกของเกมนี้จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นขณะที่ผู้เล่นสำรวจมัน[23][24] ถึงแม้ว่ามันจะมีการจำกัดในการขึ้นและลง แต่ถ้าดูตามแนวนอนแล้วพื้นจะมีไม่มีจำกัด แต่มันจะมีปัญหาทางเทคนิคเมื่อเราไปในสถานที่ที่ไกลมาก ๆ[23] เกมนี้จะแบ่งข้อมูลโลกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "ชังก์" (Chunk) ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกสร้างหรือโหลดในหน่วยความจำก็ต่อเมื่อผู้เล่นอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นเท่านั้น[23]

ระบบฟิสิกส์ของเกมนี้มักได้ถูกวิจารณ์จากนักวิจารณ์ว่าไม่มีความสมจริง[25] คือ บล็อกส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบจากแรงดึงดูด ของเหลวไหลจากบล็อกที่เป็นจุดกำเนิด ซึ่งสามารถนำมันออกโดยการวางบล็อกตรงบล็อกที่เป็นจุดกำเนิดหรือใช้ถังตักมัน ระบบที่ซับซ้อนสามารถถูกสร้างได้จากอุปกรณ์เครื่องจักรกลพื้นฐาน วงจรไฟฟ้า และลอจิกเกตในเกมที่เรียกกว่า เรดสโตน (Redstone)[26]

ไมน์คราฟต์มีอีก 2 มิติที่นอกเหนือจากโลกหลักนั้นคือ เนเธอร์ (Nether) หรือนรก และดิเอน (The End)[22] เนเธอร์เป็นมิติที่เหมือนนรก ซึ่งผู้เล่นสามารถไปมิตินี้ได้โดยผ่านทางพอร์ทัล (Portal) ที่ผู้เล่นที่สร้างขึ้น ในนั้นจะมีทรัพยากรที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย และมิตินี้ยังสามารถใช้ในการเดินทางระยะไกล ๆ ในโลกปกติได้ (ใช้ย่นระยะทางได้)[27] ดิเอนเป็นดินแดนที่แห้งแล้งซึ่งมีบอสมังกรที่เรียกว่า เอนเดอร์ดรากอน (Ender Dragon) อยู่[28] การฆ่ามังกรนั้นจะนำไปสู่เครดิตตอนจบเกม ซึ่งเขียนโดยนักเขียนชาวไอริช จูเลียน กอฟ[29] ต่อจากนั้นผู้เล่นก็จะสามารถกลับไปยังจุดเกิด (Spawn Point) ดั้งเดิมที่โลกปกติได้และจะได้อะชีฟเมนต์ "The End" นอกจากนี้ยังมีบอสตัวที่สองที่เรียกว่า "วิเธอร์" (Wither) ซึ่งเมื่อฆ่ามันได้แล้วมันจะดรอป (Drop) วัสดุที่จำเป็นสำหรับสร้างดวงประทีป (Beacon) ซึ่งมันสามารถเสริมความสามารถของผู้เล่นได้เมื่ออยู่ใกล้ ๆ มัน

เกมนี้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย 4 โหมด : เอาชีวิตรอด ความคิดสร้างสรรค์ ผจญภัย และผู้ชม และมันก็ยังสามารถเปลี่ยนความยาก (Difficulty) ได้ 4 ระดับ; ความยากระดับง่ายที่สุด (ปลอดภัย (Peaceful)) จะป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตรเกิดได้[30]

โหมดเอาชีวิตรอด[แก้]

หน้าต่างคราบของในไมน์คราฟต์ที่แสดงการคราบขวานหิน 2 เล่ม

โหมดนี้ผู้เล่นจะต้องเก็บรวบรวมทรัพยากรธรรมชาติ (เช่น ไม้ และหิน) ที่พบตามสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะนำมาคราบเป็นบล็อกหรือสิ่งของบางชนิด[18] ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาก คือมอนสเตอร์จะเกิดในที่มืดที่ห่าง ๆ จากผู้เล่น ฉะนั้นแล้วผู้เล่นควรที่จะสร้างที่พักในช่วงเวลากลางคืน[18] ในโหมดนี้จะมีหลอดเลือดด้วย ซึ่งหลอดนี้จะลดลงก็ต่อเมื่อถูกโจมตีจากมอนสเตอร์ ตกจากที่สูง จมน้ำ ตกลงไปในลาวา หายใจไม่ออก ความหิว และกิจกรรมอื่น ๆ ผู้เล่นก็จะมีหลอดความหิวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสามารถเติมหลอดนี้ได้ด้วยการกินอาหารในเกม ยกเว้นในโหมดความยาก "ปลอดภัย" (Peaceful) หลอดอาหารในความยากนี้จะไม่ลดลงเลย ถ้าหลอดอาหารไม่เต็มการเพิ่มเลือดจะถูกหยุดโดยอัตโนมัติและในที่สุดเลือดก็จะลดลงนั้นเอง เลือดจะเพิ่มได้ก็ต่อเมื่อหลอดอาอาหารเต็ม แต่ในโหมดความยาก "ปลอดภัย" เลือดจะเพิ่มขึ้นทันทีไม่ว่าหลอดอาหารจะเต็มหรือไม่

มีของมากมายในที่ผู้เล่นสามารถคราบได้ในไมน์คราฟต์[31] ผู้เล่นสามารถคราบชุดเกราะเพื่อนำมาบรรเทาดาเมจ (Damage) จากการโจมตีได้ ในขณะที่อาวุธ เช่น ดาบ สามารถถูกนำมาคราบเพื่อทำให้ฆ่าศัตรูและสัตว์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ผู้เล่นก็สามารถนำทรัพยากรมาคราบเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เช่นกัน เช่น ขวาน พลั่ว หรือที่ขุด เพื่อที่จะนำมาตัดต้นไม้ ขุดดิน และขุดแร่ตามลำดับ; อุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กจะสามารถทำให้ใช้งานได้เร็วกว่าอุปกรณ์ที่ทำจากหินหรือไม้ และมันก็สามารถใช้ได้นานขึ้นด้วย ผู้เล่นก็สามารถแลกของกับชาวบ้าน (Villager) ได้เช่นกันด้วยระบบค้าขายที่เกี่ยวข้องกับมรกต เพื่อที่จะแลกของต่าง ๆ[32] ส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะแลกของโดยใช้มรกต ข้าว หรือวัสดุอื่น ๆ[21][32]

เกมนี้มีระบบช่องเก็บของ (Inventory) และผู้เล่นสามารถใส่ของได้ในจำนวนที่จำกัด เมื่อผู้เล่นตายของในตัวผู้เล่นจะดรอปและผู้เล่นจะไปเกิดใหม่ ณ จุดเกิดปัจจุบัน ซึ่งจุดเกิดค่าเริ่มต้นคือตรงที่ผู้เล่นเกิดครั้งแรก แต่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนจุดเกิดได้โดยการนอนที่เตียง[33] ของที่ตกอยู่ที่พื้นสามารถได้คืนได้ถ้าผู้เล่นไปเก็บก่อนที่มันจะหายไป (ดีสปอว์น) (Despawn) ผู้เล่นสามารถได้ค่าประสบการณ์ จากการฆ่าม็อบและผู้เล่นคนอื่น ๆ, การขุดแร่, การเผา (ถลุง) แร่, การผสมพันธุ์สัตว์ และการทำอาหาร ค่าประสบการณ์จะถูกใช้เมื่อทำการเอ็นชานต์ (Enchant) อุปกรณ์ ขุดเกราะ และอาวุธ[30] โดยทั่วไปแล้วของที่เอ็นชาต์แล้วจะทำให้ของนั้นมีพลังมากขึ้น ใช้ได้นานขึ้น หรือมีการใช้พิเศษ[30]

โหมดฮาร์ดคอร์[แก้]

ในโหมดนี้การเล่นจะเหมือนกับโหมดเอาชีวิตรอดแต่มันจะเป็นโหมดที่ยากที่สุด เพราะถ้าหากผู้เล่นตายแล้วจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้ (ตายอย่างถาวร); เมื่อผู้เล่นตายแล้วโลกนั้นจะถูกลบด้วย[34] ถ้าผู้เล่นตายในเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโหมดฮาร์ดคอร์ ผู้เล่นจะถูกแบน (Ban) จากเซิร์ฟเวอร์นั้นทันที

โหมดความคิดสร้างสรรค์[แก้]

ตัวอย่างสิ่งก่อสร้างในไมน์คราฟต์

ในโหมดความคิดสร้างสรรค์ผู้เล่นจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรและของทุกอย่างในเกมผ่านช่องเก็บของ และผู้เล่นสามารถหยิบของแล้วนำออกมาวางได้ทันที[35] ผู้เล่นจะสามารถบินได้อย่างอิสระรอบ ๆ โลก และจะไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ดาเมจจากม็อบ และความหิว[36][37] โหมดนี้จะช่วยให้ผู้เล่นมุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งก่อสร้างและสร้างโปรเจกต์ที่ใหญ่ ๆ ได้นั้นเอง[35]

โหมดผจญภัย[แก้]

โหมดผจญภัยได้ถูกเพิ่มเข้ามาในไมน์คราฟต์เวอร์ชัน 1.3; มันได้ถูกออกแบบมาเฉพาะที่จะให้ผู้เล่นได้เล่นและผจญภัยไปในแมปของผู้เล่นคนอื่น[38][39][40] เกมการเล่นจะคล้ายกับโหมดเอาชีวิตรอด แต่ผู้เล่นจะมีข้อจำกัด ซึ่งข้อจำกัดนี้ก็แล้วแต่ผู้สร้างแมปจะกำหนดขึ้น ดังนั้นนี่จะทำให้ผู้เล่นจะได้รับของที่จำเป็นและประสบการณ์ในการผจญภัยในทางที่ผู้สร้างแมปได้ตั้งใจไว้[40] นอกจากนี้ในการออกแบบแมปจะมีการใช้คอมมานด์บล็อก (Command); บล็อกนี้จะทำให้ผู้สร้างแมปได้เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นผ่านทางคำสั่งต่าง ๆ ของบล็อกนี้[41]

โหมดผู้ชม[แก้]

โหมดผู้ชมจะทำให้ผู้เล่นสามารถบินไปได้รอบ ๆ ทะลุบล็อก และดูผู้เล่นคนอื่นเล่นโดยที่ไม่มีผลกระทบต่อกัน โหมดนี้ตรงเมนูฮอตบาร์ (Hotbar) จะสามารถทำให้ผู้เล่นเทเลพอร์ต (Teleport) ไปหาผู้เล่นคนอื่นได้ และมันเป็นไปได้ที่จะมองมุมมองของผู้เล่นคนอื่นหรือสิ่งมีชีวิตอื่นได้ บางทีมุมมองของสิ่งมีชีวิตอื่นอาจจะแตกต่างกับมุมมองของผู้เล่นก็ได้[42]

โหมดหลายผู้เล่น (Multiplayer)[แก้]

โหมดหลายผู้เล่นในไมน์คราฟต์จะใช้ได้โดยผ่านผู้เล่นโฮสต์ (Host) และธุรกิจโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ และช่วยให้ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์และสื่อสารซึ่งกันและกันในดลกเดียวกัน[43] ผู้เล่นสามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเองได้หรือใช้บริการผู้ให้บริการโฮสติง โลกผู้เล่นคนเดี่ยวจะมีข่ายงานบริเวณเฉพาะที่ สนับสนุนอยู่ ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้เล่นเข้าร่วมโลกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันได้โดยที่ไม่ต้องตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด[44] ไมน์คราฟต์เซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นจะถูกควบคุมโดยเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ คนที่สามารถเข้าถึงคำสั่งของเซิร์ฟเวอร์ได้ เช่น การตั้งค่าเวลาและการเทเลพอร์ตผู้เล่น เจ้าของเซิร์ฟเวอร์ก็สามารถตั้งไม่ให้ผู้เล่นชื่อนี้หรือเลขที่อยู่ไอพีนี้ไม่ให้สามารถเข้าเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วยเช่นกัน[43] เซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นจำนำเสอนกิจกรรมที่หลากหลายด้วยบางเซิร์ฟเวอร์ที่มีกฎที่เป็นเอกลักษณ์และกฎที่กำหนดเอง ผู้เล่นต่อสู้กับผู้เล่น ก็สามารถที่จะเปิดได้เพื่อที่จะให้ผู้เล่นได้ต่อสู้กัน[45] หลาย ๆ เซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบันนี้ได้มีปลั๊กอินที่สามารถทำให้ผู้เล่นและเซิร์ฟเวอร์ทำสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากปกติ ในปี ค.ศ. 2003 โมแยงได้ประกาศตัวไมน์คราฟต์เรียมส์ (Minecraft Realms) บริการเปิดเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถทำให้ผู้เล่นดำเนินงานเซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นได้ง่ายและปลอยภัยโดยที่จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์เลย[46] เรียมส์นั้นแตกต่างจากเซิร์ฟเวอร์ทั่ว ๆ ไปนั้นคือ การที่เราสามารถเชิญผู้เล่นให้เข้ามาเล่นในเซิร์ฟเวอร์ของเราได้เลย โดยที่เขาไม่ต้องใช้ไอพีของเซิร์เวอร์เลย เจ้าของเซิร์ฟเวอร์เรียมส์สามารถเชิญผู้เล่นได้ถึง 20 คนในการเข้าร่วมเล่นในเซิร์ฟเวอร์; อย่างไรก็ตามเซิร์ฟเวอร์สามารถรองรับผู้เล่นออนไลน์ได้แค่ 10 คนเท่านั้นและไม่รองรับปลั๊กอินที่ผู้เล่นทำ ที่ประกาศในงานอิเล็กทรอนิกส์เอ็นเตอร์เทนเมนต์เอ็กซ์โป 2016 เรียมส์จะสามารถทำให้ไมน์คราฟต์รองรับการเล่นแบบข้ามแพลตฟอร์มระหว่างรุ่นวินโดวส์ 10, ไอโอเอส และแอนดรอยด์ได้ โดยได้เริ่มตอนเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2016 ต่อมาได้รองรับกับเอกซ์บอกซ์วันและในที่สุดก็สามารถรองรับกับอุปกรณ์ความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ได้[47]

พัฒนาการ[แก้]

มาร์คัส "นอช"เพอรส์สัน เริ่มพัฒนาเกมนี้เหมือนโปรเจกต์ ๆ หนึ่ง[48] เขาได้แรงบันดาลใจที่จะสร้างไมน์คราฟต์จากหลาย ๆ เกม เช่น วาร์ฟฟอร์เทรส, ดันเจี้ยนคีปเปอร์ และอินฟินิไมเนอร์ ในเวลานั้นเขามองเห็นว่าสิ่งก่อสร้าง 3 มิตินั้นเป็นแรงบันดาลใจของเขาและผสมผสานกันระหว่างความคิดต้นแบบของเขา[48] อินฟินิไมเนอร์มีอิทธิผลอย่างมากกับสไตล์เกมการเล่น รวมไปถึงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง สไตล์ของภาพ และบล็อกพื้นฐานของเกมนี้ อย่างไรก็ตามก็ไม่เหมือนกับอินฟินิไมเนอร์ เพอรส์สันอยากให้ไมน์คราฟต์มีองค์ประกอบของเกมเล่นตามบทบาท (Role-playing game หรือ RPG)[49]

ไมน์คราฟต์เปิดตัวแก่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 โดยได้เปิดตัวที่ทีไอจีซอร์สฟอรัมส์ (TIGSource forums)[50] ต่อมาได้เป็นที่รู้จักกันในนามเวอร์ชันคลาสสิก (Classic) และต่อมาเวอร์ชันเซอร์ไวเวิลเทสต์ (Survival Test), อินเดฟ (Indev) และอินฟ์เดฟ (Infdev) ก็จะได้ถูกปล่อยออกมาในช่วงระหว่างเดือนกันยายน ค.ศ. 2009 กับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 ถึงแม้ว่าตอนแรกเพอรส์สันจะทำงานกับแจลบัมดอตเน็ต (Jalbum.net) ต่อมาเขาก็ได้ลาออกเพื่อที่จะมาทำงานเกี่ยวกับไมน์คราฟต์อย่างเต็มเวลาในช่วงเวลาที่ยอดขายของเวอร์ชันแอลฟา (Alpha) ได้เพิ่มขึ้น[51] เพอรส์สันได้ดำเนินอัปเดตเกมแล้วทำการปล่อยให้กับผู้เล่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งอัปเดตประกอบไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ของใหม่ บล็อกใหม่ ม็อบใหม่ โหมดเอาชีวิตรอด และเปลี่ยนรูปแบบบางอย่างของเกม (เช่น การไหลของน้ำ)[51]

กลับมาที่พัฒนาการของไมน์คราฟต์ เพอรส์สันได้ก่อตั้งบริษัทวิดีโอเกม นั้นคือบริษัทโมแยง ด้วยเงินที่เขาได้รับจากเกม[52][53][54] ในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2010 เพอรส์สันได้ประกาศว่าไมน์คราฟต์จะเข้าสู่ช่วงการทดสอบเบตา (Beta) ของมันในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2010[55] เขายังได้ระบุว่าผู้เล่นที่ซื้อเกมหลังวันดังกล่าวจะไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับเนื้อหาทั้งหมดในอนาคตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในขณะที่มัน "กลัวทั้งทนายความและคณะกรรมการ" อย่างไรก็ตามการแก้ไขข้อบกพร่องหรือบั๊ก และอัปเดตทั้งหมด รวมไปถึงการวางจำหน่ายก็ยังฟรีอยู่ ในช่วงของการพัฒนาโมแยงได้จ้างพนักงานใหม่จำนวนมากเพื่อที่จะทำงานในโปรเจกต์นี้[56]

โมแยงได้ย้ายเกมจากเวอร์ชันเบตาและวางจำหน่ายเวอร์ชันเต็มในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011[57] เกมก็จะได้อัปเดตต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ได้มีการวางจำหน่าย การเปลี่ยนแปลงมีไปตั้งแต่รูปแบบเกมจนไปถึงระบบเซิร์ฟเวอร์[58] ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2011 เจนส์ "เจ๊บ" เบอร์เกนสเตน ได้ควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์ของไมน์คราฟต์อย่างเต็มรูปแบบ โดยให้เพอรส์สันไปเป็นผู้นำในการพัฒนาแทน[59] ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 โมแยงได้ประกาศว่าพวกเขาได้จ้างนักพัฒนาของ "คราบบั๊กกิต" (CraftBukkit)[45] แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ชื่อดัง มาเพื่อที่จะมาปรับปรุงให้ไมน์คราฟต์รองรับกับเซิร์ฟเวอร์ม็อด[60]การเข้าซื้อครั้งในนี้ยังช่วยให้โมแยงเป็นเจ้าของม็อดคราบบั๊กกิตอย่างเต็มรูปแบบ[61] ถึงแม้ว่าความถูกต้องของการเรียกร้องนี้ได้ถูกถามเนื่องจากสถานะของการเป็นโครงการโอเพนซอร์ซกับผู้สนับสนุนอีกมากมาย ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปของกนู และสัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปแบบผ่อนปรนของกนู[62] ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2014 ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศข้อตกลงเงินจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะซื้อบริษัทโมแยงและเจ้าของลิขสิทธิ์ไมน์คราฟต์ ข้อตกลงนี้ได้ถูกเสนอแนะโดยเพอรส์สันเมื่อเขาได้โพสต์ทวีตถามบริษัทที่จะซื้อหุ้นเกมของเขา หลังได้รับคำวิจารณ์ว่า "พยายามที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง" ทั้งหมดได้เสร็จสิ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 และทำให้เพอรส์สันนั้นไปสู่การเป็นหนึ่งใน "มหาเศรษฐีของโลก" ในนิตยสารฟอบส์[63][64][65][66][67]

เกี่ยวกับเสียง[แก้]

เพลงของไมน์คราฟต์และเสียงประกอบถูกสร้างโดยนักออกแบบเสียงชาวเยอรมัน แดเนียล "ซีโฟว์เอททีน" โรเซนเฟลด์ (Daniel "C418" Rosenfeld)[68] ดนตรีประกอบฉากในไมน์คราฟต์เป็นดนตรีแอมเบียนต์ที่ไม่ได้เป็นเพลง

เกมภาคเสริม[แก้]

ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด

ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด (อังกฤษ: Minecraft: Story Mode) คือ เกมภาคเสริมที่เป็นฉาก ๆ ที่พัฒนาโดยเทลล์เทลเกมส์ (Telltale Games) ร่วมมือกับโมแยง ซึ่งถูกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2014 ประกอบไปด้วย 5 ตอนและ 3 ตอนที่สามารถดาวน์โหลดได้เพิ่มเติม โดยเนื้อหาของเกมนี้จะเกี่ยวกับการเล่าเรื่องและให้ผู้เล่นเลือกตัวเลือก และมันได้ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดผ่านทางไมโครซอฟท์วินโดวส์, โอเอสเทน, ไอโอเอส, เพลย์สเตชัน 3, เพลย์สเตชัน 4, เอกซ์บอกซ์ 360 และเอกซ์บอกซ์วันในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2015[69][70][71] แผ่นที่บรรจุตอนทั้งหมดได้ถูกปล่อยให้คอนโซล 4 รุ่นดังกล่าวในวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2015[71] เวอร์ชันวียูก็ได้ถูกรับการยืนยันด้วยเช่นกับในการสัมภาษณ์ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 กับเดอะเวิร์จ[72] ตัวอย่างแรกของเกมนี้ได้เปิดตัวที่งานมานคอน (MineCon) ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งเผยให้เห็นฟีเจอร์บางอย่างของเกม ในไมน์คราฟต์: สตอรีโหมดผู้เล่นจะควบคุมตัวละครที่ชื่อ เจสซี (Jesse) (ให้เสียงโดย แพตตัน ออสวอลต์ และแคทเธอรีน เทเบอร์)[71] ผู้ซึ่งออกเดินทางกับเพื่อนของเขาเพื่อไปตามหาดิออร์เดอร์ออฟเดอะสโตน (The Order of the Stone) (เขาคือนักผจญภัยทั้ง 4 ที่สามารถฆ่าเอนเดอร์ดรากอน (Ender Dragon) ได้) ให้กลับมารวมตัวกันเพื่อที่จะมาช่วยโลก[73]

ไมน์คราฟต์: เวอร์ชันสำหรับการศึกษา[แก้]

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2016 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเครื่องมือใหม่ที่ใช้สำหรับการศึกษาที่เรียกว่า ไมน์คราฟต์: เวอร์ชันสำหรับการศึกษา (อังกฤษ: Minecraft: Education Edition) หรือไมน์คราฟต์อีดียู (อังกฤษ: MinecraftEDU) ซึ่งมีแผนที่จะวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2016 ไมน์คราฟต์ได้ถูกใช้ในห้องเรียนทั่วโลกสำหรับสอนวิชาตั้งแต่แกนหลักของสะเต็มไปจนถึงศิลปะ ไมน์คราฟต์: เวอร์ชันสำหรับการศึกษาจะถูกออกแบบเพื่อให้ใช้ในห้องเรียนโดยเฉพาะ เวอร์ชันสำหรับการศึกษานี้จะให้อุปกรณ์แก่ครูผู้สอนที่พวกเขาต้องใช้ในไมน์คราฟต์แบบพื้นฐานในชีวิตประจำ

มีข้อแตกต่างเล็กน้อยระหว่างไมน์คราฟต์และไมน์คราฟต์อีดียู แต่มีแนวคิดหลักและโลกที่เปิดกว้างเหมือนกัน ตัวละครนักเรียนในไมน์คราฟต์อีดียูจะสามารถรักษาคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ นักเรียนก็จะสามารถดาวน์โหลดเกมได้ที่บ้านได้ด้วยเช่นกันโดยไม่ต้องซื้อเวอร์ชันของเกมมาเป็นของตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่แตกต่างกันมากที่สุดคือ นักเรียนสามารถถ่ายภาพในเกมได้ ซึ่งภาพเหล่านั้นจะถูกเก็บในโน้ตบุ๊กออนไลน์ที่มีบันทึกออนไลน์ โดยที่โน้ตบุ๊กออนไลน์เหล่านั้นจะสามารถแชร์ไปให้นักเรียนคนอื่นได้[74]

อ้างอิง[แก้]

  1. Goldfarb, Andrew (12 January 2017). "Minecraft Confirmed for Nintendo Switch". 
  2. "Minecraft". GameSpot. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ 21 October 2012. 
  3. "Minecraft – Pocket Edition – Android". IGN. สืบค้นเมื่อ 21 October 2012. 
  4. "Minecraft: Pocket Edition". GameSpot. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ 21 October 2012. 
  5. Brown, Mark (22 March 2012). "Minecraft for Xbox 360 release date announced, amongst others". Wired UK. สืบค้นเมื่อ 22 October 2012. 
  6. "Minecraft Raspberry Pi". Mojang. สืบค้นเมื่อ 27 March 2013. 
  7. Pitcher, Jenna. "Minecraft PS4 Edition Release Date Confirmed". IGN. IGN Entertainment, Inc. สืบค้นเมื่อ 3 October 2014. 
  8. "Minecraft for Xbox One to launch on Friday". CNET. สืบค้นเมื่อ 13 October 2014. 
  9. "Minecraft: PS Vita Edition Release Date Revealed for North America". IGN. สืบค้นเมื่อ 13 October 2014. 
  10. "Minecraft Comes to Windows Phones". Mojang. 
  11. "Announcing Minecraft Windows 10 Edition Beta". 
  12. Makuch, Eddie (7 December 2015). "Minecraft Wii U Confirmed, Coming Very Soon". GameSpot. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ 8 December 2015. 
  13. "minecraft.net - Apple TV Edition released!". สืบค้นเมื่อ 30 December 2016. 
  14. Gallegos, Anthony. "Minecraft Review — PC Review at IGN". IGN. สืบค้นเมื่อ 18 December 2011. 
  15. Meer, Alec (30 March 2011). "Minecraft:Wolves, Achievements, Mods, Merch". Rock, Paper, Shotgun. Rock, Paper, Shotgun, Ltd. สืบค้นเมื่อ 26 March 2015. 
  16. Purchese, Robert (23 November 2011). "Minecraft 1.0 launch patch notes". Eurogamer. Eurogamer Network. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  17. Ashdown, Jeremy (11 November 2010). "This is Minecraft". IGN. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  18. 18.0 18.1 18.2 18.3 18.4 Miller-Watt, Josh. "Minecraft beginner's guide". GamesRadar. Future plc. สืบค้นเมื่อ 24 October 2012. 
  19. Meer, Alec (27 October 2010). "BiomeShock: The New Minecraft Worlds". Rock, Paper, Shotgun. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  20. Phillips, Tom (20 January 2012). "Minecraft jungle biome, creatures coming soon". Eurogamer. Eurogamer Network. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  21. 21.0 21.1 Senior, Tom (24 May 2012). "Minecraft update snapshot includes trading, currency, new item and sandstone stairs". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  22. 22.0 22.1 Meer, Alec (18 November 2011). "Minecraft Review • Reviews •". Eurogamer. Eurogamer Network. สืบค้นเมื่อ 18 December 2011. 
  23. 23.0 23.1 23.2 Persson, Markus (10 March 2011). "Terrain generation, Part 1". Mojang. สืบค้นเมื่อ 24 October 2010. 
  24. Bergensten, Jens (23 February 2011). "A Short Demystification of the 'Map Seed'". Mojang. สืบค้นเมื่อ 6 October 2012. 
  25. Walton, Mark (25 November 2012). "Minecraft In Education: How Video Games Are Teaching Kids". GameSpot. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ 15 December 2012. 
  26. Tito, Greg (4 October 2010). "Player Creates Working Computer in Minecraft". The Escapist. Alloy Digital. สืบค้นเมื่อ 4 January 2011. 
  27. Francis, Tom (10 October 2010). "A clearer look at Minecraft's new hell dimension". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 30 October 2012. 
  28. Liebl, Matt. "Minecraft: The End, Ender Dragons, and Goop Portal All Explained". GameZone. GameZone Online. สืบค้นเมื่อ 31 October 2012. 
  29. Chatfield, Tom (9 January 2012). "Ending an endless game: an interview with Julian Gough, author of Minecraft's epic finale". Boing Boing. สืบค้นเมื่อ 13 January 2012. 
  30. 30.0 30.1 30.2 Boots-Faubert, Chris. ""Controls and Settings – Minecraft". Super Cheats. Videogamer Network. สืบค้นเมื่อ 3 January 2013. 
  31. Marriott, Scott. "Minecraft Review". About.com. InterActiveCorp. สืบค้นเมื่อ 10 November 2012. 
  32. 32.0 32.1 Brown, Mark (6 July 2012). "Gaming Minecraft update combines single and multiplayer, adds trading and tripwires". Wired UK. สืบค้นเมื่อ 21 November 2012. 
  33. Walker, John (18 February 2011). "Minecraft Is Getting Ready For Bed". Rock, Paper, Shotgun. สืบค้นเมื่อ 2 January 2013. 
  34. "Minecraft hardcore mode teased. When you die, the world dies with you". PC Gamer. Future plc. 23 September 2011. สืบค้นเมื่อ 25 September 2012. 
  35. 35.0 35.1 Steinlage, Tate (26 September 2012). "Creative Mode coming to Minecraft: Xbox 360 Edition". GameZone. GameZone Online. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012. 
  36. Haley, Sebastian (5 September 2012). "Creative Mode 'weeks away' for Minecraft: Xbox 360 Edition". VentureBeat. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012. 
  37. Evans-Thirlwell, Edwin (5 September 2012). "Minecraft Xbox 360 update: Creative Mode still "weeks away", 4J dresses Cliffy B up as Creeper". Official Xbox Magazine. Future plc. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012. 
  38. Savage, Phil. "The 25 best Minecraft custom maps". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 28 October 2012. 
  39. Grayson, Nathan (6 July 2012). "Minecraft 1.3 Adding LAN, Adventure Mode In August". Rock, Paper, Shotgun. สืบค้นเมื่อ 4 January 2013. 
  40. 40.0 40.1 Walker, John (1 August 2012). "Minecraft Updates To 1.3 With Adventure Mode, Trading". Rock, Paper, Shotgun. สืบค้นเมื่อ 4 January 2013. 
  41. Gallegos, Anthony. "Minecraft Adding New Block". IGN. สืบค้นเมื่อ 28 October 2012. 
  42. "Spectator". Minecraft Wiki. Gamepedia. 
  43. 43.0 43.1 Hutchinson, Lee (10 September 2012). "Blocks with friends: How to run your own Minecraft server". Ars Technica. pp. 1–4. สืบค้นเมื่อ 24 November 2012. 
  44. Meer, Alec (18 June 2012). "Modern! Minecraft Adds 'Local Area Network' Support". Rock, Paper, Shotgun. สืบค้นเมื่อ 25 September 2012. 
  45. 45.0 45.1 Davies, Marsh (24 November 2012). "The Future of Minecraft: what lies ahead for the all-conquering sandbox game?". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 24 November 2012. 
  46. "Minecraft Realms hopes to make an increasingly complex game more family-friendly". Polygon. สืบค้นเมื่อ 26 March 2013. 
  47. Frank, Allegra (13 June 2016). "Minecraft gets cross-platform play later this year". Polygon. สืบค้นเมื่อ 13 June 2016. 
  48. 48.0 48.1 Handy, Alex (23 March 2010). "Interview: Markus 'Notch' Persson Talks Making Minecraft". Gamasutra. สืบค้นเมื่อ 26 June 2010. 
  49. Davies, Marsh (10 November 2012). "Blockbuster – The Making of Minecraft". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 20 December 2012. 
  50. Smith, Graham (6 February 2012). "The First Moments of Minecraft". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 1 January 2013. 
  51. 51.0 51.1 McDougal, Jaz (29 July 2010). "Community heroes: Notch, for Minecraft". PC Gamer. Future plc. สืบค้นเมื่อ 3 August 2010. 
  52. Cheshire, Tom (6 June 2012). "Changing the game: how Notch made Minecraft a cult hit". Wired UK. สืบค้นเมื่อ 18 October 2012. 
  53. Persson, Markus (28 September 2010). "I'm sorry about the lack of updates". Mojang. สืบค้นเมื่อ 18 October 2010. 
  54. Persson, Markus (6 September 2010). "Hiring some people, getting an office, and all that!". Mojang. สืบค้นเมื่อ 6 September 2010. 
  55. Persson, Markus (11 December 2010). "Minecraft Beta: December 20, 2010". Mojang. สืบค้นเมื่อ 21 December 2010. 
  56. Persson, Markus (3 January 2011). "2011, here we go!". Mojang. สืบค้นเมื่อ 3 January 2011. 
  57. Fernandez, Carlo (17 November 2012). "Minecraft Full Version Available; MineCon Live Streaming". International Business Times. สืบค้นเมื่อ 17 October 2012. 
  58. Persson, Markus (18 January 2011). "The web server is struggling, we're migrating". Mojang. 
  59. Persson, Markus (2 December 2011). "Och med dom orden så passar jag micken". The Word of Notch. Mojang. สืบค้นเมื่อ 2 December 2011. 
  60. Bergensten, Jens (28 February 2012). "Minecraft Team Strengthened!". Mojang. สืบค้นเมื่อ 22 September 2013. 
  61. "Minecraft Bukkit team lead tries to end development, but Mojang steps in". PC Gamer. 21 August 2014. 
  62. "Minecraft's CraftBukkit mod taken down by DMCA claim". games.on.net. สืบค้นเมื่อ 17 September 2014. 
  63. Peckham, Matt (15 September 2014). "Minecraft Is Now Part of Microsoft, and It Only Cost $2.5 Billion". Time. สืบค้นเมื่อ 15 September 2014. 
  64. Bass, Dina (15 September 2014). "Microsoft to Buy Minecraft Maker Mojang for $2.5 Billion". Bloomberg Business. สืบค้นเมื่อ 16 September 2014. 
  65. Sarkar, Samit (6 November 2014). "Microsoft officially owns Minecraft and developer Mojang now". Polygon. Vox Media. 
  66. Bogart, Nicole. "Updated: September 15, 2014 8:35 pm Microsoft acquires ‘Minecraft’ maker for $2.5 billion". Global News. Shaw Media. สืบค้นเมื่อ 2 May 2015. 
  67. Mac, Ryan (3 March 2015). "Inside The Post-Minecraft Life Of Billionaire Gamer God Markus Persson". Forbes. สืบค้นเมื่อ 25 March 2015. 
  68. "Minecraft.net Credits". Mojang. สืบค้นเมื่อ 1 January 2013. 
  69. "Telltale and Mojang Announce Minecraft: Story Mode". IGN. Ziff Davis. 18 December 2014. 
  70. "Minecraft: Story Mode is an episodic series from Telltale". Eurogamer. Gamer Network. 18 December 2014. 
  71. 71.0 71.1 71.2 Good, Owen S. (16 September 2015). "Telltale's Minecraft game launches Oct. 13, will have a physical release". Polygon. Vox Media. Archived from the original on 16 September 2015. สืบค้นเมื่อ 16 September 2015. 
  72. Webster, Andrew (26 August 2015). "Giving Minecraft a story". The Verge. สืบค้นเมื่อ 27 August 2015. 
  73. Albert, Brian (4 July 2015). "First Minecraft: Story Mode Details Revealed at Minecon". IGN. Ziff Davis. สืบค้นเมื่อ 4 July 2015. 
  74. Kelion, Leo (19 January 2016). "Minecraft to launch education edition". BBC. สืบค้นเมื่อ 19 January 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]