ข้ามไปเนื้อหา

เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ
เจ้าชายแห่งเวลส์และอากีแตน
ดยุกแห่งคอร์นวอลล์
The Black Prince at Crécy.jpg
ภาพเจ้าชายดำ ณ ยุทธการเครซี ผลงานของจูเลียน รัสเซล สตอรี (ค.ศ. 1888)
ประสูติ(1330-06-15)15 มิถุนายน ค.ศ. 1330
พระราชวังวูดสต็อก, ออกซฟอร์ดเชอร์
สวรรคต8 มิถุนายน ค.ศ. 1376(1376-06-08) (45 ปี)
พระราชวังเวสต์มินสเตอร์
คู่อภิเษกโจนแห่งเค้นท์
พระบุตรสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ
พระมารดาฟิลลิปปาแห่งเอโนลต์ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ

เอ็ดเวิร์ดแห่งวูดสต็อค (อังกฤษ: Edward of Woodstock; 15 มิถุนายน ค.ศ. 1330 – 8 มิถุนายน ค.ศ. 1376) ซึ่งเป็นที่รู้จักในพระนาม เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ (อังกฤษ: Edward the Black Prince) เป็นพระโอรสองค์โตและรัชทายาทโดยชอบธรรมของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ แต่สิ้นพระชนม์ก่อนพระบิดา ทำให้ราชบัลลังก์ตกเป็นของพระโอรสของพระองค์ คือริชาร์ดที่ 2 แม้มิได้ขึ้นครองราชย์ เอ็ดเวิร์ดยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแม่ทัพอังกฤษที่ประสบความสำเร็จที่สุดในสงครามร้อยปี และเป็นหนึ่งในอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคของพระองค์รวมถึงการเป็นแบบอย่างตามจารีตอัศวิน (chivalry)

เอ็ดเวิร์ดประสูติเป็นพระราชโอรสองค์โตในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ กับสมเด็จพระราชินีฟิลลิปปาแห่งเอโนลต์ และเป็นพระบิดาของพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ พระองค์เป็นผู้นำทางทหารที่มีความสามารถและเป็นที่นิยมยามทรงพระชนม์ พระองค์ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ดยุกแห่งคอร์นวอลล์ ในปี ค.ศ. 1337 ซึ่งนับเป็นตำแหน่งดยุคแห่งแรกในอังกฤษ ต่อมาในปี ค.ศ. 1338, 1340 และ 1342 พระองค์ทรงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ระหว่างที่พระราชบิดาไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร ในปี 1343 พระองค์ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าชายแห่งเวลส์ และในปี 1346 พระองค์ได้รับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์อัศวินจากพระบิดาที่เมืองลาอูก

ในปี ค.ศ. 1346 เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเป็นผู้บัญชาการกองหน้าในยุทธการที่เครซี โดยพระบิดาของพระองค์จงใจปล่อยให้พระองค์เป็นผู้ชี้ขาดชัยชนะในการศึกครั้งนั้น ต่อมาในปี 1349 พระองค์ได้เข้าร่วมการรณรงค์ที่กาแลของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ในปี 1355 พระองค์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนพระมหากษัตริย์ในกัสกอญ และได้รับคำสั่งให้นำกองทัพเข้าสู่อากีแตนในรูปแบบการโจมตีแบบเชอโวเช ระหว่างทางได้ปล้นสะดมเมืองอาวีญงเนต์และกัสเตลโนดารี เผาทำลายการ์กาซอน และปล้นเมืองนาร์บอนน์ ปีถัดมา ค.ศ. 1356 พระองค์ทำเชอโวเชอีกครั้ง คราวนี้กวาดล้างแคว้นโอแวร์ญ ลิมูแซ็ง และแบร์รี แต่ไม่สามารถยึดเมืองบูร์ชได้ กองทัพฝรั่งเศสภายใต้การนำของพระเจ้าฌ็องที่ 2 แห่งฝรั่งเศสได้เผชิญหน้ากับกองทัพของเอ็ดเวิร์ดใกล้เมืองปัวตีเย หลังจากการเจรจาล้มเหลว กองกำลังแองโกล-กัสกอนของเอ็ดเวิร์ดก็สามารถเอาชนะกองทัพฝรั่งเศสและจับกุมพระเจ้าฌ็องได้ในยุทธการปัวตีเย

ค.ศ. 1360 พระองค์เป็นผู้เจรจาสนธิสัญญาเบรตินญี และในปี 1362 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าชายแห่งอากีแตนและกัสกอญ แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากขุนนางท้องถิ่น ปี 1364 พยายามห้ามการปล้นของกองทัพรับจ้าง และทำข้อตกลงกับพระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยา โดยได้รับจำนองเมืองกัสโตร อูร์ดิอาเลสและแคว้นบิสเคย์เป็นหลักประกัน ปี 1367 เอาชนะเฮนรีแห่งตรัสตามาราในสมรภูมินาเฆรา แต่ไม่ได้รับบิสเคย์หรือหนี้คืนจากพระเจ้าเปโดร สุดท้ายกลับสู่อากีแตน ปี 1368 เรียกเก็บภาษีเตาผิง (hearth tax) ส่งผลให้ลอร์ดอัลเบรต์และขุนนางกัสกอญไม่พอใจ

เอ็ดเวิร์ดสิ้นพระชนม์เมื่อ ค.ศ. 1376 ก่อนพระราชบิดาเพียงหนึ่งปี จึงเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์พระองค์แรกที่มิได้ขึ้นครองราชสมบัติ[1]

เบื้องต้น

[แก้]

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดประสูติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1330 ที่วังวูดสต็อคในมณฑลออกซฟอร์ดเชอร์ ทรงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเอิร์ลแห่งเชสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1333, ดยุกแห่งคอร์นวอลล์ในปีค.ศ. 1337 (การสร้างตำแหน่งดยุกครั้งแรกในอังกฤษ) และในที่สุดเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี ค.ศ. 1343 เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โดยพฤตินัยระหว่างปี ค.ศ. 1339, ปี ค.ศ. 1340 และปี ค.ศ. 1342 เมื่อพระราชบิดาเสด็จไปร่วมในการรณรงค์ ในปี ค.ศ. 1337 ทรงมีหน้าที่ที่จะเข้าร่วมประชุมสภาองคมนตรีทุกครั้งและมีหน้าที่เจรจาต่อรองกับสำนักพระสันตะปาปา

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเติบโตขึ้นมากับ “โจน สาวงามแห่งเค้นท์” ผู้เป็นพระญาติห่างๆ[2] และทรงได้รับอนุญาตจากสมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 6 ให้แต่งงานกันได้แม้ว่าจะเป็นพระญาติกัน เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดจึงทรงเสกสมรสกับโจนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1361 ที่พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งทำให้เป็นปัญหาเพราะประวัติการสมรสของแอนน์และการแต่งงานกับสตรีชาวอังกฤษก็เป็นการทำให้หมดโอกาสที่จะหาคู่ชาวต่างประเทศเพื่อการสมานฉันท์ทางสัมพันธ์ไมตรีกับราชอาณาจักรต่างประเทศ

เมื่ออยู่ในอังกฤษเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดมักจะประทับอยู่ที่ปราสาทวอลลิงฟอร์ดในมณฑลบาร์คเชอร์ (ปัจจุบันมณฑลออกซฟอร์ดเชอร์) เมื่อประทับอยู่ในฝรั่งเศสก็ทรงทำหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ที่อากีแตน ที่พระองค์และโจนทรงมีราชสำนักที่ขึ้นชื่อในสมัยนั้น และเป็นที่ประทำของพระเจ้าแผ่นดินที่ลี้ภัยเช่นพระเจ้าเจมส์แห่งมายอร์คา (James of Mallorca) และ พระเจ้าปีเตอร์แห่งคาสตีล (Peter of Castile)

พระเจ้าเปโดรผู้ถูกขับจากบัลลังก์โดยพระเชษฐานอกสมรสพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งคาสตีล (Henry II of Castile) พระราชทานบรรดาศักดิ์ลอร์ดแห่งบิสเคย์ในปี ค.ศ. 1367 เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกันความช่วยเหลือของพระองค์ในการชิงราชบัลลังก์คืนจากพระเชษฐา เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดในยุทธการนาเฮรา (Battle of Nájera) ในการต่อสู้กับกองทัพฝรั่งเศส–สเปนที่นำโดยเบอร์ทรันด์ ดู เกอสแคลง (Bertrand du Guesclin)

ในช่วงนี้เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดก็มีพระโอรสสองพระองค์: เอ็ดเวิร์ด Edward (27 มกราคม ค.ศ. 1365 – ค.ศ. 1372) ผู้สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้ 6 พรรษา และริชาร์ดผู้ประสูติเมื่อปี ค.ศ. 1367 ที่มักจะเรียกกันว่า “ริชาร์ดแห่งบอร์โดซ์” ตามเมืองที่ประสูติผู้ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดมีพระโอรสนอกกฎหมายอีกสองพระองค์ก่อนที่จะมาเสกสมรสกับโจน: เซอร์โรเจอร์ แคลเร็นดอน และเซอร์จอห์น ซาวนเดอร์[3]

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเสด็จกลับอังกฤษในเดือนมกราคม ค.ศ. 1371 และสิ้นพระชนม์สองสามปีต่อมาจากการประชวรเรื้อรังที่สันนิษฐานกันว่าอาจจะเป็นมะเร็ง

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Middle-ages.org.uk, The Hundred Years War
  2. Edward I of England was Joan's grandfather and Edward's great-grandfather.
  3. The Three Edwards by Thomas B. Costain (1958, 1962) p 387