เหมย ยั่นฟาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เหมยเยี่ยนฟาง
Anitamui.jpg
ชื่อจีน梅艷芳 (Traditional)
เกิด10 ตุลาคม ค.ศ. 1963(1963-10-10)[1]
มงก๊ก, ฮ่องกง
ตาย30 ธันวาคม ค.ศ. 2003 (40 ปี)
ฮ่องกง
(จากมะเร็งปากมดลูก)
สุสาน
ชื่ออื่น ๆ
  • 阿梅 (Ah Mui)
  • 梅姐 (Mui Je; lit. Big Sister Mui)
  • 何加男 (Karen Ho)
อาชีพ
ปีทำงาน1982–2003
ผู้ปกครองถันเหมยจิน (แม่)

เหมย เยี่ยนฟาง หรือ Anita Mei (เกิด 10 ตุลาคม 1963 , เสียชีวิต 30 ธันวาคม 2003) เป็นนักร้องและนักแสดงชาวฮ่องกง ได้รับสมญาว่า มาดอนน่าแห่งเอเชีย (東方麥當娜) มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการเพลงป๊อปภาษากวางตุ้ง หรือ Canto-pop และได้รับรางวัลอย่างมากมายจากผลงานเพลง จัดเป็นดีวา คนหนึ่งในวงการเพลงฮ่องกง ได้รับยกย่องว่าเป็น ราชินีเพลงจีนกวางตุ้ง แห่งยุค 80s มีผลงานเพลงโดดเด่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 - 1990 ตลอดจนถึงปี 2002

เหมย เยี่ยนฟาง เป็นนักร้องที่มีลีลาการแสดงบนเวทีที่ดึงดูดผู้ชม ประกอบกับมีการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้น้ำเสียงที่มีพิสัยต่ำ แนวคอนทราลโต ซึ่งหาได้ยากในหมู่นักร้องฝ่ายหญิง โดยมีฐานแฟนเพลงเหนียวแน่นทั้งในฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตลอดจนมีกลุ่มแฟนเพลงในประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย

ในปี ค.ศ.2003 (พ.ศ. 2546) เหมย เยี่ยนฟาง ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก และเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธันวาคม ในปีเดียวกัน (พ.ศ. 2546) ด้วยวัยเพียง 40 ปี หลังจากเสียชีวิต เธอไม่เพียงแต่จะถูกจดจำและระลึกถึงเพียงแค่ผลงานเพลงและภาพยนตร์ แต่ยังรวมถึงกิจกรรมทางการกุศลต่างๆอีกด้วย

ประวัติ[แก้]

เหมย เยี่ยนฟาง หรือ Anita Mei วันเกิด: 10 ตุลาคม 1963 เพศ : หญิง ประวัติ : ชื่อ : เหมย เยี่ยนฟาง , 梅艳芳 , Mui Yim Fong , Mei Yan Fang ชื่อภาษาอังกฤษ : แอนนิต้า เหมย (Anita Mei) สถานที่เกิด : ฮ่องกง ส่วนสูง : 168cm น้ำหนัก : 50kg กรุ๊ปเลือด : B ต้นกำเนิด : พี้นเพครอบครัวมาจาก Guangxi , จีนแผ่นดินใหญ่ ครอบครัว : แม่ , พี่ชายสองคน และพี่สาวหนึ่งคน เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของ เหมย อ้ายฟาง (Ann Mui) นักร้องและนักแสดงสาวชาวฮ่องกงที่มีผลงานในช่วงยุค 80s

"เหมย เยี่ยนฟาง" หรือ Anita Mui นักร้องและนักแสดงคุณภาพจากวงการบันเทิงฮ่องกง ผู้ได้รับสมญา "มาดอนน่าแห่งเอเชีย" (東方麥當娜) ผลงานเพลงของเธอมีมากมาย ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 1982 จนถึงปี 2002 เหมย เยี่ยนฟัง เธอได้รับรางวัลด้านงานเพลงอย่างมากมาย จนเมื่อปี 1990 เธอต้องประกาศไม่ขอรับรางวัลใดๆเกี่ยวกับเพลงอีก เพื่อเปิดโอกาสให้นักร้องหน้าใหม่ เธอยังได้รับยกย่องว่าเป็น ราชินีเพลงจีนกวางตุ้ง แห่งยุค 80s โด่งดังควบคู่กับนักร้องชาย อย่าง เลสลี่ จาง และ อลัน ทัม

ส่วนภาพยนตร์ "เหมย เยี่ยนฟาง" เธอเป็นนักแสดงคุณภาพคนหนึ่งของฮ่องกง มีผลงานที่โดดเด่นหลายเรื่อง เมื่อปี 1984 เธอคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากงานประกวดภาพยนตร์ตุ๊กตาทองของฮ่องกง จากภาพยนตร์เรื่อง Behind the Yellow Line ,1984 หรือชื่อไทย รักนี้เพื่อเธอ แสดงคู่กับ เลสลี่ จาง และในปี 1987 เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากงานประกวดภาพยนตร์ม้าทองคำของไต้หวัน และจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเอเชียแปซิฟิค จากภาพยนตร์เรื่อง Rouge ,1987 หรือชื่อไทย ล่ารัก 59 ปี ซึ่งร่วมแสดงกับ เลสลี จาง อีกเช่นเคย เธอยังได้ร่วมแสดงกับนักแสดงชื่อก้องโลกอย่าง เฉินหลง ในภาพยนตร์เรื่อง ฉีจี้ (Miracles หรือ Mr. Canton and Lady Rose หรือ The Canton Godfather ปี ค.ศ.1889) โจว เหวินฟะ ในภาพยนตร์เรื่อง โหด เลว ดี ภาค 3 (A Better Tomorrow 3: Love & Death in Saigon ,1989) หลิว เต๋อหัว ในภาพยนตร์เรื่อง ผู้หญิงคนนี้ที่ข้าต้องการ (Kawashima Yoshiko ,1990) , ตายกี่ชาติก็ขาดเธอไม่ได้ ภาค 1 (Saviour Of The Soul ,1991) , คนบินเทวดา (Moon Warriors ,1992) โจว ซิงฉือ ในภาพยนตร์เรื่อง คนเล็กสะท้านยุทธจักร (Justice My Foot ,1992) , คนเล็กนักเรียนโต ภาค 3 (Fight Back to School 3 ,1993) จนเธอได้ชื่อว่าเป็น ราชินีจอเงิน อีกตำแหน่งหนึ่ง ผลงานเรื่องอื่นๆ อาทิเช่น สวยประหาร ภาค 1 , 2 (The Heroic Trio ,1993) ร่วมแสดงกับ จาง ม่านอวี้ และ หยาง จื่อฉุง คัมภีร์กระเรียนเซียนเหยีบฟ้า (The Magic Crane ,1993) ร่วมแสดงกับ เหลียง เฉาเหว่ย และ กวน จือหลิน เป็นต้น และเธอยังได้แสดงภาพยนตร์แอ็คชั่นระดับโลกของเฉินหลง อย่างเรื่อง ไอ้หนุ่มหมัดเมา ภาค 2 (Drunken Master 2 ,1994) และใหญ่ฟัดโลก (Rumble in the Bronx ,1995) อีกด้วย

เหมย เยี่ยนฟัง ต่อสู้กับโรคมะเร็งปากมดลูกมานาน ในที่สุดเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2003 (พ.ศ. 2546) เธอก็จบชีวิตลงอย่างสงบ ท่ามกลางหมู่ญาติและเพื่อนฝูง ด้วยวัยเพียง 40 ปี หลังจากเสียชีวิตไปเมื่อปี 2003 (พ.ศ. 2546) ด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก เธอได้ทิ้งเอาไว้ซึ่งชื่อเสียง และความทรงจำที่ดีต่อผู้ชมในวงการบันเทิง พร้อมกันนั้นยังมีสมบัติอีกกว่า 100 ล้านเหรียญฮ่องกง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี เนื่องจาก ถัน เหม่ยจิน แม่ของเธอซึ่งเป็นหนึ่งในทายาทผู้ได้รับผลประโยชน์จากทรัพย์สินก้อนนี้ ได้ยื่นฟ้องต่อศาล เหตุสงสัยในการทำพินัยกรรมก่อนสิ้นใจของลูกสาว

โดยในพินัยกรรมดังกล่าว เหมย เยี่ยนฟาง ระบุยกทรัพย์สมบัติให้แก่เพื่อนสนิทของเธอ "หลิว เผยจี" รวมทั้งหลานๆ และได้ก่อตั้ง มูลนิธิทรัส ฟาวเดชั่น ขึ้นเพื่อจัดการกับมรดกทั้งหมด โดยไม่ให้ผู้เป็นแม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัจจุบัน ถัน เหม่ยจิน วัย 84 ปี มีสิทธิได้รับเพียงเงินจากกองมรดกของลูกสาวเดือนละ 70,000 เหรียญฮ่องกง หรือ 9,000 เหรียญสหรัฐ เท่านั้น

ศาลสูงสุดของฮ่องกง ได้ทำการเบิกความให้ทนายความเฉินฉือ ประจำมูลนิธิทรัส ฟาวเดชัน(ผู้จัดการผลประโยชน์จากพินัยกรรม) เข้าชี้แจงถึงกรณีการเขียนพินัยกรรมของดาราสาวดังกล่าว พร้อมกับคณะแพทย์ที่ทำการรักษาให้กับเหมย เยี่ยนฟาง ซึ่งทางแพทย์ได้ยืนยันว่า ขณะที่เธอเขียนพินัยกรรมวันที่ 24 ธ.ค.2003 (พ.ศ. 2546) เธอมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดีทุกอย่าง ก่อนที่จะมีอาการอยู่ในขั้นโคม่า และสิ้นใจลงเมื่อวันที่ 30 ในเดือนเดียวกัน "ฉันไม่เชื่อว่าลูกสาวจะสามารถเขียนสิ่งที่อยู่ในพินัยกรรมนั้นได้ในช่วงเวลาที่เธอป่วย และฉันก็ต้องการให้ศาลพิจารณาให้พินัยกรรมฉบับนั้นเป็นโมฆะ เพราะผู้ที่สมควรได้รับผลประโยชน์ในสมบัตินั้นทั้งหมดควรจะเป็นฉัน" ถัน เหม่ยจิน แม่ของดาราสาวกล่าว

ด้านเฉินฉือ ทนายความประจำมูลนิธิที่ดาราสาวได้ก่อตั้งขึ้นนั้น ยังกล่าวอีกด้วยว่า หลังจากที่เหมย เยี่ยนฟาง ทราบว่าตนเองป่วย ก็ได้หารือถึงรายละเอียดของภาษีมรดกอย่างถี่ถ้วน ซึ่งเธอเองต้องการให้แม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เนื่องจากรู้ว่าบุพการีตนเองมือเติบ ไม่รู้จักควบคุมการใช้จ่าย และเกรงว่าท้ายที่สุดอาจลำบากในบั้นปลายชีวิต เธอจึงได้ตั้งมูลนิธิดังกล่าวขึ้นเพื่อเลี้ยงดูผู้เป็นแม่

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

http://thai.cri.cn/247/2013/07/25/225s212001.htm

  1. http://ent.sina.com.hk/focus/anitamui/ Sina.hk