อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ



อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ[1] (air-to-air missile) เป็นมิสไซล์ที่ปล่อยจากอากาศยาน มีจุดมุ่งหมายที่จะทำลายอากาศยานเป้าหมาย ปกติแล้วมิสไซล์อากาศสู่อากาศ จะใช้เครื่องยนต์จรวดเดี่ยวหรือหลายเครื่องยนต์ก็ได้ และใช้เชื้อเพลิงแข็ง แต่บางครั้งอาจใช้เชื้อเพลิงเหลว หรือเครื่องยนต์แรมเจ็ท[2]
โดยทั่วไป มิสไซล์อากาศสู่อากาศสามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ประเภทพิสัยยิงในระยะสายตา (WVRAAM, ดับบลิวแรม) ประเภทที่สองคืออาวุธปล่อยพิสัยยิงนอกระยะสายตา (BVRAAM, บีวีแรม)
ความเป็นมา
[แก้]มิสไซล์อากาศสู่อากาศ ถูกพัฒนาขึ้นมาจากจรวดอากาศสู่อากาศไม่นำวิถีในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยกองทัพเยอรมันนำจรวดติดตั้งไปกับเครื่องบินปีกสองชั้น ควบคุมการยิงโดยระบบไฟฟ้าในการทำลายบัลลูนตรวจการณ์ของอังกฤษ โดยนักบินกลุ่มแรกที่ใช้คือ อัลเบิร์ต บอล และ เอ เอ็ม วอลเตอร์ส[3] ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันได้พยายามพัฒนาอาวุธเพื่อนำมาตอบโต้กับกองกำลังทางอากาศฝ่ายสัมพันธมิตร โดยได้ดัดแปลงจรวด อาร์4เอ็ม เป็นจรวดนำวิถีด้วยเส้นลวดครั้งแรก ในชื่อว่า Ruhrstahl X-4 แต่มิได้ใช้งานจริงในการรบ
หลังสงครามโลกกองทัพอังกฤษได้เปิดตัวจรวดไฟร์แฟลช ในปี 1955 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมากองทัพเรือสหรัฐได้ร่วมมือกับกองทัพอากาศสหรัฐพัฒนามิสไซล์นำวิถีขึ้น คือ AIM-4 ฟัลคอน และได้พัฒนามิสไซล์ในรุ่นต่อมา เช่น AIM-7 สแปร์โรว์ และ AIM-9 ไซด์ไวน์เดอร์ ในขณะที่ทางฝั่งโซเวียตได้เปิดตัวมิสไซล์ คาลินินกราด เค-5 ในปี 1957 เช่นกัน
มิสไซล์อากาศสู่อากาศมีการพัฒนาต่อไปอีกมาก จนกลายเป็นอาวุธหลักส่วนหนึ่งของอากาศยานหลากหลายประเภท ต่อมาหลักการของการรบ "ระยะนอกสายตา" ได้กลายมาเป็นหลักการสำคัญในการพัฒนาอาวุธนำวิถีในรุ่นหลัง ล่าสุดมีการพัฒนามิสไซล์นำวิถีตรวจจับความร้อนซึ่งสามารถจับเป้าหมายจากในหลายทิศทาง ไม่เฉพาะด้านหลังอย่างเดียว
มิสไซล์อากาศสู่อากาศโดยทั่วไป
[แก้]| น้ำหนัก (กิโลกรัม) |
ชื่อ | ประเทศผู้ผลิต | ช่วงเวลาผลิต และประจำการ |
หัวรบหนัก | ชนิดหัวรบ | ระยะยิง | ความเร็ว (มัค) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 86 | AIM-9 ไซด์ไวน์เดอร์ | 1956- | 9.4 kg | ระเบิดสะเก็ดระเบิด | 18 km | 2.5 | |
| 87.4 | IRIS-T | 2005- | 11.4 kg | สะเก็ดระเบิดแรงสูง | 25 km | 3 | |
| 88 | AIM-132 แอสแรม | 2002- | 10 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 18 km | 3+ | |
| 89 | R.550 Magic/Magic II | 1976-1986 (I) 1976- (II) |
12.5 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 15 km | 2.7 | |
| 105 | R-73 | 1982- | 7.4 kg | สะเก็ดระเบิด | 20–40 km | 2.5 | |
| 112 | MICA EM/IR | 1996- (EM) 2000- (IR) |
12 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | > 60 km | 4 | |
| 118 | Derby | 1990- | 23 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 50 km | 4 | |
| 152 | AIM-120D แอมแรม | 2008 | 18 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 210 km | 4 | |
| 152 | AIM-120C แอมแรม | 1996 | 18 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 105 km | 4 | |
| 152 | AIM-120B แอมแรม | 1994- | 23 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 48 km | 4 | |
| 175 | R-77 | 1994- | 22 kg | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 75 km | 3.5 | |
| 185 | Meteor | 2012- | ? | ระเบิด/สะเก็ดระเบิด | 100+ km | 4+ |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม พจนานุกรมศัพท์ทหาร อังกฤษ-ไทย ฉบับใช้ร่วมสามเหล่าทัพ พ.ศ. 2558 เก็บถาวร 2021-05-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ Wragg, David W. (1973). A Dictionary of Aviation (first ed.). Osprey. p. 30. ISBN 9780850451634.
- ↑ Albert Ball, V. C. Chaz Bowyer. Crecy Publishing, 2002. ISBN 0-947554-89-0, 9780947554897. หน้า 90-91