อาชิกางะ ทากาอูจิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อะชิกะงะ ทะกะอุจิ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
อาชิกางะ ทากาอูจิ
足利尊氏
Ashikaga Takauji Jōdo-ji.jpg
อาชิกางะ ทากาอูจิ
ปฐมโชกุนแห่งอาชิกางะ
ค.ศ. 1338 - 1358
ก่อนหน้าตำแหน่งใหม่
ถัดไปอาชิกางะ โยชิอากิระ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด18 สิงหาคม ค.ศ. 1305
อสัญกรรม7 มิถุนายน ค.ศ. 1358 (52 ปี 293 วัน)
เกียวโต
บิดาอาชิกางะ ซาดาอูจิ
มารดาอูเอซูงิ คิโยโกะ
บุตร-ธิดาอาชิกางะ โยชิอากิระ

อาชิกางะ ทากาอูจิ (อังกฤษ: Ashikaga Takauji,ญี่ปุ่น: 足利尊氏) เป็นโชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลโชกุนอาชิกางะ

ประวัติ[แก้]

วัยเยาว์[แก้]

ทากาอูจิ เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1305 เป็นบุตรชายที่สองของอาชิกางะ ซาดาอูจิ (ญี่ปุ่น: 足利 貞氏 โรมาจิAshikaga Sadauji) ซึ่งเป็นโกเกนิง (ญี่ปุ่น: 御家人 โรมาจิGokenin) หรือซามูไรซึ่งทำงานรับใช้รัฐบาลโชกุนคามากูระ กับนางอูเอซูงิ คิโยโกะ (ญี่ปุ่น: 上杉清子 โรมาจิUesuki Kiyoko) ซึ่งเป็นภรรยาน้อยของซาดาอูจิ ทากาอูจิเกิดที่แคว้นทัมบะ อันเป็นบ้านเกิดของมารดา เดิมชื่อว่า ยูตาโร (ญี่ปุ่น: 又太郎 โรมาจิYūtarō) ยูตาโรมีพี่ชายต่างมารดาชื่อว่า อาชิกางะ ทากาโยชิ (ญี่ปุ่น: 足利 高義 โรมาจิAshikaga Takayoshi) ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของซาดาอูจิซึ่งเกิดกับภรรยาเอก แต่ทากาโยชิเสียชีวิตเมื่อค.ศ. 1317 ยูตาโรจึงขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตระกูลอาชิกางะแทนที่พี่ชาย นอกจากนี้ทากาอูจิยังมีน้องชายร่วมมารดากันชื่อว่า อาชิกางะ ทาดาโยชิ (ญี่ปุ่น: 足利 直義 โรมาจิAshikaga Tadayoshi) ค.ศ. 1319 ยูตาโรผ่านพิธีเก็มปูกุ ได้รับชื่อว่า ทากาอูจิ (高氏 ต่อมาเปลี่ยนตัวอักษรจาก 高 เป็น 尊 อ่านว่า ทากะ เช่นเดิม เนื่องจากตรงกับพระนามของพระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ)

ตระกูลอาชิกางะสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเซวะเก็นจิ (ญี่ปุ่น: 清和源氏 โรมาจิSeiwa Genji) เช่นเดียวกับมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ปฐมโชกุนแห่งรัฐบาลคามากูระ บรรพบุรุษของตระกูลอาชิกางะตั้งรกรากที่เมืองอาชิกางะ ในแคว้นชิมตสึเกะ หรือจังหวัดโทจิงิในปัจจุบัน

การฟื้นฟูปีเค็มมุ[แก้]

การล่มสลายของรัฐบาลคามากูระ การฟื้นฟูอำนาจของราชสำนักเมืองเกียวโต และการขึ้นสู่อำนาจของทากาอูจิ ถูกกล่าวถึงอย่างละเอียดในวรรณกรรมเรื่อง "ไทเฮกิ" (ญี่ปุ่น: 太平記 โรมาจิTaiheiki) ปี ค.ศ. 1331 ซาดาอูจิผู้เป็นบิดาเสียชีวิต ทากาอูจิจึงขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลอาชิกางะต่อจากบิดา ในปีเดียวกันนั้น พระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะทรงวางแผนยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลคามากูระกลับมาสู่ราชสำนักเกียวโต แต่ทว่าแผนการกลับรั่วไหล รัฐบาลคามากูระจึงปลดพระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะออกจากราชสมบัติ เนรเทศพระจักรพรรดิไปประทับยังหมู่เกาะโอกิ และตั้งพระจักรพรรดิโคงงขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่แทน พระโอรสของพระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ คือ เจ้าชายโมรินางะ (ญี่ปุ่น: 護良親王 โรมาจิMorinaga-shinnō) และซามูไรคูซูโนกิ มาซาชิเงะ (ญี่ปุ่น: 楠木正成 โรมาจิKusunoki Masashige) ยังคงทำสงครามเพื่อล้มการปกครองของตระกูลโฮโจอันมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองคามากูระต่อไป เรียกว่า สงครามปีเก็งโก (ญี่ปุ่น: 元弘の乱 โรมาจิGenkō no ran) ซามูไรจำนวนมากซึ่งไม่พอใจการปกครองเผด็จการของตระกูลโฮโจจึงมาเข้ากับฝ่ายจักรพรรดิ

จนกระทั่งในค.ศ. 1333 องค์อดีตจักรพรรดิโกะ-ไดโงะเสด็จหลบหนีจากหมู่เกาะโอกิมาได้ รัฐบาลคามากูระจึงส่งทากาอูจิ ยกทัพจากภูมิภาคคันโตไปต่อสู้กับทัพฝ่ายพระจักรพรรดิ แต่ทว่าระหว่างที่เดินทัพนั้น ทากาอูจิได้รับพระราชสาสน์ลับจากอดีตพระจักรพรรดิ เชื้อเชิญให้เข้าร่วมกับฝ่ายของพระองค์เพื่อล้มรัฐบาลโชกุน ทากาอูจิแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายจักรพรรดิ นำทัพเข้ายึดเมืองเกียวโตและถวายให้แก่พระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ และปีเดียวกัน นิตตะ โยชิซาดะ (ญี่ปุ่น: 新田義貞 โรมาจิNitta Yoshisada) ยกทัพเข้ายึดเมืองคามากูระได้ โฮโจ ทากาโตกิ (ญี่ปุ่น: 北条高時 โรมาจิHōjō Takatoki) ผู้นำตระกูลโฮโจคนสุดท้าย ทำการเซ็ปปูกุเสียชีวิต เป็นอวสานแห่งตระกูลโฮโจและรัฐบาลโชกุนคามากูระ

เหตุผลที่ทากาอูจิแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายพระจักรพรรดินั้นไม่ปรากฏชัด ในวรรณกรรมเรื่องไทเฮกิกล่าวว่า ทากาอูจิมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตระกูลอาชิกางะ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากตระกูลมินาโมโตะ กลับต้องตกอยู่ใต้อำนาจของตระกูลโฮโจ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากตระกูลไทระ[1]

จักรพรรดิโกะ-ไดโงทรงจัดตั้งการปกครองขึ้นที่เมืองเกียวโต เป็นการปกครองโดยองค์จักรพรรดิโดยตรง เรียกว่า การฟื้นฟูเค็มมุ (Kemmu Restoration) ทำให้เหล่าซามูไรไม่พอใจที่อำนาจการปกครองญี่ปุ่นจะไปตกอยู่แก่ขุนนางและราชสำนักอีกครั้ง ทากาอูจิปรารถนาที่จะดำรงตำแหน่งเป็นเซอิไทโชงุง (ญี่ปุ่น: 征夷大将軍 โรมาจิSeii Taishōgun) แต่พระจักรพรรดิโกะ-ไดโงะกลับแต่งตั้งพระโอรสของพระองค์เอง คือเจ้าชายโมรินากะ เป็นเซอิไทโชงุง ในค.ศ. 1334 อาชิกางะ ทาดาโยชิ ผู้เป็นน้องชายของทากาอูจิ ได้เดินทางไปทางตะวันออกไปยังเมืองคามากูระและจัดตั้งการปกครองขึ้นที่นั่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าชนชั้นซามูไรยังคงต้องการรัฐบาลโชกุน ฝ่ายทากาอูจิจึงสร้างข้อกล่าวหาว่าเจ้าชายโชกุนโมรินางะทรงก่อการกบฏต่อพระบิดา จึงทำการจับองค์ชายโมรินางะไปกุมขังไว้ที่เมืองคามากูระ ในค.ศ. 1335 โฮโจ โทะกิยุกิ (ญี่ปุ่น: 北条時行 โรมาจิHōjō Tokiyuki) บุตรชายของโฮโจ ทากาโตกิ ก่อกบฏขึ้นที่เมืองคามากูระเพื่อคืนอำนาจให้แก่ตระกูลโฮโจ สามารถขับไล่ทาดาโยชิออกจากคามากูระ ทาดาโยชิทำการปลงพระชนม์เจ้าชายโมรินางะก่อนที่จะหลบหนีออกจากเมืองคามากูระ ทากาอูจิจึงยกทัพจากเมืองเกียวโตไปปราบกบฏที่เมืองคามากูระ และยึคามากูระคืนได้สำเร็จได้สำเร็จ

เมื่อปราบกบฎของตระกูลโฮโจได้แล้ว ทากาอูจิกลับปักหลักอยู่ที่เมืองคามากูระไม่กลับนครเกียวโต และสั่งสมกองกำลังของตน จักรพรรดิโกะ-ไดโงจึงทรงประกาศให้ทากาอูจิเป็นกบฎ และส่งนิตตะ โยชิซาดะ ยกทัพจากเกียวโตไปต่อกรทากาอูจิที่เมืองคามากูระแต่พบกับความพ่ายแพ้ ทากาอูจิจึงยกทัพกลับไปทางตะวันตกเพื่อเข้ายึดเมืองเกียวโตแต่พ่ายแพ้ต่อคูซูโนกิ มาซาชิเงะ และคิตาบาตาเกะ อากิอิเอะ (ญี่ปุ่น: 北畠顕家 โรมาจิKitabatake Akiie) ขุนพลซามูไรผู้ภักดีต่อฝ่ายราชสำนัก ทำให้ทากาอูจิไม่สามารถเข้ายึดเมืองเกียวโตได้ ทากาอูจิหลบหนีไปยังเกาะคีวชู แต่ไม่นานก็สามารถรวบรวมกำลังพลจากคีวชู ยกทัพเข้าบุกยึดเมืองเกียวโตในยุทธการที่แม่น้ำมินาโตะ (ญี่ปุ่น: 湊川の戦い โรมาจิMinatogawa-no-tatakai) ในค.ศ. 1336 คูซูโนกิ มาซาชิเงะ กระทำการเซ็ปปูกุเสียชีวิต ทัพของทากาอูจิเข้ายึดเมืองเกียวโต ตั้งจักรพรรดิโคเมียวขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของพระราชวงศ์ฝ่ายเหนือ จักรพรรดิโกะ-ไดโงพร้อมทั้งขุนพลซามูไรเช่น นิตตะ โยชิซาดะ และคิตาบาตาเกะ อากิอิเอะ หลบหนีไปทางใต้และตั้งราชสำนักขึ้นใหม่ที่เมืองโยชิโนะ (ญี่ปุ่น: 吉野 โรมาจิYoshino) เป็นพระราชวงศ์ฝ่ายใต้ สิ้นสุดการปกครองของจักรพรรดิในสมัยการฟื้นฟูเค็มมุ และเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยราชวงศ์เหนือใต้ (ญี่ปุ่น: 南北朝 โรมาจิNanboku-chō) อาชิกางะ ทากาอูจิ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเซอิไทโชกุนเมื่อค.ศ. 1338 เป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลโชกุนมูโรมาจิ

สงครามปีคันโน[แก้]

โชกุนอาชิกางะ ทากาอูจิ ปกครองญี่ปุ่นร่วมกับอาชิกางะ ทาดาโยชิ ผู้เป็นน้องชาย อยู่เป็นเวลาประมาณยี่สิบปี โดยโชกุนทากาอูจิดูแลเรื่องการทหารในขณะที่ทาดาโยชิดูแลเรื่องการปกครอง จนกระทั่งในค.ศ. 1350 เกิดความขัดแย้งระหว่างทาดาโยชิกับสองพี่น้องตระกูลโค ซึ่งเป็นขุนพลคนสนิทซึ่งโชกุนทากาอูจิให้ความไว้วางใจ ได้แก่ โค โนะ โมโรนาโอะ (ญี่ปุ่น: 高師直 โรมาจิKō no Moronao) และ โค โนะ โมโรยาซุ (ญี่ปุ่น: 高師泰 โรมาจิKō no Moroyasu) โชกุนทากาอูจิได้แต่งตั้งให้โมโรนาโอะเป็นชิตสึจิ (ญี่ปุ่น: 執事 โรมาจิShitsuji) หรือผู้แทนโชกุน สร้างความไม่พอใจแก่ทาดาโยชิ ซึ่งได้วางแผนลอบสังหารโมโรนาโอะแต่ไม่สำเร็จ โชกุนทากาอูจิทราบเรื่องจึงโกรธน้องชายของตนเองมาก ขับไล่ทาดาโยชิออกจากรัฐบาล โดยให้บุตรชายของตนคือ อาชิกางะ โยชิอากิระ (ญี่ปุ่น: 足利義詮 โรมาจิAshikaga Yoshiakira) เข้ามาดูและเรื่องการปกครองแทน ทาดาโยชิออกบวชเป็นพระภิกษุได้หนึ่งปีจนในค.ศ. 1351 จึงเข้าสวามิภักดิ์กับพระราชวงศ์ฝ่ายใต้ที่เมืองโยชิโนะ ซึ่งในขณะนั้นมีจักรพรรดิโกะ-มูรากามิทรงปกครองอยู่ เรียกว่า "สงครามปีคันโน" (ญี่ปุ่น: 観応の擾乱 โรมาจิKannō no shōran) ทาดาโยชิยกทัพของฝ่ายใต้เข้าบุกยึดเมืองเกียวโต สังหารสองพี่น้องตระกูลโคในที่รบ ทากาอูจิและทาดาโยชิสองพี่น้องจึงเจรจาสงบศึกกัน โดยทาดาโยชิแปรพักตร์กลับมาเข้ากับฝ่ายรัฐบาลโชกุน โดยที่ทาดาโยชิเดินทางไปจัดตั้งการปกครองของตนเองขึ้นที่เมืองคามากูระในค.ศ. 1351 ทาดาโยชิเสียชีวิตอย่างกระทันหัน โดยถูกทากาอูจิพี่ชายวางยาพิษสังหารในปีค.ศ. 1352 

ทากาอูจิ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1358 หลังจากดำรงตำแหน่งนานถึง 20 ปีโดย อาชิกางะ โยชิอากิระ บุตรชายได้ดำรงตำแหน่งโชกุนสืบต่อ

ครอบครัว[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. John W. Hall, et al. The Cambridge History of Japan, Volume 3 Medieval Japan. Cambridge University Press, 2008.
ก่อนหน้า อาชิกางะ ทากาอูจิ ถัดไป
สถาปนาตำแหน่ง 2leftarrow.png Ashikaga mon.svg
โชกุนแห่งมูโรมาจิบากูฟุ
(ค.ศ. 1338 - ค.ศ. 1358)
2rightarrow.png อาชิกางะ โยชิอากิระ