อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค
| อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค | |
|---|---|
| มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี | |
พระฉายาลักษณ์โดย Oliver Mark, ค.ศ. 2006 | |
| พระประมุขแห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค-ลอแรน | |
| ครองราชย์ | 1 เมษายน 1922 – 1 มกราคม 2007 |
| ก่อนหน้า | จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 และ 4 |
| ถัดไป | คาร์ล ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค |
| พระราชสมภพ | 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1912 ปราสาท Wartholz ไรเชอเนาอันแดร์รักซ์ ออสเตรีย-ฮังการี |
| สวรรคต | 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 (98 ปี) เพอกิง รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี |
| ฝังพระศพ | 16 กรกฎาคม ค.ศ. 2011
|
| คู่อภิเษก | เจ้าหญิงเรกีนาแห่งซัคเซิน-ไมนิงเงิน (สมรส 1951; เสียชีวิต 2010) |
| พระราชบุตร | 7 พระองค์ รวมถึงกาบรีเอลา, วัลบูร์กา, คาร์ล และเกออร์ค |
| ราชวงศ์ | ฮาพส์บวร์ค-ลอแรน |
| พระราชบิดา | จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งออสเตรีย |
| พระราชมารดา | เจ้าหญิงซีตาแห่งบูร์บง-ปาร์มา |
| ลายพระอภิไธย | |
| สมาชิกรัฐสภายุโรป | |
| ดำรงตำแหน่ง 17 กรกฎาคม 1979 – 20 กรกฎาคม 1999 | |
| เขตเลือกตั้ง | เยอรมนี |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| สัญชาติ |
|
| พรรคการเมือง | Christian Social Union |
อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค (เยอรมัน: Otto von Habsburg;[a][1][2] 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1912 – 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2011)[3][4] ทรงเป็นประมุขแห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์คแห่งออสเตรีย ฮังการี เช็กเกีย โครเอเชีย สโลวีเนีย สโลวาเกีย และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นโอรสองค์ใหญ่ในจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งออสเตรีย-ฮังการี กับจักรพรรดินีซีตา พระองค์ทรงเป็นอดีตสมาชิกรัฐสภายุโรป สมาคมคริสเตียนแห่งบาวาเรีย
พระราชประวัติ
[แก้]ขณะทรงพระเยาว์
[แก้]
อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค เป็นพระโอรสองค์ใหญ่ในจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 และจักรพรรดินีซีตา (นามเดิม: เจ้าหญิงซีตาแห่งบูร์บง-ปาร์มา) พระราชสมภพเมื่อ 20 พฤศจิกายน 1912 ณ วิลล่าวอร์ทอลล์ซ ในไรเชอเนา จักรวรรดิออสเตรีย พระองค์ทรงเข้าพิธีจุ่มศีลเมื่อ 25 พฤศจิกายน โดยพระคาร์ดินัลอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา บิดาทูนหัวคือพระอัยกาของพระองค์ จักรพรรดิฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 1 แห่งออสเตรีย (แทนพระองค์ อาร์ชดยุกฟรันทซ์ แฟร์ดีนันด์แห่งออสเตรีย-เอสต์) ส่วนมารดาทูนหัวคือ พระอัยกีของพระองค์ เจ้าหญิงมาเรีย แอนโตเนียแห่งโปรตุเกส
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1916 พระอัยกาของพระองค์เสด็จสวรรคต ทำให้พระบิดาของพระองค์ทรงเถลิงวัลย์ราชสมบัติเป็นจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 ทำให้พระองค์ทรงเป็นมกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี แต่เมื่อปี 1918 ซึ่งเป็นจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 1 ราชวงศ์ถูกล้มล้าง ทำให้เกิดสาธารณรัฐออสเตรีย และสาธารณรัฐฮังการีขึ้น ทำให้ราชวงศ์จำต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน แต่เมื่อประเทศฮังการีได้สถาปนาเป็นราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีราชวงศ์มาเป็นองค์พระประมุข ทำให้มิกโลช โฮร์ตี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนถึงปี 1944 ทำให้ฮังการีเป็นราชอาณาจักรโดยปราศจากพระมหากษัตริย์
ช่วงเวลาการลี้ภัย
[แก้]ราชวงศ์ได้ใช้เวลาของการลี้ภัยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเกาะมาไดร่าของประเทศโปรตุเกสซึ่งเกาะนี้เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 พระบิดาเสด็จสรรคตกระทันหันเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1922 ทำให้พระองค์ทรงต้องสืบสันตติวงศ์ต่อจากพระราชบิดา ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุแค่ 10 พรรษาเท่านั้น ในขณะนั้นทางรัฐบาลออสเตรียได้ประกาศขับไล่ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คและทำการยึดทรัพย์สินของราชวงศ์มาเป็นสมบัติของชาติ โดยเรียกเหตุการณ์นั้นว่า ฮับส์บูร์เกอร์เกเซตซ์ (Habsburgergesetz) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 1919
พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกลอยเวน ประเทศเบลเยี่ยม โดยพระองค์ทรงศึกษาภาควิชาสังคมศาสตร์ และ รัฐศาสตร์
ช่วงเวลาการต่อต้านนาซี
[แก้]ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค ทรงใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หลังจากทรงลี้ภัยจากประเทศเบลเยี่ยมและประเทศฝรั่งเศสกับพระราชมารดา และพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆ โดยที่พระญาติของพระองค์ เจ้าชายแมกซ์ ดยุกแห่งโฮเฮนเบอร์ก และเจ้าชายเออเนสต์แห่งโฮเฮนเบอร์กทรงถูกจับกุมในกรุงเวียนนา โดยคณะรัฐประหารและถูกนำไปที่ศูนย์บัญชาการจนถึงสงครามสิ้นสุดลง ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆก็เสด็จลี้ภัย หวังจะพึ่งพาประเทศพันธมิตรเช่น เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส แต่เมื่อฝรั่งเศสถูกคุกคาม ราชวงศ์ก็เป็นอันต้องลี้ภัยไปยังประเทศโปรตุเกส โดยมีอริสติเดส เด ซลซา เมนเดส หนึ่งในคณะทูตของโปรตุเกสประจำเมืองบอร์ดูกซ์ ให้การช่วยเหลือ ในความเป็นผู้รักชาติอย่างแรงกล้าของพระองค์ พระองค์ทรงต่อต้านและขับไล่ทหารนาซีอย่างรุนแรงเมือ่ปีพ.ศ. 2481 หลังจากสงคราม พระองค์ทรงใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศสและประเทศสเปน
แนวโน้มการหวนคืนครองบัลลังก์
[แก้]เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2017 มีบุคคลบางกลุ่มได้จัดให้มีการชุมนุมเรียกร้องการฟื้นฟูสถาปนา พระราชวงศ์ออสเตรีย-ฮังการี ขึ้น ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อเวลา 9 นาฬิกา ต่อมาเวลา 18 นาฬิกาที่กรุงเวียนนา ก็มีการชุมนุมเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาปนาพระราชวงศ์ให้กลับมาครองบัลลังก์ และยังเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในออสเตรีย และฮังการีอีกด้วย การชุมนุมนี้มีขึ้น ณ ใจกลางกรุงเวียนนา โดยมีหัวข้อชุมนุมเรียกร้องเป็นภาษาเยอรมันว่า 89 Jahre Republik Sind Genug! แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า 89 Years are enough for the Republic: 89 ปี...มากพอแล้วสำหรับการเป็นสาธารณรัฐ การชุมนุมของบุคคลบางกลุ่มในทั้ง 2 ประเทศนี้ ทำให้มีการประชุมอย่างเร่งด่วนในรัฐสภาทั้งในออสเตรียและฮังการี และประธานาธิบดีของทั้ง 2 ประเทศต่างได้หารือกันอีกด้วย อย่างไรก็ดี ไม่ปรากฏว่าการชุมนุมดังกล่าวส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมที่เป็นรูปธรรมใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากเวลาผ่านไปกว่า 3 ปีเศษภายหลังการชุมนุมดังกล่าว ทั้งสาธารณรัฐออสเตรียและฮังการีต่างยังคงยึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและสาธารณรัฐไว้ได้อย่างมั่นคง และไม่มีทีท่าว่าประเทศทั้งสองซึ่งต่างก็เป็นรัฐอธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้ว จะหวนกลับมารวมกันเป็นประเทศเดียวกันอีกได้แต่ประการใด แม้จนกระทั่งเมื่ออ็อทโท ฟ็อน ฮับสบูร์ก เสด็จสวรรคตไปแล้วในปี 2011 ก็ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า ทั้งออสเตรียและฮังการีจะสามารถหวนกลับไปสู่การปกครองระบอบราชาธิปไตยได้อีกเลย
การอภิเษกสมรส
[แก้]อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์คทรงสมรสกับ เจ้าหญิงเรกีนาแห่งซัคเซิน-ไมนิงเงิน ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดารวม 7 พระองค์ และยังมีพระราชนัดดารวมทั้งหมด 23 พระองค์
- อาร์ชดัชเชส อันเดรอา (ประสูติปี 1953) ทรงสมรสกับเคานต์คาร์ล ยูเจน แห่งไนปเปร์ก มีพระโอรส 3 พระองค์ พระธิดา 2 พระองค์
- อาร์ชดัชเชส โมนีคา (ประสูติปี 1954) ทรงสมรสกับ หลุยส์ เดอ คาซาโนวา คานดานาส์ ยี บารอน, ดยุกแห่งซานตาแองเจโล, มาเควสแห่งเอลเค้, เค้านท์แห่งโลโดซ่า, และแกรนด์ดีแห่งสเปน ซึ่งทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าหญิงหลุยส์ซ่า เทเรซาแห่งสเปน มีพระโอรส 4 พระองค์
- อาร์ชดัชเชส มีชาเอลา (ประสูติปี 1954) เป็นพระขนิษฐาฝาแฝดกับอาร์ชดัชเชสโมนิก้า ทรงสมรสครั้งแรกกับ เอริค เตรัน เดอ แอนติน มีพระโอรส 2 พระองค์ และพระธิดา 1 พระองค์ ภายหลังทรงหย่าและสมรสใหม่กับเค้านท์ฮัมเบอร์สแห่งคาเกเน็ค
- อาร์ชดัชเชส กาบรีลา (ประสูติปี 1956) ทรงสมรสกับคริสเตียน เมสเตอร์ ภายหลังทรงหย่าเมื่อพ.ศ. 2540 มีพระโอรส 1 พระองค์ และพระธิดา 2 พระองค์
- อาร์ชดัชเชส วัลบูร์กา (ประสูติปี 1958) ทรงสมรสกับเคานต์อาร์ชิบาล์ด ดักลาส มีพระโอรส 1 พระองค์
- อาร์ชดยุกคาร์ลแห่งออสเตรีย (ประสูติปี 1961) ทรงสมรสกับ บารอเนส ฟรานเชสกา ทิสเซน-บอร์เนอมิสซา มีพระธิดา 2 พระองค์ และพระโอรส 1 พระองค์
- อาร์ชดยุก จอร์จ (ประสูติปี 1964) ทรงสมรสกับ ดัชเชสอีไลก้า เฮเลน จูทต้า เซเลเมนตีน แห่งโอลเดนเบอร์ก มีพระธิดา 2 พระองค์ และ พระโอรส 1 พระองค์
สวรรคต
[แก้]ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงเรกีนาแห่งซัคเซิน-ไมนิงเงิน พระวรชายาในปี 2010 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระองค์ก็ทรงหยุดการปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะ ซึ่งพระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระชนมายุ 98 พรรษา ในวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2011 ณ บ้านพักส่วนพระองค์ในพ็อกกิง เยอรมนี ทั้งนี้โฆษกส่วนพระองค์ยังกล่าวด้วยว่าพระองค์สวรรคต "อย่างสงบและไร้ซึ่งความเจ็บปวดขณะบรรทม" โดยพระองค์มีพระชนมายุยืนยาวกว่าพระอนุชาเฟลิกซ์, พระโอรสธิดาอีก 7 พระองค์, พระนัดดาอีก 22 พระองค์ และพระปนัดดาอีก 2 พระองค์[5]
ท่ามกลางคำไว้อาลัยจากทั่วทั้งยุโรป ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย, ไฮน์ซ ฟิสเชอร์ ได้ขนานนามพระองค์ว่าเป็น "ประชาชนผู้ภักดีแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย" ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วพระราชวงศ์ฮาพส์บวร์คทุกพระองค์ถูกห้ามเข้าประเทศ จนกระทั่งพระองค์ทรงแถลงสละตำแหน่งผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการี พระราชวงศ์ทุกพระองค์จึงสามารถเสด็จเข้าออกประเทศอีกครั้ง ทั้งนี้นายฟิสเชอร์ยังได้กล่าวอีกด้วยว่าความสัมพันธ์ของพระองค์กับรัฐบาลสาธารณรัฐนิยม "ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นในช่วงทศวรรษหลังที่ผ่านมา"[5]
ราชตระกูล
[แก้]| อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค | พระชนก: จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งออสเตรีย |
พระอัยกาฝ่ายพระชนก: อาร์ชดยุกอ็อทโท ฟรันทซ์ แห่งออสเตรีย |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: อาร์ชดยุกคาร์ล ลูทวิช แห่งออสเตรีย |
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: เจ้าหญิงมาเรีย แอนนันซิเอตา แห่งสองซิชิลีส์ | |||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก: เจ้าหญิงมาเรีย โยเซฟา แห่งซัคเซิน |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: พระเจ้าเกออร์คแห่งซัคเซิน | ||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: เจ้าหญิงมาเรีย แอนนา แห่งโปรตุเกส | |||
| พระชนนี: จักรพรรดินีซีตาแห่งออสเตรีย |
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี: ดยุกโรแบร์ทที่ 1 แห่งปาร์มา |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: ดยุกชาร์ลส์ที่ 3 แห่งปาร์มา | |
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: เจ้าหญิงหลุยส์ มารี เทเรสแห่งฝรั่งเศส | |||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี: เจ้าหญิงมาเรีย แอนโตเนียแห่งโปรตุเกส |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: พระเจ้ามิเกลที่ 1 แห่งโปรตุเกส | ||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: เจ้าหญิงอาเดลเลดแห่งโลเวนสไตน์-เวอร์เธ็ม-โรเซนเบิร์ก |
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ พระนามเต็ม: ฟรันทซ์ โยเซ็ฟ อ็อทโท โรแบร์ท มารีอา อันโทน คาร์ล มัคส์ ไฮน์ริช ซิคส์ทุส ซาเวอร์ เฟลิคส์ เรนาทุส ลูทวิช กาเอทาน พีอุส อิกนาทซีอุส; เยอรมัน: Franz Joseph Otto Robert Maria Anton Karl Max Heinrich Sixtus Xaver Felix Renatus Ludwig Gaetan Pius Ignatius, ฮังการี: Ferenc József Ottó Róbert Mária Antal Károly Max Heinrich Sixtus Xaver Felix Renatus Lajos Gaetan Pius Ignác
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Dan van der Vat (4 July 2011). "Otto von Habsburg obituary". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ 6 July 2011.
- ↑ Otto was born as His Imperial and Royal Highness Archduke Otto of Austria, Royal Prince of Hungary and Bohemia and became the Crown Prince of these countries in 1916. After 1919, titles of nobility were formally abolished in Austria, thus in official use the "von" disappeared before Habsburg. The same applied after Habsburg became a German citizen (see Printausgabe der deutschen Wochenzeitung die Zeit of 21 July 2011, p. 36). By courtesy, he would also be referred to by the European royal and princely courts by his former style and title, i.e. as His Imperial and Royal Highness Archduke Otto of Austria. In the Austrian republic the authorities referred to him from 1919 as Otto Habsburg-Lothringen, a name he never used himself. Otto did not live in Austria after 1919, and his citizenship there was revoked by Adolf Hitler in 1941, making him stateless. His Austrian citizenship was only restored in 1965. Otto later became a citizen of Germany (in 1978) and Croatia (in 1990) and was issued passports of these countries, where his official name was Otto von Habsburg. As a Member of the European Parliament for Germany, his official name in the European Union was Otto von Habsburg. On his website, he used the style and name His Imperial and Royal Highness Dr. Otto von Habsburg.
- ↑ Nicholas Kulish (4 July 2011). "Otto von Hapsburg, a Would-Be Monarch, Dies at 98". The New York Times.
- ↑ "Habsburg: Last heir to Austro-Hungarian empire dies". BBC News. 4 July 2011. สืบค้นเมื่อ 5 July 2011.
- 1 2 Staff writers (4 July 2011). "Death of former 'kaiser in exile' and last heir to Austro-Hungarian throne". The Irish Times. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-09. สืบค้นเมื่อ 2011-07-05.
บรรณานุกรม
[แก้]- Brook-Shepherd, Gordon (2007). Uncrowned Emperor: The Life and Times of Otto von Habsburg. A&C Black. ISBN 978-1852855499.
- Flavia Foradini, Otto d'Asburgo. L'ultimo atto di una dinastia, mgs press, Trieste, 2004. ISBN 8889219041Hatos, P. (2018). Az elátkozott köztársaság: az 1918-as összeomlás és az őszirózsás forradalom története.
- Hatos, P. (2018). Az elátkozott köztársaság: az 1918-as összeomlás és az őszirózsás forradalom története.
- Stefan Haderer, Otto von Habsburg (1912–2011): The Life of an Uncrowned Emperor, Royalty Digest Quarterly, Vol. 3/2011, Rosvall Royal Books, Falköping 2011
- Stefan Haderer, An Imperial Farewell: Funeral Ceremonies of Otto von Habsburg, Royalty Digest Quarterly, Vol. 4/2011, Rosvall Royal Books, Falköping 2011
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Otto von Habsburg Obituary – The Independent (London, UK), 2011, by Martin Childs
- Video interview of Otto von Habsbourg (French); เก็บถาวร 17 กรกฎาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. European Navigator
- ข้อมูลการออกสื่อ บน ซี-สแปน (Otto Von Habsburg)
- ข้อมูลการออกสื่อ บน ซี-สแปน (Otto Habsburg)
- Archduke Otto von Habsburg, Crown Prince of Hungary, SAST REPORT
- The Mises I Knew ที่ยูทูบ – Audio of Otto von Habsburg's English-language talk at Ludwig von Mises Institute's "Manifesto of Liberty" Summit, February 1999.
- Uncrowned Emperor: The Life and Times of Otto von Habsburg by Gordon Brook-Shepherd
- "Archduke Otto Von Habsburg and American Hungarian Emigres During and After World War II", by Steven Bela Vardy (Winter 2002), East European Quarterly, Vol. 36, No. 4. pp. 441–464.
- Archduchess Regina von Habsburg – The Daily Telegraph obituary
- Obituary of Archduke Otto von Habsburg, The Daily Telegraph, 4 July 2011
- Official website covering the death and funeral of Otto von Habsburg
- Otto von Habsburg (The Economist)
- กฤตภาคจากหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับ อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค ในหอจดหมายเหตุข่าวสารคริสต์ศตวรรษที่ 20 ของ ZBW
| ก่อนหน้า | อ็อทโท ฟ็อน ฮาพส์บวร์ค | ถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 | จักรพรรดิแห่งออสเตรีย – ตำแหน่งในนาม – (1 เมษายน ค.ศ. 1922 - 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2011) |
คาร์ล ฮาพส์บวร์ค-โลทริงเงิน ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ | ||
| จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 | กษัตริย์แห่งฮังการีและโบฮีเมีย – ตำแหน่งในนาม – (1 เมษายน ค.ศ. 1922 - 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2011) |
คาร์ล ฮาพส์บวร์ค-โลทริงเงิน ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ |
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2455
- บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2554
- ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์
- ราชวงศ์ออสเตรีย
- ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค
- ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค-ลอแรน
- จักรพรรดิออสเตรีย
- พระมหากษัตริย์ฮังการี
- พระมหากษัตริย์โบฮีเมีย
- มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี
- ราชกุมารแห่งฮังการี
- รัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงที่ไม่เคยสืบราชสันตติวงศ์
- พระราชบุตรในจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 แห่งออสเตรีย
- บุคคลในสงครามโลกครั้งที่สอง
- พระราชโอรสในสมเด็จพระจักรพรรดิ
- พระราชโอรสในพระมหากษัตริย์