หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนที่ 1 แห่งพม่า
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนแห่งพม่า | |
|---|---|
ภาพวาด โดย อัลลัน วอร์เรน, ค.ศ. 1976 | |
| ผู้บัญชาการทหารสูงสุด | |
| ดำรงตำแหน่ง 13 กรกฎาคม 1959 – 15 กรกฎาคม 1965 | |
| นายกรัฐมนตรี | |
| ก่อนหน้า | วิลเลียม ดิกสัน |
| ถัดไป | ริชาร์ด ฮูลล์ |
| สมุหราชนาวี | |
| ดำรงตำแหน่ง 18 เมษายน 1955 – 19 ตุลาคม 1959 | |
| นายกรัฐมนตรี | |
| ก่อนหน้า | โรเดอริก แม็กกริจอร์ |
| ถัดไป | ชาลล์ แลมบี |
| ผู้สำเร็จราชการแห่งอินเดีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 15 สิงหาคม 1947 – 21 มิถุนายน 1948 | |
| กษัตริย์ | สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 |
| นายกรัฐมนตรี | ชวาหระลาล เนห์รู |
| ก่อนหน้า | ตัวเขาเอง (ในฐานะอุปราช) |
| ถัดไป | ซี. ราชโคปาลาชารี |
| อุปราชสำเร็จราชการอินเดีย | |
| ดำรงตำแหน่ง 12 กุมภาพันธ์ 1947 – 15 สิงหาคม 1947 | |
| กษัตริย์ | สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 |
| ก่อนหน้า | ไวเคานต์เวเวลล์ |
| ถัดไป |
|
| สมาชิกสภาขุนนาง | |
| ขุนนางตลอดชีพ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1946 – 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979 | |
| ก่อนหน้า | สถาปนาตำแหน่งขุนนาง |
| ถัดไป | เคาน์เตสเมานต์แบ็ตเทนที่ 2 แห่งพม่า |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | เจ้าชายลูอีแห่งบัทเทินแบร์ค 25 มิถุนายน ค.ศ. 1900 ตำหนักฟอร์กมอร์, วินด์เซอร์, บาร์กเชอร์, ประเทศอังกฤษ, สหราชอาณาจักร |
| เสียชีวิต | 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979 (79 ปี) มุลลากมอร์, มณฑลซีลิโก, ประเทศไอร์แลนด์ |
| ลักษณะการเสียชีวิต | ถูกลอบสังหาร |
| ที่ไว้ศพ | รอมซีย์แอบบีย์ |
| ศาสนา | แองกลิคัน |
| คู่สมรส | เอ็ดวินา แอชลีย์ (สมรส 1922; เสียชีวิต 1960) |
| บุตร | |
| บุพการี | |
| ศิษย์เก่า | วิทยาลัยคริสต์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ |
| วิชาชีพ | ทหารเรือ |
| ลายมือชื่อ | |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | |
| ประจำการ | ค.ศ. 1913–1965 |
| ยศ | จอมพลเรือ |
| หน่วย | ดูรายชื่อ
|
| บังคับบัญชา | ดูรายชื่อ
|
| ผ่านศึก | |
| รางวัล | ดูรายชื่อ |
จอมพลเรือ หลุยส์ ฟรานซิส อัลเบิร์ต วิคเตอร์ นิโคลัส เมานต์แบ็ตเทน เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนที่ 1 แห่งพม่า (อังกฤษ: Louis Francis Albert Victor Nicholas Mountbatten, Earl Mountbatten of Burma) (นามเดิม เจ้าชายลูอีแห่งบัทเทินแบร์ค; 25 มิถุนายน ค.ศ. 1900 – 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ลอร์ด เมานต์แบ็ตเทน เป็นสมาชิกราชวงศ์สหราชอาณาจักร ทหารเรือแห่งราชนาวี และรัฐบุรุษ พระมาตุลาในเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ และพระอนุวงศ์ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรแห่งกองบัญชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอุปราชแห่งอินเดียคนสุดท้ายแห่งบริติชอินเดียและข้าหลวงต่างพระองค์คนแรกแห่งประเทศอินเดียในเครือจักรภพ
เจ้าชายลูอีประสูติที่เมืองวินด์เซอร์ในราชสกุลบัทเทินแบร์ค และได้เข้าศึกษาที่ Royal Naval College, Osborne ก่อนที่จะเข้าสู่ราชนาวีในปี 1916 และได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังสงครามได้เข้าเรียนที่ Christ's College, เคมบริดจ์ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เมานต์แบ็ตเทนยังคงรับราชการทหารเรือ โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการสื่อสารทหารเรือ
ภายหลังการลุกลามของสงครามโลกครั้งที่สอง เมานต์แบ็ตเทนได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือพิฆาต เรือหลวงเคลี่ และผู้บัญชาการกองเรือพิฆาตที่ 5 และมีบทบาทสำคัญในนอร์เวย์ ช่องแคบอังกฤษ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นในเดือนสิงหาคม 1941 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือหลวงอิลัสเทรียส และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการฝ่ายเสนาธิการ (Chiefs of Staff Committee) ในต้นปี 1942 และบัญชาการการตีโฉบฉวยที่แซ็ง-นาแซร์และเดียป ในเดือนสิงหาคม 1943 เมานต์แบ็ตเทนดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรแห่งกองบัญชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดูแลการปกครองพม่าและสิงคโปร์หลังการยึดคืนจากญี่ปุ่นในช่วงปลายปี ค.ศ. 1945 จากการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสงคราม เมานต์แบ็ตเทนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นไวเคานต์ใน 1946 และเอิร์ลในปีถัดมา
ในเดือนมีนาคม 1947 เมานต์แบ็ตเทนได้รับการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นอุปราชแห่งอินเดียและดูแลการแบ่งแยกบริติชอินเดียออกมาเป็นประเทศอินเดียและประเทศปากีสถาน จากนั้นทำหน้าที่เป็นข้าหลวงต่างพระองค์คนแรกแห่งอินเดียจนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1948 ในปี ค.ศ. 1952 เมานต์แบ็ตเทนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองเรือเมดิเตอร์เรเนียนของสหราชอาณาจักร และผู้บัญชาการเนโทแห่งกองกำลังพันธมิตรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่ปี 1955 ถึง 1959 พระองค์ทรงเป็นสมุหราชนาวี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ มาร์ควิสที่ 1 แห่งมิลฟอร์ด ฮาเวน บิดาของท่าน เคยดำรงตำแหน่งเมื่อสี่สิบปีก่อน หลังจากนั้นได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมจนถึงปี 1965 ทำให้เมานต์แบ็ตเทนเป็นผู้นำระดับสูงในกองทัพสหราชอาณาจักรที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดจนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลานั้น เมานต์แบ็ตเทนยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานแห่งคณะกรรมมาธิการทหารของเนโทเป็นเวลาหนึ่งปี
ในเดือนสิงหาคม 1979 เมานต์แบ็ตเทนถูกลอบสังหารโดยการวางระเบิดบนเรือตกปลา ณ มุลลากมอร์ เทศมณฑลสไลโก ประเทศไอร์แลนด์ โดยสมาชิกของกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชั่วคราว(IRA) โดยได้รับการจัดพิธีพระศพที่ Westminster Abbey และฝังที่ Romsey Abbey ในแฮมป์เชอร์
พระประวัติ
[แก้]
หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทนเป็นบุตรชายของเจ้าชายลูทวิชแห่งบัทเทินแบร์ค ซึ่งเป็นเจ้าชายเยอรมันที่เข้ามารับราชการในอังกฤษและได้เสกสมรสกับเจ้าหญิงวิคโทรีอาแห่งเฮ็สเซินและริมไรน์ พระเจ้าหลานเธอ พระราชธิดาของเจ้าหญิงอลิซในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ในปี 1917 พระเจ้าจอร์จที่ห้าได้ถอดฐานันดรเยอรมัน ทำให้ทรงเป็นที่รู้จักกันในนาม ลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด เขารับแต่งตั้งเป็นขุนนางแห่งสหราชอาณาจักร
เสียชีวิต
[แก้]เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนถูกลอบฆ่าโดยกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนในไอร์แลนด์เหนือ ในคืนวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979 โดยนายธอมัส แม็กแมฮอน สมาชิกกลุ่มกบฎได้แอบปีนเข้าไปบนเรือของเอิร์ลเมานต์แบ็ตเทน ซึ่งบนเรือขณะนั้นมีสมาชิกโดยสารอยู่คือเอิร์ลเมานต์แบ็ตเทน, ท่านหญิงบราบันด์ ธิดาคนโต, ลอร์ดบราบันด์ สามีของนาง และบุตรของทั้งสองอีกสองคนชื่อนิโคลัสกับพอล คนร้ายได้ทำการวางระเบิดควบคุมโดยวิทยุน้ำหนักราว 20 กิโลกรัม และเกิดการระเบิดขึ้น เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนร่วงลงไปในน้ำและถูกช่วยไว้ได้โดยชาวประมงใกล้เคียงในลักษณะขาขวาเกือบขาดแต่ก็เสียชีวิตด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว ลอร์ดและเลดีบราบอร์นได้รับบาดเจ็บสาหัส[1] ในขณะที่นิโคลัส บุตรชายของลอร์ดและเลดีบราบอร์นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนบารอเนสม่ายแห่งบราบอร์นถึงแก่อนิจกรรมในวันรุ่งขึ้นจากพิษบาดแผล[2]
ฐานันดร
[แก้]
| |
| อาร์มประจำตำแหน่ง |
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]จอมพลเรือ หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ ดังนี้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์สหราชอาณาจักร
[แก้]- ค.ศ. 1946 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ ชั้นสูงสุด อัศวินการ์เทอร์ (KG)[3] - ค.ศ. 1955 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์บาธ ชั้นที่ 1 อัศวิน (GCB)[4] - ค.ศ. 1965 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์กิตติคุณ ชั้นที่ 1 สมาชิก (OM) (ฝ่ายทหาร)[5] - ค.ศ. 1937 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์รอยัลวิกตอเรียน ชั้นที่ 1 อัศวินสูงสุด (GCVO)[6] - ค.ศ. 1941 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์การบริการดีเด่น ชั้นสูงสุด (DSO)[7] - ค.ศ. 1940 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญจอห์น ชั้นที่ 1 อัศวินความยุติธรรม (KStJ)[8] - ค.ศ. 1918 –
เหรียญสงครามบริติช - ค.ศ. 1918 –
เหรียญชัย - ค.ศ. 1945 –
เหรียญดารา ค.ศ. 1939–1945 - ค.ศ. 1945 –
เหรียญดาราแอตแลนติก - ค.ศ. 1945 –
เหรียญดาราแอฟริกา - ค.ศ. 1945 –
เหรียญดาราพม่า - ค.ศ. 1945 –
เหรียญดาราอิตาลี - ค.ศ. 1945 –
เหรียญการป้องกัน - ค.ศ. 1945 –
เหรียญสงคราม ค.ศ. 1939–1945 - ค.ศ. ไม่ปรากฏ –
เหรียญการบริการทั่วไปทหารเรือ - ค.ศ. 1911 –
เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 - ค.ศ. 1935 –
เหรียญรัชดาภิเษกเงิน สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 - ค.ศ. 1937 –
เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 - ค.ศ. 1952 –
เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 - ค.ศ. 1977 –
เหรียญรัชดาภิเษกเงิน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
[แก้]
สเปน :
- ค.ศ. 1922 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อิซเบลลาชาวคาทอลิก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ (GYC)[9]
- ค.ศ. 1922 –
อียิปต์ :
- ค.ศ. 1922 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์แม่น้ำไนล์ ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์[9]
- ค.ศ. 1922 –
โรมาเนีย :
กรีซ :
สหรัฐ :
- ค.ศ. 1943 –
ลีเจียนออฟเมอริต ชั้นหัวหน้าผู้บัญชาการ[12] - ค.ศ. 1945 –
เหรียญการบริการที่โดดเด่น[13] - ค.ศ. 1945 –
เหรียญรณรงค์เอเชีย-แปซิฟิก
- ค.ศ. 1943 –
สาธารณรัฐจีน :
- ค.ศ. 1945 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เมฆและธวัช ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[14]
- ค.ศ. 1945 –
ไทย :
- ค.ศ. 1946 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[15][16]
- ค.ศ. 1946 –
เนปาล :
- ค.ศ. 1946 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาราแห่งเนปาล ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[17]
- ค.ศ. 1975 –
เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระราชาธิบดีพิเรนทระ
- ค.ศ. 1946 –
ฝรั่งเศส :
- ค.ศ. 1946 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ ชั้นที่ 1 กร็อง-ครัว[18] - ค.ศ. 1946 –
เครื่องอิสริยาภรณ์กางเขนสงคราม ค.ศ. 1939–1945[18]
- ค.ศ. 1946 –
อินเดีย :
อินเดีย :
เนเธอร์แลนด์ :
- ค.ศ. 1948 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์สิงโตเนเธอร์แลนด์ ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[20]
- ค.ศ. 1948 –
โปรตุเกส :
- ค.ศ. 1951 —
เครื่องอิสริยาภรณ์ทหารแห่งอาวิซ ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ (GCA)[9]
- ค.ศ. 1951 —
สวีเดน :
- ค.ศ. 1952 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์เซราฟีม ชั้นสูงสุด (ฝ่ายทหาร) (RSerafO)
- ค.ศ. 1952 –
พม่า :
- ค.ศ. 1956 –
เครื่องอิสริยาภรณ์สิริสุธรรมะ ชั้นที่ 1 อรรคมหาสิริสุธรรมะ (ฝ่ายทหาร)[12]
- ค.ศ. 1956 –
เดนมาร์ก :
- ค.ศ. 1962 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์แดนเนอโบร ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์[9]
- ค.ศ. 1962 –
เอธิโอเปีย :
- ค.ศ. 1965 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราโซโลมอน ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ (S.K)[9]
- ค.ศ. 1965 –
มัลดีฟส์ :
ราชตระกูล
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Tim Knatchbull: The IRA Killed My Grandfather, but I'm Glad the Queen Met Their Man". The Telegraph. London. 1 July 2012. สืบค้นเมื่อ 20 September 2012.
- ↑ Patton, Allyson (March 2005). "Broadlands: Lord Mountbatten's Country Home". British Heritage. 26 (1): 14–17.
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันอังคารที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1946 ฉบับพิเศษ 37807 หน้า 5945, สืบค้นเทมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1955 ฉบับพิเศษ 40497 หน้า 3258, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1965 ฉบับที่ 43713 หน้า 6729, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1937 ฉบับพิเศษ 34365 หน้า 693, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1940 ฉบับพิเศษ 35029 หน้า 25, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1940 ฉบับที่ 34878 หน้า 3777, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1940
- 1 2 3 4 5 6 7 เดเบร็ต ขุนนางและบารอเนต. คิงส์ตันอัพพอนเทมส์, เซอร์รีย์: เคลลีดิเร็กทอรีส์. 1976. p. 882 – โดยทาง กูเกิลบุ๊ค.
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1942 ฉบับพิเศษ 35538 หน้า 1850, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 ฉบับพิเศษ 37777 หน้า 5418, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- 1 2 Ziegler (1989), pp. 18, 254.
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ฉบับพิเศษ 37299 หน้า 4954, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1945 ฉบับพิเศษ 37023 หน้า 1895, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ Ziegler (1988), p. 288
- ↑ Ziegler (1988), p. 332
- 1 2 Ziegler (1988), p. 341
- 1 2 ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1947 ฉบับที่ 37916 หน้า 1399, สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2025
- ↑ ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1948 ฉบับที่ 38176 หน้า 274, สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2025
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Louis Mountbatten, 1st Earl Mountbatten of Burma
- หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนที่ 1 แห่งพม่า
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2443
- บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2522
- เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนแห่งพม่า
- พม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง
- นักการทหารชาวอังกฤษ
- จอมพลเรือชาวสหราชอาณาจักร
- พลเรือเอกชาวสหราชอาณาจักร
- พลเรือเอกในสงครามโลกครั้งที่สอง
- ทหารเรือชาวสหราชอาณาจักร
- ทหารชาวสหราชอาณาจักรในสงครามโลกครั้งที่สอง
- เจ้าชายอังกฤษ
- ตระกูลบัทเทินแบร์ค
- ตระกูลเมานต์แบ็ตเทน
- ชาวอังกฤษเชื้อสายเยอรมัน
- ชาวสหราชอาณาจักรที่ถูกลอบสังหาร
- พระราชปนัดดาในพระราชินีวิกตอเรีย
- เสียชีวิตจากระเบิดแสวงเครื่อง
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.ช.
- อุปราชแห่งอินเดีย
- ผู้สำเร็จราชการอินเดีย
- ราชนิกุลที่ถูกลอบปลงพระชนม์
- บทความเกี่ยวกับ ชีวประวัติ ที่ยังไม่สมบูรณ์
