ข้ามไปเนื้อหา

หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนที่ 1 แห่งพม่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนแห่งพม่า
ภาพวาด โดย อัลลัน วอร์เรน, ค.ศ. 1976
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม 1959  15 กรกฎาคม 1965
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าวิลเลียม ดิกสัน
ถัดไปริชาร์ด ฮูลล์
สมุหราชนาวี
ดำรงตำแหน่ง
18 เมษายน 1955  19 ตุลาคม 1959
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าโรเดอริก แม็กกริจอร์
ถัดไปชาลล์ แลมบี
ผู้สำเร็จราชการแห่งอินเดีย
ดำรงตำแหน่ง
15 สิงหาคม 1947  21 มิถุนายน 1948
กษัตริย์สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6
นายกรัฐมนตรีชวาหระลาล เนห์รู
ก่อนหน้าตัวเขาเอง (ในฐานะอุปราช)
ถัดไปซี. ราชโคปาลาชารี
อุปราชสำเร็จราชการอินเดีย
ดำรงตำแหน่ง
12 กุมภาพันธ์ 1947  15 สิงหาคม 1947
กษัตริย์สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6
ก่อนหน้าไวเคานต์เวเวลล์
ถัดไป
สมาชิกสภาขุนนาง
ขุนนางตลอดชีพ
13 มิถุนายน ค.ศ. 1946  27 สิงหาคม ค.ศ. 1979
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่งขุนนาง
ถัดไปเคาน์เตสเมานต์แบ็ตเทนที่ 2 แห่งพม่า
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
เจ้าชายลูอีแห่งบัทเทินแบร์ค

(1900-06-25)25 มิถุนายน ค.ศ. 1900
ตำหนักฟอร์กมอร์, วินด์เซอร์, บาร์กเชอร์, ประเทศอังกฤษ, สหราชอาณาจักร
เสียชีวิต27 สิงหาคม ค.ศ. 1979(1979-08-27) (79 ปี)
มุลลากมอร์, มณฑลซีลิโก, ประเทศไอร์แลนด์
ลักษณะการเสียชีวิตถูกลอบสังหาร
ที่ไว้ศพรอมซีย์แอบบีย์
ศาสนาแองกลิคัน
คู่สมรสเอ็ดวินา แอชลีย์ (สมรส 1922; เสียชีวิต 1960)
บุตร
บุพการี
ศิษย์เก่าวิทยาลัยคริสต์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
วิชาชีพทหารเรือ
ลายมือชื่อ
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ สหราชอาณาจักร
สังกัด ราชนาวี
ประจำการค.ศ. 1913–1965
ยศจอมพลเรือ
หน่วย
ดูรายชื่อ
    • กองบัญชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • สำนักงานปฏิบัติการร่วมรบ
บังคับบัญชา
ดูรายชื่อ
    • เสนาธิการกลาโหม
    • สมุหราชนาวี
    • เรือเมดิเตอร์เรเนียน
    • ผู้ช่วยสมุหราชนาวีฝ่ายเสบียง
    • เรือเอชเอ็มเอส อิลลัสเทรียส
    • เรือเอชเอ็มเอส เคลลี
    • เรือเอชเอ็มเอส วิทอาร์ต
    • เรือเอชเอ็มเอส แดริง
ผ่านศึก
รางวัลดูรายชื่อ

จอมพลเรือ หลุยส์ ฟรานซิส อัลเบิร์ต วิคเตอร์ นิโคลัส เมานต์แบ็ตเทน เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนที่ 1 แห่งพม่า (อังกฤษ: Louis Francis Albert Victor Nicholas Mountbatten, Earl Mountbatten of Burma) (นามเดิม เจ้าชายลูอีแห่งบัทเทินแบร์ค; 25 มิถุนายน ค.ศ. 1900 – 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ลอร์ด เมานต์แบ็ตเทน เป็นสมาชิกราชวงศ์สหราชอาณาจักร ทหารเรือแห่งราชนาวี และรัฐบุรุษ พระมาตุลาในเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ และพระอนุวงศ์ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรแห่งกองบัญชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอุปราชแห่งอินเดียคนสุดท้ายแห่งบริติชอินเดียและข้าหลวงต่างพระองค์คนแรกแห่งประเทศอินเดียในเครือจักรภพ

เจ้าชายลูอีประสูติที่เมืองวินด์เซอร์ในราชสกุลบัทเทินแบร์ค และได้เข้าศึกษาที่ Royal Naval College, Osborne ก่อนที่จะเข้าสู่ราชนาวีในปี 1916 และได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังสงครามได้เข้าเรียนที่ Christ's College, เคมบริดจ์ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เมานต์แบ็ตเทนยังคงรับราชการทหารเรือ โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการสื่อสารทหารเรือ

ภายหลังการลุกลามของสงครามโลกครั้งที่สอง เมานต์แบ็ตเทนได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือพิฆาต เรือหลวงเคลี่ และผู้บัญชาการกองเรือพิฆาตที่ 5 และมีบทบาทสำคัญในนอร์เวย์ ช่องแคบอังกฤษ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นในเดือนสิงหาคม 1941 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือหลวงอิลัสเทรียส และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการฝ่ายเสนาธิการ (Chiefs of Staff Committee) ในต้นปี 1942 และบัญชาการการตีโฉบฉวยที่แซ็ง-นาแซร์และเดียป ในเดือนสิงหาคม 1943 เมานต์แบ็ตเทนดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรแห่งกองบัญชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดูแลการปกครองพม่าและสิงคโปร์หลังการยึดคืนจากญี่ปุ่นในช่วงปลายปี ค.ศ. 1945 จากการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสงคราม เมานต์แบ็ตเทนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นไวเคานต์ใน 1946 และเอิร์ลในปีถัดมา

ในเดือนมีนาคม 1947 เมานต์แบ็ตเทนได้รับการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นอุปราชแห่งอินเดียและดูแลการแบ่งแยกบริติชอินเดียออกมาเป็นประเทศอินเดียและประเทศปากีสถาน จากนั้นทำหน้าที่เป็นข้าหลวงต่างพระองค์คนแรกแห่งอินเดียจนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1948 ในปี ค.ศ. 1952 เมานต์แบ็ตเทนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองเรือเมดิเตอร์เรเนียนของสหราชอาณาจักร และผู้บัญชาการเนโทแห่งกองกำลังพันธมิตรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่ปี 1955 ถึง 1959 พระองค์ทรงเป็นสมุหราชนาวี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ มาร์ควิสที่ 1 แห่งมิลฟอร์ด ฮาเวน บิดาของท่าน เคยดำรงตำแหน่งเมื่อสี่สิบปีก่อน หลังจากนั้นได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมจนถึงปี 1965 ทำให้เมานต์แบ็ตเทนเป็นผู้นำระดับสูงในกองทัพสหราชอาณาจักรที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดจนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลานั้น เมานต์แบ็ตเทนยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานแห่งคณะกรรมมาธิการทหารของเนโทเป็นเวลาหนึ่งปี

ในเดือนสิงหาคม 1979 เมานต์แบ็ตเทนถูกลอบสังหารโดยการวางระเบิดบนเรือตกปลา ณ มุลลากมอร์ เทศมณฑลสไลโก ประเทศไอร์แลนด์ โดยสมาชิกของกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชั่วคราว(IRA) โดยได้รับการจัดพิธีพระศพที่ Westminster Abbey และฝังที่ Romsey Abbey ในแฮมป์เชอร์

พระประวัติ

[แก้]
ลอร์ดเมานต์แบ็ตเทน กับ เอ็ดวินา ภริยา

หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทนเป็นบุตรชายของเจ้าชายลูทวิชแห่งบัทเทินแบร์ค ซึ่งเป็นเจ้าชายเยอรมันที่เข้ามารับราชการในอังกฤษและได้เสกสมรสกับเจ้าหญิงวิคโทรีอาแห่งเฮ็สเซินและริมไรน์ พระเจ้าหลานเธอ พระราชธิดาของเจ้าหญิงอลิซในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ในปี 1917 พระเจ้าจอร์จที่ห้าได้ถอดฐานันดรเยอรมัน ทำให้ทรงเป็นที่รู้จักกันในนาม ลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด เขารับแต่งตั้งเป็นขุนนางแห่งสหราชอาณาจักร

เสียชีวิต

[แก้]

เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนถูกลอบฆ่าโดยกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนในไอร์แลนด์เหนือ ในคืนวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1979 โดยนายธอมัส แม็กแมฮอน สมาชิกกลุ่มกบฎได้แอบปีนเข้าไปบนเรือของเอิร์ลเมานต์แบ็ตเทน ซึ่งบนเรือขณะนั้นมีสมาชิกโดยสารอยู่คือเอิร์ลเมานต์แบ็ตเทน, ท่านหญิงบราบันด์ ธิดาคนโต, ลอร์ดบราบันด์ สามีของนาง และบุตรของทั้งสองอีกสองคนชื่อนิโคลัสกับพอล คนร้ายได้ทำการวางระเบิดควบคุมโดยวิทยุน้ำหนักราว 20 กิโลกรัม และเกิดการระเบิดขึ้น เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนร่วงลงไปในน้ำและถูกช่วยไว้ได้โดยชาวประมงใกล้เคียงในลักษณะขาขวาเกือบขาดแต่ก็เสียชีวิตด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว ลอร์ดและเลดีบราบอร์นได้รับบาดเจ็บสาหัส[1] ในขณะที่นิโคลัส บุตรชายของลอร์ดและเลดีบราบอร์นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนบารอเนสม่ายแห่งบราบอร์นถึงแก่อนิจกรรมในวันรุ่งขึ้นจากพิษบาดแผล[2]

ฐานันดร

[แก้]
  • 1900 - 1917: เจ้าชายหลุยส์แห่งบัทเทินแบร์ค
  • 1917 - 1946: ลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน
  • 1946 - 1947: ไวเคานต์เมานต์แบ็ตเทนแห่งพม่า
  • 1947 - 1979: เอิร์ลเมานต์แบ็ตเทนแห่งพม่า
อาร์มประจำตำแหน่ง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

จอมพลเรือ หลุยส์ เมานต์แบ็ตเทน ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์สหราชอาณาจักร

[แก้]
  • ค.ศ. 1946 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ ชั้นสูงสุด อัศวินการ์เทอร์ (KG)[3]
  • ค.ศ. 1955 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์บาธ ชั้นที่ 1 อัศวิน (GCB)[4]
  • ค.ศ. 1965 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์กิตติคุณ ชั้นที่ 1 สมาชิก (OM) (ฝ่ายทหาร)[5]
  • ค.ศ. 1937 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์รอยัลวิกตอเรียน ชั้นที่ 1 อัศวินสูงสุด (GCVO)[6]
  • ค.ศ. 1941 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์การบริการดีเด่น ชั้นสูงสุด (DSO)[7]
  • ค.ศ. 1940 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญจอห์น ชั้นที่ 1 อัศวินความยุติธรรม (KStJ)[8]
  • ค.ศ. 1918 – เหรียญสงครามบริติช
  • ค.ศ. 1918 – เหรียญชัย
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญดารา ค.ศ. 1939–1945
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญดาราแอตแลนติก
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญดาราแอฟริกา
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญดาราพม่า
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญดาราอิตาลี
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญการป้องกัน
  • ค.ศ. 1945 – เหรียญสงคราม ค.ศ. 1939–1945
  • ค.ศ. ไม่ปรากฏ – เหรียญการบริการทั่วไปทหารเรือ
  • ค.ศ. 1911 – เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5
  • ค.ศ. 1935 – เหรียญรัชดาภิเษกเงิน สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5
  • ค.ศ. 1937 – เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6
  • ค.ศ. 1952 – เหรียญบรมราชาภิเษก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
  • ค.ศ. 1977 – เหรียญรัชดาภิเษกเงิน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

[แก้]

ราชตระกูล

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Tim Knatchbull: The IRA Killed My Grandfather, but I'm Glad the Queen Met Their Man". The Telegraph. London. 1 July 2012. สืบค้นเมื่อ 20 September 2012.
  2. Patton, Allyson (March 2005). "Broadlands: Lord Mountbatten's Country Home". British Heritage. 26 (1): 14–17.
  3. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันอังคารที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1946 ฉบับพิเศษ 37807 หน้า 5945, สืบค้นเทมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  4. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1955 ฉบับพิเศษ 40497 หน้า 3258, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  5. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1965 ฉบับที่ 43713 หน้า 6729, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  6. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1937 ฉบับพิเศษ 34365 หน้า 693, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  7. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1940 ฉบับพิเศษ 35029 หน้า 25, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  8. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1940 ฉบับที่ 34878 หน้า 3777, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1940
  9. 1 2 3 4 5 6 7 เดเบร็ต ขุนนางและบารอเนต. คิงส์ตันอัพพอนเทมส์, เซอร์รีย์: เคลลีดิเร็กทอรีส์. 1976. p. 882 โดยทาง กูเกิลบุ๊ค.
  10. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1942 ฉบับพิเศษ 35538 หน้า 1850, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  11. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 ฉบับพิเศษ 37777 หน้า 5418, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  12. 1 2 Ziegler (1989), pp. 18, 254.
  13. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ฉบับพิเศษ 37299 หน้า 4954, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  14. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1945 ฉบับพิเศษ 37023 หน้า 1895, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2025
  16. Ziegler (1988), p. 288
  17. Ziegler (1988), p. 332
  18. 1 2 Ziegler (1988), p. 341
  19. 1 2 ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1947 ฉบับที่ 37916 หน้า 1399, สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2025
  20. ลอนดอนการ์เซ็ตต์, ลอนดอนการ์เซ็ตต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1948 ฉบับที่ 38176 หน้า 274, สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2025

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Louis Mountbatten, 1st Earl Mountbatten of Burma