หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร
หม่อมเจ้า ชั้น 5
หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ รพีพัฒน์.jpg
สวามีสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (2462-2463)
หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร
พระบุตรหม่อมราชวงศ์อมราภินพ กิติยากร
หม่อมราชวงศ์กิตินัดดา กิติยากร
หม่อมราชวงศ์กิติอัจฉรา กิติยากร
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์
พระมารดาหม่อมอ่อน รพีพัฒน์ ณ อยุธยา
ประสูติ11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447
สิ้นชีพิตักษัย18 มิถุนายน พ.ศ. 2475 (29 ปี)

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ กิติยากร (11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447 – 18 มิถุนายน พ.ศ. 2475) เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประสูติแต่หม่อมอ่อน รพีพัฒน์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 (แบบปัจจุบันคือ พ.ศ. 2447)[1] สิ้นชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ เป็นพระชายาองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ หลังทรงหย่าร้างกับหม่อมคัทริน ณ พิศณุโลก แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้ทำการเสกสมรส

หลังจากสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสด็จทิวงคต ในพินัยกรรม ทรงมอบทรัพย์สินมรดกทุกอย่างให้หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศเพียงผู้เดียว ทรงมอบพระโอรสให้อยู่ในความดูแลของหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ และจะมีสิทธิ์ในมรดกก็ต่อเมื่อหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศสิ้นชีพิตักษัยแล้วเท่านั้น

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเห็นด้วยกับพินัยกรรม ความไม่ทรงเห็นด้วยสะท้อนมาจากทรงยับยั้งพินัยกรรมไม่ให้มีผลบังคับใช้ ดังนั้นแทนที่หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศจะเข้าครอบครองทรัพย์สินทั้งหมด ก็กลายเป็นว่าทั้งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (พระโอรสใน สมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศ และหม่อมคัทรินต่างได้รับเงินปันผลจากผลประโยชน์ของกองมรดก แต่มรดกส่วนใหญ่ยังอยู่เฉย ๆ ต่อมาคือทรงเรียกคืนวังปารุสกวันกลับมาเป็นของพระมหากษัตริย์ ส่วนหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศต้องย้ายกลับไปประทับยังวังที่ท่าเตียน ซึ่งเคยประทับก่อนเป็นพระชายา

หนึ่งปีต่อมา เมื่อหม่อมเจ้าชวลิตโอภาศจะเสกสมรสใหม่กับหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นชอบที่จะให้หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศคืนมรดกกลับไปให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เสียก่อน จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เสกสมรสได้

หม่อมเจ้าชวลิตโอภาศมีโอรส - ธิดากับหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากรดังนี้

  • หม่อมราชวงศ์อมราภินพ กิติยากร
  • หม่อมราชวงศ์กิตินัดดา กิติยากร
  • หม่อมราชวงศ์กิติอัจฉรา กิติยากร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. นราธิปประพันธ์พงศ์, กรมพระ, 2404-2474, ผู้รวบรวม. บาญชีมหามกุฏราชสันตติวงศ์ พุทธศก 2468 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงรวบรวม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, พ.ศ. 2468. 167 หน้า.
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 37, ตอน 0, 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463, หน้า 2802
  • เกิดวังปารุสก์ ประพันธ์โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ สำนักพิมพ์ River Books ,ISBN 974-8225-22-4