ปลาอะโรวาน่าเอเชีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สกุลปลาตะพัด)
Jump to navigation Jump to search
ปลาอะโรวาน่าเอเชีย
Red Arowana034.JPG
ปลาตะพัด (S. formosus) สีแดง หรือที่นิยมเรียกในแวดวงปลาสวยงามว่า "ซูเปอร์เรด" (ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ตั้งใหม่ว่า S. legendrei
Gold Arowana035.JPG
ปลาตะพัดสีทองสายพันธุ์อินโดนีเซีย หรือที่นิยมเรียกกันว่า "ทองอินโด" หรือตัวย่อว่า RTG ซึ่งได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ใหม่ว่า S. aureus
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Osteoglossiformes
วงศ์: Osteoglossidae
วงศ์ย่อย: Osteoglossinae
สกุล: Scleropages
Günther, 1864
ชนิดต้นแบบ
Scleropages leichardti (♂)
Günther, 1864[1]
ชนิด
ชื่อพ้อง
  • Osteoglossum Cuvier, 1829
  • Delsmania (ใช้เป็นสกุลย่อย) Fowler, 1934

ปลาอะโรวาน่าเอเชีย หรือ ปลาตะพัดเอเชีย (อังกฤษ: Asian arowana) เป็นสกุลของปลาน้ำจืดจำพวกหนึ่งในสกุล Scleropages (/สะ-เคอ-โอ-พา-กิส/) ในวงศ์ Osteoglossidae

ถือเป็นปลาโบราณที่สืบเผ่าพันธุ์มาจากปลาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีลักษณะรูปร่างไม่ต่างจากบรรพบุรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์มากนัก เป็นปลาที่มีวิวัฒนาการแยกออกจากปลาสกุลอื่นในวงศ์เดียวกัน เมื่อกว่า 140 ล้านปีก่อน ในยุคครีเตเชียสตอนต้น[2]

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

คำว่า Scleropages มาจากภาษากรีกโบราณคำว่า "σκληρός" (skleros) หมายถึง "หนัก" หรือ "ยาก, ลำบาก" และ pages สันนิษฐานว่ามาจากรากศัพท์ละติน หมายถึง "ใบไม้" หมายถึง ลักษณะของเกล็ดบนลำตัวปลาที่มีขนาดใหญ่[3]

ลักษณะและพฤติกรรม[แก้]

เป็นปลาที่มีรูปร่างโดยรวมคือ ลำตัวยาว ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่เป็นระเบียบอย่างสวยงาม เกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโต ปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณครีบหาง สันท้องคม ครีบทุกครีบแหลมยาวโดยเฉพาะครีบอก และฉีกขาดได้ง่ายมาก มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ขนาดโตเต็มที่ได้ยาวได้ราว 90 เซนติเมตร หนักได้ถึง 7 กิโลกรัม พฤติกรรมมักจะว่ายบริเวณริมผิวน้ำ เป็นปลากินเนื้อซึ่งอาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก ตลอดจนแมลง, สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก ปลาโตเต็มวัยสามารถโดดงับอาหารได้สูงถึง 1 เมตร

มีอุปนิสัยก้าวร้าวพอสมควร มีพฤติกรรมชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียว หรือไม่ก็จับกลุ่มเป็นฝูงเล็ก ๆ ไม่เกิน 3-5 ตัว ในป่าดิบชื้นที่มีน้ำใสสะอาด และในบางแหล่งที่มีสภาพความเป็นกรดของน้ำ (pH) ค่อนข้างสูง เช่น ป่าพรุ

พบกระจายพันธุ์อยู่เฉพาะภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และออสเตรเลียบริเวณรัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีเท่านั้น

เป็นปลาที่มีสีสันหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและพันธุกรรม ซึ่งมีทั้ง สีเงิน, สีเขียว, สีแดง, สีส้ม หรือเหลือบสีต่าง ๆ เหล่านี้ในเกล็ด โดยเฉพาะในชนิด S. formosus

การจำแนก[แก้]

มีทั้งหมด 4 ชนิด โดยพบในเอเชียอาคเนย์ 2 ชนิด ในออสเตรเลีย 2 ชนิด

พบในเอเชียอาคเนย์ นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีนและชาวญี่ปุ่น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นปลาที่มีลักษณะคล้ายมังกร มีราคาที่ค่อนข้างสูงในสายพันธุ์ที่มีสีแดงและสีทอง ที่เรียกชื่อแตกต่างกันออกไป

พบในออสเตรเลีย มีรูปร่างอ้วนป้อมและเกล็ดมีขนาดเล็กกว่าชนิดแรก ส่วนหัวมีลักษณะแหลมยาวกว่า มีจุดเด่นคือ มีจุดสีเขียวเป็นเม็ดเล็ก ๆ ตามครีบท้อง นิยมตกเป็นเกมกีฬาในท้องถิ่น และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

พบในออสเตรเลียทางตอนเหนือ และในอินโดนีเซียบางส่วนด้วย มีลักษณะคล้ายชนิด S. jardinii แต่มีรูปร่างที่เรียวยาวกว่า และเมื่อปลาโตเต็มที่แล้ว ตามลำตัวจะปรากฏเม็ดกลมสีชมพูหรือแดงเรื่อ ๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัว

พบในประเทศพม่า และบางส่วนในประเทศไทยและมาเลเซีย มีลักษณะคล้ายกับชนิด S. formosus เนื่องจากถูกแบ่งแยกออกมาในปี ค.ศ. 2012 โดยมีลักษณะทั่วไปคล้ายกันในทางสรีระ แต่มีลวดลายคล้ายลายสมองปรากฏทั่วไปตั้งแต่แผ่นปิดเหงือก จนถึงครีบหาง ขณะที่สีตามลำตัวจะเป็นสีเขียวเหลือบสีฟ้า

การแพร่พันธุ์และสถานะ[แก้]

พฤติกรรมเมื่อเวลาผสมพันธุ์และวางไข่ ปลาตัวผู้และตัวเมียจะจับคู่กัน เมื่อได้เวลาที่ปลาตัวเมียจะออกไข่ ปลาตัวผู้จะว่ายเข้าไปผสมน้ำเชื้อ ไข่มีลักษณะเป็นลูกกลมสีส้ม ไข่ไม่จับตัวกัน ปลาตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่โดยอมไว้ในปากจนกระทั่งฟักเป็นตัว ปริมาณในการวางไข่แต่ละครั้งประมาณ 40-100 ฟอง ซึ่งอายุของปลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 ปี ลูกปลาเมื่อแรกเกิดจะยังว่ายน้ำไม่ได้ และมีถุงไข่แดงติดออกมา ซึ่งถุงไข่แดงนี้จะยุบลงในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมกับลูกปลาที่เริ่มจะว่ายน้ำได้แล้วและเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

ปลาในสกุลนี้ ทุกชนิดเป็นปลาที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์แล้ว โดยมีชื่อติดอยู่ในรายชื่อบัญชีของ CITES ในบัญชีที่ 1 (Appendix I) ซึ่งผู้ที่เลี้ยง, ค้าขายหรือครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากทางการของแต่ละประเทศซะก่อน

ปัจจุบัน มีการเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในหลายประเทศ จนกลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย[4]

อนึ่ง ปลาชนิด S. formosus ซึ่งมีสีสันที่หลากหลายนั้นได้ถูกจัดแบ่งออกเป็นหลายชนิดในปี ค.ศ. 2003 แต่ทว่าชื่อวิทยาศาสตร์เหล่านี้ยังไม่ค่อยใช้แพร่หลายใช้กันเท่าใดนัก ได้แก่ S. aureus, S. legendrei และ S. macrocephalus[5]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Günther, A. 1864: On a new generic type of fishes discovered by the late Dr. Leichardt in Queensland. Annals and magazine of natural history (Series 3) 14(81): 195-197, Pl. 7.
  2. Kumazawa, Yoshinori (2003). "The reason the freshwater fish arowana live across the sea". Quarterly Journal Biohistory (Winter). สืบค้นเมื่อ 2006-07-02. 
  3. Tyson R. Roberts (2012). "Scleropages inscriptus, a new fish species from the Tananthayi or Tenasserim River basin, Malay Peninsula of Myanmar (Osteoglossidae: Osteoglossiformes)". Aqua 18 (2): 113–118. 
  4. สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์. สาระน่ารู้ ปลาน้ำจืดไทย เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, 2547. 264 หน้า. หน้า 8-13. ISBN 974-00-8701-9
  5. Pouyaud, L. , Sudarto & G.G. Teugels 2003: The different colour varieties of the Asian arowana Scleropages formosus (Osteoglossidae) are distinct species: morphologic and genetic evidences. Cybium, 27(4): 287-305.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]