วงศ์ปลาตะพัด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
วงศ์ปลาตะพัด
Osteoglossum bicirrhosum in Minsk Zoo.jpg
ปลาตะพัดอเมริกาใต้สีเงิน (Osteoglossum bicirrhosum)
Phareodus testis, Buffalo Museum of Science 02.jpg
ฟอสซิลปลาในวงศ์ปลาตะพัด ชนิด Phareodus testis ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว พบในทวีปอเมริกาเหนือ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Osteoglossiformes
วงศ์: Osteoglossidae
Bonaparte, 1832
วงศ์ย่อยและสกุล
Arowanakartecele4.jpg
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของปลาในวงศ์ปลาตะพัด

วงศ์ปลาตะพัด (อังกฤษ: Bonytongues fish, Arowana) วงศ์ปลาวงศ์หนึ่งในอันดับ Osteoglossiformes มีลักษณะสำคัญที่วิวัฒนาการจากปลาในยุคโบราณคือ มีส่วนกระดูกที่หัวแข็ง หรือลิ้นแข็งเป็นกระดูก คำว่า Osteoglossidae (/ออส-ที-โอ-กลอส-ซิ-ดี้/) เป็นภาษากรีกหมายถึง "ลิ้นกระดูก" อธิบายลักษณะของปลาในกลุ่มนี้

ลักษณะและการแพร่กระจายพันธุ์[แก้]

ปลาในวงศ์ปลาตะพัดเป็นปลาน้ำจืด เป็นปลากินเนื้อ มักหากินบริเวณผิวน้ำ โดยอาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลง สัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก อาจกินนกหรือหนูตัวเล็กๆ ได้ด้วย ด้วยการกระโดดงับ มีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว มักอยู่ตัวเดียวตามลำพังหรือเป็นฝูงเล็กๆ ไม่เกิน 5 ตัว พบมากในลำธารน้ำใสสะอาด มีกระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ในป่าดงดิบชื้น แต่ในบางพื้นที่ เช่น ที่อินโดนีเซีย ปลาจะอาศัยในน้ำที่มีค่าความเป็นกรดค่อนข้างต่ำ (น้อยกว่า 5.5 pH) อย่างน้ำในป่าพรุ เป็นต้น

ปลาในวงศ์นี้มีสืบสายพันธุ์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์โดยพบซากฟอสซิลอายุราว 60 ล้านปีมาแล้วในชั้นหิน ตั้งแต่ยุคพาลีโอซีน, อีโอซีน และโอลิโกซีน ซึ่งสันนิษฐานว่า ปลาในวงศ์นี้ในสมัยนั้นพบกระจายอยู่ทั่วโลก แต่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว 3 สกุล 7 ชนิด ได้แก่ สกุล Brychaetus 1 ชนิด, Joffrichthys 2 ชนิด และ Phareodus 4 ชนิด[1][2][3][4]

สามารถแบ่งวงศ์ปลาตะพัดออกได้เป็นวงศ์ย่อยอีก 2 วงศ์ คือ Heteroidinae มีลักษณะสำคัญคือ ไม่มีหนวดที่คาง มีก้านกระดูกแก้ม 10 หรือ 11 ก้าน โดยมีเพียง 2 ชนิดเท่านั้น และวงศ์ย่อย Osteoglossinae มีลักษณะสำคัญคือ มีหนวดที่ค่าง 1 คู่ และมีก้านกระดูก 10-17 ก้าน[5] ปัจจุบัน พบปลาในวงศ์ปลาตะพัดทั้งหมด 8 ชนิด ใน 4 สกุล โดยทั้ง 2 วงศ์ย่อยนี้ พบ 3 ชนิด ในทวีปอเมริกาใต้, 1 ชนิด ในทวีปแอฟริกา, 2 ชนิด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, 2 ชนิด ในทวีปออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหลากสายพันธุ์ลักษณะสีสันต่างกันไป ตามกรรมพันธุ์และสภาพที่อยู่อาศัย ตั้งแต่สีทองเข้ม ทองอ่อน เขียว แดงเข้ม แดงอ่อน หรือทองอ่อนหางเหลือง เป็นต้น

โดยปลาในวงศ์นี้เป็นปลาที่มักอาศัยและหากินบริเวณผิวน้ำ เป็นปลาที่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ในการหายใจ โดยดูดผ่านถุงลมที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย คล้ายกับปอดของสัตว์บกหรือมนุษย์[6]

ทั้งหมดนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ที่มีราคาแพง สถานะในธรรมชาติจัดเป็นปลาใกล้สูญพันธุ์ แต่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในปัจจุบัน โดยในประเทศไทยสามารถเพาะพันธุ์ปลาตะพัดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 โดยสถานีประมงน้ำจืด จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การจำแนก[แก้]

รูปภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือคู่มือเลี้ยงปลาอะโรวาน่า โดย สุรศักดิ์ วงศ์กิตติเวชสกุล (พ.ศ. 2540) ISBN 974-86869-5-7
  1. name="frickhinger">Frickhinger, Karl Albert (1995). Fossil Atlas: Fishes. Trans. Dr. R.P.S. Jefferies. Blacksburg, Virginia: Tetra Press. 
  2. Newbreya, M. G.; Bozekb, M. A. (2000). "A New Species of Joffrichthys (Teleostei: Osteoglossidae) from the Sentinel Butte Formation, (Paleocene) of North Dakota, USA". Journal of Vertebrate Paleontology 20 (1): 12–20. doi:10.1671/0272-4634(2000)020[0012:ANSOJT]2.0.CO;2. สืบค้นเมื่อ 2006-04-14. 
  3. Li et all1997 "The species of †Phareodus (Teleostei: Osteoglossidae) from the Eocene of North America and their phylogenetic relationships." Journal of Vertebrate Paleontology 17(3):487-505
  4. กระทู้นี้มีสาระ !!! มาว่ากันด้วยสายพันธุ์ อโรวาน่า
  5. หนังสือสาระน่ารู้ ปลาน้ำจืดไทย เล่ม ๑ โดย สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ พ.ศ. 2547 ISBN 974-00-8701-9
  6. Berra, Tim M. (2001). Freshwater Fish Distribution. San Diego: Academic Press. ISBN 0-12-093156-7.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]