ศาสนาเพิน


ศาสนาเพิน (ทิเบต: བོན, ไวลี: bön, พินอินทิเบต: pön, อักษรสากล: [pʰø̃̀]) หรือ เปิ้นเจี้ยว (苯教) เป็นศาสนา, ประเพณีและนิกายที่เก่าแก่ดั้งเดิมที่สุดของชนชาติทิเบตและชนชาติอื่น ๆ ในแถบที่ราบสูงทิเบต เช่น ชางชุง มีถิ่นกำเนิดทางแถบตะวันตกของทิเบต มีผู้นับถือมานานตั้งแต่ก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาสู่ทิเบตในช่วงที่จักรวรรดิทิเบตเริ่มเรืองอำนาจ และเริ่มถูกแทนที่ด้วยพุทธศาสนาแบบทิเบต อย่างไรก็ตาม ศาสนาเพินมีความคล้ายคลึงและส่งอิทธิพลสู่ศาสนาพุทธแบบทิเบต[1] แต่ยังคงรักษาความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนายุคบรรพกาลไว้ได้[2] โดยเพินนั้นเนื่องจากมีมาโบราณจึงทําให้มีอยู่หลัก ๆ 4 ประเภท ได้แก่
- เตอเมเพิน (gdod ma'i bon) คือ เพินยุคโบราณของชางชุงและทิเบตโดยเป็นศาสนาเพินที่เน้นเกี่ยวกับเชื่อมโยงกับธรรมชาติ, การบูชาเทพประจําถิ่นและนาค รวมถึงการบูชายัญ ดังที่ปรากฏในพุทธประวัติของพระเติมปาเชนรับว่า เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมายังทิเบตพระองค์ทรงได้ห้ามปรามไม่ให้ชาวทิเบตโบราณซึ่งถือในเตอเมเพินบูชายัญเดียวการฆ่าสัตว์แต่เปลี่ยนเป็นการปั้นตอร์มาแทน ซึ่งต่อมาเพินกลุ่มได้ถูกพระคุรุปัทมะสัมภวะปราบ
- เพินผสม (Mixed Bön) หมายถึง กลุ่มเพินที่เป็นประเพณีและความเชื่อขอเหล่าชนเผ่าหลากหลายที่มีมีความเชื่อและปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ล้อมรอบทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยซึ่งผสมผสานความเชื่อของเพินประเภทต่าง ๆ กับฮินดูและพุทธศาสนา
- ยุงตรุงเพิน หรือ พุทธเพิน (g.yung drung bon) หมายถึง พระธรรมอันเป็นนิรันดร์ ซึ่งก่อตั้งโดย เติมปา เชนรับ มิโวเช (ทิเบต: སྟོན་པ་གཤེན་རབ་, ไวลี: ston pa gshen rab, พินอินทิเบต: dön ba xen rab) ซึ่งผู้ปฏิบัติเชื่อว่าท่าน คือ ซังเจ (แปลว่าพระพุทธเจ้า) โดยเชื่อกันว่ามีมา 18,000 ปี (ตามการคํานวณของทางวัดแมนรีหากตามพุทธประวัติพระเติมปาเชนรับกล่าวว่าประมาณ 3,800ปี) และต่อมาโดนกวาดล้างในยุคของ พระเจ้าตรีซงเดเซน ของทิเบตโดยการยึดอาณาจักรชางชุงและอัญเชิญพุทธศาสนาจากอินเดียมาแทนที่ หลังจากนั้นในหลายยุคต่อมาได้มีการค้นพบคําสอนที่ถูกซ้อนไว้ หรือ ธรรมสมบัติของยุงตรุงเพินและจึงรวบรวมคําสอนและสร้างวัดชื่อเยรูเว็นซากา ต่อมานํ้าท่วมทําให้คัมภีร์สูญหายพระภิกษุต้องอพยบไปอยู่วัดนิกายสาเกียต่อ พระอาจารย์ญัมเม เชรับ เกียลเซ็น (ทิเบต: རྒྱལ་བ་གཉིས་པ་མཉམ་མེད་ཤེས་རབ་རྒྱལ་མཚན།) ลามะเพินผู้ที่ได้ชื่อว่าพระมัญชุสีบนโลกมนุษย์ได้ก่อตั้ง วัดต้าชีแมนรี สถานที่ศูนย์กลางการปฏิบัติและวมรวมคําสอนของยุงตรุงเพินขึ้น ต่อมาทิเบตสูญเสียเอกราช ทําให้ยุงตรุงเพิน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก สมเด็จแมนรีทริซินพระองค์ที่ 33 ประมุขสูงสุดของยุงตรุงเพินในยุคนั้นจึงได้สร้างวัดแมนรีแห่งใหม่ที่โดลันจี ประเทศอินเดียโดยเป็นศูนย์กลางการศึกษาคําสอนของยุงตรุงเพินแห่งใหม่
ผู้ที่นับถือศาสนาเพินเรียกว่า เพินโป (ทิเบต: བོན་པོ་, ไวลี: bön po, พินอินทิเบต: pön bo)[3]
ความสัมพันธ์ระหว่างเพินนี้กับศาสนาพุทธยังคงเป็นที่ถกเถียง กอฟฟรีย์ ซามูเอล (Geoffrey Samuel) นักวิชาการร่วมสมัย อธิบายว่า "ศาสนาเพินคือศาสนาพุทธแบบทิเบตรูปแบบหนึ่ง" เพราะมีความคล้ายคลึงกับนิกายญิงมาอยู่หลายประการ แต่ศาสนาเพินยังเก็บรักษาความเชื่อยุคเก่าที่มีมาก่อนการรับศาสนาพุทธ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Samuel 2012, pp. 220–221.
- ↑ Samuel 2012, p. 220.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-02-21. สืบค้นเมื่อ 2022-02-21.