วัดไผ่ล้อม (จังหวัดสระบุรี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดไผ่ล้อม (จังหวัดสระบุรี)
โบสถ์วัดไผ่ล้อม.jpg
โบสถ์วัดไผ่ล้อม
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อวัดไผ่ล้อม
ที่ตั้งตำบลสวนดอกไม้ อำเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายมหานิกาย เถรวาท
พระประธานพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง - นิ้ว สูง - นิ้ว
พระพุทธรูปสำคัญพระประธานในอุโบสถ
เจ้าอาวาสพระครูวิสุทธิสีลาภิวัฒน์ ฐิติโก
สร้างในสมัย อยุธยาตอนปลาย
เวลาทำการทุกวัน
จุดสนใจพระบรมธาตุเจดีย์
กิจกรรมสักการบูชา พระบรมธาตุเจดีย์

ที่ตั้ง[แก้]

วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖ บ้านไผ่ล้อม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีฐานะ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๙ ไร่ ๒๐ ตาราวา โฉลดเลขที่ ๙๐๔๒ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓ เส้น ๘ วา ติดกับแม่น้ำแควป่าสัก ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ติดต่อกับทุ่ง ทิศตะวันออก ยาว ๒ เส้น ๑๗ วา ติดกับโรงงานทอกระสอบ ทิศตะวันตก ยาว ๓ เส้น ๕ วา ติดต่อกับทางสาธารณะพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ริมแม่น้ำแควป่าสัก.[1]

ประวัติ[แก้]

วัดไผ่ล้อม สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๒๑๒ สมัยอยุธยาตอนปลาย ได้มีนามตามชื่อหมู่บ้าน เป็นวัดชนิดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ประมาณ พ.ศ. ๒๒๒๒ ตามหลักฐานบันทึกไว้ในทะเบียนของวัด แจ้งว่าตั้งอยู่ เลขที่ ๑๖ หมู่ที่ ๑ ตำบล (สิบต๊ะ) สวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี สร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๑๒๒ สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ส่วนหลักฐานอื่นไม่มีผู้ใดได้จดบันทึกไว้ ถาวรวัตถุก็ไม่หลงเหลือไว้ให้ศึกษาค้นคว้าได้

ตามประวัติศาสตร์มนุษยชาติในยุคนั้น การที่จะจัดตั้งเป็นประกาศมีสัดส่วนที่มั่นคงไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นเมือง โดยมีเจ้าเมืองปกครองดูแล เมืองที่กล้าเก่งกว่ายกทัพมาโจมตี เมืองที่พ่ายแพ้ก็ตกเป็นเมืองขึ้น หรือถูกกวาดต้อนไปรวมเป็นกำลังเสริมที่จะรุกรานขยายอาณาเขต เมื่อรวมได้หลายๆ เมืองก็จัดตั้งเป็นประเทศมีเมืองหลวงเป็นศูนย์การปกครอง เช่น กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ต่างชาติต่างเผ่าพันธ์ไม่สามารถเข้าไปร่วมกันได้ต่างก็อพยพหนีไปหาที่อยู่ใหม่ พวกที่ไม่สามารถจะไปไหนได้ก็แทรกตัวอยู่เป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ในเมืองหรือประเทศนั้น ประเทศไทยจึงมีชนหลายเผ่าพันธ์ เมื่อไปอยู่ชุมชนใด เป็นกลุ่มมากพอต่างก็นำเข้าประเพณีและวัฒนธรรมขึ้นมากำหนดตั้งเพื่อให้เป็นที่ปฏิบัติร่วมชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนา ก็พากันจัดตั้งสำนักสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์มาอยู่ช่วยการปฏิบัติศาสนกิจตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเมื่อมีพระสงฆ์และชาวพุทธมากขึ้น มีกำลังพอที่จะจัดตั้งสำนักสงฆ์เป็นวัดมีวิสุงคามสีมาได้ก็รวมกันจัดทำ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนำมาข้างต้น ก็พอที่จะมีหลักฐานกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการตั้งวัดไผ่ล้อมได้พอสมควร

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้กรมหมื่นเทพทรรักษ์และพระปราบ นำทัพไปขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงแสน พ.ศ. ๒๓๔๗ พม่าพ่ายแพ้ถอยร่นกลับไป ก็ให้เผาเมืองเชียงแสน แล้วรวบรวมผู้คนชาวเชียงแสนได้จำนวนหนึ่งอพยพลงมาแต่ในระหว่างบางส่วนต่างก็กระจัดกระจายกันปักหลักอยู่ตามระยะทางที่ผ่านมาคือ เวียงจันทร์ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน ส่วนพวกที่มาถึง ได้โปรดให้ตั้งบ้านเรือนที่เมืองสระบุรี เมืองเสาไห้ (ในสมัยนั้นเมืองสระบุรีเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองเสาไห้) อีกส่วนหนึ่งไปตั้งรกรากอยู่ที่บ้านคูเมือง พวกที่มาจากเชียงแสน (โยนกนาคนคร) หรือชาว ไทยวน ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ตำบลเสาไห้ (หมู่บ้านไผ่ล้อม) ตำบลสวนดอกไม้ (สิบต๊ะ)ตำบลต้นตาล ตำบลพระยาทด ตำบลท่าช้าง ตำบลศาลารีไทย ตำบลบ้านยาง และตำบลหัวปลวก “ปู่คัมภีระ” หัวหน้าผู้นำอพยพของชาวเชียงแสนพร้อมขุมกำลังผู้ใกล้ชิดได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ บ้านโบราณซึ่งอยู่คนละฝั่งวัดไผ่ล้อม ต่อมา สมัยรัชกาลที่ ๒ ได้แต่งตั้งปู่คัมภีระมีบรรดาศักดิ์เป็น “พระยารัตนกาศ” มีหน้าที่คุมกำลังส่งเสบียงให้พลรบยามเกิดศึกสงครามด้านทิศตะวันออก(ศึกเขมร)กองกำลังมีกองโตตั้งอยู่ ๓ แห่ง อยู่ที่สี่คิ้ว ๑ กอง โคกกร่าง ๑ กอง และโคกแย้ ๑ กอง และมีกองม้าอยู่ที่บ้านยาง ๑ กอง ไว้เป็นหน่วยคุ้มกันกองเสบียง เมื่อมีขุมกำลังอำนาจหน้าที่เช่นนี้จึงเชื่อได้ว่า วัดไผ่ล้อมต้องได้รับการทำนุบำรุงให้ดีขึ้น โดยฝีมือของชาวไทยวนที่อพยพมาจากเชียงแสน

ต่อมาผู้อพยพสายตระกูลปู่คัมภีระได้สืบต่อตำแหน่ง “พระยารัตนกาศ” มีลูกหลานหลายคน คนสุดท้ายเป็นบุตรของพ่อเฒ่ามหาวงศ์ ได้เป็นนายอำเภอเสาไห้ คนที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๓๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๓ และได้ตั้งบ้านเป็นสำนักงานที่ทำการอำเภอเสาไห้อยู่ที่บ้านไผ่ล้อมจนถึง ณ ปัจจุบันนี้.[2]

สถานที่ภายในวัด[แก้]

เสนาสนะ[แก้]

  • ๑.๑ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๓๔ เมตร สร้างด้วยไม้และคอนกรีต พ.ศ. ๒๕๒๓
  • ๑.๒ หอสวดมนต์กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างด้วยไม้สัก พ.ศ. ๒๔๑๐
  • ๑.๓ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารไม้ นอกจากนี้มีหอระฆังและวิหาร

ศาสนสถาน[แก้]

  • ๑.๑ อุโบสถกว้าง ๑๗ เมตร ยาว ๓๓ เมตร บูรณะ พ.ศ. ๒๕๐๒ ก่ออิฐถือปูน
  • ๑.๒ พระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ศาสนวัตถุ[แก้]

  • ๑.๑ พระประธานในอุโบสถ พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง - นิ้ว สูง - นิ้ว [3]

ลำดับเจ้าอาวาส[แก้]

  • ๑. พระปลัดอิน
  • ๒. พระอาจารย์ศรีวิชัย พ.ศ. ๒๔๕๔
  • ๓. พระอาจารย์แป้น พ.ศ. ๒๔๕๔ - พ.ศ. ๒๔๕๘
  • ๔. พระอาจารย์คำมี พ.ศ. ๒๔๕๘ - พ.ศ. ๒๔๖๕
  • ๕. พระอาจารย์ทองคำ พ.ศ. ๒๔๖๕ - พ.ศ. ๒๔๖๗
  • ๖. พระอาจารย์คำมูล พ.ศ. ๒๔๖๗ - พ.ศ. ๒๔๗๖
  • ๗. พระอธิการป้อม ทีปงฺกโร พ.ศ. ๒๔๗๖ - พ.ศ. ๒๔๘๔
  • ๘. พระอาจารย์เดช พ.ศ. ๒๔๘๔ - พ.ศ. ๒๔๘๙
  • ๙. พระอาจารย์หลี พ.ศ. ๒๔๘๙ - พ.ศ. ๒๔๙๕
  • ๑๐. พระอธิการประถม ฐิตธมฺโม พ.ศ. ๒๔๙๗ - พ.ศ. ๒๕๓๕
  • ๑๑. พระอธิการสุดใจ ถาวโร พ.ศ. ๒๕๓๕ - พ.ศ. ๒๕๔๓
  • ๑๒. พระครูวิสุทธิสีลาภิวัฒน์(เมธา)(เมธาภิวัฒน์(วันดี) ฐิติโก พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบัน [4]

ลำดับเจ้าอาวาส[แก้]

ลำดับเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
ลำดับที่ รายนาม/สมณศักดิ์ ตำแหน่ง เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ หมายเหตุ
พระปลัดอิน เจ้าอาวาส - -
พระอาจารย์ศรีวิชัย เจ้าอาวาส - พ.ศ. ๒๔๕๔
พระอาจารย์แป้น เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๕๔ พ.ศ. ๒๔๕๘
พระอาจารย์คำมี เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๕๘ พ.ศ. ๒๔๖๕
พระอาจารย์ทองคำ เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๖๕ พ.ศ. ๒๔๖๗
พระอาจารย์คำมูล เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๖๗ พ.ศ. ๒๔๗๖
พระอธิการป้อม ทีปงฺกโร เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๗๖ พ.ศ. ๒๔๘๔
พระอาจารย์เดช เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๘๔ พ.ศ. ๒๔๘๙
พระอาจารย์หลี เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๘๙ พ.ศ. ๒๔๙๕
๑๐ พระอธิการประถม ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๓๕
๑๑ พระอธิการสุดใจ ถาวโร เจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๔๓
๑๒120px พระครูวิสุทธิสีลาภิวัฒน์ ฐิติโก เจ้าอาวาส พระอุปัชฌาย์ และ เจ้าคณะตำบลสวนดอกไม้ พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

  1. กองพุทธสถาน,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔ ,หน้า ๓๘๘ ,ประวัติวัดในจังหวัสระบุรี : กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๒.
  2. กองพุทธสถาน,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔ ,หน้า ๓๘๙ ,ประวัติวัดในจังหวัสระบุรี : กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๒.
  3. กองพุทธสถาน,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔ ,หน้า ๓๘๙ ,ประวัติวัดในจังหวัสระบุรี : กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๒.
  4. กองพุทธสถาน,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔ ,หน้า ๓๙๐ ,ประวัติวัดในจังหวัสระบุรี : กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๒.