วัดหนองหอย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดหนองหอย
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดหนองหอย
ที่ตั้ง ๔๓ หมู่ ๒ ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ๗๐๐๐๐
ประเภท พระอารามหลวง
นิกาย เถรวาท สังกัดคณะสงฆ์ ภาค ๑๕
เจ้าอาวาส พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ)
กิจกรรม ศาสนสถานในพระพุทธศาสนาที่มีกิจกรรมเชิงพุทธตลอดปี

วัดหนองหอย (พระอารามหลวง) เป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ตั้งมาประมาณ ๑๔๑ ปี เป็นวัดที่เก่าแก่มีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางของชาวพุทธในจังหวัดราชบุรี

ประวัติวัดหนองหอย[แก้]

วัดหนองหอยเป็นวัดเก่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๖ เดิมชื่อ วัดน้อยตั้งอยู่ที่บ้านห้วย หมู่ที่ ๔ ตำบลเขาแร้ง อยู่ใกล้กับวัดโสดาประดิษฐาราม สมัยนั้นหลวงปู่งาม เป็นเจ้าอาวาส ท่านเห็นว่าอยู่ใกล้กับวัดโสดาประดิษฐารามมาก และมีโยมผู้ศรัทธาได้ถวายที่ดินบริเวณ หมู่บ้านหนองหอยซึ่งที่ราบเชิงเขาให้ ท่านจึงได้เริ่มสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านหนองหอย เนื่องจากวัดตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองหอย ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดหนองหอย” วัดหนองหอยมีเจ้าอาวาสปกครองดูแลต่อกันมาหลายรูป รูปปัจจุบันคือ พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ) วัดหนองหอยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๖ และได้ทำการปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๑๗

ตามประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อง ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดหนองหอย ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้น ประกาศ ณ วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕

ลำดับผู้บริหารวัดหนองหอย (เจ้าอาวาส)[แก้]

ผู้บริหาร, สมภาร, เจ้าอาวาสที่ปกครองวัดสืบต่อกันมาเท่าที่ทราบนามของวัดหนองหอยจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้

  • ๑) หลวงปู่งาม (ไม่ทราบ ปี พ.ศ.)
  • ๒) พระเพ็ง (ไม่ทราบ ปี พ.ศ.)
  • ๓) พระชุม (พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๔๕)
  • ๔) พระเล่ง (พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๔๕๖)
  • ๕) พระชม (พ.ศ. ๒๔๕๖-๒๔๖๓)
  • ๖) พระน้อย (พ.ศ. ๒๔๖๔-๒๔๖๗)
  • ๗) พระหัส (พ.ศ. ๒๔๖๗-๒๔๗๐)
  • ๘) พระหลี (พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๘๒)
  • ๙) พระน้อย สุนนฺโท (พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๕๐๕)
  • ๑๐) พระครูบรรพตพัฒนคุณ (พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๔๕)
  • ๑๑) พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ) พ.ศ. ๒๕๔๕-ปัจจุบัน

จำนวนพระภิกษุวัดหนองหอย[แก้]

  • ๑) พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ตำแหน่ง เจ้าอาวาสหนองหอย พระอารามหลวง
  • ๒) พระครูสิริราชบุรานุวัตร ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
  • ๓) จำนวนพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาวัดหนองหอย พระอารามหลวง ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มีจำนวน ๓๗ รูป สามเณร ๑๒ รูป

เอกลักษณ์พิเศษวัดหนองหอย[แก้]

พระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุนี

พระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุนี ชาวบ้านทั่วไปเรียกพระพุทธรูปนี้ว่า หลวงพ่อใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา ๙ นิ้ว สูง ๓๐ เมตร เริ่มก่อสร้างปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ (ยี่สิบล้านบาท) ก่อสร้างบนยอดเขาขนาดกลางชื่อ “เขาน้อยสรรพยา” หลังจากสร้างหลวงพ่อใหญ่แล้วชาวบ้านเรียกว่า “เขาพระใหญ่” ภายในฐานที่ประดิษฐาน หลวงพ่อใหญ่ ได้สร้างเป็นวิหารและภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน รูปหล่อพระพุทธเจ้า ๓ องค์ ซึ่งเป็นคตินิยมของชาวจีน รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิม และยังมีรูปหล่อเทพเจ้าที่เคารพนับถือของชาวจีน รวมทั้งมีภาพเขียนสีน้ำมันซึ่งเป็นรูปของ ๑๘ อรหันต์และ เทพเจ้าของฮินดูอันงดงาม

พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม

ในปัจจุบันนี้วัดหนองหอยเป็นที่รู้จักของสาธุชนทั่วไป ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เนื่องจากที่วัดหนองหอยแห่งนี้ มีรูปเหมือนองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ ณ ยอดเขาหนองหอย ซึ่งจะเรียกกันว่า “เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดหนองหอย” เป็นที่ล่ำลือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ไม่ว่าจะขออะไรก็จะได้ดังใจ จะมีผู้คนมาสักการบูชากันมิขาด โดยเฉพาะ ในวันเทศกาลหรือวันหยุด หากท่านได้มาสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านอาจจะเกิดความสงสัยว่าเป็นวัดไทยหรือวัดจีน เพราะมีองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และรูปแบบการสร้าง เครื่องสักการบูชาที่เห็นอยู่ ตลอดจนรูปเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์อื่นๆ ซึ่งจะพบเห็นได้ในวัดจีน หรือโรงเจต่างๆ แต่ที่เขาพระโพธิสัตว์กวนอิมวัดหนองหอยนี้ เป็นวัดไทยและเป็นส่วนหนึ่งของวัดหนองหอย ซึ่งสร้างขึ้นโดย พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ) เจ้าอาวาสวัดหนองหอยรูปปัจจุบัน ท่านได้เริ่มก่อสร้างมาประมาณ ๓๐ ปีเศษแล้ว จากที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ บนเขานี้เลย

ความเป็นมาของเขาพระโพธิสัตว์แม่กวนอิม

เดิมที่เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีผู้คนอาศัยและไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆจนกระทั่งในวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ) เจ้าอาวาสวัดหนองหอยรูปปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงสามเณร ได้ขึ้นมาพำนักอาศัยเพื่อปฏิบัติภาวนา จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ท่านได้นิมิตเห็นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านได้เกิดศรัทธาต่อองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เพราะพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ท่านจะโปรดสัตว์โลกทุกชนิด โดยไม่เลือกว่าในฐานะใด จะยากดีมีจน และไม่เลือกกาลเวลา พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ จึงเกิดความตั้งใจ ที่จะสร้างรูปเหมือนองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เพื่อเป็นที่กราบไหว้บูชา จึงได้ขออนุญาต พระครูบรรพตพัฒนคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองหอย ทำการสร้างศาลาเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยท่านให้ช่างปั้นรูปเหมือนพระโพธิสัตว์กวนอิม สูงประมาณ ๑ เมตร และอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในศาลาเป็นครั้งแรก กาลต่อมามีสาธุชนทั่วไปทราบข่าว ได้มาร่วมสร้าง รวมทั้งสร้างวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยใช้เวลาในการก่อสร้างมาถึงปัจจุบัน ๓๐ ปีเศษ

พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ท่านได้กำหนดวางศิลาฤกษ์ วิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม ในวันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เวลา ๑๓.๑๕ น. ได้ทำการยกเสาเอกวิหาร ในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. และได้ทำการก่อสร้างสืบมา โดยการลงกำลังแรงด้วยตนเองบ้าง ถ้ามีเงินจ้างคนอื่นบ้าง ก่อสร้างเรื่อยมาจนกระทั่งในวันอาทิตย์ที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เวลา ๑๔.๐๐ น. อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ของพระโพธิสัตว์กวนอิม (ตามปฏิทินจีน ปี ๒๕๒๕) พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ได้ทำการเททอง หล่อองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมขึ้น ณ เขาพระโพธิสัตว์กวนอิมนี้ เป็นพระโพธิสัตว์กวมอิมหล่อด้วยโลหะทองเหลือง ปางยื่นมือประทานพร พระหัตถ์ซ้ายทรงแจกันมณีอันบรรจุน้ำค้างทิพย์แห่งความกรุณา ในหัตถ์ขวาทรงกิ่งสน มีความสูงประมาณ ๓.๕๙ เมตร มีน้ำหนักประมาณ ๒ ตัน ยืนประทับฐานดอกบัว และได้อัญเชิญประดิษฐานในวิหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๕

นอกจากจะมีพระพุทธรูปและองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ให้สักการบูชาในวิหารแล้วยังมีสิ่งสักการบูชาอื่น ๆ ซึ่ง พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ได้สร้างขึ้น ในกาลต่อ ๆ มา บนเขาเจ้าแม่กวนอิมดังนี้

ฟ้าดิน หรือที่ชาวจีน เรียกว่า ทีกง เป็นประเพณีของชาวจีนโบราณที่มีความเคารพนับถือต่อฟ้าและดิน

พระเวทโพธิสัตว์อ่วยโท๊ คือพระโพธิสัตว์ที่มีความรู้เรื่องเวทมนตร์และเป็นเทพารักษ์ประจำพระอารามของพระพุทธศาสนาในประเทศจีน

ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพ นับถือพระพุทธศาสนา ตามคัมภีร์ในพระไตรปิฎก ตามความเชื่อของคนทั่วไป เชื่อว่าท้าวเวสสุวรรณ มีหน้าที่ดูแลความดี ชั่วของมนุษย์ ซึ่งทั้ง ๓ แห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม ส่วนที่จะกล่าวถึงต่อไปจะประดิษฐานรอบ ๆ ลานกว้างของเขาเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมี

เทพเจ้าฮก – ลก – ซิ่ว หมายถึง เทพเจ้าแห่งวาสนาบารมี เทพเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติ เทพเจ้าแห่งอายุยืน เป็นความเชื่อของคนโบราณว่า มนุษย์ที่จะมีโชคดี ลาภยศดี และอายุยืน ย่อมจะมีเทพาอารักษ์ ปกป้องรักษา หรือบันดาลให้เป็นไป จึงนิยมกราบไหว้บูชา ตามคติของจีน

พระสังกัจจายน์ ในพระพุทธประวัติ เป็นพระเถรที่ประกอบด้วยปัญญาเป็นเลิศ ในการแสดงธรรมที่ย่อและพิสดาร เชื่อว่าการบูชาพระสังกัจจายน์นั้น เพื่อให้เกิดสติปัญญาในทางที่เป็นสัมมาทิฐิ

พระอรหันต์จี้กง เป็นพระจีนที่มีพระอารามอยู่ในเมืองหังโจว ประเทศจีน ท่านเป็นพระที่มีความเมตตาต่อคนยากจนมาก ชอบให้การช่วยเหลือ ท่านมีสติปัญญาที่เป็นเลิศและมีความรู้ทางการแพทย์มาก

รูปเหมือนครูบาศรีวิชัย เป็นพระที่พระครูปลัดธีรวัฒน์ ถือว่าเป็นพระอาจารย์ เพราะเมื่อขณะที่ท่านเป็นสามเณรอยู่ในภาคเหนือ ได้เป็นลูกศิษย์ของพระมหาเถระรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ของครูบาศรีวิชัย

รูปเหมือนหลวงปู่ทวด เป็นพระเถระที่มีความรู้ทางพุทธศาสนา และมีเมตตาต่อพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดยเฉพาะทางภาคใต้

หลวงพ่อปาน เป็นพระเถระที่ประกอบด้วยเมตตา และมีความรู้ในเรื่องการแพทย์แผนโบราณได้ช่วยเหลือคนยากจนเป็นจำนวนมาก

หลวงพ่อสด เป็นพระที่มีเมตตามากและมีความรู้ในเรื่องวิปัสสนาทั้งเป็นต้นสายของวิชชาธรรมกาย

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี เป็นพระเถระที่มีเมตตา และรุ่งเรืองด้วยปัญญา มีบารมีสูง ให้ความเมตตาต่อคนทั่วไป โดยเฉพาะพระสมเด็จของท่าน ซึ่งใคร ๆ ก็ปรารถนาจะมีไว้บูชา

รูปเหมือนพระสิวลี เป็นพระอรหันต์เถระ หนึ่งในจำนวน อิสิติมหาสาวก (๑ ใน ๘๐ รูป) ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่อง ว่าเป็นผู้เป็นเลิศ ในทางลาภสักการะ

นอกจากที่กล่าวมานี้ พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ยังได้สร้างรูปพระสังกัจจายน์ หล่อด้วยโลหะทองเหลืองนอนบนกองเงินกองทอง ขนาดความยาวขององค์ท่าน ประมาณ ๙ เมตร ประดิษฐานบนยอดเขาหน้าวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม (เขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด)

  • พระสังกัจจายน์

พระสังกัจจายน์นั่งเนื้อทองเหลือง หน้าตักประมาณ ๒ เมตร เป็นพระมหาลาภ ให้ร่ำรวยด้วยโชคลาภ เงินทอง และความสุข ให้มีปัญญาเป็นเลิศ สำเร็จสมปรารถนา

  • ลายพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ เป็นการรวบรวมเอาหัวใจของงานพัฒนาในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้อง มาสนับสนุน ส่งเสริมและสร้างความมั่นคงให้กับทุกเพศทุกวัย ร่วมสร้างครอบครัวที่อบอุ่น สร้างชุมชนที่เข็มแข็ง ซึ่งสิ่งดังกล่าวเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ตลอดระยะเวลา การทรงงาน ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ ของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ จึงทรงพระดำริให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบในการดำเนินงานโครงการฯ สำหรับพื้นที่ต่างๆ โดยกำหนดจัดตั้งจำนวน ๔ ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยศูนย์การเรียนรู้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวภาคกลาง จัดตั้งแห่งแรก ณ ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒ ได้ยังประโยชน์แก่ประชาชนโดยมีเอกลักษณ์ในการดำเนินงาน คือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สุขอนามัยในครัวเรือน การพัฒนาอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ครอบครัวอบอุ่น การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งผสมผสานสอดคล้องและการเกิดวัฒนธรรมต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกวัยและส่งเสริมความเข็มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์ พระวรชายาฯ ได้รับการถวายอาคารโครงการบ้านพักคนชราวัดหนองหอย และพื้นที่โดยรอบประมาณ ๒๐ ไร่ จากเจ้าอาวาส พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรืองอาจารคุโณ) วัดหนองหอย ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ให้ใช้ประโยชน์ตามพระอัธยาศัย และทรงมีพระวินิจฉัยให้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวภาคกลาง เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบในการดำเนินโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ในเขตจังหวัดภาคกลาง โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ

ปัจจุบันสภาพวัดดีขึ้นมาก การเดินทางสัญจรไปมาสะดวกสบาย วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากพุทธศาสนิกชนท่านใดมีเวลาว่าง จึงขอเชิญไปเที่ยวชมวัดที่มีบรรยากาศสบาย ๆ สนใจสอบถามเส้นทางไปวัด โทร. ๐๓๒-๓๙๖-๐๔๔-๔๕ แฟกซ์ ๐๓๒- ๓๙๖ ๐๔๔ รับรองว่า “สุขใจและอิ่มบุญ” แน่นอน

นอกจากอดีตเจ้าอาวาสแต่ละองค์ที่ปกครองดูแลวัดมาตามยุคสมัยแล้ว ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญให้วัดอย่างมากในปัจจุบันคือเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระสงฆ์นักพัฒนา

กิจกรรมในวัดหนองหอย[แก้]

  • งานพิธีประจำปี

ของเขาเจ้าแม่กวนอิม เมื่อได้สร้างรูปเหมือนองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ประดิษฐานในวิหารแล้ว พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ได้กำหนดให้มีงานนมัสการปิดทอง พระรูปเหมือนขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิมในวันตรุษจีนของทุกปี ซึ่งถือว่าเป็นงานประจำปี ของเขาเจ้าแม่กวนอิม วัดหนองหอย พระอารามหลวง โดยจัดให้มีงาน ๗ วัน ๗ คืน ในระหว่างงานจะมีการแจกวัตถุมงคล อั่งเปาขวัญถุง มีอาหารมังสะวิรัติให้รับประทานฟรีทุกวัน

นอกจากเทศกาลตรุษจีนแล้ว งานพิธีที่สาธุชนทั่วไปทราบกันดีและจะมานมัสการบูชาเป็นจำนวนมาก ได้แก่

วันคล้ายวันประสูติ ขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๙ เดือน ๒ ตามปฏิทินจีนของทุกปี

วันคล้ายวันสำเร็จมรรคผล ขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๙ เดือน ๖ ตามปฏิทินจีน ของทุกปี

วันคล้ายวันออกบวช ขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๙ เดือน ๙ ตามปฏิทินจีนของทุกปี

  • ในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๒,๑๓,๑๔ เมษายน ของทุกปี
  • วันคล้ายวันเกิด พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๑ ตุลาคม ของทุกปี
  • ในเทศกาลกินเจ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑ เดือน ๙ ถึงวันที่ ๑๐ เดือน ๙ ตามปฏิทินจีนของทุกปี รวมเวลากินเจ ๑๐ วันในแต่ละปี
  • นอกจากงานพิธีที่จัดขึ้นแล้ว ในวันเทศกาลงานบุญอื่น ๆ หรือวันหยุดต่าง ๆ ก็จะมีสาธุชนมากราบไหว้ สักการะเป็นจำนวนมาก

ซึ่งผู้ที่มาสักการบูชา ต่างก็มีความเชื่อความศรัทธา ต่อองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ว่า หากได้มา กราบไหว้สักการบูชาแล้ว จะพบแต่ความสุขความเจริญ หากขอพรสิ่งใด ก็มักได้สมดังตั้งใจ หากท่านใด มีความทุกข์ หรือข้อกังขา ก็จะมาทำบุญไหว้พระ และเสี่ยงเซียมซีถามความ ซึ่งผลที่ได้ออกมา ก็มักจะตรงตามที่ตนตั้งข้อคำถามต่อองค์ท่าน แต่ก็มีในบางรายที่มาเพื่อขอโชคลาภ ซึ่งก็ได้สมดังตั้งใจเช่นกัน

เครื่องสักการบูชาองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม

เครื่องสักการบูชาองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่สาธุชนทั่วไป นิยมนำมาสักการบูชา นอกจาก ดอกไม้ ธูป เทียน แผ่นทองปิดองค์ท่าน แล้วยังมี น้ำ, น้ำชา อาหารคาวหวานที่เป็นอาหารเจ ผลไม้ ซึ่งพบว่าบางคนมีความเชื่อว่า ผลไม้บางอย่าง จะไม่นำมาสักการบูชา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ มังคุด ละมุด พุทธา เพราะของเหล่านี้เชื่อว่า เป็นผลไม้เหล่านี้มีชื่อไม่เป็นมงคล หากนำมาสักการะแล้ว ชีวิตของตนและครอบครัวจะไม่รุ่งเรือง น้ำมันพืช สำหรับจุดตะเกียง โดยเชื่อว่า ชีวิต ชีวิตภายหน้า จะได้พบกับความสุขสว่างไสว เจริญรุ่งเรือง สร้อยมุกและผ้าห่มคลุมองค์ท่าน เป็นผ้าลูกไม้มีความสวยงาม จะเป็นสีขาวหรือสีชมพู ต่างเชื่อว่า เป็นเครื่องสักการะที่พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงโปรด บางคนก็ถวายเป็นกระดาษเงินกระดาษทอง ประทัด ชุดบูชาต่าง ๆ ตามแบบจีน ที่พบกันตามโรงเจทั่วไป แต่สิ่งที่เหนือสิ่งสักการบูชาใด ๆ ก็คือ การปฏิบัติบูชา โดยการถือศีล กินเจ ปฏิบัติภาวนา มีสาธุชนบางท่านได้มาถือศีลปฏิบัติภาวนาที่เขาพระโพธิสัตว์กวนอิมนี้ เพื่อถวายต่อองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม นับเป็นการปฏิบัติบูชาที่ผู้ปฏิบัติ พบว่า มีผลดีต่อตนเองจนรู้สึกได้

ส่วนเครื่องสักการบูชา ที่พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ท่านจัดบูชา องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์อื่น ๆ บนเขาพระโพธิสัตว์กวนอิม ในทุก ๆ วันก็จะมี น้ำ, น้ำชา นอกเหนือจากธูป เทียนแล้ว ส่วนในวันสำคัญงานพิธี ก็จะมีการจัดเครื่องสักการบูชาชุดใหญ่ ซึ่งจะมีครบทุกอย่าง ทั้งน้ำ น้ำชา ข้าวสวย กับข้าวอาหารเจทั้งสดและแห้ง ขนมสด ขนมแห้งที่เป็นเจ ผลไม้ เครื่องสักการะอื่นที่นิยม ดอกไม้สด นอกจากเครื่องบูชาแล้ว ก็จะมีพิธีสงฆ์มีการทำบุญสังฆทาน ในบริเวณวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิมทุกครั้ง

สิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนให้มาสักการะบุชาบนเขาพระโพธิสัตว์กวนอิม นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ท่านยังมีโรงทาน (โรงอาหารเจ) ให้ผู้ที่มาไหว้พระ ได้รับประทานอาหารเจกัน ซึ่งทุกคนเชื่อว่า ทานอาหารเจแล้วจะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง เนื่องจากได้ประกอบบุญ งดเว้นเนื้อสัตว์ ๑ มื้อ แต่เหตุผลของ พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ นอกจากนี้ คือ เนื่องจากชีวิตครอบครัวสมัยท่านเป็นเด็กยากจนมาก ต้องพบกับความอดอยาก คุณแม่ของท่านต้องไปรับจ้าง ล้างจานตามงานทั่วไป เพื่อแลกกับอาหารมาให้ลูกๆ รับประทาน น้อยครั้งที่จะได้กินอิ่ม เรื่องเงินทองที่จะใช้จ่ายนั้นไม่มี ชีวิตครอบครัวอยู่กันตามลำพัง ๔ คนแม่ลูก อาศัยศาลาวัดอยู่ ณ.วัดสว่างอารมณ์ อ.เถิน จ.ลำปาง ท่านทราบดีว่า ความทุกข์เพราะ ความหิวนั่นเป็นเช่นไร เมื่อมาอยู่ ณ ที่นี้ เริ่มมีปัจจัยจากคนบริจาค ท่านก็ได้เปิดโรงทาน ให้ผู้ที่มาไหว้พระ หรือเดินทางผ่านมาได้แวะรับประทานอาหารเจ ซึ่งเดิมเฉพาะวันเทศกาลงานพิธี ต่อมาเพิ่มเป็นทุกวันอาทิตย์และเพิ่มทุกวันเสาร์ด้วย จนกระทั่งในปัจจุบัน ท่านได้เปิดโรงทานให้รับประทานอาหารเจฟรีทุกวัน ซึ่งก็ได้รับความเมตตา จากสาธุชนที่มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง ผักสดชนิดต่าง ๆ น้ำมันพืช บางท่านก็บริจาคเป็นเงิน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เป็นอย่างมาก

บนเขาพระโพธิสัตว์กวนอิม ยังมีวัตถุมงคลให้บูชา และมีร้านจำหน่ายสินค้า ซึ่งรายได้จากกิจกรรมทั้ง ๒ ประเภทนี้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว และเงินคนทำบุญบางส่วน พระเดชพระคุณ พระราชวัลภาจารย์ ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่าย เพื่ออุปถัมภ์เลี้ยงดู ผู้สูงอายุที่ยากไร้ ขาดผู้อุปการะ ฟรีจนสิ้นอายุขัย

การเดินทางมาวัดหนองหอย[แก้]

ไปนมัสการสักการบูชา พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดหนองหอยนั้นปัจจุบันนี้ เดินทางไปได้โดยสะดวก เนื่องจากเป็นถนนลาดยางตลอด เส้นทางสายเขางู – บ้านโป่ง ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ ๑๒ กม. ก่อนถึงจะเห็นวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่บนยอดเขาอย่างโดดเด่น ที่จอดรถกว้างขวาง มีห้องน้ำสะอาด เพียงพอ วิวทิวทัศน์โดยรอบสวยงามเป็นธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์สดชื่น ปัจจุบันนี้ท่านใดที่เดินทางมา จ.ราชบุรี ต่างก็จะแวะเวียนมาสักการบูชา และขอพรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ เขาพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดหนองหอย พระอารามหลวงนี้ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนและครอบครัว ซึ่งต่างก็ได้รับความสุข เบิกบานใจ ในกุศลที่ได้ทำ โดยทั่วกัน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี
  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี
  • สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี
  • สำนักงานเจ้าคณะอำเมือง จังหวัดราชบุรี