วัดคอนเซ็ปชัญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดคอนเซ็ปชัญ
Immaculate Conception Church
Conception Church, BKK.jpg
บริเวณด้านหน้าวัด มุมหันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อปี พ.ศ. 2561
ที่ตั้ง167 ซอยสามเสน 11 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ประเทศไทย ประเทศไทย
นิกายโรมันคาทอลิก
ประวัติ
สถานะเปิดใช้งาน
ก่อตั้ง24 พฤษภาคม พ.ศ. 2380[1]
ผู้ก่อตั้งบาทหลวงฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว[2]
สถาปัตยกรรม
สถาปนิกโจอาคิม กรัสซี (ส่วนหอระฆัง)
ประเภทสถาปัตย์ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายมน โครงสร้างผนังรับน้ำหนัก
รูปแบบสถาปัตย์วิลันดา[2]
เรเนอซองส์
ปีสร้างคาดว่าราว ปี พ.ศ. 2426[3]
(เพิ่มส่วนหอระฆัง)
โครงสร้าง
อาคารยาว47 เมตร
อาคารกว้าง14.6 เมตร[4]
พื้นที่ใช้สอย686.2 ตร.ม.
คณะจัดการ
มุขมณฑลมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ[5]

วัดคอนเซ็ปชัญ (อังกฤษ: Immaculate Conception Church) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในซอยสามเสน 11 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร วัดคอนเซ็ปชัญประกอบด้วย ตัวอาคารหลังเดิม ซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงหลังคาจั่วแบบไทย เป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดคาดว่าก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย[6] ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ และส่วนของตัวโบสถ์คอนเซ็ปชัญซึ่งสร้างขึ้นโดยบาทหลวงฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว ชาวฝรั่งเศส ที่ได้เดินทางมาเป็นอธิการโบส โดยได้ทำการเสกในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2380 (รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) นอกจากนี้ในบริเวณที่ตั้งของวัด ยังมีวัดนักบุญฟรังซีสเซเวียร์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างกับวัดอีกด้วย ปัจจุบันตัวโบสถ์นี้มีอายุรวมแล้ว 185 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย[2]

วัดคอนเซ็ปชัญ มีประวัติมาตั้งแต่ครั้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพระองค์พระราชทานที่ดินให้กับชาวโปรตุเกสที่ร่วมรับราชการทำสงครามให้กับพระองค์ ในราวปี พ.ศ. 2217 ต่อมาในปี พ.ศ. 2325 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดให้ชาวเขมร 500 คน ที่หลบหนีลี้ภัยมาจากเขมร มาอยู่รวมกับชาวโปรตุเกสในหมู่บ้านนี้ และตังแต่นั้นมาก็มีการเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านเขมร"[5] จนในเวลาต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่กับชาวญวน เข้ามารวมกับที่อยู่เดิมของชาวเขมร[1] ทำให้ชาวญวนในเวลาต่อมาก็ได้เข้ารีตนิกายคริสต์กันเป็นส่วนใหญ่

ตัวโบสถ์คอนเซ็ปชัญ มีความโดดเด่นในด้านงานสถาปัตยกรรมกว่าโบสถ์ทั่วๆไป เนื่องจากเป็นโบสถ์ลูกครึ่งไทยและฮอลันดา หรือที่เรียกว่า "วิลันดา" ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีลักษณะคือใช้ระบบผนังรับน้ำหนัก มีเสาไม้รับโครงของหลังคาแบบไทย และตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งโดยมากจะเป็นลายเทศ เลียนแบบฝรั่ง โดยลดลายเส้นกนกออกไป[7] จนในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดได้มีการเพิ่มเติมส่วนของหอระฆัง (Bell Tower) โดยมีโจอาคิม กรัสซี (Joachim Grassi) สถาปนิกชาวออสเตรีย เป็นผู้ออกแบบ[8] ซึ่งเป็นการออกแบบหอระฆัง ด้วยสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา มีหัวเสาแบบโรมาเนสก์รองรับช่วงชั้นต่างๆของอาคาร และการวางเป็นซุ้มโค้งแบบโรมัน[9] ด้วยเหตุนี้เองทำให้โบสถ์คอนเซ็ปชัญ ประกอบด้วยงานสถาปัตยกรรมถึง 3 รูปแบบ คือ ไทย ฮอลันดา และโรมัน

โบสถ์น้อย[แก้]

ด้านหลังของวัดคอนเซ็ปชัญ ยังมีโบสถ์น้อยหรือ "โรงสวด" เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดเล็กตั้งอยู่ ตามคำบอกเล่าของชาวชุมชน เชื่อว่าแต่เดิมเคยเป็นหอนั่งของพระยาวิเศษสงคราม ผู้นำชุมชนในสมัยโบราณ แต่ก็มีข้อเสนอว่า อาจจะเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาลาสวดศพก็ได้ โดยเฉพาะในงานศพของพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ ซึ่งจัดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 มีบันทึกว่ามีการสร้างอาคารสำหรับตั้งศพของท่านโดยเฉพาะ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 วัดคอนเซ็ปชัญ, ล่องเรือเจ้าพระยา.com .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  2. 2.0 2.1 2.2 พัฒนาการสถาปัตยกรรมวัดคอนเซ็ปชัญ, tci-thaijo.org/ .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  3. “ตำนานสังเขปวัดคอนเซ็ปชัญ”. 2467. ที่ระลึกงานฉลองวัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า คฤตศักราช 1924 ครบ 250 ปี. กรุงเทพฯ: เจตนาผล. .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  4. “ประวัติอาสนวิหารอัสสัมชัญ.” ในวัชรสมโภชอาสนวิหาร อัสสัมชัญ. กรุงเทพฯ: อัสสัมชัญ], ถนอมศักดิ์ เลื่อนประไพ, 2537: 75-76 .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  5. 5.0 5.1 ประวัติวัดคอนเซ็ปชัญ, catholic.or.th/ .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  6. ทำเนียบวัดคาทอลิกในประเทศไทย. จำเนียร กิจเจริญ. (2541), กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อัสสัมชัญ. สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  7. โบสถ์วิลันดา, bloggang.com/ .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  8. สถาปัตยกรรมของโยอาคิม กราซีในสยาม .พิริยา พิทยาวัฒนชัย. (2554), วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร .สืบค้นเมื่อ 29/05/2559
  9. Cyril M. Harris, 1977. Historic Architecture Sourcebook. New York: Mcgraw-Hill. สืบค้นเมื่อ 29/05/2559

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°46′37″N 100°30′13″E / 13.776942°N 100.503715°E / 13.776942; 100.503715

ดูเพิ่ม[แก้]