ข้ามไปเนื้อหา

การเสียชีวิตของวิเชียร กลั่นประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วรยุทธ อยู่วิทยา)
การเสียชีวิตของวิเชียร กลั่นประเสริฐ
วันที่3 กันยายน พ.ศ. 2555 (13 ปีที่แล้ว)
เวลา05.30 น.
ที่ตั้งกรุงเทพมหานคร
เสียชีวิต1 คน

นายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 เสียชีวิตจากเหตุชนแล้วหนีในกรุงเทพมหานคร วันที่ 3 กันยายน 2555 เวลา 05.30 น. ขณะอายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคือ วรยุทธ อยู่วิทยา หลานชายของมหาเศรษฐีเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจกระทิงแดงและผู้ร่วมก่อตั้งเรดบูล

วรยุทธถูกตั้งข้อหาขับรถเร็ว หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ไม่เคยถูกตำรวจจับ อายุความของข้อหาขับรถเร็วหมดอายุไปแล้วในเดือนกันยายน 2556 และข้อหาหนีจากที่เกิดเหตุหมดอายุไปแล้วในเดือนกันยายน 2560

คดีนี้ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการที่ผู้มั่งมีในสังคมไทยสามารถพ้นจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาได้[1][2][3][4]

การชนแล้วหนีในปี 2555

[แก้]

นายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ กำลังขี่รถจักรยานยนต์ตอนที่เขาถูกชนรถแฟร์รารีซึ่งขับมาด้วยความเร็วชนและลากร่างของเขาไปตามถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ก่อนรถคันนั้นหลบหนีจากที่เกิดเหตุ ภายหลังพบว่าวรยุทธ์ อยู่วิทยา หลานชายของ เฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจกระทิงแดงและผู้ร่วมก่อตั้งเรดบูล เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว ทนายความของวรยุทธอ้างภายหลังว่าระดับแอลกอฮอล์ที่สูงในเลือดของวรยุทธเกิดจากการดื่มในบ้านเนื่องจากความเครียดหลังเกิดอุบัติเหตุและเขาหนีจากที่เกิดเหตุเพื่อแจ้งข่าวแก่ครอบครัวให้ทราบเรื่อง[5]

เบื้องต้นวรยุทธอ้างว่า สุเวช หอมอุบล ผู้ช่วยและคนขับรถของตน เป็นคนขับขณะเกิดเหตุ แต่ต่อมายอมรับว่าขับรถคันดังกล่าวเอง ต่อมาผู้ช่วยของเขาถูกตั้งข้อหาให้การเท็จต่อตำรวจ และพันตำรวจตรี พรรณพล นามเมือง พนักงานสอบสวน ถูกกล่าวหาว่าส่งเสริมให้สุเวชแสร้งเป็นคนขับ[6]

เหตุการณ์ภายหลัง

[แก้]

วิเชียรได้รับพระราชทานยศเป็นร้อยตำรวจเอกและพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 7 กันยายน 2555[7]

จนถึงเดือนเมษายน 2560 วรยุทธยังไม่ถูกฟ้องคดี ทนายความเขาเลื่อนหมายเรียกของอัยการสูงสุดหลายครั้ง โดยอ้างความเจ็บป่วย ธุรกิจต่างประเทศและการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และอายุความของหลายข้อหาได้หมดลงไปแล้ว

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับวรยุทธ แต่เขาหลบหนีไปประเทศสิงคโปร์แล้ว องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศยืนยันว่าวรยุทธออกจากสิงคโปร์ในวันที่ 27 เมษายน[8] สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ยกเลิกหนังสือเดินทางไทย และมีการยกเลิกในต้นเดือนพฤษภาคม 2560[9][10][11][12]

วันที่ 28 สิงหาคม 2560 องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศออกหนังสือบอกกล่าวสำหรับจับกุมวรยุทธ ตามคำขอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ[13][14]

วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นนำเสนอข่าวว่าตำรวจไทยยกฟ้องวรยุทธทุกข้อกล่าวหา[15] โดยที่สำนักข่าวในประเทศไทยไม่ได้นำเสนอมาก่อน ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความไม่พอใจและเสียงวิจารณ์จากสาธารณะ และมีขบวนการคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์กระทิงแดงและเรดบูล รวมทั้งมีแฮชแท็ก #บอสอยู่วิทยา ติดอันดับในทวิตเตอร์[16][17] จนสื่อมวลชนไทยเริ่มนำเสนอข่าวนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าได้ยกเลิกข้อหาทั้งหมดตามคำสั่งของอัยการสูงสุด แต่บอกว่าอาจเปิดคดีได้ใหม่หากพบหลักฐานใหม่[18] อัยการสูงสุดไม่ได้ขยายความหรืออธิบายสาเหตุ[19] รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิเสธว่าทรัพย์สินของตระกูลอยู่วิทยามีส่วนในการตัดสินใจที่จะยกเลิกข้อกล่าวหา[20]

ในช่วงเวลาที่ผู้คนหมดหวังกับการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในคดีนี้ พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล เป็นผู้ออกมาแถลงข่าวยืนยันการกระทำผิดของวรยุทธ์ในคดีนี้เป็นคนแรกด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถถูกโต้แย้งได้ และการที่สามารถยืนยันรายละเอียดต่าง ๆ ในประเด็นท่าทางการชน และอัตราเร็วได้ เนื่องจากใน 2555 เขาเป็นผู้ร่วมตรวจพิสูจน์คดีนี้เองกับมือ หลักฐานแน่นขนาดนี้ สั่งไม่ฟ้องได้อย่างไร[21] โดยในวันถัดมามีเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการเปิดเผยออกสู่สาธารณะ มีประเด็นพยานเท็จที่นำเข้าสำนวนอย่างไม่ชอบมาพากลและให้การขัดกับหลักฐาน และการคำนวณอัตราเร็วโดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่คำนวณอัตราเร็วของวรยุทธได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พันตำรวจตรี ชวลิต ก็ให้สัมภาษณ์ชี้แจงด้วยหลักฐานและวิทยาศาสตร์ เพื่อหักล้างพยานเท็จและหักล้างการคำนวณอัตราเร็วที่ผิดอย่างสิ้นสงสัย

วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบสวนภายในถึงความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้[22]

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ได้สรุปรายงานเสนอต่อรัฐบาล โดยระบุว่าพบความผิดปกติหลายประการในกระบวนการพิจารณาคดี โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วรถยนต์จากประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อันส่งผลต่อคำสั่งไม่ฟ้องในขณะนั้น[23]

วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและสมคบกันเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา มิให้ต้องรับโทษตามกฎหมาย[24]

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด เป็นเวลา 3 ปี และนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยรายอื่นรวม 6 ราย[25]

ศาลพิจารณาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากการจำลองเหตุการณ์ด้วยซอฟต์แวร์ PC-CRASH[26] ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานในคดีนี้ โดยประเมินว่าความเร็วของรถยนต์ขณะเกิดเหตุอยู่ในช่วงประมาณ 76–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเห็นว่ามีความสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าข้อมูลที่ใช้ในสำนวนคดีระยะแรก[27][28]

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนที่ศาลยกฟ้องจำเลยทั้ง 6 ราย เพื่อขอให้ศาลสูงพิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยในประเด็นความผิดฐานสมคบกันบิดเบือนสำนวนคดีอีกครั้ง ปัจจุบันคดียังไม่ถึงที่สุดและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ[29]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Red Bull heir enjoys jet-set life 4 years after hit-and-run". Associated Press. 28 March 2017. สืบค้นเมื่อ 3 April 2017.
  2. Head, Jonathan (2 April 2017). "The untouchable Red Bull heir in Thailand". BBC News. สืบค้นเมื่อ 3 April 2017.
  3. Hunter, Brad (2017-03-30). "Spoiled brat Red Bull heir wins new delay". Toronto Sun. สืบค้นเมื่อ 6 May 2017.
  4. Rithdee, Kong (2017-04-01). "'Boss' Strides Atop Pyramid of Justice". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 6 January 2018 โดยทาง Pressreader.
  5. Murdoch, Lindsay (1 April 2017). "Red Bull heir Vorayuth Yoovidhya stonewalls prosecutors years after alleged hit-and-run". Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 6 January 2018.
  6. "Red Bull heir may face manslaughter charge". The Nation. 2012-09-05. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-05. สืบค้นเมื่อ 6 January 2018.
  7. ญาติ เพื่อนตำรวจร่วมไว้อาลัย ด.ต.วิเชียร - สตช.ปูนบำเหน็จให้เป็น ร.ต.อ.​
  8. "'Boss' leaves private jet in Singapore". Bangkok Post. 5 May 2017. สืบค้นเมื่อ 9 May 2017.
  9. "Wanted Thai Red Bull heir Vorayuth 'not in Singapore'". BBC. 4 May 2017. สืบค้นเมื่อ 6 May 2017.
  10. "Thailand police get arrest warrant for Red Bull heir". Al Jazeera. 28 April 2017. สืบค้นเมื่อ 1 May 2017.
  11. "Fugitive Red Bull heir abandons private jet, disappears". CBC News. Reuters. 4 May 2017. สืบค้นเมื่อ 4 May 2017.
  12. "Thailand revokes fugitive Red Bull heir's passport". ABC. 6 May 2017. สืบค้นเมื่อ 9 May 2017.
  13. Harmer, Jerry. "Interpol Arrest Notice Issued for Fugitive Red Bull Heir". Time. AP. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2017.
  14. "Vorayuth's passport revoked, but location unknown". Bangkok Post. 5 May 2017. สืบค้นเมื่อ 5 May 2017.
  15. CNN, Kocha Olarn. "All charges dropped against Red Bull heir accused in death of police officer, Thai Police say". CNN.
  16. Ngamkham, Ngamkham; Sattaburuth, Aekarach (2020-07-25). "Public fury as 'Boss' allowed to walk free". Bangkok Post. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-27. สืบค้นเมื่อ 27 July 2020.
  17. @toptrendthai (July 24, 2020). "Twitter Trend" (ทวีต) โดยทาง ทวิตเตอร์.
  18. "Thai Red Bull distances itself from hit-and-run case as boycott calls grow". CNA (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-23. สืบค้นเมื่อ 2020-07-27.
  19. "Thailand urged to clarify reasons for dropping charge against Red Bull heir". The Star. สืบค้นเมื่อ 2020-07-27.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  20. "Thailand drops charges in Red Bull heir case that stirred anger about impunity". Reuters. 23 July 2020. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-24. สืบค้นเมื่อ 24 July 2020.
  21. "ส.ส.ก้าวไกล ลั่น "คดีบอส อยู่วิทยา" ตอนเป็นตำรวจเก็บหลักฐานเองกับมือ ข้องใจสั่งไม่ฟ้อง". www.sanook.com/news.
  22. "Police panel to look into 'Boss' case in 15 days". Bangkok Post. 27 July 2020. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-27. สืบค้นเมื่อ 27 July 2020.
  23. "ฉบับเต็ม! สรุปผลสอบ 'วิชา มหาคุณ' คดีบอส อยู่วิทยา". ไทยโพสต์. 31 August 2020. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  24. "อัยการนัดส่งฟ้อง "สมยศ-เนตร" กับพวก 8 ราย คดีเปลี่ยนแปลงความเร็วรถช่วย "บอส อยู่วิทยา"". ผู้จัดการออนไลน์. 29 August 2024. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  25. "เจาะคำพิพากษาศาลคดีบอส อยู่วิทยา: เหตุผลสั่งจำคุก 'เนตร-ชัยณรงค์'". สำนักข่าวอิศรา. 22 April 2025. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  26. "PC-CRASH". DSD. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  27. "ศาลพิเคราะห์หลักฐานความเร็ว 76–80 กม./ชม. คดีบอส อยู่วิทยา". The Standard. 29 December 2025. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  28. "เปิดเหตุผลศาลคดีบอส อยู่วิทยา". มติชน. 30 December 2025. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
  29. "อัยการสูงสุดสั่งอุทธรณ์คดีเปลี่ยนแปลงความเร็วรถช่วย "บอส อยู่วิทยา"". โพสต์ทูเดย์. 22 August 2025. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]