ข้ามไปเนื้อหา

การเสียชีวิตของวิเชียร กลั่นประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การเสียชีวิตของวิเชียร กลั่นประเสริฐ
วันที่3 กันยายน พ.ศ. 2555 (14 ปีที่แล้ว)
เวลา05.30 น.
ที่ตั้งกรุงเทพมหานคร
เสียชีวิต1 คน

นายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกรุงเทพมหานคร วันที่ 3 กันยายน 2555 เวลา 05.30 น. ขณะอายุ 47 ปี โดยผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวคือ วรยุทธ อยู่วิทยา หลานชายของเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจกระทิงแดงและผู้ร่วมก่อตั้งเรดบูล

วรยุทธถูกตั้งข้อหาขับรถเร็ว การไม่หยุดรถในทันที และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้อายุความของข้อหาขับรถเร็วได้หมดอายุไปแล้วในเดือนกันยายน 2556 และข้อหาการไม่หยุดรถในทันทีได้หมดอายุไปแล้วในเดือนกันยายน 2560

คดีนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างกว้างขวางในประเด็นด้านการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา[1][2][3][4]

ผู้ก่อเหตุ

[แก้]

เหตุการณ์ในปี 2555

[แก้]

นายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์แฟร์รารี โดยแรงปะทะส่งผลให้ร่างเคลื่อนที่ไปตามแรงกระแทกบนถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะออกไปจากที่เกิดเหตุ ภายหลังพบว่าวรยุทธ อยู่วิทยา เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว โดยทางฝ่ายกฎหมายระบุภายหลังว่าระดับแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบในเลือดนั้น เป็นผลมาจากการดื่มภายหลังจากกลับถึงที่พักเนื่องจากสภาวะความเครียดหลังเกิดอุบัติเหตุ และการที่ไม่ได้หยุดรถในทันทีเนื่องจากต้องการแจ้งเหตุแก่ครอบครัวให้ทราบเรื่อง[5]

ในเบื้องต้นมีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขับขี่คลาดเคลื่อน แต่ในเวลาต่อมาวรยุทธยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวด้วยตนเอง ขณะที่ทางฝ่ายครอบครัวอยู่วิทยาได้ดำเนินการชดเชยค่าเสียหายและให้การเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ล้านบาท รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ โดยญาติของผู้เสียชีวิตระบุว่าไม่ได้ติดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น[6] ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องในขั้นตอนพนักงานสอบสวนในขณะนั้นต่อมาถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการให้การและการดำเนินการสอบสวน[7]

เหตุการณ์ภายหลัง

[แก้]

วิเชียรได้รับพระราชทานยศเป็นร้อยตำรวจเอกและพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 7 กันยายน 2555[8]

จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 วรยุทธยังไม่ได้ถูกฟ้องร้องต่อศาลในคดีดังกล่าว โดยการนัดหมายเพื่อเข้าพบพนักงานอัยการมีการเลื่อนออกไปหลายครั้ง และคดีบางข้อหาได้สิ้นสุดลงเนื่องจากอายุความ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560 ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับวรยุทธ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเขาได้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ก่อนหน้านั้น โดยองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศยืนยันว่าเขาออกจากสิงคโปร์เมื่อวันที่ 27 เมษายน[9] ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการขอเพิกถอนหนังสือเดินทางไทยของเขา ซึ่งมีการเพิกถอนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560[10][11][12][13]

วันที่ 28 สิงหาคม 2560 องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศออกหนังสือบอกกล่าวสำหรับจับกุมวรยุทธ ตามคำขอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ[14][15]

วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นนำเสนอข่าวว่าตำรวจไทยยกฟ้องวรยุทธทุกข้อกล่าวหา[16] โดยที่สำนักข่าวในประเทศไทยไม่ได้นำเสนอมาก่อน ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความไม่พอใจและเสียงวิจารณ์จากสาธารณะ และมีขบวนการคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์กระทิงแดงและเรดบูล รวมทั้งมีแฮชแท็ก #บอสอยู่วิทยา ติดอันดับในทวิตเตอร์[17][18] จนสื่อมวลชนไทยเริ่มนำเสนอข่าวนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าได้ยกเลิกข้อหาทั้งหมดตามคำสั่งของอัยการสูงสุด แต่บอกว่าอาจเปิดคดีได้ใหม่หากพบหลักฐานใหม่[19] อัยการสูงสุดไม่ได้ขยายความหรืออธิบายสาเหตุ[20] รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิเสธว่าทรัพย์สินของตระกูลอยู่วิทยามีส่วนในการตัดสินใจที่จะยกเลิกข้อกล่าวหา[21]

ในช่วงเวลาที่ผู้คนหมดหวังกับการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในคดีนี้ พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล เป็นผู้ออกมาแถลงข่าวยืนยันการกระทำผิดของวรยุทธ์ในคดีนี้เป็นคนแรกด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถถูกโต้แย้งได้ และการที่สามารถยืนยันรายละเอียดต่าง ๆ ในประเด็นท่าทางการชน และอัตราเร็วได้ เนื่องจากใน 2555 เขาเป็นผู้ร่วมตรวจพิสูจน์คดีนี้เองกับมือ หลักฐานแน่นขนาดนี้ สั่งไม่ฟ้องได้อย่างไร[22] โดยในวันถัดมามีเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการเปิดเผยออกสู่สาธารณะ มีประเด็นพยานเท็จที่นำเข้าสำนวนอย่างไม่ชอบมาพากลและให้การขัดกับหลักฐาน และการคำนวณอัตราเร็วโดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่คำนวณอัตราเร็วของวรยุทธได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พันตำรวจตรี ชวลิต ก็ให้สัมภาษณ์ชี้แจงด้วยหลักฐานและวิทยาศาสตร์ เพื่อหักล้างพยานเท็จและหักล้างการคำนวณอัตราเร็วที่ผิดอย่างสิ้นสงสัย

วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบสวนภายในถึงความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้[23]

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ได้สรุปรายงานเสนอต่อรัฐบาล โดยระบุว่าพบความผิดปกติหลายประการในกระบวนการพิจารณาคดี โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วรถยนต์จากประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อันส่งผลต่อคำสั่งไม่ฟ้องในขณะนั้น[24]

วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและสมคบกันเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา มิให้ต้องรับโทษตามกฎหมาย[25]

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด เป็นเวลา 3 ปี และนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยรายอื่นรวม 6 ราย[26]

ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากการจำลองเหตุการณ์ด้วยซอฟต์แวร์ PC-CRASH[27] ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานสำคัญในคดีนี้ โดยผลการคำนวณระบุว่าความเร็วของรถยนต์ขณะเกิดเหตุอยู่ในช่วงประมาณ 76–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งศาลวินิจฉัยว่ามีความสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและหลักการทางวิทยาศาสตร์มากกว่าข้อมูลความเร็วเดิมในสำนวนที่ระบุไว้ประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อมูลจากการประเมินในระยะแรก[28][29]

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนที่ศาลยกฟ้องจำเลยทั้ง 6 ราย เพื่อขอให้ศาลสูงพิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยในประเด็นความผิดฐานสมคบกันบิดเบือนสำนวนคดีอีกครั้ง ปัจจุบันคดียังไม่ถึงที่สุดและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ[30]

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ตัวแทนของวรยุทธ อยู่วิทยา และครอบครัวอยู่วิทยา ได้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ที่วัดศรีบุญเรือง ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายในอุโบสถของวัดซึ่งครอบครัวอยู่วิทยาได้สนับสนุนการก่อสร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิต ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 8 ล้านบาท อุโบสถดังกล่าวเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559[31]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Red Bull heir enjoys jet-set life 4 years after hit-and-run". Associated Press. 28 มีนาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 3 เมษายน 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. Head, Jonathan (2 เมษายน 2017). "The untouchable Red Bull heir in Thailand". BBC News. สืบค้นเมื่อ 3 เมษายน 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Hunter, Brad (2017-03-30). "Spoiled brat Red Bull heir wins new delay". Toronto Sun. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Rithdee, Kong (2017-04-01). "'Boss' Strides Atop Pyramid of Justice". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2018 โดยทาง Pressreader.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Murdoch, Lindsay (1 เมษายน 2017). "Red Bull heir Vorayuth Yoovidhya stonewalls prosecutors years after alleged hit-and-run". Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2018.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "ญาติดาบวิเชียร ไม่ติดใจ เผยได้เยียวยา 3 ล้าน ไม่ฟ้อง". ไทยรัฐ. 30 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Red Bull heir may face manslaughter charge". The Nation. 2012-09-05. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2022-06-05. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. ญาติ เพื่อนตำรวจร่วมไว้อาลัย ด.ต.วิเชียร - สตช.ปูนบำเหน็จให้เป็น ร.ต.อ.​
  9. "'Boss' leaves private jet in Singapore". Bangkok Post. 5 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Wanted Thai Red Bull heir Vorayuth 'not in Singapore'". BBC. 4 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Thailand police get arrest warrant for Red Bull heir". Al Jazeera. 28 เมษายน 2017. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "Fugitive Red Bull heir abandons private jet, disappears". CBC News. Reuters. 4 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "Thailand revokes fugitive Red Bull heir's passport". ABC. 6 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. Harmer, Jerry. "Interpol Arrest Notice Issued for Fugitive Red Bull Heir". Time. AP. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2017.
  15. "Vorayuth's passport revoked, but location unknown". Bangkok Post. 5 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. CNN, Kocha Olarn. "All charges dropped against Red Bull heir accused in death of police officer, Thai Police say". CNN. {{cite web}}: |last= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  17. Ngamkham, Ngamkham; Sattaburuth, Aekarach (2020-07-25). "Public fury as 'Boss' allowed to walk free". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 27 กรกฎาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  18. @toptrendthai (กรกฎาคม 24, 2020). "Twitter Trend" (ทวีต) โดยทาง ทวิตเตอร์.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. "Thai Red Bull distances itself from hit-and-run case as boycott calls grow". CNA (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-09-23. สืบค้นเมื่อ 2020-07-27.
  20. "Thailand urged to clarify reasons for dropping charge against Red Bull heir". The Star. สืบค้นเมื่อ 2020-07-27.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  21. "Thailand drops charges in Red Bull heir case that stirred anger about impunity". Reuters. 23 กรกฎาคม 2020. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-07-24. สืบค้นเมื่อ 24 กรกฎาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. "ส.ส.ก้าวไกล ลั่น "คดีบอส อยู่วิทยา" ตอนเป็นตำรวจเก็บหลักฐานเองกับมือ ข้องใจสั่งไม่ฟ้อง". www.sanook.com/news.
  23. "Police panel to look into 'Boss' case in 15 days". Bangkok Post. 27 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 กรกฎาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  24. "ฉบับเต็ม! สรุปผลสอบ 'วิชา มหาคุณ' คดีบอส อยู่วิทยา". ไทยโพสต์. 31 สิงหาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. "อัยการนัดส่งฟ้อง "สมยศ-เนตร" กับพวก 8 ราย คดีเปลี่ยนแปลงความเร็วรถช่วย "บอส อยู่วิทยา"". ผู้จัดการออนไลน์. 29 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. "เจาะคำพิพากษาศาลคดีบอส อยู่วิทยา: เหตุผลสั่งจำคุก 'เนตร-ชัยณรงค์'". สำนักข่าวอิศรา. 22 เมษายน 2025. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. "PC-CRASH". DSD. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. "ศาลพิเคราะห์หลักฐานความเร็ว 76–80 กม./ชม. คดีบอส อยู่วิทยา". The Standard. 29 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. "เปิดเหตุผลศาลคดีบอส อยู่วิทยา". มติชน. 30 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. "อัยการสูงสุดสั่งอุทธรณ์คดีเปลี่ยนแปลงความเร็วรถช่วย "บอส อยู่วิทยา"". โพสต์ทูเดย์. 22 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. "อนุสรณ์แห่งศรัทธา บอส วรยุทธ และครอบครัวอยู่วิทยา ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ดาบวิเชียร". ข่าวสด. 19 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]