รอนัลดีนโย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รอนัลดีนโย
Ronaldinho Kazan.jpg
รอนัลดีนโย ในปี 2017
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม รอนัลดู จี อาซิส โมเรย์รา
วันเกิด 21 มีนาคม ค.ศ. 1980 (41 ปี)
สถานที่เกิด โปร์ตูอาเลกรี, ประเทศบราซิล
ส่วนสูง 1.83 ม. (6 ฟุต 0 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / กองหน้า
สโมสรเยาวชน
1987–1998 เกรมีอู
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1998–2001 เกรมีอู 52 (21)
2001–2003 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 55 (17)
2003–2008 บาร์เซโลนา 145 (70)
2008–2011 เอซี มิลาน 76 (20)
2011–2012 ฟลาเมงกู 33 (15)
2012–2014 อัตเลชีกูมีเนย์รู 47 (17)
2014–2015 เกเรตาโร 25 (8)
2015 ฟลูมิเนนเซ่ 5 (1)
ทีมชาติ
1996 บราซิล U17 6 (2)
1999 บราซิล U20 5 (3)
1999–2005 บราซิล U23 27 (18)
1999–2013 บราซิล 97 (33)
เกียรติประวัติ
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13:04, 4 เมษายน 2013 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2013

รอนัลดู จี อาซิส โมเรย์รา (โปรตุเกส: Ronaldo de Assis Moreira) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรนัลจีญู[2] (โปรตุเกส: Ronaldinho "โรนัลโดน้อย") หรือ รอนัลดีนโย ตามการออกเสียงในภาษาอังกฤษ[3] เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล รอนัลดีนโยเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเป็นหลัก แต่สามารถขยับไปเล่นเป็นตัวริมเส้นได้เช่นกัน เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่า 2 สมัย และรางวัลบาลงดอร์ 1 สมัย เขามีจุดเด่นในเรื่องของการเลี้ยงบอล, การผ่านบอลให้เพื่อน โดยมีภาพจำที่ติดตาแฟนฟุตบอลคือการผ่านบอลได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมองเพื่อน[4] และสามารถเล่นลูกตั้งเตะได้อย่างยอดเยี่ยม

รอนัลดีนโย ลงสนามนัดแรกในเกมทางการของตนเองกับสโมสรเกรมีอู ในประเทศบราซิล ในปี 1998 ต่อมา ในปี 2001 เขาย้ายไปร่วมทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง[5] ก่อนจะย้ายร่วมทีมบาร์เซโลนา ในปี 2003 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในอาชีพของเขา ในฤดูกาลที่สองของเขากับบาร์เซโลนา เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่าเป็นสมัยแรก โดยบาร์เซโลนาชนะเลิศการแข่งขัน ลาลิกา ในปีนั้น ต่อมาในฤดูกาล 2005-06 ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของรอนัลดีนโยอย่างแท้จริง[6] โดยเขาสามารถพาทีมชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีของสโมสร และยังป้องกันแชมป์ ลาลิกา เอาไว้ได้ ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีเป็นครั้งที่สอง รวมถึงรางวัลบาลงดอร์ในปีนั้น และภายหลังจากทำประตูอันงดงามได้ในนัดที่พบกับ เรอัลมาดริด ในปีนั้น ทำให้เขาเป็นผู้เล่นบาร์เซโลนาคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเสียงปรบมือยกย่องจากแฟนฟุตบอลของเรอัลมาดริด ณ สนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว[7][8][9] ต่อจาก ดิเอโก มาราโดนา

ต่อมา ในฤดูกาล 2006-07 บาร์เซโลนาทำได้เพียงคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ ลาลิกา และรอนัลดีนโยยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนจนถึงฤดูกาล 2007-08 ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน[10] ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2011 และได้กลับไปเล่นอาชีพที่ประเทศบราซิลร่วมกับสโมสร ฟลาเม็งกู และ สโมสรมิไนโร่ ตามด้วยการย้ายไปร่วมทีม เกเรตาโร่ ในเม็กซิโก ก่อนจะกลับมาปิดท้ายการเล่นอาชีพกับสโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ในบราซิลในปี 2005 นอกเหนือจากรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่า และรางวัลบาลงดอร์ รอนัลดีนโยยังได้รับรางวัลสำคัญอีกมากมาย อาทิ การติดหนึ่งในผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมของ สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป, รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำทวีปอเมริกาใต้ และในปี 2004 เขาได้รับการจัดอันดับโดย เปเล่ ตำนานรุ่นพี่ทีมชาติบราซิลให้มีชื่ออยู่ใน 1 ใน 100 นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่[11]

ในการเล่นให้กับทีมชาติบราซิล เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 97 นัด ด้วยผลงาน 33 ประตู และมีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 สมัยโดยคว้าแชมป์โลกได้ 1 สมัย (ฟุตบอลโลก 2002) และยังคว้าแชมป์ ซีเอเอฟ คอนเฟเดอเรชัน คัพ 1 สมัย (ค.ศ. 2005) ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในนัดชิงชนะเลิศ และยังเป็นกัปตีนทีมชาติชุดที่คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกฤดูร้อนใน ค.ศ. 2008

ประวัติ[แก้]

รอนัลดีนโยเกิดในเมืองโปร์ตูอาเลกรี

(Porto Alegre) เมืองเอกของรัฐรีอูกรันดีดูซูล (Rio Grande do Sul) มารดาของเขาเป็นนางพยาบาล ส่วนบิดาของเขานั้นเป็นทั้งพนักงานอู่ซ่อมเรือและนักฟุตบอล ในวัยเยาว์ ทักษะในการเล่นฟุตบอลของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถยิงประตูคนเดียว 23 ประตูให้ทีมชนะทีมพื้นเมืองไป 23-0 เขาจึงได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมนักฟุตบอลอายุต่ำกว่า 17 ปีชิงแชมป์โลกที่ประเทศอียิปต์ ปี พ.ศ. 2540

ต่อมาก็มีทีมฟุตบอลต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอมาให้เขามากมาย ท้ายที่สุดเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทีมเกรมีอู ภายหลังถูกซื้อตัวโดยทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็งในลีกฝรั่งเศส หลังจากนั้นเขาต้องการจะย้ายออกจากปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยมีเป้าหมายว่าจะไปบาร์เซโลนา ในที่สุดเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนาและประสบความสำเร็จอย่างมาก ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งกับเอซีมิลาน และปัจจุบันมกราคมปี 2554 ได้ย้ายกลับไปเล่นกับทีมฟลาเมงกูในบราซิล ต่อมาจึงย้ายออกจากฟลาเมงกูที่ไม่ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้แล้วย้ายไปอยู่อัตเลชีกูมีเนย์รูน์

เกียรติประวัติ[แก้]

รางวัลที่ได้ส่วนตัว

  • FIFA World Player of the Year ปี 2547 2548
  • World Soccer Player of the Year ปี 2547 2548
  • Ballon d'Or ปี 2548
  • FIFPro World Player of the Year ปี 2548 2549
  • UEFA Club Footballer of the Year ปี 2548


ระดับสโมสร

ระดับนานาชาติ

อ้างอิง[แก้]

  1. "Goal.com Ronaldinho player profile". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2018-12-25. สืบค้นเมื่อ 2013-04-30.
  2. ออกเสียง [ʁonaɫˈdʒĩɲu] เนื่องจากในหลายพื้นที่ของบราซิล พยัญชนะ /d/ เมื่อนำหน้าสระ /i/ จะกลายเป็นเสียง [dʒ] (เสียงเดียวกับ j ในภาษาอังกฤษ)
  3. ในภาษาอังกฤษออกเสียง /ˌrɒnəlˈdiːnjəʊ/ (สำเนียง Received Pronunciation ในสหราชอาณาจักร) หรือ /ˌrɑːnəlˈdiːnjoʊ/ (สำเนียง General American ในสหรัฐอเมริกา). Longman Dictionary of Contemporary English fifth edition. [DVD-ROM]. London: Pearson Education, 2009.
  4. admin (2019-06-26). "Ronaldinho Passes with His Back". Soccer Training Info (ภาษาอังกฤษ).
  5. "PSG close to Ronaldinho deal". Sky Sports (ภาษาอังกฤษ).
  6. UEFA.com (2006-05-17). "2005/06: Ronaldinho delivers for Barça". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ).
  7. "15 Years Ago, Ronaldinho Received A Bernabéu Ovation, A Feat Few Barça Players Ever Achieve". The18.
  8. "On This Day in 2005: Ronaldinho Earns Standing Ovation From Real Madrid Fans at Santiago Bernabéu". 90min.com (ภาษาอังกฤษ). 2019-11-19.
  9. Dimond, Alex. "Barcelona's Ronaldinho Gets Real Madrid Ovation in Clasico for the Ages". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  10. "Brazilian superstar Ronaldinho joins Milan for $30m". The Sydney Morning Herald (ภาษาอังกฤษ). 2008-07-16.
  11. shop, VCoins, the online coin. "Brazil, Medal, The 100 Greatest Living Players selected by Pelé, Ronaldinho". www.vcoins.com (ภาษาอังกฤษ).

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]