ไมน์คราฟต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มายคราฟต์)
Jump to navigation Jump to search
ไมน์คราฟต์
Minecraft
Minecraft logo.svg
ผู้พัฒนา โมแยง[1][2]
ผู้จัดจำหน่าย
ออกแบบ
โปรแกรมเมอร์ เยนส์ เบอร์เกนสเตน Edit this on Wikidata
แต่งเพลง แดเนียล โรเซนเฟลด์ (C418)
ซีรีส์ Minecraft Edit this on Wikidata
เครื่องเล่น
วางจำหน่าย
แนว แซนด์บ็อกซ์, เอาชีวิตรอด
รูปแบบ ผู้เล่นคนเดียว, หลายผู้เล่น

ไมน์คราฟต์ (อังกฤษ: Minecraft) เป็นวิดีโอเกมแซนด์บ็อกซ์ สร้างขึ้นโดยนักออกแบบเกมชาวสวีเดน มาร์คัส "นอตช์" แพร์สสัน (Markus "Notch" Persson)[3] ต่อมาได้รับการพัฒนาและเผยแพร่โดยโมแยง (Mojang)[1][2] ความคิดสร้างสรรค์และการสร้างสิ่งต่าง ๆ ในไมน์คราฟต์ช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างออกเป็นรูปแบบ 3 มิติ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ในเกมก็จะมีการสำรวจ รวบรวมทรัพยากร คราฟต์ของ และต่อสู้ เกมนี้จะมีโหมดการเล่นที่หลากหลายซึ่งประกอบไปด้วยโหมดเอาชีวิตรอด (Survival mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นจะต้องหาทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อสร้างโลกของตัวเองและต้องรักษาเลือดของตัวเองด้วยโหมดฮาร์ดคอร์ (Hardcore mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นจะต้องหาทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อสร้างโลกของตัวเองเช่นเดียวกับโหมดเอาชีวิตรอด แต่โหมดนี้ผู้เล่นจะมีเพียงแค่หนึ่งชีวิตเท่านั้น กล่าวคือถ้าผู้เล่นตายแล้วจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้ โหมดสร้างสรรค์ (Creative mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นมีทรัพยากรไม่จำกัดและสามารถบินได้ โหมดผจญภัย (Adventure mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นสามารถเล่นแมปที่สร้างโดยคนอื่นได้ และโหมดผู้ชม (Spectator mode) เป็นโหมดที่ผู้เล่นสามารถบินไปได้รอบ ๆ และสามารถทะลุบล็อกได้ แต่จะไม่สามารถวางหรือทำลายบล็อกใด ๆ ได้เลย

ไมน์คราฟต์ ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและได้รับรางวัลและเกียรติต่าง ๆ มากมาย ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 มีการจำหน่ายไมน์คราฟต์ไปกว่า 106 ล้านชุดในทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้ไมน์คราฟต์เป็นเกมที่ขายดีที่สุดในเวลานั้น ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศข้อตกลงว่าจะซื้อบริษัทโมแยงและลิขสิทธิ์ ไมน์คราฟต์ เป็นเงินจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเข้าซื้อกิจการก็ได้เสร็จสมบูรณ์ในอีกสองเดือนต่อมา

เกมการเล่น

ไมน์คราฟต์ เป็นเกมแซนด์บ็อกซ์สามมิติที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย คือผู้เล่นมีอิสระในการเลือกว่าจะเล่นเกมอย่างไร[18] อย่างไรก็ตามก็มีระบบอะชีฟเมนต์ (Achievement)[19] เกมการเล่นโดยค่าเริ่มต้นจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ผู้เล่นก็สามารถปรับเป็นมุมมองบุคคลที่สามได้[20] เกมการเล่นหลัก ๆ ของเกมนี้จะเกี่ยวกับการทำลายและวางบล็อก โดยโลกของเกมนี้ประกอบไปด้วยวัตถุที่เป็น 3 มิติ (โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกบาศก์) จัดเรียงในรูปแบบของตารางและบล็อกเหล่านั้นจะแทนเป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน หิน แร่ต่าง ๆ น้ำ ลาวา ลำต้นของต้นไม้ เป็นต้น ในขณะที่ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระรอบ ๆ โลก แต่วัตถุต่าง ๆ จะสามารถถูกวางไว้ในรูปแบบของตารางที่กำหนดไว้เท่านั้น ผู้เล่นสามารถเก็บวัตถุเหล่านี้และวางมันในที่ที่ผู้เล่นต้องการได้[21]

ณ จุดเริ่มต้นของเกมผู้เล่นจะถูกสุ่มเกิดบนพื้นผิวโลก ซึ่งโลกนั้นไม่มีที่สิ้นสุด (ความจริงแล้วมีจุดสิ้นสุด แต่ไกลมาก)[22] โลกจะถูกแบ่งเป็นเขตไบโอมตั้งแต่ทะเลทรายไปจนถึงป่าและทุ่งหิมะ[23][24] ผู้เล่นสามารถเดินทางข้ามภูมิประเทศต่าง ๆ ได้ ซึ่งประกอบไปด้วยที่ราบ ภูเขา ป่า ถ้ำ และแหล่งน้ำต่าง ๆ[22] ระบบเวลาในเกมนี้จะประกอบไปด้วยรอบกลางวันและกลางคืน 1 รอบ (กลางวันและกลางคืน) จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในชีวิตจริง ตลอดในเส้นทางของเกมผู้เล่นจะได้พบตัวละครที่ผู้เล่นไม่ได้ควบคุม (Non-player character หรือ NPC) ซึ่งเรียกว่า ม็อบ ประกอบไปด้วยสัตว์ ชาวบ้าน (Villager) และสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตร[25] สัตว์ที่เป็นมิตร เช่น วัว หมู และไก่ สามารถฆ่าเพื่อนำมาเป็นอาหารหรือส่วนผสมสำหรับการคราฟต์ได้ ซึ่งพวกมันจะเกิด (Spawn) ในเวลากลางวัน ในตรงกันข้ามม็อบที่ไม่เป็นมิตร เช่น แมงมุม สเกเลตัน (โครงกระดูก) และซอมบี จะเกิดในตอนกลางคืนหรือที่มืด เช่น ถ้ำ[22] สิ่งมีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ในไมน์คราฟต์บางตัวได้รับการตั้งข้อสังเกตโดยนักวิจารณ์ เช่น ครีปเปอร์ (Creeper) สิ่งมีชีวิตที่ระเบิดได้ ซึ่งมันจะย่องมาหาผู้เล่น เอนเดอร์แมน (Enderman) สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการเทเลพอร์ต (Teleport) และหยิบบล็อก[26]

มอนสเตอร์บางตัวในไมน์คราฟต์ เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา : ซอมบี แมงมุม เอนเดอร์แมน ครีปเปอร์ สเกเลตัน

โลกของเกมนี้จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นขณะที่ผู้เล่นสำรวจมัน[27][28] ถึงแม้ว่ามันจะมีการจำกัดในแกนตั้ง แต่ถ้าดูตามแกนนอนแล้วพื้นจะมีไม่มีจำกัด แต่มันจะมีปัญหาทางเทคนิคเมื่อเราไปในสถานที่ที่ไกลมาก ๆ[27] เกมนี้จะแบ่งข้อมูลโลกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "ชังก์" (Chunk) ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกสร้างหรือโหลดในหน่วยความจำก็ต่อเมื่อผู้เล่นอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นเท่านั้น[27]

ระบบฟิสิกส์ของเกมนี้มักถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความสมจริง[29] คือ บล็อกส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบจากแรงดึงดูด ของเหลวไหลจากบล็อกที่เป็นจุดกำเนิด ซึ่งสามารถนำมันออกโดยการวางบล็อกตรงบล็อกที่เป็นจุดกำเนิดหรือใช้ถังตักมัน ระบบที่ซับซ้อนสามารถถูกสร้างได้จากอุปกรณ์เครื่องจักรกลพื้นฐาน วงจรไฟฟ้า และลอจิกเกตในเกมที่เรียกกว่า หินแดง (Redstone)[30]

ไมน์คราฟต์ มีอีก 2 มิติที่นอกเหนือจากโลกหลักนั้นคือ เนเธอร์ (Nether) หรือนรก และดิเอนด์ (The End)[26] เนเธอร์เป็นมิติที่เหมือนนรก ซึ่งผู้เล่นสามารถไปมิตินี้ได้โดยผ่านทางพอร์ทัล (Portal) ที่ผู้เล่นที่สร้างขึ้น ในนั้นจะมีทรัพยากรที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย และมิตินี้ยังสามารถใช้ในการเดินทางระยะไกล ๆ ในโลกปกติได้ (ใช้ย่นระยะทางได้)[31] ดิเอนเป็นดินแดนที่แห้งแล้งซึ่งมีบอสมังกรที่เรียกว่า เอนเดอร์ดรากอน (Ender Dragon) อยู่[32] การฆ่ามังกรนั้นจะนำไปสู่เครดิตตอนจบเกม ซึ่งเขียนโดยนักเขียนชาวไอริช จูเลียน กอฟ (Julian Gough)[33] ต่อจากนั้นผู้เล่นก็จะสามารถกลับไปยังจุดเกิด (Spawn Point) ดั้งเดิมที่โลกปกติได้และจะบรรลุ "The End" นอกจากนี้ยังมีบอสตัวที่สองที่เรียกว่า "วิเธอร์" (Wither) ซึ่งเมื่อฆ่ามันได้แล้วมันจะปล่อยทิ้งวัสดุที่จำเป็นสำหรับสร้างดวงประทีป (Beacon) ซึ่งมันสามารถเสริมความสามารถของผู้เล่นได้เมื่ออยู่ใกล้ ๆ มัน

เกมนี้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย 4 โหมด : เอาชีวิตรอด สร้างสรรค์ ผจญภัย และผู้ชม และมันก็ยังสามารถเปลี่ยนความยาก (Difficulty) ได้ 4 ระดับ; ความยากระดับง่ายที่สุด (ปลอดภัย (Peaceful)) จะป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตรเกิดได้[34]

โหมดเอาชีวิตรอด

หน้าต่างคราฟต์ของใน ไมน์คราฟต์ แสดงการคราฟต์ขวานหิน 2 เล่ม

โหมดนี้ผู้เล่นจะต้องเก็บรวบรวมทรัพยากรธรรมชาติ (เช่น ไม้ หิน) ที่พบตามสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะนำมาคราฟต์เป็นบล็อกหรือสิ่งของบางชนิด[22] ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาก คือมอนสเตอร์จะเกิดในที่มืดที่ห่าง ๆ จากผู้เล่น ฉะนั้นแล้วผู้เล่นควรที่จะสร้างที่พักในช่วงเวลากลางคืน[22] ในโหมดนี้จะมีหลอดเลือดด้วย ซึ่งหลอดนี้จะลดลงก็ต่อเมื่อถูกโจมตีจากมอนสเตอร์ ตกจากที่สูง จมน้ำ ตกลงไปในลาวา หายใจไม่ออก ความหิว และกิจกรรมอื่น ๆ ผู้เล่นก็จะมีหลอดความหิวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสามารถเติมหลอดนี้ได้ด้วยการกินอาหารในเกม ยกเว้นในโหมดความยาก "ปลอดภัย" (Peaceful) หลอดอาหารในความยากนี้จะไม่ลดลงเลย ถ้าหลอดอาหารไม่เต็มการเพิ่มเลือดจะถูกหยุดโดยอัตโนมัติและในที่สุดเลือดก็จะลดลงนั้นเอง เลือดจะเพิ่มได้ก็ต่อเมื่อหลอดอาอาหารเต็ม แต่ในโหมดความยาก "ปลอดภัย" เลือดจะเพิ่มขึ้นทันทีไม่ว่าหลอดอาหารจะเต็มหรือไม่

มีของมากมายในผู้เล่นสามารถคราฟต์ได้ใน ไมน์คราฟต์[35] ผู้เล่นสามารถคราฟต์ชุดเกราะเพื่อนำมาบรรเทาความเสียหายจากการถูกโจมตีได้ ในขณะที่อาวุธ เช่น ดาบ สามารถถูกนำมาคราฟต์เพื่อทำให้ฆ่าศัตรูและสัตว์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ผู้เล่นก็สามารถนำทรัพยากรมาคราฟต์เป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เช่นกัน เช่น ขวาน พลั่ว หรือที่ขุด เพื่อที่จะนำมาตัดต้นไม้ ขุดดิน และขุดแร่ตามลำดับ; อุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กจะสามารถทำให้ใช้งานได้เร็วกว่าอุปกรณ์ที่ทำจากหินหรือไม้ และมันก็สามารถใช้ได้นานขึ้นด้วย ผู้เล่นก็สามารถแลกของกับชาวบ้าน (Villager) ได้เช่นกันด้วยระบบค้าขายที่เกี่ยวข้องกับมรกต เพื่อที่จะแลกของต่าง ๆ[36] ส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะแลกของโดยใช้มรกต ข้าว หรือวัสดุอื่น ๆ[25][36]

เกมนี้มีระบบช่องเก็บของ (Inventory) และผู้เล่นสามารถใส่ของได้ในจำนวนที่จำกัด เมื่อผู้เล่นตายของในตัวผู้เล่นจะถูกปล่อยทิ้งและผู้เล่นจะไปเกิดใหม่ ณ จุดเกิดปัจจุบัน ซึ่งจุดเกิดค่าเริ่มต้นคือตรงที่ผู้เล่นเกิดครั้งแรก แต่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนจุดเกิดได้โดยการนอนที่เตียง[37] ของที่ตกอยู่ที่พื้นสามารถได้คืนได้ถ้าผู้เล่นไปเก็บก่อนที่มันจะหายไป (ดีสปอว์น) (Despawn) ผู้เล่นสามารถได้ค่าประสบการณ์ จากการฆ่าม็อบและผู้เล่นคนอื่น ๆ, การขุดแร่, การเผา (ถลุง) แร่, การผสมพันธุ์สัตว์ และการทำอาหาร ค่าประสบการณ์จะถูกใช้เมื่อทำการเอ็นชานต์ (Enchant) อุปกรณ์ ขุดเกราะ และอาวุธ[34] โดยทั่วไปแล้วของที่เอ็นชานต์แล้วจะทำให้ของนั้นมีพลังมากขึ้น ใช้ได้นานขึ้น หรือมีการใช้งานที่พิเศษ[34]

โหมดฮาร์ดคอร์

ในโหมดนี้การเล่นจะเหมือนกับโหมดเอาชีวิตรอดแต่มันจะเป็นโหมดที่ยากที่สุด เพราะถ้าหากผู้เล่นตายแล้วจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้ (ตายอย่างถาวร); เมื่อผู้เล่นตายแล้วโลกนั้นจะถูกลบด้วย[38] ถ้าผู้เล่นตายในเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโหมดฮาร์ดคอร์ ผู้เล่นจะถูกแบน (Ban) จากเซิร์ฟเวอร์นั้นทันที

โหมดสร้างสรรค์

ตัวอย่างสิ่งก่อสร้างใน ไมน์คราฟต์

ในโหมดสร้างสรรค์ผู้เล่นจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรและของทุกอย่างในเกมผ่านช่องเก็บของ และผู้เล่นสามารถหยิบของแล้วนำออกมาวางได้ทันที[39] ผู้เล่นจะสามารถบินได้อย่างอิสระรอบ ๆ โลก และจะไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ความเสียหายจากม็อบ และความหิว[40][41] โหมดนี้จะช่วยให้ผู้เล่นมุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งก่อสร้างและสร้างโปรเจกต์ที่ใหญ่ ๆ ได้นั้นเอง[39]

โหมดผจญภัย

โหมดผจญภัยได้ถูกเพิ่มเข้ามาใน ไมน์คราฟต์ รุ่น 1.3; มันได้รับการออกแบบมาเฉพาะที่จะให้ผู้เล่นได้เล่นและผจญภัยไปในแมปของผู้เล่นคนอื่น[42][43][44] เกมการเล่นจะคล้ายกับโหมดเอาชีวิตรอด แต่ผู้เล่นจะมีข้อจำกัด ซึ่งข้อจำกัดนี้ก็แล้วแต่ผู้สร้างแมปจะกำหนดขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ผู้เล่นได้รับของที่จำเป็นและประสบการณ์ในการผจญภัยในทางที่ผู้สร้างแมปได้ตั้งใจไว้[44] นอกจากนี้ในการออกแบบแมปจะมีการใช้คอมมานด์บล็อก (Command); บล็อกนี้จะทำให้ผู้สร้างแมปได้เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นผ่านทางคำสั่งต่าง ๆ ของบล็อกนี้[45]

โหมดผู้ชม

โหมดผู้ชมจะทำให้ผู้เล่นสามารถบินไปได้รอบ ๆ ทะลุบล็อก และดูผู้เล่นคนอื่นเล่นโดยที่ไม่มีผลกระทบต่อกัน โหมดนี้ตรงรายการฮอตบาร์ (Hotbar) จะสามารถทำให้ผู้เล่นเทเลพอร์ต (Teleport) ไปหาผู้เล่นคนอื่นได้ และสามารถมองในมุมมองของผู้เล่นคนอื่นหรือสิ่งมีชีวิตอื่นได้ บางทีมุมมองของสิ่งมีชีวิตอื่นอาจจะแตกต่างกับมุมมองของผู้เล่นก็ได้[46]

โหมดหลายผู้เล่น (Multiplayer)

โหมดหลายผู้เล่นใน ไมน์คราฟต์ จะใช้ได้โดยผ่านผู้เล่นโฮสต์ (Host) และธุรกิจโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ และช่วยให้ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์และสื่อสารซึ่งกันและกันในโลกเดียวกัน[47] ผู้เล่นสามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเองได้หรือใช้บริการผู้ให้บริการโฮสติง โลกผู้เล่นคนเดี่ยวจะมีข่ายงานบริเวณเฉพาะที่สนับสนุนอยู่ ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้เล่นเข้าร่วมโลกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันได้โดยที่ไม่ต้องตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด[48] ไมน์คราฟต์ เซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นจะถูกควบคุมโดยเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ คนที่สามารถเข้าถึงคำสั่งของเซิร์ฟเวอร์ได้ เช่น การตั้งค่าเวลาและการเทเลพอร์ตผู้เล่น เจ้าของเซิร์ฟเวอร์ก็สามารถตั้งไม่ให้ผู้เล่นชื่อนี้หรือเลขที่อยู่ไอพีนี้ไม่ให้สามารถเข้าเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วยเช่นกัน[47] เซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นจะนำเสนอกิจกรรมที่หลากหลายด้วยบางเซิร์ฟเวอร์ที่มีกฎที่เป็นเอกลักษณ์และกฎที่กำหนดเอง ผู้เล่นต่อสู้กับผู้เล่น ก็สามารถที่จะเปิดได้เพื่อที่จะให้ผู้เล่นได้ต่อสู้กัน[49] หลาย ๆ เซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบันนี้ได้มีปลั๊กอินที่สามารถทำให้ผู้เล่นและเซิร์ฟเวอร์ทำสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากปกติ ในปี ค.ศ. 2003 โมแยงได้ประกาศตัวไมน์คราฟต์เร็ลมส์ (Minecraft Realms) บริการเปิดเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถทำให้ผู้เล่นดำเนินงานเซิร์ฟเวอร์หลายผู้เล่นได้ง่ายและปลอยภัยโดยที่จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์เลย[50] เร็ลมส์นั้นแตกต่างจากเซิร์ฟเวอร์ทั่ว ๆ ไปนั้นคือ การที่เราสามารถเชิญผู้เล่นให้เข้ามาเล่นในเซิร์ฟเวอร์ของเราได้เลย โดยที่เขาไม่ต้องใช้ไอพีของเซิร์ฟเวอร์เลย เจ้าของเซิร์ฟเวอร์เร็ลมส์สามารถเชิญผู้เล่นได้ถึง 20 คนในการเข้าร่วมเล่นในเซิร์ฟเวอร์; อย่างไรก็ตามเซิร์ฟเวอร์สามารถรองรับผู้เล่นออนไลน์ได้แค่ 10 คนเท่านั้นและไม่รองรับปลั๊กอินที่ผู้เล่นทำ ที่ประกาศในงานอิเล็กทรอนิกส์เอ็นเตอร์เทนเมนต์เอ็กซ์โป 2016 เร็ลมส์จะสามารถทำให้ ไมน์คราฟต์ รองรับการเล่นแบบข้ามแพลตฟอร์มระหว่างรุ่นวินโดวส์ 10, ไอโอเอส และแอนดรอยด์ได้ โดยได้เริ่มตอนเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2016 ต่อมาได้รองรับกับเอกซ์บอกซ์วันและในที่สุดก็สามารถรองรับกับอุปกรณ์ความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ได้[51]

พัฒนาการ

มาร์คัส แพร์สสัน เริ่มพัฒนาเกมนี้เหมือนโครงงานโครงงานหนึ่ง[52] เขาได้แรงบันดาลใจที่จะสร้าง ไมน์คราฟต์ จากหลาย ๆ เกม เช่น วาร์ฟฟอร์เทรส, ดันเจียนคีปเปอร์ และ อินฟินิไมเนอร์ ในเวลานั้นเขามองเห็นว่าสิ่งก่อสร้าง 3 มิตินั้นเป็นแรงบันดาลใจของเขาและผสมผสานกันระหว่างความคิดต้นแบบของเขา[52] อินฟินิไมเนอร์ มีอิทธิพลอย่างมากกับรูปแบบเกมการเล่น รวมไปถึงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง รูปแบบของภาพ และบล็อกพื้นฐานของเกมนี้ อย่างไรก็ตามก็ไม่เหมือนกับ อินฟินิไมเนอร์ แพร์สสันอยากให้ ไมน์คราฟต์ มีองค์ประกอบของเกมเล่นตามบทบาท (Role-playing game หรือ RPG)[53]

ไมน์คราฟต์ เปิดตัวแก่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 โดยได้เปิดตัวที่ทีไอจีซอร์สฟอรัมส์ (TIGSource forums)[54] ต่อมาได้เป็นที่รู้จักกันในนามรุ่น คลาสสิก (Classic) และต่อมารุ่นเซอร์ไวเวิลเทสต์ (Survival Test), อินเดฟ (Indev) และอินฟ์เดฟ (Infdev) ก็จะได้ถูกปล่อยออกมาในช่วงระหว่างเดือนกันยายน ค.ศ. 2009 กับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 ถึงแม้ว่าตอนแรกแพร์สสันจะทำงานกับแจลบัมดอตเน็ต (Jalbum.net) ต่อมาเขาก็ได้ลาออกเพื่อที่จะมาทำงานเกี่ยวกับ ไมน์คราฟต์ อย่างเต็มเวลาในช่วงเวลาที่ยอดขายของรุ่นแอลฟา (Alpha) ได้เพิ่มขึ้น[55] แพร์สสันได้ดำเนินอัปเดตเกมแล้วปล่อยให้กับผู้เล่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งอัปเดตประกอบไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ของใหม่ บล็อกใหม่ ม็อบใหม่ โหมดเอาชีวิตรอด การเปลี่ยนรูปแบบบางอย่างของเกม (เช่น การไหลของน้ำ)[55]

กลับมาที่พัฒนาการของ ไมน์คราฟต์ แพร์สสันได้ก่อตั้งบริษัทวิดีโอเกมนั่นคือบริษัทโมแยง ด้วยเงินที่เขาได้รับจากเกม[56][57][58] ในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2010 แพร์สสันได้ประกาศว่า ไมน์คราฟต์ จะเข้าสู่ช่วงการทดสอบบีตา (Beta) ของมันในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2010[59] เขายังได้ระบุว่าผู้เล่นที่ซื้อเกมหลังวันดังกล่าวจะไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับเนื้อหาทั้งหมดในอนาคตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในขณะที่มัน "กลัวทั้งทนายความและคณะกรรมการ" อย่างไรก็ตามการแก้ไขข้อบกพร่องหรือบั๊ก และอัปเดตทั้งหมด รวมไปถึงการวางจำหน่ายก็ยังฟรีอยู่ ในช่วงของการพัฒนาโมแยงได้จ้างพนักงานใหม่จำนวนมากเพื่อที่จะทำงานในโครงงานนี้[60]

โมแยงได้ย้ายเกมจากรุ่นบีตาและวางจำหน่ายรุ่นเต็มในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011[61] เกมก็จะได้อัปเดตต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ได้มีการวางจำหน่าย การเปลี่ยนแปลงมีไปตั้งแต่รูปแบบเกมจนไปถึงระบบเซิร์ฟเวอร์[62] ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2011 เยนส์ "เจ๊บ" เบอร์เกนสเตน (Jens "Jeb" Bergensten)[4] ได้ควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์ของ ไมน์คราฟต์ อย่างเต็มรูปแบบ โดยให้แพร์สสันไปเป็นผู้นำในการพัฒนาแทน[63] ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 โมแยงได้ประกาศว่าพวกเขาได้จ้างนักพัฒนาของ "คราฟต์บักกิต" (CraftBukkit)[49] แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ชื่อดัง มาเพื่อที่จะมาปรับปรุงให้ ไมน์คราฟต์ รองรับกับเซิร์ฟเวอร์ม็อด[64] การเข้าซื้อครั้งในนี้ยังช่วยให้โมแยงเป็นเจ้าของม็อดคราฟต์บักกิตอย่างเต็มรูปแบบ[65] ถึงแม้ว่าความถูกต้องของการเรียกร้องนี้ได้ถูกถามเนื่องจากสถานะของการเป็นโครงการโอเพนซอร์ซกับผู้สนับสนุนอีกมากมาย ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปของกนู และสัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปแบบผ่อนปรนของกนู[66] ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2014 ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศข้อตกลงเงินจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะซื้อบริษัทโมแยงและเจ้าของลิขสิทธิ์ ไมน์คราฟต์ ข้อตกลงนี้ได้ถูกเสนอแนะโดยแพร์สสันเมื่อเขาได้ทวีตถามบริษัทที่จะซื้อหุ้นเกมของเขา หลังได้รับคำวิจารณ์ว่า "พยายามที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง" ทั้งหมดได้เสร็จสิ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 และทำให้แพร์สสันนั้นไปสู่การเป็นหนึ่งใน "มหาเศรษฐีของโลก" ในนิตยสารฟอบส์[67][68][69][70][71]

เกี่ยวกับเสียง

เพลงของ ไมน์คราฟต์ และเสียงประกอบถูกสร้างโดยนักออกแบบเสียงชาวเยอรมัน แดเนียล "ซีโฟว์เอททีน" โรเซนเฟลด์ (Daniel "C418" Rosenfeld)[72] ดนตรีประกอบฉากใน ไมน์คราฟต์ เป็นดนตรีแอมเบียนต์ที่ไม่ได้เป็นเพลง

เกมภาคเสริม

ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด

ดูบทความหลักที่: ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด

ไมน์คราฟต์: สตอรีโหมด (อังกฤษ: Minecraft: Story Mode) คือ เกมภาคเสริมที่เป็นฉาก ๆ ที่พัฒนาโดยเทลล์เทลเกมส์ (Telltale Games) ร่วมมือกับโมแยง ซึ่งถูกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2014 ประกอบไปด้วย 5 ตอนและ 3 ตอนที่สามารถดาวน์โหลดได้เพิ่มเติม โดยเนื้อหาของเกมนี้จะเกี่ยวกับการเล่าเรื่องและให้ผู้เล่นเลือกตัวเลือก และมันได้ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดผ่านทางไมโครซอฟท์วินโดวส์, โอเอสเทน, ไอโอเอส, เพลย์สเตชัน 3, เพลย์สเตชัน 4, เอกซ์บอกซ์ 360 และเอกซ์บอกซ์วันในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2015[73][74][75] แผ่นที่บรรจุตอนทั้งหมดได้ถูกปล่อยให้คอนโซล 4 รุ่นดังกล่าวในวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2015[75] รุ่นวียู[76] และนินเท็นโดสวิตช์ก็ได้ถูกก็ได้ถูกปล่อยออกมาต่อจากนั้นไม่นาน[77][78] ตัวอย่างแรกของเกมนี้ได้เปิดตัวที่งานไมน์คอน (MineCon) ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งเผยให้เห็นฟีเจอร์บางอย่างของเกม ในไมน์คราฟต์: สตอรีโหมดผู้เล่นจะควบคุมตัวละครที่ชื่อ เจสซี (Jesse) (ให้เสียงโดย แพตตัน ออสวอลต์ และแคทเธอรีน เทเบอร์)[75] ผู้ซึ่งออกเดินทางกับเพื่อนของเขาเพื่อไปตามหาดิออร์เดอร์ออฟเดอะสโตน (The Order of the Stone) (เขาคือนักผจญภัยทั้ง 4 ที่สามารถฆ่าเอนเดอร์ดรากอน (Ender Dragon) ได้) ให้กลับมารวมตัวกันเพื่อที่จะมาช่วยโลก[79]

ไมน์คราฟต์: รุ่นสำหรับการศึกษา

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2016 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเครื่องมือใหม่ที่ใช้สำหรับการศึกษาที่เรียกว่า ไมน์คราฟต์: รุ่นสำหรับการศึกษา (อังกฤษ: Minecraft: Education Edition) หรือไมน์คราฟต์อีดียู (อังกฤษ: MinecraftEDU) ซึ่งมีแผนที่จะวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2016 ไมน์คราฟต์ ได้ถูกใช้ในห้องเรียนทั่วโลกสำหรับสอนวิชาตั้งแต่แกนหลักของสะเต็มไปจนถึงศิลปะ ไมน์คราฟต์: รุ่นสำหรับการศึกษาจะถูกออกแบบเพื่อให้ใช้ในห้องเรียนโดยเฉพาะ รุ่นสำหรับการศึกษานี้จะให้อุปกรณ์แก่ครูผู้สอนที่พวกเขาต้องใช้ใน ไมน์คราฟต์ แบบพื้นฐานในชีวิตประจำ

มีข้อแตกต่างเล็กน้อยระหว่าง ไมน์คราฟต์ และไมน์คราฟต์อีดียู แต่มีแนวคิดหลักและโลกที่เปิดกว้างเหมือนกัน ตัวละครนักเรียนในไมน์คราฟต์อีดียูจะสามารถรักษาคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ นักเรียนก็จะสามารถดาวน์โหลดเกมได้ที่บ้านได้ด้วยเช่นกันโดยไม่ต้องซื้อรุ่นของเกมมาเป็นของตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่แตกต่างกันมากที่สุดคือ นักเรียนสามารถถ่ายภาพในเกมได้ ซึ่งภาพเหล่านั้นจะถูกเก็บในโน้ตบุ๊กออนไลน์ที่มีบันทึกออนไลน์ โดยที่โน้ตบุ๊กออนไลน์เหล่านั้นจะสามารถแชร์ไปให้นักเรียนคนอื่นได้[80]

เชิงอรรถรส

  1. (พีซี/จาวา, แอนดรอยด์, ไอโอเอส, วียู, นินเท็นโด 3ดีเอส, นินเท็นโดสวิตช์)
  2. (เอกซ์บอกซ์ 360, เอกซ์บอกซ์วัน, วินโดวส์โฟน, วินโดวส์ 10)
  3. (เพลย์สเตชัน 3, เพลย์สเตชัน 4, เพลย์สเตชันวิต้า)
  4. ค.ศ. 2009–2011
  5. ค.ศ. 2011–ปัจจุบัน

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 Mojang อ่านว่า "โมแยง" (ภาษาสวีเดน) [1]
  2. 2.0 2.1 Mojang อ่านว่า "โมแยง" [2]
  3. 3.0 3.1 Persson อ่านว่า "แพร์สสัน" ซึ่งคล้าย ๆ กับคำว่า passion (แพสชัน) และไม่ได้อ่านว่า person (เพอร์สัน) [3]
  4. 4.0 4.1 Jens อ่านว่า "เยนส์" (เป็นภาษาสวีเดน) ส่วน Jeb อ่านว่า "เจ๊บ" เนื่องจากเขาบอกว่าให้อ่านแบบภาษาอังกฤษ [4]
  5. "Minecraft". GameSpot. CBS Interactive. http://www.gamespot.com/minecraft/. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 October 2012. 
  6. "Minecraft – Pocket Edition – Android". IGN. http://www.ign.com/games/minecraft/android-101490. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 October 2012. 
  7. "Minecraft: Pocket Edition". GameSpot. CBS Interactive. http://www.gamespot.com/minecraft-pocket-edition/. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 October 2012. 
  8. Brown, Mark (22 March 2012). "Minecraft for Xbox 360 release date announced, amongst others". Wired UK. http://www.wired.co.uk/news/archive/2012-03/22/minecraft-xbox-360-dated. เรียกข้อมูลเมื่อ 22 October 2012. 
  9. "Minecraft Raspberry Pi". Mojang. http://mojang.com/2013/02/minecraft-pi-edition-is-available-for-download. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 March 2013. 
  10. Pitcher, Jenna. "Minecraft PS4 Edition Release Date Confirmed". IGN Entertainment, Inc.. http://www.ign.com/articles/2014/09/04/minecraft-ps4-edition-release-date-confirmed. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 October 2014. 
  11. "Minecraft for Xbox One to launch on Friday". CNET. http://www.cnet.com/news/minecraft-for-xbox-one-to-launch-on-friday/. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 October 2014. 
  12. "Minecraft: PS Vita Edition Release Date Revealed for North America". IGN. http://www.ign.com/articles/2014/10/10/minecraft-ps-vita-edition-release-date-revealed-for-north-america. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 October 2014. 
  13. "Minecraft Comes to Windows Phones". Mojang. https://mojang.com/2014/12/pocket-edition-comes-to-windows-phones. 
  14. "Announcing Minecraft Windows 10 Edition Beta". http://www.cnet.com/news/minecraft-for-xbox-one-to-launch-on-friday/. 
  15. Makuch, Eddie (7 December 2015). "Minecraft Wii U Confirmed, Coming Very Soon". GameSpot. CBS Interactive. http://www.gamespot.com/articles/minecraft-wii-u-confirmed-coming-very-soon/1100-6432876/. เรียกข้อมูลเมื่อ 8 December 2015. 
  16. "minecraft.net - Apple TV Edition released!". Archived from the original on 27 December 2016. https://minecraft.net/en/article/apple-tv-edition-released. เรียกข้อมูลเมื่อ 30 December 2016. 
  17. Pereira, Chris (13 September 2017). "New 3DS Version Of Minecraft Announced, Release Date Set For Today" (ในภาษาen-US). https://www.gamespot.com/articles/new-3ds-version-of-minecraft-announced-release-dat/1100-6453329/. 
  18. Gallegos, Anthony. "Minecraft Review — PC Review at IGN". IGN. http://uk.ign.com/articles/2011/11/24/minecraft-review. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 December 2011. 
  19. Meer, Alec (30 March 2011). "Minecraft:Wolves, Achievements, Mods, Merch". Rock, Paper, Shotgun. Rock, Paper, Shotgun, Ltd.. http://www.rockpapershotgun.com/2011/03/30/minecraft-mods/. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 March 2015. 
  20. Purchese, Robert (23 November 2011). "Minecraft 1.0 launch patch notes". Eurogamer. Eurogamer Network. http://www.eurogamer.net/articles/2011-11-23-minecraft-1-0-launch-patch-notes. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  21. Ashdown, Jeremy (11 November 2010). "This is Minecraft". IGN. http://www.ign.com/articles/2010/11/11/this-is-minecraft. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  22. 22.0 22.1 22.2 22.3 22.4 Miller-Watt, Josh. "Minecraft beginner's guide". GamesRadar. Future plc. http://www.gamesradar.com/minecraft-beginners-guide/. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 October 2012. 
  23. Meer, Alec (27 October 2010). "BiomeShock: The New Minecraft Worlds". Rock, Paper, Shotgun. http://www.rockpapershotgun.com/2010/10/27/biomeshock-the-new-minecraft-worlds/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  24. Phillips, Tom (20 January 2012). "Minecraft jungle biome, creatures coming soon". Eurogamer. Eurogamer Network. http://www.eurogamer.net/articles/2012-01-20-minecraft-jungle-biome-creatures-coming-soon. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  25. 25.0 25.1 Senior, Tom (24 May 2012). "Minecraft update snapshot includes trading, currency, new item and sandstone stairs". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/2012/05/24/minecraft-update-snapshot-includes-trading-currency-new-item-and-sandstone-stairs/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  26. 26.0 26.1 Meer, Alec (18 November 2011). "Minecraft Review • Reviews •". Eurogamer. Eurogamer Network. http://www.eurogamer.net/articles/2011-11-18-minecraft-review. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 December 2011. 
  27. 27.0 27.1 27.2 Persson, Markus (10 March 2011). "Terrain generation, Part 1". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/3746989361/terrain-generation-part-1. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 October 2010. 
  28. Bergensten, Jens (23 February 2011). "A Short Demystification of the 'Map Seed'". Mojang. http://www.mojang.com/2011/02/a-short-demystification-of-the-map-seed. เรียกข้อมูลเมื่อ 6 October 2012. 
  29. Walton, Mark (25 November 2012). "Minecraft In Education: How Video Games Are Teaching Kids". GameSpot. CBS Interactive. http://www.gamespot.com/articles/minecraft-in-education-how-video-games-are-teaching-kids/1100-6400549/. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 December 2012. 
  30. Tito, Greg (4 October 2010). "Player Creates Working Computer in Minecraft". The Escapist. Alloy Digital. http://www.escapistmagazine.com/news/view/104029-Player-Creates-Working-Computer-in-Minecraft. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 January 2011. 
  31. Francis, Tom (10 October 2010). "A clearer look at Minecraft's new hell dimension". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/previews/a-clearer-look-at-minecrafts-new-hell-dimension/. เรียกข้อมูลเมื่อ 30 October 2012. 
  32. Liebl, Matt. "Minecraft: The End, Ender Dragons, and Goop Portal All Explained". GameZone. GameZone Online. http://www.gamezone.com/news/2011/10/11/minecraft-the-end-ender-dragons-and-goop-portal-all-explained. เรียกข้อมูลเมื่อ 31 October 2012. 
  33. Chatfield, Tom (9 January 2012). "Ending an endless game: an interview with Julian Gough, author of Minecraft's epic finale". Boing Boing. http://boingboing.net/2012/01/09/ending-an-endless-game-an-int.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 January 2012. 
  34. 34.0 34.1 34.2 Boots-Faubert, Chris. ""Controls and Settings – Minecraft". Super Cheats. Videogamer Network. http://www.supercheats.com/guides/minecraft/controls-and-settings. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 January 2013. 
  35. Marriott, Scott. "Minecraft Review". About.com. InterActiveCorp. http://compsimgames.about.com/od/citybuildingsims/fr/Minecraft-Review.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 November 2012. 
  36. 36.0 36.1 Brown, Mark (6 July 2012). "Gaming Minecraft update combines single and multiplayer, adds trading and tripwires". Wired UK. http://www.wired.co.uk/news/archive/2012-07/06/minecraft-update. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 November 2012. 
  37. Walker, John (18 February 2011). "Minecraft Is Getting Ready For Bed". Rock, Paper, Shotgun. http://www.rockpapershotgun.com/2011/02/18/minecraft-is-getting-ready-for-bed/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 January 2013. 
  38. "Minecraft hardcore mode teased. When you die, the world dies with you". PC Gamer. Future plc. 23 September 2011. http://www.pcgamer.com/2011/09/23/minecraft-hardcore-mode-teased-when-you-die-the-world-dies-with-you/. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 September 2012. 
  39. 39.0 39.1 Steinlage, Tate (26 September 2012). "Creative Mode coming to Minecraft: Xbox 360 Edition". GameZone. GameZone Online. http://www.gamezone.com/news/2012/09/26/creative-mode-coming-to-minecraft-xbox-360-edition. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 December 2012. 
  40. Haley, Sebastian (5 September 2012). "Creative Mode 'weeks away' for Minecraft: Xbox 360 Edition". VentureBeat. http://venturebeat.com/2012/09/05/creative-mode-weeks-away-for-minecraft-xbox-360-edition/. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 December 2012. 
  41. Evans-Thirlwell, Edwin (5 September 2012). "Minecraft Xbox 360 update: Creative Mode still "weeks away", 4J dresses Cliffy B up as Creeper". Official Xbox Magazine. Future plc. http://www.totalxbox.com/45572/minecraft-xbox-360-update-creative-mode-still-weeks-away-4j-dresses-cliffy-b-up-as-creeper/. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 December 2012. 
  42. Savage, Phil. "The 25 best Minecraft custom maps". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/2012/10/20/the-25-best-minecraft-custom-maps/. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 October 2012. 
  43. Grayson, Nathan (6 July 2012). "Minecraft 1.3 Adding LAN, Adventure Mode In August". Rock, Paper, Shotgun. http://www.rockpapershotgun.com/2012/07/06/minecraft-1-3-adding-lan-adventure-mode-in-august/. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 January 2013. 
  44. 44.0 44.1 Walker, John (1 August 2012). "Minecraft Updates To 1.3 With Adventure Mode, Trading". Rock, Paper, Shotgun. http://www.rockpapershotgun.com/2012/08/01/minecraft-updates-with-adventure-mode/. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 January 2013. 
  45. Gallegos, Anthony. "Minecraft Adding New Block". IGN. http://www.ign.com/articles/2012/07/27/minecraft-adding-new-block. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 October 2012. 
  46. "Spectator". Minecraft Wiki. Gamepedia. http://minecraft.gamepedia.com/Spectator. 
  47. 47.0 47.1 Hutchinson, Lee (10 September 2012). "Blocks with friends: How to run your own Minecraft server". Ars Technica. pp. 1–4. http://arstechnica.com/gaming/2012/09/blocks-with-friends-how-to-run-your-own-minecraft-server/. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 November 2012. 
  48. Meer, Alec (18 June 2012). "Modern! Minecraft Adds 'Local Area Network' Support". Rock, Paper, Shotgun. http://www.rockpapershotgun.com/2012/06/18/modern-minecraft-adds-local-area-network-support/. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 September 2012. 
  49. 49.0 49.1 Davies, Marsh (24 November 2012). "The Future of Minecraft: what lies ahead for the all-conquering sandbox game?". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/2012/11/11/the-future-of-minecraft/. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 November 2012. 
  50. "Minecraft Realms hopes to make an increasingly complex game more family-friendly". Polygon. http://www.polygon.com/2013/3/18/4118526/minecraft-realms-hopes-to-make-an-increasingly-complex-game-more. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 March 2013. 
  51. Frank, Allegra (13 June 2016). "Minecraft gets cross-platform play later this year". Polygon. http://www.polygon.com/e3/2016/6/13/11922908/minecraft-cross-platform-e3-2016. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 June 2016. 
  52. 52.0 52.1 Handy, Alex (23 March 2010). "Interview: Markus 'Notch' Persson Talks Making Minecraft". Gamasutra. http://www.gamasutra.com/view/news/27719/Interview_Markus_Notch_Persson_Talks_Making_Minecraft.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 June 2010. 
  53. Davies, Marsh (10 November 2012). "Blockbuster – The Making of Minecraft". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/2012/11/10/the-making-of-minecraft/. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 December 2012. 
  54. Smith, Graham (6 February 2012). "The First Moments of Minecraft". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/2012/02/06/the-first-moments-of-minecraft/. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 January 2013. 
  55. 55.0 55.1 McDougal, Jaz (29 July 2010). "Community heroes: Notch, for Minecraft". PC Gamer. Future plc. http://www.pcgamer.com/community-heroes-notch-for-minecraft/. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 August 2010. 
  56. Cheshire, Tom (6 June 2012). "Changing the game: how Notch made Minecraft a cult hit". Wired UK. http://www.wired.co.uk/magazine/archive/2012/07/features/changing-the-game?page=all. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 October 2012. 
  57. Persson, Markus (28 September 2010). "I'm sorry about the lack of updates". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/1205447916/im-sorry-about-the-lack-of-updates. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 October 2010. 
  58. Persson, Markus (6 September 2010). "Hiring some people, getting an office, and all that!". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/1075326804/hiring-some-people-getting-an-office-and-all-that. เรียกข้อมูลเมื่อ 6 September 2010. 
  59. Persson, Markus (11 December 2010). "Minecraft Beta: December 20, 2010". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/2175441966/minecraft-beta-december-20-2010. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 December 2010. 
  60. Persson, Markus (3 January 2011). "2011, here we go!". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/2582321901/2011-here-we-go. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 January 2011. 
  61. Fernandez, Carlo (17 November 2012). "Minecraft Full Version Available; MineCon Live Streaming". International Business Times. http://au.ibtimes.com/articles/251231/20111117/minecraft-version-available-minecon-live-streaming.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 October 2012. 
  62. Persson, Markus (18 January 2011). "The web server is struggling, we're migrating". Mojang. http://notch.tumblr.com/post/2812089385/the-web-server-is-struggling-were-migrating. 
  63. Persson, Markus (2 December 2011). "Och med dom orden så passar jag micken". The Word of Notch. Mojang. http://notch.tumblr.com/post/13633493969/och-med-dom-orden-sa-passar-jag-micken. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 December 2011. 
  64. Bergensten, Jens (28 February 2012). "Minecraft Team Strengthened!". Mojang. https://mojang.com/2012/02/minecraft-team-strengthened/. เรียกข้อมูลเมื่อ 22 September 2013. 
  65. "Minecraft Bukkit team lead tries to end development, but Mojang steps in". PC Gamer. 21 August 2014. http://www.pcgamer.com/2014/08/21/minecraft-bukkit-team-lead-tries-to-end-development-but-mojang-steps-in/. 
  66. "Minecraft's CraftBukkit mod taken down by DMCA claim". games.on.net. สืบค้นเมื่อ 17 September 2014. 
  67. Peckham, Matt (15 September 2014). "Minecraft Is Now Part of Microsoft, and It Only Cost $2.5 Billion". http://time.com/3377886/microsoft-buys-mojang/. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 September 2014. 
  68. Bass, Dina (15 September 2014). "Microsoft to Buy Minecraft Maker Mojang for $2.5 Billion". Bloomberg Business. http://www.bloomberg.com/news/2014-09-15/microsoft-to-buy-minecraft-maker-mojang-for-2-5-billion.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 September 2014. 
  69. Sarkar, Samit (6 November 2014). "Microsoft officially owns Minecraft and developer Mojang now". Polygon. Vox Media. http://www.polygon.com/2014/11/6/7167349/microsoft-owns-minecraft-mojang-acquisition-closes. 
  70. Bogart, Nicole. "Updated: September 15, 2014 8:35 pm Microsoft acquires ‘Minecraft’ maker for $2.5 billion". Shaw Media. http://globalnews.ca/news/1563546/microsoft-acquires-minecraft-maker-for-2-5-billion/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 May 2015. 
  71. Mac, Ryan (3 March 2015). "Inside The Post-Minecraft Life Of Billionaire Gamer God Markus Persson". Forbes. http://www.forbes.com/sites/ryanmac/2015/03/03/minecraft-markus-persson-life-after-microsoft-sale/. เรียกข้อมูลเมื่อ 25 March 2015. 
  72. "Minecraft.net Credits". Mojang. https://minecraft.net/game/credits. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 January 2013. 
  73. "Telltale and Mojang Announce Minecraft: Story Mode". IGN. Ziff Davis. 18 December 2014. http://ign.com/articles/2014/12/18/telltale-and-mojang-announce-minecraft-story-mode. 
  74. "Minecraft: Story Mode is an episodic series from Telltale". Eurogamer. Gamer Network. 18 December 2014. http://www.eurogamer.net/articles/2014-12-18-minecraft-story-mode-is-an-episodic-series-from-telltale. 
  75. 75.0 75.1 75.2 Good, Owen S. (16 September 2015). "Telltale's Minecraft game launches Oct. 13, will have a physical release". Vox Media. Archived from the original on 16 September 2015. http://www.polygon.com/2015/9/16/9336787/telltales-minecraft-game-launches-oct-13-will-have-a-physical-release. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 September 2015. 
  76. Webster, Andrew (26 August 2015). "Giving Minecraft a story". The Verge. http://www.theverge.com/2015/8/26/9207085/minecraft-story-mode-telltale-games-interview. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 August 2015. 
  77. "Minecraft: Story Mode - The Complete Adventure". Archived from the original on 22 March 2017. http://www.nintendo.com/games/detail/minecraft-story-mode-the-complete-adventure-switch. 
  78. Martin, Liam (15 January 2017). "Nintendo Switch games list in FULL: All launch games and 2017 releases REVEALED". Express.co.uk (ใน English). สืบค้นเมื่อ 20 March 2017. 
  79. Albert, Brian (4 July 2015). "First Minecraft: Story Mode Details Revealed at Minecon". IGN. Ziff Davis. http://ign.com/articles/2015/07/04/first-minecraft-story-mode-details-revealed-at-minecon. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 July 2015. 
  80. Kelion, Leo (19 January 2016). "Minecraft to launch education edition". BBC. http://www.bbc.com/news/technology-35341528. เรียกข้อมูลเมื่อ 19 January 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น