ข้ามไปเนื้อหา

ภาษาอังกฤษแบบบริติช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาอังกฤษแบบบริติช
ประเทศที่มีการพูดสหราชอาณาจักร (เดิมคือประเทศอังกฤษ)
ภูมิภาคหมู่เกาะอังกฤษ
ชาติพันธุ์ชาวบริติช
รูปแบบก่อนหน้า
รูปแบบมาตรฐาน
ภาษาถิ่น
ละติน (ชุดตัวอักษรอังกฤษ)
อักษรเบรลล์รวมอังกฤษ
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการของ
สหประชาชาติ (กับรูปสะกดออกซ์ฟอร์ด)
รหัสภาษา
ISO 639-3
IETFen-GB[1]

ภาษาอังกฤษแบบบริติช (อังกฤษ: British English)[a] หรือ ภาษาอังกฤษแองโกล (อังกฤษ: Anglo-English) เป็นคำที่ใช้แยกแยะรูปแบบของภาษาอังกฤษที่ใช้ในหมู่เกาะบริเตน (British Isles) และที่ใช้ในภูมิภาคอื่น ๆ

คำว่า "ภาษาอังกฤษแบบบริติช" นี้ ยังหมายรวมถึงภาษาถิ่นย่อยทั้งหมดของภาษาอังกฤษ ทั้งที่ใช้ในหมู่เกาะบริเตนทั้งหมด (รวมสกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ และเวลส์ด้วย) คำนี้มักจะนิยมใช้เป็นพิเศษในหมู่ชาวอเมริกัน (รวมทั้งนักภาษาศาสตร์และนักเขียนพจนานุกรม) ส่วนชาวอังกฤษนั้น ปกติแล้วจะใช้คำว่า "ภาษาอังกฤษมาตรฐาน" (Standard English) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "ภาษาอังกฤษ" (English) เท่านั้น

ความแตกต่างเด่นที่สุดของภาษาอังกฤษแบบบริติชกับภาษาอังกฤษแบบอเมริกันคือ แบบบริติชจะออกเสียงคำอย่างตรงตัว a จะออกเป็น อา ตรง ๆ ไม่ออกว่า แอ อย่างแบบอเมริกัน เสียง t จะเน้นมาก และชาวสหราชอาณาจักรจะไม่นิยมการออกเสียงตัว r ท้ายคำ ถึงออกก็เพียงออกไปนิดเดียว นอกจากนั้นอังกฤษแบบบริติชจะออกเสียงลงคอดั่งเช่นภาษาเยอรมันและภาษาฝรั่งเศส เช่นคำว่า schedule ซึ่งภาษาอังกฤษแบบบริติชจะมีออกเสียงลงคอตรงท่อน sche ซึ่งเป็นเสียงควบระหว่าง ซ กับ ค

ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมอังกฤษหรือสมาชิกเครือจักรภพมักใช้ภาษาอังกฤษแบบบริติช[3] เช่นเดียวกับกรณีของภาษาอังกฤษที่ใช้โดยสถาบันของสหภาพยุโรป[4] สหประชาชาติใช้ภาษาอังกฤษแบบบริติชกับรูปสะกดออกซ์ฟอร์ด[5][6] ในประเทศจีน มีการสอนทั้งภาษาอังกฤษแบบบริติชและอเมริกัน[7] รัฐบาลสหราชอาณาจักรส่งเสริมและสอนภาษาอังกฤษทั่วโลกอย่างแข็งขัน และดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ[8][9][10]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. คำย่อ: BrE, en-GB และ BE[2]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Language Subtag Registry". IANA language subtag registry. 8 สิงหาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2026.
  2. "British English". Lexico.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2020. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. New Oxford Style Manual. Oxford University Press. 2016.
  4. "10.3. Spelling". Interinstitutional Style Guide. Publications Office of the European Union. สืบค้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "Six Official UN Languages". Language and Communications Training. United Nations. สืบค้นเมื่อ 2025-07-12.
  6. "Spelling". Department for General Assembly and Conference Management. United Nations. สืบค้นเมื่อ 2025-07-12.
  7. Odinye, Sunny (2016). "A study of British and American English for Chinese students". Dezuruigbo Journal.
  8. "British Council". GOV.UK. 19 กรกฎาคม 2018. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Learn English Online". British Council. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "About BBC Learning English". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2023. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

บรรณานุกรม

[แก้]
  • McArthur, Tom (2002). Oxford Guide to World English. Oxford: Oxford University Press. ISBN 0-19-866248-3 hardback, ISBN 0-19-860771-7 paperback.
  • Bragg, Melvyn (2004). The Adventure of English, London: Sceptre. ISBN 0-340-82993-1
  • Lindsey, Geoff (2019). English After RP: Standard British Pronunciation Today. Switzerland: Springer Nature. ISBN 978-3030043568.
  • Peters, Pam (2004). The Cambridge Guide to English Usage. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 0-521-62181-X.
  • Simpson, John (ed.) (1989). Oxford English Dictionary, 2nd edition. Oxford: Oxford University Press.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]