ฟรีดริช วิลเฮ็ล์ม โยเซ็ฟ เช็ลลิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฟรีดริช วิลเฮ็ล์ม โยเซ็ฟ เช็ลลิง
Friedrich Wilhelm Joseph Schelling
Nb pinacoteca stieler friedrich wilhelm joseph von schelling.jpg
เกิด27 มกราคม ค.ศ. 1775(1775-01-27)
เลออนแบร์ค, ดัชชีเวือร์ทเทิมแบร์ค, จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
เสียชีวิต20 สิงหาคม ค.ศ. 1854 (79 ปี)
บาทรากัซ, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การศึกษามหาวิทยาลัยทือบิงเงิน
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิช
ยุคศตวรรษที่ 19
แนวทางปรัชญาตะวันตก
สถาบันมหาวิทยาลัยเยนา
มหาวิทยาลัยเวือทซ์บวร์ค
มหาวิทยาลัยแอร์ลังเงิน
มหาวิทยาลัยมิวนิก
มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน
ความสนใจหลัก
Naturphilosophie, วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, สุนทรียศาสตร์, อภิปรัชญา, ญาณวิทยา, ปรัชญาคริสเตียน
ลายมือชื่อ
Friedrich Wilhelm signature.svg

ฟรีดริช วิลเฮ็ล์ม โยเซ็ฟ เช็ลลิง (เยอรมัน: Friedrich Wilhelm Joseph Schelling) เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมัน เป็นหนึ่งในสามแกนนำหลักที่พัฒนาอุดมการณ์เยอรมัน (German idealism) ร่วมกับโยฮัน ก็อทลีพ ฟิชเทอ อดีตอาจารย์ที่ปรึกษา กับเกออร์ค วิลเฮ็ล์ม ฟรีดริช เฮเกิล เพื่อนร่วมชั้นและคู่แข่งในเวลาต่อมา ทฤษฎีปรัชญาของเช็ลลิงเป็นที่กล่าวขานว่าค่อนข้างยากต่อการเข้าใจ

ประวัติ[แก้]

เช็ลลิงเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1775 ที่เลออนแบร์ค ในดัชชีเวือร์ทเทิมแบร์ค (ปัจจุบันคือรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค) จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุตรของนายโยเซ็ฟ ฟรีดริช เช็ลลิง (Joseph Friedrich Schelling) กับนางก็อทลีบีน มารี (Gottliebin Marie) เด็กชายเช็ลลิงเข้าเรียนที่โรงเรียนโบสถ์เบเบินเฮาเซิน ใกล้กับเมืองทือบิงเงิน ซึ่งบิดาของเขาเป็นอนุศาสนาจารย์และนักตะวันออกศึกษาที่โรงเรียนนั้น[5] ในปีค.ศ. 1783 เช็ลลิงเข้าเรียนที่โรงเรียนละตินในเนือร์ทิงเงิน (Nürtingen) และได้รู้จักกับฟรีดริช เฮิลเดอร์ลิง ซึ่งแก่กว่าห้าปี ต่อมาในปีค.ศ. 1790 เช็ลลิงในวันสิบห้าปีเข้าเรียนที่ศาสนวิชชาลัยทือบิงเงิน (Tübinger Stift) เร็วกว่าคนปกติถึงห้าปี[6] ที่ศาสนวิชชาลัย เช็ลลิงได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกับเฮเกิลและเฮิลเดอร์ลิง จนทั้งสามสนิทสนมกัน[7]

เมื่อเช็ลลิงได้ศึกษาเรื่องปิตาจารย์แห่งคริสตจักรและปรัชญากรีกโบราณ ความสนใจทางด้านเทววิทยาก็ค่อยเบนไปหาวิชาปรัชญา เช็ลลิงจบการศึกษามหาบัณฑิตในปีค.ศ. 1792 และจบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตในปีค.ศ. 1795 ขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มอ่านหนังสือของอิมมานูเอล คานต์ และโยฮัน ก็อทลีพ ฟิชเทอ ซึ่งมีอิทธิพลทางความคิดต่อเขาอย่างมาก[8] ต่อมาในปีค.ศ. 1797 เช็ลลิงไปเยือนเมืองไลพ์ซิชในฐานะอาจารย์พิเศษและผู้ปกครองเด็กสองคนที่ตระกูลขุนนางฝากฝัง เช็ลลิงถือโอกาสเข้าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไลพ์ซิช เขาลุ่มหลงศาสตร์สมัยใหม่อย่างวิชาเคมีและชีววิทยา เขาได้ไปเยือนเมืองเดรสเดินในปีเดียวกัน และมีโอกาสได้พบกับสองพี่น้องชเลเกิล รวมทั้งโนวาลิส[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Joseph B. Maier, Judith Marcus, and Zoltán Tarrp (ed.), German Jewry: Its History and Sociology: Selected Essays by Werner J. Cahnman, Transaction Publishers, 1989, p. 212.
  2. 2.0 2.1 Robert J. Richards, The Romantic Conception of Life: Science and Philosophy in the Age of Goethe, University of Chicago Press, 2002, p. 129.
  3. Pinkard, Terry (2002). German Philosophy 1760-1860. The Legacy of Idealism. Cambridge University Press. p. 172. ISBN 978-0-521-66381-6.
  4. Voegelin and Schelling on Freedom and the Beyond by Steven F. McGuire Das in voegelinview, April 2, 2012.
  5. Adamson & Mitchell 1911, p. 316.
  6. John Morley (ed.), The Fortnightly Review, Voll. 10, 12, London: Chapman & Hall, 1870, p. 500.
  7. Frederick C. Beiser, ed. (1993). The Cambridge Companion to Hegel. Cambridge University Press. p. 419. ISBN 978-1-139-82495-8.
  8. Adamson & Mitchell 1911, p. 316–318.
  9. Robert J. Richards, The Romantic Conception of Life: Science and Philosophy in the Age of Goethe (2002), p. 149.