พอล นิวแมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พอล นิวแมน
ไฟล์:Paul Newman - 1963.jpg
ในภาพยนตร์เรื่อง The Prize (ค.ศ. 1963)
ชื่อเกิด พอล ลีโอนาร์ด นิวแมน
เกิด 26 มกราคม ค.ศ. 1925
คลีฟแลนด์ โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 26 กันยายน ค.ศ. 2008 (อายุ 83 ปี)
เวสต์พอร์ต คอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา
คู่สมรส แจกกี วิตต์ (1949-1958)
โจแอน วูดเวิร์ด (1958-2008)
อาชีพ นักแสดง ผู้กำกับ นักการกุศล
ปีที่แสดง 1952-2007
ผลงานเด่น บุช แคสซิดีในภาพยนตร์ Butch Cassidy and the Sundance Kid
ข้อมูลบนเว็บ IMDb

พอล นิวแมน (26 มกราคม ค.ศ. 1925 - 26 กันยายน ค.ศ. 2008) เป็นนักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง เคยได้รับรางวัลออสการ์ รางวัลบาฟต้า รางวัลการแสดง และรางวัลเกียรติยศอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นนักแข่งรถ เคยเข้าร่วมแข่งขันรถทางไกล เลอมังส์ 24 ชั่วโมง ได้ตำแหน่งที่สอง ในปี พ.ศ. 2522

ผลงานการแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดของพอล นิวแมน คือภาพยนตร์ตะวันตกเรื่อง Butch Cassidy and the Sundance Kid ในปี พ.ศ. 2512 ที่แสดงคู่กับ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด ทั้งคู่ยังมีผลงานแสดงคู่กันอีกครั้งในเรื่อง The Sting ในปี พ.ศ. 2516 ที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พอล นิวแมน ได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Color of Money ที่แสดงคู่กับ ทอม ครูซ

พอล นิวแมน ยังเป็นนักธุรกิจผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์อาหาร ชื่อ Newman's Own ในปี พ.ศ. 2525 ผลิตภัณฑ์มีชื่อคือ น้ำสลัด และน้ำผลไม้ โดยพอล นิวแมน ได้อุทิศผลกำไรในส่วนของเขาทั้งหมด ให้กับการศึกษา และองค์กรการกุศล[1] โดยปี พ.ศ. 2557 มูลค่าของผลกำไรที่อุทิศให้ทั้งหมดรวมกันแล้ว เกินกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,400 ล้านบาท)[1]

พอล นิวแมน เสียชีวิตที่บ้านพักในรัฐคอนเนตทิคัต เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 ด้วยโรคมะเร็งปอด

ประวัติ[แก้]

นิวแมน เกิดที่เชกเกอร์ ไฮจ์ส รัฐโอไฮโอ ซึ่งอยู่แถวเมืองคลีฟแลนด์ เป็นบุตรชายของเธเรซา และอาร์เธอร์ ซามูเอล นิวแมน เขาเข้ารับใช้ชาติในกองทัพเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเข้าศึกษาที่เคนยอน คอลเลจ ในรัฐโอไฮโอ โดยได้รับทุนเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย แต่เขาถูกตัดออกจากทีมเนื่องจากการทะเลาะวิวาท ต่อมาพ่อของเขาเสียชีวิตจึงต้องรับช่วงต่อทางด้านธุรกิจธุรกิจร้านขายเครื่องกีฬา หลังจากนั้นเขาศึกษาที่โรงเรียนการแสดง เยล ดรามา สคูล มหาวิทยาลัยเยล

เขาเข้ามาอยู่ที่นิวยอร์ก เริ่มมีผลงานทางโทรทัศน์และแสดงละครบรอดเวย์ เรื่อง Picnic ในปี 1953 เขามีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Somebody Up There Likes Me รับบทเป็น นักมวย ร็อคกี้ กราเซีย

เขามีผลงานการแสดงภาพยนตร์ตะวันตกที่สร้างชื่อเรื่อง Butch Cassidy and the Sundance Kid ในปี พ.ศ. 2512 ที่แสดงคู่กับ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด ทั้งคู่ยังมีผลงานแสดงคู่กันอีกครั้งในเรื่อง The Sting ในปี พ.ศ. 2516 ที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นอกจากนั้นแล้ว พอล นิวแมน ยังได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Color of Money ที่แสดงคู่กับ ทอม ครูซ เขายังเคยร่วมงานกับคนดังมากมายอย่าง อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก, โรเบิร์ต อัลต์แมน, มาร์ติน สกอร์เซซี, ลอร์เรน บาร์คอล และ ทอม แฮงค์ เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 10 ครั้ง[2]

ผลงานภาพยนตร์ชิ้นสุดท้ายของเขาเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันของค่ายพิกซาร์เรื่อง Cars ที่พากษ์เสียงเป็น ด็อค ฮัดสัน เขาเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักในรัฐคอนเนตทิคัต เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 ด้วยโรคมะเร็งปอด

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

นิวแมนแต่งงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกกับแจ็คกี้ วิตต์ ใช้ชีวิตตั้งแต่ปี 1949-1958 มีบุตรชายชื่อสก็อตต์ (1950) และลูกสาวสองคนชื่อ ซูซาน เคนดัลล์ (1953) และสเตฟานีย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1975 สก็อตต์ นิวแมนเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด[3]

นิวแมนแต่งงานอีกครั้งกับนักแสดง โจแอนน์ วูดวาร์ด เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958[4] มีบุตรสาวด้วยกัน 3 คนคือ เอลินอร์ "เนลล์" เทเรซา (1959), เมลิสซา "ลิสซี" สจ๊วต (1961) และแคลร์ "เคลีย" โอลิเวีย (1965)

เขาประสบความสำเร็จในด้านอาชีพนักแข่งรถ และนักธุรกิจเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารชื่อดัง ที่เขาทำธุรกิจเอง

งานการกุศล[แก้]

นิวแมนได้จัดตั้งบริษัทขายอาหาร กับเพื่อนนักเขียนหนังสือคนหนึ่งในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งเริ่มขายน้ำสลัด แล้วขยายไปขายน้ำพาสตา น้ำมะนาว ข้าวโพดคั่ว ซอสซัลซา และไวน์ เป็นต้น เขาตั้งนโยบายที่จะอุทิศรายได้ทั้งหมดหลังเก็บภาษีแล้วให้กับการกุศล โดยปี พ.ศ. 2557 มูลค่าของผลกำไรที่อุทิศให้ทั้งหมดรวมกันแล้ว เกินกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,400 ล้านบาท)[1] เขาได้เขียนหนังสือบันทึกความจำ ร่วมกับเพื่อนนักเขียนผู้ร่วมตั้งบริษัทกับเขา โดยหนังสือมีชื่อว่า Shameless Exploitation in Pursuit of the Common Good (การแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ละอายเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ) บริษัทได้สร้างหรือร่วมสร้างรางวัลต่าง ๆ มากมาย รวมทั้ง "PEN/Newman's Own First Amendment Award (รางวัลกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่ 1)" ซึ่งเป็นรางวัลมูลค่า 25,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9 แสนบาท) เพื่อยกย่องบุคคลที่ปกป้องกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่ 1 ของสหรัฐอเมริกา (เป็นกฎหมายป้องกันการนับถือศาสนา เสรีภาพในการพูด เสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร เสรีภาพการชุมนุมอย่างสันติ เป็นต้น)[5]

องค์กรที่ได้ประโยชน์จากงานกุศลของนิวแมนรวมทั้ง Hole in the Wall Gang Camp ซึ่งเป็นค่ายฤดูร้อนสำหรับเด็ก ๆ ที่ป่วยหนักในเมือง Ashford รัฐคอนเนตทิคัต เป็นค่ายที่นิวแมนช่วยตั้งในปี ค.ศ. 1988 โดยตั้งชื่อตามแก๊งโจรในภาพยนตร์ Butch Cassidy and the Sundance Kid ที่เขาได้แสดง ต่อมาในปี ค.ศ. 1995 กลุ่มภารดรภาพของนิวแมนเมื่อยู่ที่มหาวิทยาลัย ก็รับเอาค่ายเป็นงานการกุศลประจำชาติของกลุ่มสมาคม และเริ่มตั้งแต่ตั้งขึ้น ค่ายได้ขยายสาขาไปในที่ต่าง ๆ รวมทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอิสราเอล ซึ่งบริการเด็ก ๆ กว่า 13,000 คนในแต่ละปี โดยเด็กไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น[1]

ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1999 นิวแมนบริจาคเงิน 250,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9 ล้านบาท) ให้กับองค์กร Catholic Relief Services (บริการช่วยเหลือของคนคาทอลิก) เพื่อช่วยผู้อพยพลี้ภัยสงครามในประเทศคอซอวอ ตามความต้องการโดยไม่ได้เกียดกันเชื้อชาติศาสนา[6]

ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2007 วิทยาลัยเคนยอนในรัฐโอไฮโอได้ประกาศว่า นิวแมนได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 360 ล้านบาท) ให้กับวิทยาลัยเพื่อตั้งทุนการศึกษา[7]

นิวแมนเป็นผู้ร่วมตั้งของ Committee Encouraging Corporate Philanthropy (คณะกรรมาธิการสนับสนุนการกุศลบริษัท ตัวย่อ CECP) ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของกรรมการผู้จัดการและประธานบริษัท ที่อุทิศตนเพื่อเพิ่มระดับและคุณภาพของการกุศลที่ทำโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยนิวแมนและกรรมการผู้จัดการชั้นแนวหน้าอื่น ๆ ใน ปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้น CECP ก็ได้ขยายตัวจนมีสมาชิกกว่า 175 คน[8]

เว็บไซต์ Givingback.org ยกย่องนิวแมนว่าเป็นผู้มีชื่อเสียงที่ใจดีที่สุด (Most Generous Celebrity) ในปี ค.ศ. 2008 เพราะได้บริจาคเงิน 20,857,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 751 ล้านบาท) แก่ Newman's Own Foundation ซึ่งบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลอื่น ๆ ต่อ[9]

เมื่อนิวแมนเสียชีวิต หนังสือพิมพ์อิตาลี (หนังสือพิมพ์ "กึ่งทางการ" ของสันตะสำนัก) L'Osservatore Romano พิมพ์บทความยกย่องงานการกุศลของนิวแมน และให้ความเห็นว่า "นิวแมนเป็นคนมีใจดี เป็นนักแสดงที่มีเกียรติและสไตล์ ที่มีน้อยในชุมชนคนฮอลลีวูด"[10]

นิวแมนได้รับการยกย่องว่าทำงานอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติต่าง ๆ ในเมือง Westport รัฐคอนเนตทิคัต คือ เขาได้วิ่งเต้นให้ผู้ว่าการรัฐคอนเนตทิคัต สนับสนุนทางการเงินแก่องค์กร Aspetuck Land Trust ในปี ค.ศ. 2011 ที่มีจุดมุ่งหมายรักษาพื้นที่ที่รับมอบหมายให้ดำรงไว้ตามธรรมชาติ ในเขตเมืองหลายเมืองในรัฐคอนเนตทิคัต[11] และในปีเดียวกัน ก็ได้บริจาคที่ดินให้กับองค์กรเพื่อบริหารตามเป้าหมาย[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "Newman’s Own Foundation - More than $350 Million Donated Around the World". newmansownfoundation.org. 
  2. ""พอล นิวแมน" นักแสดงดังเสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง". ผู้จัดการออนไลน์. 28 กันยายน 2551. 
  3. Clark, Hunter S. People. Time magazine. February 17, 1986.
  4. "Remembering Paul Newman." People. September 27, 2008.
  5. "Paul Newman says he will die at home". Herald Sun. 2008-08-09. [ลิงก์เสีย]
  6. "Paul Newman Philanthropy". 2011-11-14. สืบค้นเมื่อ 2011-11-14. 
  7. "Paul Newman donates $10 mln to Kenyon College". Reuters. 2007-06-02. สืบค้นเมื่อ 2007-06-04. 
  8. "CECP - Committee Encouraging Corporate Philanthropy". Corporatephilanthropy.org. สืบค้นเมื่อ 2010-03-10. 
  9. "The Giving Back 30". The Giving Back Fund. 2009-11-01. สืบค้นเมื่อ 2009-11-04. 
  10. Pattison, Mark (2008-09-30). "Catholic film critics laud actor Paul Newman's career, generosity". Catholic News Service. สืบค้นเมื่อ 2010-04-11. 
  11. Christopher Brooks; Catherine Brooks (2011-04-22). 60 Hiles Within 60 Miles: New York City. ReadHowYouWant.com. pp. 620–621. ISBN 978-1-4596-1793-3. สืบค้นเมื่อ 2013-02-19. 
  12. Hennessy, Christina (2011-10-20). "Sightseeing: Newman Poses Nature Preserve may have marquee name, but nature is the star". The Stamford Advocate. สืบค้นเมื่อ 2012-09-16. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]