พระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระครูพิศาลวิริยคุณ
(สิงห์โต ติสฺโส)
พระอาจารย์สิงห์โต, หลวงปู่สิงห์โต
พระครูพิศาลวิริยคุณ.jpg
เกิด 4 เมษายน พ.ศ. 2469
มรณภาพ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561
อายุ 92
อุปสมบท พ.ศ. 2439
พรรษา 72
วัด วัดบึงทองหลาง
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา นักธรรมโท
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
อดีตเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง พ.ศ.2501-2547

พระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส) เป็นพระสงฆ์นักพัฒนาที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาวัด และพวัฒนาศาสนา โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ (วัดบึงทองหลาง) และสนับการศึกษาโรงเรียนวัดบึงทองหลาง ให้ตั้งอยู่ในที่ธรณีสงฆ์รวมกว่า 80 ไร่ ร่วมทั้งอนุเคราะห์ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยเพื่อการสงเคราะห์จากวัดในพระพุทธศาสนาในชุมชนต่าง ๆ ในที่ดินธรณีสงฆ์ของวัด อาทิ ชุมชนท่าแรง ชุมชนลาดพร้าว 87 (จันทราสุข) และชุมชนลาดพร้าว 101 (หน้าวัดบึงทองหลาง) เป็นต้น เป้าหมายเพื่อเป็นการดำเนินกิจกรรมด้านการสังคมสงเคราะห์เพื่อส่่วนรวม

ประวัติ[แก้]

เดิมชื่อสิงห์โต เทศกาล เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2469 ณ บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 บ้านบางคลอง ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บิดาชื่อคุณพ่อชม เทศกาล มารดาชื่อคุณแม่เชื่อม เทศกาล ท่านจึงเป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน พี่น้อง 6 คน ดังนี้คือ [1]

ชาติภูมิ[แก้]

เป็นชา่วจังหวัดสุโขทัยโดยกำเนิด เกิดและโตที่ที่บ้านเกิดคือตำบลบางคลอง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ในวัยเยาว์เรียนจบการศึกษาชั้นปีที่ 4 จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2487 สิงห์โต มีอายุราว 18 ปี นายเหรียญ ซึ่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย และสนิทสนมกับกำนันแดง เทศกาล ซึ่งเป็นลุงแท้ ๆ ของสิงห์โตได้ชักชวนให้ไปสมัครเป็นครู แต่พ่อของสิงห์โต ไม่อนุญาตด้วยว่าเคยเป็นครูมาก่อน จึงทราบดีว่าการเป็นครูสมัยนั้นลำบากกับเงินเดือนเพียงแค่ 6 บาท (พ.ศ. 2487) ซึ่งไม่พอใช้จ่าย ทำอาชีพอื่น ๆ มีรายได้มากกว่าเป็นครู

ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สิงห์โต ได้อุปสมบทตามความปรารถนา ของพ่อแม่และญาติมิตร งานอุปสมบทนาคสิงห์โต สมเกียรติกับที่ท่านเป็นหลานกำนันแดง ตามสมัยนิยมคือมีหมอทำขวัญนาค ลิเก และกลองยาว เป็นงานอันยิ่งใหญ่ นาคสิงห์โตทำการอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางคลอง ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยมีพระราชประสิทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย วัดราชธานี (เดิมดำรงตำแหน่งที่พระโบราณวัตถาจารย์) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินัยสารโสภิต (พระครูโต) วัดไทยชุมพล เป็นพระกรรมมาวาจารย์ และ พระครูปลัดทองคำ วัดบางคลอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่อโต ติสฺโส ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบางคลอง โดยมีท่านพระครูปลัดทองคำ เป็น เจ้าอาวาส ได้ 3 พรรษา และได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรี โท ตามลำดับ เห็นว่าการเล่าเรียนพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนามากพอที่จะรักษาตนไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว จึงใคร่จะลาสิกขาสำเร็จตามใจคิด บังเอิญหลวงปู่แถม (หลวงปู่หนอ) โสภธมฺโม น้องชายแท้ ๆ ของพระครูธรรมสมาจารย์ (พัก ธมฺมทตฺโต) ซึ่งสมัยที่ครองเพศฆราวาสอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับหลวงพ่อโต ได้ขึ้นไปจากกรุงเทพ ฯ เพื่อเยี่ยมบ้านเกิด ก่อนที่หลวงปู่แถมจะกลับก็ชวนพระสิงห์โตลงไปเที่ยวกรุงเทพ ฯ หลวงพ่อโตจึงตัดสินใจเข้ามาเที่ยวตามคำชวน ครั้นมาถึงวัดบึงทองหลาง ก็เข้าไปกราบนมัสการพระครูธรรมสมาจารย์ (พัก ธมฺมทตฺโต) เจ้าอาวาส ในฐานะอาคันตุกะพระผู้น้อย เมื่อหลวงปู่พักทราบว่าหลวงพ่อโตเป็นบุตรของใคร มาจากไหน และด้วยอัธยาศัยเป็นที่ถูกใจ หลวงปู่พักจึงชวนให้จำพรรษากับท่านที่วัดบึงทองหลาง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2491 ครั้งแรกหลวงพ่อโต ก็ยังยืนกรานที่จะสิกขา หลวงปู่พักก็หว่านล้อมด้วยธรรมะต่าง ๆ ประกอบกับความเมตตาที่หลวงปู่พักมอบให้หลวงพ่อโต จึงตัดสินใจจำพรรษา ณ วัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2491 จนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่หลวงพ่อโต ได้เข้ามาอยู่อาศัยใบบุญของหลวงปู่พักใน วัดบึงทองหลาง ก็ได้รับเมตตาอนุเคราะห์ด้านต่าง ๆ จากหลวงปู่ประดุจดังลูกหลาน ทั้งในด้านหน้าที่การงานและด้านคำสอน หลวงปู่มอบให้หลวงพ่อโต ด้วยความเมตตาอาทิเช่น เสนอแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรภายในวัด พอมีอายุครอบ 5 พรรษา หลวงปู่จึงแต่งตั้งให้เป็นพระครูสวด พระครูธรรมสมาจารย์ (พัก ธมฺมทตฺโต) ผู้เป็นเสมือนเบ้าหลอมดวงใจแห่งศรัทธา เจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง เจ้าคณะแขวงวังทองหลาง และเป็นพระอุปัชฌาย์เพียงรูปเดียวในเขตบางกะปิ สมัยนั้นได้ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อเวลาประมาณ 21.00น. ของวันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2501 สิริอายุได้ 82 ปี ยังความโศกเศร้าให้แก่คณะสงฆ์วัดบึงทองหลางโดยเฉพาะหลวงพ่อโต มีความโทรมนัสเป็นอย่างยิ่งด้วยด้วยการจากไปและความอาลัยรักในหลวงปู่ คณะศิษยานุศิษย์ได้นำศพของหลวงปู่ไว้สักการะเป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน กับอีก 1 วัน จึงได้ขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2503

หลังจากหลวงปู่มรณภาพแล้วคณะสงฆ์และคณะศรัทธาวัดบึงทองหลางได้เสนอให้หลวงพ่อโต ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2501 รักษาการเจ้าอาวาสอยู่เป็นเวลา 9 ปี จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 ท่านได้ร่วมมือกับคณะสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันพัฒนาวัด และจัดสร้างถาวรวัตถุ โดยมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิ ศาลา อุโบสถวิหาร ห้องสุขา ขุดคลอง สร้างสะพาน สร้างหอระฆัง สร้างเมรุเผาศพ สร้างกำแพงวัด สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขุดบ่อน้ำบาดาล สร้างสุสานบรรจุศพ รวมเป็นเงินงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งสิ้นหลายสิบล้านบาท งานพิเศษที่พระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส) ทำ เช่นการสงเคราะห์ฌาปนกิจศพผู้มีรายได้น้อยฐานะยากจน โดยท่านจะบริจาคโลงศพให้รายละ 1 โลง พร้อมเงิน 1,000 บาท พร้อมทั้งมีอาหารเลี้ยงแขกที่มาในงานอาทิเช่นข้าวต้ม กระเพาะปลา ปลาท่องโก๋ พร้อมทั้งกาแฟเสร็จ และขนาดว่าเสียชีวิตที่ใดไม่มีพาหนะจะนำศพมาวัด ทางวัดจะจัดรถไปรับศพถึงที่ และทำการฌาปนกิจศพโดยไม่คิดมูลค่า และค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยถือว่าเป็นบุญกุศลแก่ประชาชนผู้ยากจนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา จนสำนักเลขาธิการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดพิมพ์เผยแพร่การจัดงานศพแบบประหยัด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบและเป็นแบบอย่างแก่วัดอื่น ๆ ต่อไปตั้งแต่วันที่๒๓ สิงหาคม พ.ศ. 2525 รวมทั้งได้รับการยกย่องให้เป็น “วัดพัฒนาตัวอย่าง” ใน พ.ศ. 2543 อีกด้วย [2]

การศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2479 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบางคลอง ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย
  • พ.ศ. 2489 นักธรรมตรี สำนักเรียนวัดราชธานี ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย
  • พ.ศ. 2490 นักธรรมโท สำนักเรียนวัดราชธานี ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย

สมณศักดิ์[แก้]

  • 30 เมษายน 2509 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูพัธกิจ ฐานานุกรมในสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กทม.
  • 5 ธันวาคม 2514 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี มีพระราชทินนามว่า พระครูพิศาลวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดอารามราษฎร์
  • 5 ธันวาคม 2521 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท (ในพระราชทินนามเดิม)
  • 30 มกราคม 2531 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และได้นำนาคสมชาย ชัยปัญญา เข้ารับการอุปสมบทเป็นนาคแรก วันที่ 31 มกราคม 2531 พระคุณท่านตั้งปณิธานว่าปัจจัยซึ่งได้มาจากการเป็นพระอุปัชฌาย์จะไม่นำมาใช้เป็นการส่วนตัว จึงจัดตั้งกองทุนการศึกษา สำหรับพระภิกษุสามเณร และนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ เงินทุนการศึกษาก้อนนี้ได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงเทพ ฯ จำกัด สาขาลาดพร้าว 99 มีเงินสะสมหลายหมื่นบาท ต่อมาได้มีการจดทะเบียนกองทุนนี้เป็นมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต เทศกาล) ได้ทำกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์เป็นจำนวนมาก ดังปรากฏต่อสาธารณะ
  • 5 ธันวาคม 2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก (ในพระราชทินนามเดิม)
  • 5 ธันวาคม 2541 ได้รับแต่งตั้งเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก [3]

งานการปกครอง[แก้]

  • พ.ศ. 2495 เป็นพระกรรมวาจาจารย์
  • พ.ศ. 2501 เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง
  • พ.ศ. 2510 เป็นเจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง
  • พ.ศ. 2547 สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส “ในข้อหาหย่อนสมรรถภาพ” (ให้ออก)

งานพิเศษ[แก้]

  • ประธานมูลนิธิพระครูธรรมสมาจารย์ (อุปัชฌาย์พัก ธมฺมทตฺโต)
  • ประธานมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส)

การยกย่อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ผศ.ดร.พิเชฐ ทั่งโต,ปกิณกะคำสอนหลวงพ่อโต, (กรุงเทพ ฯ ,สำนักพิมพ์สินธนา,2549 : พิมพ์เนื่องในงานครบรอบ 80 ปี พระครูพิศาลวิริยคุณ) หน้า 115-120
  2. คณะสงฆ์วัดบึงทองหลาง. (2552). หนังสือที่ระลึกงานสมโภชน์ยกช่อฟ้าและฉลองมณฑปธรรมสมาจารย์นุสรณ์ วัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ กทม. วันที่ 30 เดือน มีนาคม พุทธศักราช 2552,กรุงเทพ ฯ , สำนักพิมพ์ธรรมสภา,2552, หน้า 20-30.
  3. ผศ.ดร.พิเชฐ ทั่งโต,ปกิณกะคำสอนหลวงพ่อโต, (กรุงเทพ ฯ ,สำนักพิมพ์สินธนา,2549 : พิมพ์เนื่องในงานครบรอบ 80 ปี พระครูพิศาลวิริยคุณ) หน้า 130
  4. รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม [บรรณาธิการ] (2561). บทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาชุมชนและสังคม. ที่ระลึกในงานประชุมเพลิงศพพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต ติสฺโส) ณ ฌาปนสถานวัดบึงทองหลาง ลาดพร้าว 101 บางกะปิ กรุงเทพ ฯ 7 กรกฎาคม 2561. พระนครศรีอยุธยา : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]