พรรคพลังคนกีฬา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พรรคพลังคนกีฬา
หัวหน้าพรรควิรุณ เกิดชูกุล
เลขาธิการพรรคภูธน เพชรพิฆาฏ
คำขวัญพรรครวมพลังคนกีฬา พัฒนาการเมืองไทย
ก่อตั้ง28 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ที่ทำการพรรค51/50 หมู่บ้านนีโอคลาสสิคโฮม เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230
เว็บไซต์
www.thailandsportparty.or.th
นโยบายพรรคพัฒนาวงการกีฬาและสร้างความสามัคคีของคนในชาติ
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

พรรคพลังคนกีฬา (อังกฤษ: Sport Party of Thailand ตัวย่อ: S.P.O.T. พ.ก.) เป็นพรรคการเมืองไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552[1] โดยมีนายวนัสธนา สัจจกุล เป็นหัวหน้าพรรค และนายวิรุณ เกิดชูกุล เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีนโยบายหลักเพื่อพัฒนาวงการกีฬาและสร้างความสามัคคีของคนในชาติ

นโยบายพรรค[แก้]

พรรคพลังคนกีฬา จัดตั้งขึ้นโดยมีนโยบายสำคัญ 11 ข้อ คือ[2]

  1. หล่อหลอมให้เยาวชนของชาติภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ไม่แยกสี ไม่แยกภาค ไม่แยกศาสนา อยู่ใต้ร่มธงไตรรงค์ผืนเดียวกัน และมีองค์พระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  2. หล่อหลอมให้เยาวชนของชาติเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี มีน้ำใจนักกีฬาและปลอดยาเสพติด
  3. พัฒนากีฬาไทยให้ทัดเทียมกับประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่น
  4. ส่งเสริมให้มีการแข่งขันกีฬาทั้งระดับนานาชาติ ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น
  5. สร้างสถานที่เล่นกีฬา ออกกำลังกายให้ครบทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล และทุกหมู่บ้าน
  6. จัดหาอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ออกกำลังกายให้เหมาะสมตามความต้องการของท้องถิ่น
  7. ตั้งกองทุนกีฬาประจำตำบลเพื่อให้ชุมชนมีต้นทุนในการทำกิจกรรมกีฬา
  8. สนับสนุนให้นักกีฬาไทยมีโอกาสไปฝึกซ้อม และแข่งขันต่างประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศชาติ
  9. จัดให้มีกิจกรรมกีฬา ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย และการแข่งขันสำหรับผู้สูงอายุ
  10. จัดให้มีกิจกรรมกีฬา ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย และการแข่งขันสำหรับคนพิการ
  11. เปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถจากภาคประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในตำแหน่งรัฐมนตรี

แกนนำพรรค[แก้]

การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง[แก้]

พรรคพลังคนกีฬา ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554เป็นครั้งแรก โดยมีหมายเลขประจำพรรค คือ หมายเลข 36 ประกอบด้วยผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 103 คน ซึ่งพรรคพลังคนกีฬา ได้นำเสนอนโยบายการให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาทางการเมือง โดยเสนอให้นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายวนัสธนา สัจจกุล หัวหน้าพรรคฯ จะขอเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะได้ใช้กีฬาสร้างความปรองดองในชาติ[3] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งแม้แต่ที่นั่งเดียวในสภาผู้แทนราษฎร

อ้างอิง[แก้]