ข้ามไปเนื้อหา

ปัญญาจารย์ 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปัญญาจารย์ 1
ภาพซาโลมอนทรงถือดอกไม้และความเยาว์วัย จุลจิตรกรรมจากหน้าเปิดของหนังสือปัญญาจารย์ (ในภาษาละติน) ในคัมภีร์ไบเบิลแห่งอาราม Santa Maria de Alcobaça, ราวคริสต์ทศวรรษ 1220 (หอสมุดแห่งชาติโปรตุเกส ALC.455, fl.207).
หนังสือหนังสือปัญญาจารย์
ภาคในคัมภีร์ฮีบรูเคทูวีม
ภาคในคัมภีร์ไบเบิลคริสต์พันธสัญญาเดิม
ลำดับในภาคของคัมภีร์ไบเบิลคริสต์21

ปัญญาจารย์ 1 (อังกฤษ: Ecclesiastes 1) เป็นบทแรกของหนังสือปัญญาจารย์ในคัมภีร์ฮีบรูหรือพันธสัญญาเดิมในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์[1][2] หนังสือปัญญาจารย์ประกอบด้วยคำพูดเชิงปรัชญาของตัวละครที่เรียกว่าปัญญาจารย์ (โคเฮเลท; "ผู้สอน"; "ผู้พูดต่อหน้าที่ชุมนุมชน") อาจประพันธ์ขึ้นในช่วงศตวรรษ 5 ถึง 2 ก่อนคริสตกาล[3] เพชิตตา, ทาร์กุม และทัลมุด ตลอดจนผู้อ่านชาวยิวและคริสต์ศาสนิกชนส่วนใหญ่ถือว่าผู้เขียนหนังสือปัญญาจารย์คือกษัตริย์ซาโลมอน[4] บทที่ 1 ของหนังสือปัญญาจารย์ประกอบด้วยชื่อหนังสือ, อรรถาธิบายของข้อสังเกตพื้นฐานบางประการ และปัญญาของชีวิต โดยเฉพาะความอนิจจังของการแสวงหาปัญญา[5]

ต้นฉบับ

[แก้]

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู บทแบ่งออกเป็น 18 วรรค

พยานต้นฉบับ

[แก้]

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)[6][a] ชิ้นส่วนที่มีข้อความบางส่วนของบทนี้ในภาษาฮีบรูถูกพบในม้วนหนังสือเดดซี ได้แก่ 4QQohb (4Q110; 30 ปีก่อนคริสตกาล  ค.ศ. 30; วรรคที่หลงเหลือ 8–15)[8][9][10]

หน้าที่ประกอบด้วยปัญญาจารย์ 1:1–5:17 จากฉบับกิกาส (Codex Gigas) คัมภีร์ไบเบิลแปลเป็นภาษาละตินในคริสต์ศตวรรษที่ 13

ยังมีฉบับแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) บางสำเนาต้นฉบับที่หลงเหลือในเซปทัวจินต์ ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; B; ศตวรรษที่ 4) ฉบับซีนาย (Codex Sinaiticus; S; BHK: S; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; A; ศตวรรษที่ 5)[11] ต้นฉบับภาษากรีกอาจมาจากผลงานของ Aquila of Sinope และผู้ติดตาม[3]

วรรค 1

[แก้]
ถ้อยคำของปัญญาจารย์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด กษัตริย์ในเยรูซาเล็ม[12]
  • "ปัญญาจารย์": "ผู้เรียกประชุม" หรือ "ผู้รวบรวม"; ฮีบรู: קהלת Qoheleth[13][14] มีความหมายอย่างง่ายว่า "ผู้สอน" (คำ participle ในภาษาฮีบรู)[15] รากศัพท์มาจากคำว่า qahal ที่มีความหมายว่า "การเรียกประชุม"[16]
  • "เชื้อสายของดาวิด กษัตริย์ในเยรูซาเล็ม": อาจหมายถึงกษัตริย์พระองค์ใด ๆ ในเชื้อสายของดาวิด ("Davidic King")[16][3] ในปัญญาจารย์ 1:12 ระบุว่าปัญญาจารย์ปกครอง "อิสราเอล" ในกรุงเยซูซาเล็ม หาก "อิสราเอล" หมายรวมถึงราชอาณาจักรอิสราเอลเหนือแล้ว เชื้อสายของดาวิดที่ได้ปกครองก็มีเพียงซาโลมอนและพระโอรสคือ "เรโหโบอัมผู้ห่างไกลจากปัญญา"[3][b] จากคำอธิบายเพิ่มเติมในบทที่ 1 และ 2 เป็นที่แน่ชัดว่า "ปัญญาจารย์"นั้นหมายถึงซาโลมอน แม้ว่าจะเลี่ยงการกล่าวพระนาม "ซาโลมอน" ก็ตาม ไม่ได้อ้างถึงอย่างชัดเจนอย่างในเพลงซาโลมอน 1:1 หรือสุภาษิต 1:1 [16]

บทนำ (วรรค 2-11)

[แก้]

วรรค 2

[แก้]
ปัญญาจารย์กล่าวว่า อนิจจัง อนิจจัง
อนิจจัง อนิจจัง สารพัดอนิจจัง[17]

คัมภีร์ไบเบิลอังกฤษเล็กซ์แฮมเรียกวรรคนี้ว่าเป็น "คติพจน์" (motto) ของปัญญาจารย์[18] คติพจน์นี้ปรากฏอีกครั้งในช่วงท้ายของคำสอนของปัญญาจารย์ในปัญญาจารย์ 12:8[3] "อนิจจัง" ซึ่งเป็นคำสำคัญของหนังสือปัญญาจารย์[3] แปลมาจากคำภาษาฮีบรูว่า הבל, hebel[19] ซึ่งมีความหมายว่า "ความไม่มีสาระ" หรือ "ความไร้แก่นสาร" ในทางรูปธรรมใช้หมายถึง "ควัน", "ไอน้ำ", หรือ "ลมหายใจ" และในเชิงเปรียบเทียบใช้หมายถึง 'สิ่งที่หายวับไปหรือว่องไว' (มีความแตกต่างกันขึ้นกับบริบท)[20] อาจแปลได้ว่า 'ความไร้เหตุผล, ความคับข้องใจ, ความไร้ประโยชน์, ความไร้สาระ'[21] คำนี้ปรากฏ 5 ครั้งในวรรคนี้วรรคเดียวและปรากฏอีก 29 ครั้งในหนังสือปัญญาจารย์[20]

"อนิจจัง อนิจจัง" มาจากความในภาษาฮีบรู: הבל הבלים (habel habalim)[19]

วรรค 3

[แก้]
มนุษย์ได้ประโยชน์อะไรจากการตรากตรำทุกอย่างของเขา
ซึ่งเขาตรากตรำภายใต้ดวงอาทิตย์นั้น[22]

คำถามเชิงโวหารนี้เป็นไปตามคำกล่าวเกี่ยวกับ "อนิจจัง" และเป็นไปตามการพรรรณนาถึงโลกที่ 'ไม่ยอมรับความพยายามของมนุษย์'[3]

วรรค 9

[แก้]

วรรค 9 มีคำกล่าวที่เป็นที่รู้จักอย่างดีว่า "ไม่มีสิ่งใดใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์"

วรรค 11

[แก้]
ไม่มีการจดจำถึงคนสมัยก่อน
และไม่มีการจดจำถึงคนสมัยหลังที่จะเกิดมา
โดยคนรุ่นต่อมา[25]

ความอนิจจังของการแสวงหาปัญญา (วรรค 12–18)

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. หนังสือปัญญาจารย์ทั้งเล่มหายไปจากฉบับอะเลปโป (Aleppo Codex) ตั้งแต่การจลาจลต่อต้านชาวยิวในอะเลปโปในปี ค.ศ. 1947[7]
  2. 1 พงศ์กษตริย์ 12 บันทึกว่าเรโหโบอัมทรงขอคำแนะนำจากผู้อาวุโสที่เคยรับใช้พระบิดา แล้วปฏิเสธคำแนะนำเหล่านั้นเพราะทรงโปรดคำแนะนำของเหล่าชายหนุุ่มที่เติบโตมาด้วยกันกับพระองค์มากกว่า

อ้างอิง

[แก้]
  1. Halley 1965, p. 275.
  2. Holman Illustrated Bible Handbook. Holman Bible Publishers, Nashville, Tennessee. 2012.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 Weeks 2007, p. 423.
  4. Public Domain Jastrow, Morris; Margoliouth, David Samuel (1901–1906). "Ecclesiastes, Book of". ใน Singer, Isidore; และคณะ (บ.ก.). The Jewish Encyclopedia. New York: Funk & Wagnalls.
  5. Eaton 1994, pp. 610–611.
  6. Würthwein 1995, pp. 35–37.
  7. P. W. Skehan (2003), "BIBLE (TEXTS)", New Catholic Encyclopedia, vol. 2 (2nd ed.), Gale, pp. 355–362
  8. Ulrich, Eugene, บ.ก. (2010). The Biblical Qumran Scrolls: Transcriptions and Textual Variants. Brill. pp. 746. ISBN 9789004181830. สืบค้นเมื่อ May 15, 2017.
  9. Dead sea scrolls - Ecclesiastes. Quote: 4QQohb 1:1-14
  10. Fitzmyer, Joseph A. (2008). A Guide to the Dead Sea Scrolls and Related Literature. Grand Rapids, MI: William B. Eerdmans Publishing Company. p. 43. ISBN 9780802862419. สืบค้นเมื่อ February 15, 2019. Quote: 4QQohb 1:10-15.
  11. Würthwein 1995, pp. 73–74.
  12. ปัญญาจารย์ 1:1 THSV11
  13. Hebrew Text Analysis: Ecclesiastes 1:1. Biblehub
  14. หมายเหตุ [a] ของปัญญาจารย์ 1:1 ใน ESV
  15. Eaton 1994, p. 610.
  16. 1 2 3 Eaton 1994, p. 609.
  17. ปัญญาจารย์ 1:2 THSV11
  18. ปัญญาจารย์ 1:2 Lexham English Bible
  19. 1 2 Hebrew Text Analysis: Ecclesiastes 1:2. Biblehub
  20. 1 2 หมายเหตุ [a] ของปัญญาจารย์ 1:2 ใน ESV
  21. หมายเหตุ a ของปัญญาจารย์ 1:2 ใน NKJV
  22. ปัญญาจารย์ 1:3 THSV11
  23. 1 2 Hebrew Text Analysis: Ecclesiastes 1:3. Biblehub
  24. 1 2 Eaton 1994, p. 611.
  25. ปัญญาจารย์ 1:11 THSV11

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]