นี-โย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นี-โย
Neyo.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ
ชื่ออื่น นี-โย
แหล่งกำเนิด ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง ป็อป, อาร์แอนด์บี
อาชีพ นักร้อง-นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์เพลง, แร็ปเปอร์, นักแสดง
ช่วงปี 1999–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง เดฟแจม
เว็บไซต์ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ (อังกฤษ: Shaffer Chimere Smith) หรือเป็นที่รู้จักในนาม นี-โย (อังกฤษ: Ne-Yo) เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979 เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงในแนวป็อปและอาร์แอนด์บี ชาวอเมริกัน เป็นโปรดิวเซอร์เพลง, นักแสดง และแร็ปเปอร์ในบางครั้ง นี-โย มีเพลงติดใน 10 อันดับแรกของนิตยสารบิลบอร์ดในชาร์ต บิลบอร์ดฮ็อต 100 อยู่ 5 เพลง และยังมีผลงานอัลบั้มติดชาร์ต บิลบอร์ด 200 ที่อันดับ 1 อยู่ 2 อัลบั้ม นี-โยยังมีผลงานเพลงอันดับ 1 ที่เขาร่วมแต่งให้กับศิลปินอื่นอีกด้วย

นี-โย ในฐานะนักแต่งเพลง มีผลงานตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 เขาแต่งเพลงดังอย่าง "Let Me Love You" ให้กับนักร้องแนวอาร์แอนด์บี อย่างมาริโอ ซิงเกิลประสบความสำเร็จดีในสหรัฐอเมริกา และได้ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ายเดฟแจม เขาเซ็นสัญญาและออกผลงานอัลบั้มเดี่ยวในปี 2006 ในชื่อชุด In My Own Words ที่มีเพลงดังอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาอย่างเพลง "So Sick"

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

นี-โย เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979 ในรัฐอาร์คันซอ เมืองแคมเดน มีชื่อทางศาสนาว่า แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ[1] บิดาของเขาเป็น ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ส่วนมารดาของเขามีเชื้อสายผสมระหว่างชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันกับอเมริกันเชื้อสายจีน[2] ทั้งคู่เป็นนักดนตรี ตั้งแต่ยังเด็กเขาอยู่กับแม่เพียงคนเดียวเพราะพ่อแยกทางกันไป[3] และเพื่อหวังว่าจะได้โอกาสที่ดีขึ้น แม่ของเขาย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา

อาชีพ[แก้]

เปิดตัว[แก้]

นี-โย เป็นที่รู้จักครั้งแรกในวงการเพลงในฐานะสมาชิกวงจากลาสเวกัส 4 คนที่ชื่อ เอนวี[4] หลังจากแตกวงไปในปี 2000 นี-โยเซ็นสัญญากับค่ายโคลัมเบียเรคคอร์ด แต่หลังจากบันทึกเสียงอัลบั้มชุดแรก ทางค่ายก็ยกเลิกผลงานชิ้นนี้ ก่อนที่จะได้วางจำหน่าย[5] มาร์คส ฮิวสตัน นักร้องอเมริกันได้มีโอกาสฟังเพลงของนี-โย "That Girl" ที่คาดว่าจะเป็นซิงเกิลเปิดตัวของอัลบั้มที่ไม่ได้ออกวางขายของนี-โย ฮิวสตันได้นำเพลงนี้มาบันทึกเสียงใหม่และออกซิงเกิลนี้ ซึ่งก็บรรจุอยู่ในอัลบั้มชุด MH[4] การออกเพลงนี้ ทำให้นี-โย เป็นที่รู้จักในฐานะนักแต่งเพลง และยังทำให้เขาตัดสินใจที่จะเขียนเพลงให้กับศิลปินอื่นต่อไป[4]

และในอีก 2 ปี ในชีวิตวัยรุ่นของ นี-โย เขาก็ยังเขียนเพลงต่อไป ซึ่งบางเพลงก็ไม่ได้ออกอย่างเป็นทางการ[4] เขาแต่งหลาย ๆ เพลงให้กับนักร้อง ทีดรา มอสเซส ในอัลบั้มปี 2004 ชุด Complex Simplicity, เพลงในอัลบั้ม It's About Time ของคริสตินา มิเลียน และแต่งเพลงให้วงบอยแบนด์สัญชาติอเมริกา วงยังสทาวน์[6] แต่ที่กล่าวมาก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร[4] นี-โย ยังแต่งเพลงให้กับ นักร้องชาวอเมริกัน แมรี เจ. ไบลจ์, บีทูเค, เฟธ อีแวนส์ และมิวสิก[7]

จน นี-โย เป็นที่รู้จักในฐานะนักแต่งเพลงหลังจากที่เพลง "Let Me Love You" ของมาริโอ ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 ยาวนานถึง 9 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเพลงที่เล่นบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา[8][6] หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ ทีนา เดวิส อดีตผู้จัดหาศิลปิน (A&R) ของค่ายเดฟแจม ได้จัดประชุมกับหัวหน้าค่าย คือ แอล.เอ. รีด [4] เดิมที นี-โย ไม่ได้รับทำสัญญาใหม่ แต่เมื่อเขาแสดงความสามารถให้พวกเขาเห็น เขาก็ได้เซ็นสัญญากับศิลปินฮิปฮอป เจย์-ซี ที่ต่อมาคือ ซีอีโอ ของค่ายเดฟแจม[5][7]

งานเพลง[แก้]

คำว่า "นี-โย" เป็นคำที่เกิดขึ้นโดยโปรดิวเซอร์เพลง ขณะที่นี-โยทำงานร่วมกับ บิ๊กดีอีแวนส์[9] เหตุด้วย อีแวนส์เห็นว่า นี-โย เป็นเหมือน นีโอ ในเรื่องแมทริกซ์[10] โดยเป็นมุกตลกที่อีแวนส์เริ่มเรียกชื่อนี-โยอย่างนั้น จนทุกคนคุ้นเคย[3]

ต้นปี 2000 นี-โย ออกผลงานอัลบั้มแรกชุด In My Own Words กับค่ายเดฟแจม มีเพลงดังในซิงเกิลที่สองของอัลบั้มอย่างเพลง "So Sick" ที่อัลบั้มวางขายและเข้าชาร์ทบิลบอร์ด 200 ที่อันดับ 1 ด้วยยอดขายกว่า 301,000 ชุดในสัปดาห์แรก[11] และในสัปดาห์เดียวกันนี้ ซิงเกิล "So Sick" ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 1 บนชาร์ทบิลบอร์ดฮ็อต 100[8] และต่อมาเมื่อออกซิงเกิล "When You're Mad" และ "Sexy Love" ก็ขึ้นชาร์ตไปได้สูงสุดที่อันดับ 15 และอันดับ 7 ตามลำดับ[12] อัลบั้มมีได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา (อาร์ไอเอเอ) ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านชุด[13]

นี-โย ประชาสัมพันธ์ผลงานในอัลบั้ม Because of You

ผลงานอัลบั้มที่ 2 ชุด Because of You ออกวางขายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ด้วยยอดขาย 251,000 ชุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ชุดที่ 2 ของนี-โย[14] ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวนี้ มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม ขึ้นชาร์ตสูงสุดที่อันดับ 2[12] และจากการประสบความสำเร็จในเพลง "Because of You" ซิงเกิลต่อมาจึงประสบความสำเร็จน้อยลงไปและไม่สามารถติดใน 20 อันดับแรกบนชาร์ตได้[12] อัลบั้มได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากอาร์ไอเอเอ ด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านชุด[13] เอนเทอร์เทนเมนต์วีกลี วิจารณ์อัลบั้มนี้ไว้ว่า "อัลบั้มชุดนี้เป็นความพยายามที่ไม่ผิดพลาด ที่มุ่งไปในทางผลงานยุคแรกของไมเคิล แจ็กสัน"[15] ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 นี-โยและกู กู ดอลส์ ในคอนเสิร์ตหารายได้เพื่อผู้สมัครประธานาธิบดี บารัก โอบามา ในขณะนั้น[16]

ผลงานอัลบั้มชุดที่ 3 ของนี-โย ชุด Year of the Gentleman ออกวางขายเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2008 อัลบั้มขายได้ 250,000 ชุดในสัปดาห์แรกในสหรัฐอเมริกา เปิดตัวบนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ที่อันดับ 2[17] คำวิจารณ์ของอัลบั้มนี้เป็นในทางบวก หนึ่งในนั้น คารีน แกนซ์ จากนิตยสาร โรลลิงสโตน เขียนไว้เกี่ยวกับอัลบั้ม Year of the Gentleman ว่า "มีแนวคิดอัลบั้มที่ดีเลิศ เกี่ยวกับการเป็นเพื่อนชายที่ยอดเยี่ยม ที่เขา (นี-โย) สามารถเป็นได้"[18] นิตยสารไวบ์ เขียนวิจารณ์ผลงานอัลบั้มนี้ไว้ว่า "เป็นอัลบั้มที่ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากเพลงป็อปร่วมสมัย อย่าง เดอะบีทเทิลส์และบิลลี โจเอล"[19] 2 ซิงเกิลแรก "Closer" และ "Miss Independent" ขึ้นชาร์ตสูงสุดอันดับ 7 ในบิลบอร์ดฮ็อต 100 อัลบั้มนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขา อัลบั้มอาร์แอนด์บีร่วมสมัยยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม ในปี 2009 และ "Closer" ยังเข้าชิงในสาขาผลงานนักร้องชายแนวป็อปยอดเยี่ยม และ "Miss Independent" ได้เข้าชิงผลงานนักร้องชายแนวอาร์แอนด์บีและเพลงอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม[20] Year of the Gentleman ยังได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากอาร์ไอเอเอ ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านชุด[13]

งานเขียนเพลง[แก้]

นี-โย มักร่วมเขียนเพลงกับ ทอร์ อีริก เฮอร์แมนเซน และมิกเคล เอส. อีริกเวน จากทีมงานชาวนอร์เวย์ ในชื่อ สตาร์เกต โดยนี-โย พบพวกเขาที่ทางเดินในสตูดิโอของโซนีมิวสิก ที่นิวยอร์ก และก็รู้ว่าพวกเขาเป็นทีมที่ทำงานเพลงแนวอาร์แอนด์บี เขาตัดสินใจที่จะร่วมงานกับพวกเขา ผลงานร่วมมือกันอย่างเช่นเพลงในอัลบั้ม In My Own Words รวมถึงในเพลง "So Sick"[21]

นอกจากผลงานในอัลบั้มของเขาเองแล้ว นี-โย ยังร่วมงานกับศิลปินอื่นด้วย อย่างเช่นใน ซิงเกิลท็อปเท็นของริฮันน่าที่ชื่อ "Unfaithful" และต่อมากับซิงเกิลอันดับ 1 ของเธอ "Take a Bow" ในปี 2008 และเพลงของมาริโอ วาสเควซที่ชื่อ "Gallery", เพลงของพอลลา เดออันดา ที่ชื่อ "Walk Away (Remember Me)" และเพลงอันดับ 1 ของบียอนเซ่ ที่ชื่อ "Irreplaceable" ซึ่งสามารถขึ้นอันดับ 1 ได้นาน 10 สัปดาห์ติดต่อกัน[1]

นี-โย ยังเขียนเพลงให้กับวิทนีย์ ฮูสตัน, เซลีน ดิออน, คอร์บิน โบ และเอนรีเก อีเกลเซียส[1][22] เขายังร่วมงานกับลินด์เซย์ โลฮาน ในเพลงในอัลบั้ม Spirit in the Dark กับซิงเกิล "Bossy"[23] นี-โย ยืนยันว่าได้รับการติดต่อจากวิลล์.ไอ.แอม ในการร่วมงานกับอัลบั้มที่จะออกใหม่ของไมเคิล แจ็กสันอีกด้วย[24]

ธุรกิจ[แก้]

นี-โย ทำงานด้านธุรกิจโดยการเปิดสตูดิโอเพลงของตัวเองที่ชื่อ คาร์ริงตันเฮาส์ ในแอตแลนตา จอร์เจีย[25] เขายังเริ่มบริษัทผลิตงานเพลงของตัวเอง ที่ชื่อคอมพาวด์เอนเทอร์เทนเมนต์ ในปี 2007 และยังจ้างโปรดิวเซอร์และแต่งเพลงหลายคน เพื่อหวังที่จะเปิดตัวค่ายเพลงของตัวเองอย่างเต็มตัว จนได้เปิดค่ายของตัวเอง มีศิลปินอย่าง พอลลา แคมป์เบลล์, ซิกซ์ จอห์น และแชเนลล์ ที่ได้ร่วมทำงานกับคอมพาวด์[25][5]

นี-โย ยังมีบทบาทในภาพยนตร์ 2 เรื่อง โดยแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Save the Last Dance 2 ในปี 2006 และต่อมากับภาพยนตร์เรื่อง Stomp the Yard ในปี 2007 เขายังมีเพลงประกอบในภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ด้วย[26] นี-โย ยังร่วมแสดง เป็นผู้อำนวยการผลิตเพลงและประพันธ์ในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Venice Beach[27]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

นี-โย มีบุตรชายกับแฟนสาวในปี 2005 โดยตั้งชื่อว่า ชิเมียร์ ตามชื่อกลางของนี-โย[1] ถึงแม้ว่านี-โย จะชื่อว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก แต่ภายหลังก็ได้พบว่าไม่ใช่ลูกของเขาเอง ซึ่งต่อมาก็ได้ทำการดำเนินคดีกับแม่ของเด็ก[28]

นี-โย ถูกจับข้อหาไม่ระมัดระวังในการขับขี่ เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ขณะที่ขับรถผ่านค็อบบ์เคาน์ตี รัฐจอร์เจีย เขาขับด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์/ชั่วโมง ด้วยรถเรนจ์โรเวอร์ปี 2006 และไม่มีใบขับขี่ จากรายงานระบุว่าเขาขับด้วยความเร็ว 105 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งจำกัดความเร็วอยู่ที่ 50 ไมล์/ชั่วโมง และจากข้อมูลโดยแอตแลนตา-เจอร์นอลคอนสติติวชัน (Atlanta-Journal Constitution) นี-โยได้รับโทษให้ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เมื่อ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2008 หลังจากเขาสารภาพผิดว่าขับรถโดยไม่มีใบขับขี่และขับรถโดยประมาท[29]

ผลงานเพลง[แก้]

ผลงานการแสดง[แก้]

ปี ชื่อ บท หมายเหตุ
2006 Save the Last Dance 2 Mixx ลงแผ่น
2007 Stomp the Yard Rich Brown ภาพยนตร์[30]
2011 CSI: NY The hitman [31] ตอนที่ 7.14 "Smooth Criminal"[32]
2011 The Fresh Beat Band ตัวเขาเอง ตอนพิเศษ "Band in a Jam"[33]
2011 Battle: Los Angeles Specks ภาพยนตร์[34]
2012 Empire Girls: Julissa & Adrienne ตัวเขาเอง เรียลลิตี-โชว์
2012 Red Tails Andrew 'Smoky' Salem ภาพยนตร์[35]
2012 I Heart Tuesdays None (TV), creator
2012 The X Factor Guest Mentor
2012 Never Mind the Buzzcocks Guest Host

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Hobbs, Linda (2007-02-27). "VIBE.com: Ne-Yo to VIBE: "I am NOT a Sex Addict"". Vibe. สืบค้นเมื่อ 2008-10-15. 
  2. "Ne-Yo: Grammy-winning singer to perform at Halenbeck Hall". St. Cloud State University. 2008-09-25. สืบค้นเมื่อ 2008-10-14. 
  3. 3.0 3.1 Lo, Ricky (2008). "Let Ne-Yo Love You". The Philippine Star (Philippines). 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 Reeves, Mosi (2006-09-07). "Slick of It All". Miami New Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-27. 
  5. 5.0 5.1 5.2 Jones, Steve (2007-05-15). "Ne-Yo keeps tunes coming". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2008-12-27. 
  6. 6.0 6.1 Kellman, Any. "Neyo: Biography". Allmusic. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  7. 7.0 7.1 Reid, Shaheem. "Jay-Z’s Picks: Teairra Mari, Rihanna, Ne-Yo". MTV. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  8. 8.0 8.1 Hope, Clover (2009-03-09). "Ne-Yo Completes Chart Takeover With 'So Sick'". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  9. Scott, Kevin R. (2005-10-24). "20 Questions with Ne-Yo". Vibe. สืบค้นเมื่อ 2008-10-21. 
  10. Lorez, Jeff (2006). "Ne-Yo 2006 Interview". Soulmusic. สืบค้นเมื่อ 2008-10-21. 
  11. Hasty, Katie (2006-03-08). "Ne-Yo's 'Words' Speak Volumes At No. 1". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  12. 12.0 12.1 12.2 "Artist Chart History - Ne-Yo". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  13. 13.0 13.1 13.2 "RIAA - Gold and Platinum". Recording Industry Association of America. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  14. Hasty, Katie (2009-05-09). "Ne-Yo Scores Second No. 1 In Debut-Heavy Week". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  15. Simon Vozick-Levinson, Music Review Because of You (2007) Entertainment Weekly
  16. Cathcart, Rebecca (2007-12-11). "Ne-Yo, The Goo Goo Dolls and, Oh, Yes, Barack". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  17. Hasty, Katie (2008-09-24). "Metallica Edges Ne-Yo, Nelly To Remain No. 1". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  18. Ganz, Caryn (2008-09-18). "Year of the Gentleman : Ne-Yo : Review". Rolling Stone. สืบค้นเมื่อ 2008-09-24. 
  19. Elysa Gardner, R&B star Ne-Yo flaunts his gentlemanly style usatoday.com
  20. Adler, Shawn (2008-12-04). "Ne-Yo Was Blown Away By His Six Grammy Nods: 'One Nomination Would Have Been Enough For Me'". MTV. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  21. Sisario, Ben (2007-05-06). "Wizards in the Studio, Anonymous on the Street". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  22. McDonald, Sam (2007-05-30). "The many roles of Ne-Yo". Daily Press (AccessMyLibrary). สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  23. Laudadio, Marisa; Herndon, Jessica (2008-05-07). "Listen to Lindsay Lohan's New Song 'Bossy'". People. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  24. "Ne-Yo: 'I'm Not Trying To Top 'Thriller'". Starpulse. 2007-06-07. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  25. 25.0 25.1 Frezza, Robert (2007-05-29). "Ne-Yo To Open Carrington House Studio". Soulshine. สืบค้นเมื่อ 2007-09-30. 
  26. "Interview: Ne-Yo". MTV. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  27. Simmons, Leslie (2008-10-17). "Ne-Yo Pulling Triple Duty On 'Beach'". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-10-18. 
  28. Gardner, Elysa (2008-10-31). "R&B star Ne-Yo flaunts his gentlemanly style". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2009-03-06. 
  29. TMZ staff (2008-02-22). "Cops: Ne-Yo Was Driving CRAZY!". TMZ. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  30. Carroll, Larry (January 3, 2007). "Ne-Yo, Chris Brown Open Up About Stepping Up For Stomp The Yard". MTV. Retrieved August 26, 2011.
  31. James Dinh. "Ne-Yo To Guest-Star As Hit Man On 'CSI: NY'". สืบค้นเมื่อ Oct 16 2012. 
  32. Abrams, Natalie (November 30, 2010). "Ne-Yo to Guest-Star on CSI: NY". TV Guide. Retrieved December 1, 2010.
  33. Seidman, Robert (May 17, 2011). "Ne-Yo Guest Stars in an Hour-Long Special of Nickelodeon's The Fresh Beat Band on June 24". TV by the Numbers. Retrieved October 28, 2011.
  34. "Battle: Los Angeles Review". (March 10, 2011). IGN. Retrieved April 6, 2011.
  35. "Red Tails Finishes Casting and Begins Production"[ลิงก์เสีย]. (April 6, 2009). StarWars.com. Retrieved August 25, 2011.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]