นี่คือบทความคุณภาพ คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

นี-โย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นี-โย
Neyo.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ
ชื่ออื่น นี-โย
เกิด 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979 (36 ปี)[1]
แคมเดน รัฐอาร์คันซอ, สหรัฐอเมริกา
แหล่งกำเนิด ลาสเวกัส รัฐเนวาดา, สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง
อาชีพ
  • นักร้อง
  • นักแต่งเพลง
  • โปรดิวเซอร์เพลง
  • นักเต้น
  • นักแสดง
ช่วงปี 1998–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ neyothegentleman.com

แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ (อังกฤษ: Shaffer Chimere Smith) หรือเป็นที่รู้จักในนาม นี-โย (อังกฤษ: Ne-Yo) เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979 เป็นนักร้องเพลงแนวอาร์แอนด์บี นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์เพลง และนักแสดงชาวอเมริกัน นี-โยมีชื่อเสียงด้านการแต่งเพลงเมื่อเขาแต่งเพลง "เล็ตมีเลิฟยู" ให้กับมาริโอ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้นี-โยได้พบกับหัวหน้าค่ายเดฟแจม และเซ็นสัญญาด้วย

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

นี-โย เกิดในรัฐอาร์คันซอ เมืองแคมเดน มีชื่อทางศาสนาว่า แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ[3] บิดาของเขาเป็น ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ส่วนมารดาของเขามีเชื้อสายผสมระหว่างชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันกับอเมริกันเชื้อสายจีน[4] ทั้งคู่เป็นนักดนตรี ตั้งแต่ยังเด็กเขาอยู่กับแม่เพียงคนเดียวเพราะพ่อแยกทางกันไป[5] และเพื่อหวังว่าจะได้โอกาสที่ดีขึ้น แม่ของเขาย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา

ขณะเรียนที่ลาสเวกัสอะคาเดมี สมิธใช้ชื่อนักร้องว่า "GoGo" และเข้าร่วมกลุ่มนักร้องอาร์แอนด์บีชื่อ เอนวี ซึ่งเคยแสดงในรายการโชว์ไทม์แอตดิอะพอลโล[6] และรายการเดอะคัต ทางช่องเอ็มทีวี[7] (ลิซา "เลฟต์อายส์" โลปส์ จากวงทีแอลซี เป็นพิธีกร)[8] วงปิดตัวลงใน ค.ศ. 2000 และสมิธยังคงแต่งเพลงให้นักร้องคนอื่นต่อไปก่อนเริ่มงานเพลงเดี่ยว ชื่อนักร้องว่า "Ne-Yo" ตั้งโดนบิก ดี อีแวนส์ โปรดิวเซอร์ที่นีโยเคยร่วมงานด้วย[9] เนื่องจากอีแวนส์กล่าวว่านี-โยมองดนตรีว่าเป็นตัวละครนีโอมองจักรวาลเมทริกซ์ในเรื่องเดอะเมทริกซ์[10]

อาชีพ[แก้]

เปิดตัว[แก้]

นี-โย เป็นที่รู้จักครั้งแรกในวงการเพลงในฐานะสมาชิกวงจากลาสเวกัส 4 คนที่ชื่อ เอนวี[11] หลังจากแตกวงไปในปี 2000 นี-โยเซ็นสัญญากับค่ายโคลัมเบียเรเคิดส์ แต่หลังจากบันทึกเสียงอัลบั้มชุดแรก ทางค่ายก็ยกเลิกผลงานชิ้นนี้ ก่อนที่จะได้วางจำหน่าย[12] มากส์ ฮิวสตัน นักร้องอเมริกันได้มีโอกาสฟังเพลงของนี-โย "แดตเกิร์ล" ที่คาดว่าจะเป็นซิงเกิลเปิดตัวของอัลบั้มที่ไม่ได้ออกวางขายของนี-โย ฮิวสตันได้นำเพลงนี้มาบันทึกเสียงใหม่และออกซิงเกิลนี้ ซึ่งก็บรรจุอยู่ในอัลบั้มชุด เอ็มเอช[11] การออกเพลงนี้ ทำให้นี-โย เป็นที่รู้จักในฐานะนักแต่งเพลง และยังทำให้เขาตัดสินใจที่จะเขียนเพลงให้กับศิลปินอื่นต่อไป[11]

และในอีก 2 ปี ในชีวิตวัยรุ่นของ นี-โย เขาก็ยังเขียนเพลงต่อไป ซึ่งบางเพลงก็ไม่ได้ออกอย่างเป็นทางการ[11] เขาแต่งหลาย ๆ เพลงให้กับนักร้อง ทีดรา มอเซส ในอัลบั้มปี 2004 ชุด คอมเพล็กซ์ซิมพลิซิตี, เพลงในอัลบั้ม อิตส์อะเบาต์ไทม์ ของคริสตินา มิเลียน และแต่งเพลงให้วงบอยแบนด์สัญชาติอเมริกา วงยังสทาวน์[13] แต่ที่กล่าวมาก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร[11] นี-โย ยังแต่งเพลงให้กับ นักร้องชาวอเมริกัน แมรี เจ. ไบลจ์, บีทูเค, เฟธ อีแวนส์ และมิวสิก โซลไชลด์[14]

จน นี-โย เป็นที่รู้จักในฐานะนักแต่งเพลงหลังจากแต่งเพลง "Let Me Love You" ให้มาริโอ ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ยาวนานถึง 9 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเพลงที่เล่นบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา[15][13] หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ ทีนา เดวิส อดีตผู้จัดหาศิลปิน (A&R) ของค่ายเดฟแจม ได้จัดประชุมกับหัวหน้าค่าย คือ แอล.เอ. รีด [11] เดิมที นี-โย ไม่ได้รับทำสัญญาใหม่ แต่เมื่อเขาแสดงความสามารถให้พวกเขาเห็น เขาก็ได้เซ็นสัญญากับศิลปินฮิปฮอป เจย์-ซี ที่ต่อมาคือกรรมการผู้จัดการของค่ายเดฟแจม[12][14]

อินมายโอนเวิดส์ และบีคอสออฟยู[แก้]

ต้นปี 2006 นี-โย ออกผลงานอัลบั้มแรกชุด อินมายโอนเวิดส์ กับค่ายเดฟแจม มีเพลงดังในซิงเกิลที่สองของอัลบั้มอย่างเพลง "โซซิก" ที่อัลบั้มวางขายและเข้าชาร์ตบิลบอร์ด 200 ที่อันดับ 1 ด้วยยอดขายกว่า 301,000 ชุดในสัปดาห์แรก[16] และในสัปดาห์เดียวกันนี้ ซิงเกิล "โซซิก" ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100[15] และต่อมาเมื่อออกซิงเกิล "เว็นยัวร์แมด" และ "เซ็กซีเลิฟ" ก็ขึ้นชาร์ตไปได้สูงสุดที่อันดับ 15 และอันดับ 7 ตามลำดับ[17] อัลบั้มมีได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา (อาร์ไอเอเอ) ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านชุด[18]

นี-โย ประชาสัมพันธ์ผลงานในอัลบั้ม บีคอสออฟยู

ผลงานอัลบั้มที่ 2 ชุด บีคอสออฟยู ออกวางขายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ด้วยยอดขาย 251,000 ชุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ชุดที่ 2 ของนี-โย[19] ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวนี้ มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม ขึ้นชาร์ตสูงสุดที่อันดับ 2[17] แม้อัลบั้มประสบความสำเร็จจากเพลง "บีคอสออฟยู" แต่ซิงเกิลต่อมาติดอันดับชาร์ตไม่สูงนักและไม่สามารถติดใน 20 อันดับแรกบนชาร์ตได้[17] อัลบั้มได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากอาร์ไอเอเอ ด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านชุด[18] เอนเทอร์เทนเมนต์วีกลี วิจารณ์อัลบั้มนี้ไว้ว่า "อัลบั้มชุดนี้เป็นความพยายามที่ไม่ผิดพลาด ที่มุ่งไปในทางผลงานยุคแรกของไมเคิล แจ็กสัน"[20] ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 นี-โยและกู กู ดอลส์ ในคอนเสิร์ตหารายได้เพื่อผู้สมัครประธานาธิบดี บารัก โอบามา ในขณะนั้น[21]

เยียร์ออฟเดอะเจนเทิลแมน และ ไลบราสเกล[แก้]

ผลงานอัลบั้มชุดที่ 3 ของนี-โย ชุด เยียร์ออฟเดอะเจนเทิลแมน ออกวางขายเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2008 นี-โยอธิบายกับนักเขียน พีต ลูอิส จากนิตยสารบลูส์แอนด์โซล เกี่ยวกับแนวคิดของชื่ออัลบั้มนี้ว่า "สำหรับผม เยียร์ออฟเดอะเจนเทิลแมน เป็นอัลบั้มเกี่ยวกับภาพลักษณ์ ของล้ำค่า และเสน่ห์ ผมทำการประเมินธุรกิจดนตรี และในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ขณะนี้ แก่นของความเป็นสุภาพบุรุษเริ่มขาดหายไป ทุกคนดูเหมือนกันไปหมด ทุกคุณทำเหมือนกันไปหมด ทุกคนหยาบคายและหลงตัวเอง ขณะที่สุภาพบุรุษต้องใจเย็น สุภาพ ใจดี มีเสน่ห์ ดังนั้นชื่ออัลบั้มจึงเป็นตัวแทนผมที่พยายามเป็นตัวอย่าง และแสดงให้คนเหล่านั้นเห็นว่าจะเป็นสุภาพบุรุษได้อย่างไรในธุรกิจเช่นนี้"[22]

อัลบั้มขายได้ 250,000 ชุดในสัปดาห์แรกในสหรัฐอเมริกา เปิดตัวบนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ที่อันดับ 2[23] คำวิจารณ์ของอัลบั้มนี้เป็นในทางบวก หนึ่งในนั้น คารีน แกนซ์ จากนิตยสาร โรลลิงสโตน เขียนไว้เกี่ยวกับอัลบั้ม เยียร์ออฟเดอะเจนเทิลแมน ว่า "มีแนวคิดอัลบั้มที่ดีเลิศ เกี่ยวกับการเป็นเพื่อนชายที่ยอดเยี่ยม ที่เขา (นี-โย) สามารถเป็นได้"[24] นิตยสารไวบ์ เขียนวิจารณ์ผลงานอัลบั้มนี้ไว้ว่า "เป็นอัลบั้มที่ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากเพลงป็อปร่วมสมัย อย่าง เดอะบีทเทิลส์และบิลลี โจเอล"[25]

ซิงเกิล 2 ซิงเกิลแรก "โคลเซอร์" และ "มิสอินดีเพนเดนต์" ขึ้นชาร์ตสูงสุดอันดับ 7 ในบิลบอร์ดฮอต 100 อัลบั้มนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขา อัลบั้มอาร์แอนด์บีร่วมสมัยยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม ในปี 2009 และ "โคลเซอร์" ยังเข้าชิงในสาขาผลงานนักร้องชายแนวป็อปยอดเยี่ยม และ "มิสอินดีเพนเดนต์" ได้เข้าชิงผลงานนักร้องชายแนวอาร์แอนด์บีและเพลงอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม[26] เยียร์ออฟเดอะเจนเทิลแมน ยังได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวจากอาร์ไอเอเอ ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านชุด[18]

อัลบั้ม ไลบราสเกล วางจำหน่ายวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์แต่ล้มเหลวในเชิงพาณิชย์ อัลบั้มเปิดตัวที่อันดับ 9 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ขายได้น้อยกว่าอัลบั้มสามอัลบั้มที่แล้ว นี-โยกล่าวว่า "อัลบั้มมีเนื้อเรื่องตามเรื่องสั้นของตัวละครสามตัวที่ถูกบังคับให้เลือกระหว่าง เงิน อำนาจ และชื่อเสียง กับความรัก ซึ่งเป็นเหตุที่ผมเรียกชุดนี้ว่า 'ไลบราสเกล' คุณรู้ไหม แนวคิดของมันตั้งอยู่บนคำถามเกี่ยวกับศีลธรรม ซึ่งถ้าคุณชั่งน้ำหนักสิ่งเหล่านั้นบนตาชั่ง คุณจะเลือกสิ่งไหน"[27] อัลบั้มไลบราสเกลขายได้ 112,000 ชุดในสัปดาห์แรก ในสหราชอาณาจักร อัลบั้มเปิดตัวอันดับ 11 บนชาร์ตอัลบั้มแห่งสหราชอาณาจักร ขณะที่เปิดตัวอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงอาร์แอนด์บีของสหราชอาณาจักร

อาร์.อี.ดี.[แก้]

นี-โย ในห้องอัดเสียง ค.ศ. 2011

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ขณะทัวร์ในสหราชอาณาจักร เขากล่าวว่าอัลบั้มใหม่มีชื่อว่า เลิฟแอนแพสชัน และจะออกในเดือนกันยายน แต่ที่กล่าวมาไม่เป็นความจริงเนื่องจากชื่ออัลบั้มยังไม่ยืนยัน แร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน แฟโบลัส ให้สัมภาษณ์ว่าเขาวางแผลทำอัลบั้มร่วมกับนี-โยด้วย นี-โยยังเคยเขียนเพลงในอัลบั้มใหม่ของแมรี เจ. ไบลจ์ เจบี บียอนเซ่ โมนิกา อเล็กซานดรา เบิร์ก เชอริล โคล และวิลโลว์ สมิธ นี-โยแสดงในภาพยนตร์ 2 เรื่อง ได้แก่ เสืออากาศผิวสี ออกฉายต้นปี ค.ศ. 2012 และวันยึดโลก ออกฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2011 นี-โยเขียนเพลงให้นักร้องป็อปชาวอเมริกัน สังกัดร็อกเนชัน ชื่อ อเล็กซิส จอร์แดน ในอัลบั้มแรกของเธอ และอัลบั้มที่สองของเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ชื่อ ไอรีเมมเบอร์มี ที่วางขายในอเมริกาเหนือในวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2011 นี-โยปรากฏในรายการเด็ก เดอะเฟรชบีตแบนด์ และเป็นหนึ่งในศิลปินที่ไม่ยกเลิกคอนเสิร์ตหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ค.ศ. 2011[28]

ในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 2011 นี-โยร่วมร้องในเพลง "กิฟมีเอฟรีทิง" กับแร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน พิตบูล และเนเยอร์ ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 กลายเป็นซิงเกิลอันดับหนึ่งเพลงที่สองของนี-โย และเป็นเพลงแรกในฐานะนักร้องรับเชิญ นี-โยเปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่าเขาอยากร่วมงานกับคริส บราวน์ ลิล เวย์น และเดรก ในอัลบั้มถัดไป

นี-โยร้องเพลงจากอัลบั้ม อาร์.อี.ดี. ใน ค.ศ. 2012

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2012 มีรายงานว่านี-โย และสังกัดของเขา คอมพาวด์เอนเตอร์เทนเมนต์ ย้ายจากค่ายเดฟแจมเรคอร์ดิงส์ ไปโมทาวน์เรเคิดส์[29][30] เขานัดพบกับรองประธานอาวุโสของฝ่ายจัดหาศิลปินของค่ายที่เขาจะรับหน้าที่ "โปรดิวเซอร์เพลงและผู้ดูแลนักร้องในสังกัด และมองหานักร้องหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์เข้าสังกัด"[31] นี-โยคาดว่าจะออกสตูดิโออัลบั้มที่ห้าชื่อ อาร์.อี.ดี. (ย่อจาก "Realizing Every Dream") ในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2012[32][33] เดิมอัลบั้มมีชื่อว่า เดอะแคร็กส์อินมิสเตอร์เพอร์เฟกต์[34] ซิงเกิลแรกชื่อ "เลซีเลิฟ" ออกขายในวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2012[35] ขึ้นอันดับ 42 ในชาร์ตฮอตเพลงอาร์แอนด์บี/ฮิปฮอปของบิลบอร์ด ซิงเกิล "เล็ตมีเลิฟยู (อันทิลยูเลิร์นทูเลิฟยัวร์เซลฟ์)" ร่วมแต่งโดยนักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย เซีย เฟอร์เลอร์ ออกขายในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2012

ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2012 นี-โยร่วมกับนักร้องอาร์แอนด์บี เมลานี ฟิโอนา ในคอนเสิร์ตฉลองวันคล้ายวันเกิด 54 ปีของไมเคิล แจ็กสัน ในชื่อ เอ็มเจเบิร์ธเดย์คอนเสิร์ต ได้รับการสนับสนุนโดยเป๊ปซี่และนิตยสารบิลบอร์ด เขาร้องเมดเลย์เพลงดัง รวมถึงเพลง "เดอะเวย์ยูเมกมีฟีล" "สมูทคริมินัล" "ไอจัสต์คานต์สต็อปเลิฟวิงยู" จากอัลบั้ม แบด ของไมเคิล แจ็กสัน เพื่อเตรียมออกอัลบั้ม แบด 25 ในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2012 คอนเสิร์ตจัดขึ้นที่ก็อตแฮมฮอลล์ ในนครนิวยอร์ก[36] อัลบั้ม อาร์.อี.ดี. วางขายวันที่ 5 พฤศจิกายน ในสหราชอาณาจักร และวันที่ 6 พฤศจิกายน ในอเมริกาเหนือ[37]

ใน ค.ศ. 2012 นี-โยได้รับรางวัลฮัลเดวิดอะวอร์ดสาขาหอเกียรติยศนักแต่งเพลง ที่มอบให้แก่นักแต่งเพลงที่มีพรสวรรค์ที่ถึงจุดสุดยอดในอาชีพ และสร้างอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมดนตรีด้วยเพลงต้นฉบับ[38]

นอนฟิกชัน[แก้]

ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 นี-โยร่วมงานกับเอค่อนในซิงเกิล "เพลย์ฮาร์ด" ของเดวิด เกตตา จากอัลบั้มนัตทิงบัตเดอะบีต 2.0 ในเดือนเมษายน นี-โยร่วมงานกับเชอร์ ลอยด์ ในซิงเกิล "อิตส์ออลกูด" ซึ่งต่อมาได้ประกอบภาพยนตร์โฆษณาไอศกรีมฟรุตทาเร่ ในคราวเดียวกัน เขาและเซลีน ดิออน บันทึกเพลง "อินเครดิเบิล" ใส่อัลบั้ม เลิฟด์มีแบ็กทูไลฟ์ "อินเครดิเบิล" ออกเป็นซิงเกิลในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 และมิวสิกวิดีโอเริ่มฉายในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014

ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นี-โยกล่าวว่าสตูดิโออัลบั้มที่หกจะมีชื่อว่า นอนฟิกชัน ในวันเดียวกันนั้น เขาออกซิงเกิลใหม่ "มันนีคานต์บาย" ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2014 นี-โยส่งซิงเกิลแรกเข้าคลื่นวิทยุในชื่อ "ชีโนส์" ร้องรับเชิญโดยจูซี เจ หลายเดือนต่อมา นี-โยประกาศว่าอัลบั้ม นอนฟิกชัน จะวางขายวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2015 ในอัลบั้ม นี-โยได้ร่วมงานกับพิตบูลและชาริส มิลส์ อัลบั้มขึ้นอันดับที่ 5 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200

ธุรกิจอื่น ๆ[แก้]

งานเขียนเพลง[แก้]

นี-โย มักร่วมเขียนเพลงกับ ทอร์ อีริก เฮอร์แมนเซน และมิกเคล เอส. อีริกเวน จากทีมงานชาวนอร์เวย์ ในชื่อ สตาร์เกต โดยนี-โย พบพวกเขาที่ทางเดินในสตูดิโอของโซนีมิวสิก ที่นิวยอร์ก และก็รู้ว่าพวกเขาเป็นทีมที่ทำงานเพลงแนวอาร์แอนด์บี เขาตัดสินใจที่จะร่วมงานกับพวกเขา ผลงานร่วมมือกันอย่างเช่นเพลงในอัลบั้ม อินมายโอนเวิดส์ รวมถึงในเพลง "โซซิก"[39]

นอกจากผลงานในอัลบั้มของเขาเองแล้ว นี-โย ยังร่วมงานกับศิลปินอื่นด้วย อย่างเช่นใน ซิงเกิลท็อปเท็นของริอานนาที่ชื่อ "Unfaithful" และต่อมากับซิงเกิลอันดับ 1 ของเธอ "เทกอะบาว" ในปี 2008 และเพลงของมาริโอ วาสเคซที่ชื่อ "แกลเลอรี", เพลงของพอลลา เดออันดา ที่ชื่อ "วอล์กอะเวย์ (รีเมมเบอร์มี)" และเพลงอันดับ 1 ของบียอนเซ่ ที่ชื่อ "อีร์รีเพลซอะเบิล" ซึ่งสามารถขึ้นอันดับ 1 ได้นาน 10 สัปดาห์ติดต่อกัน[3]

นี-โย ยังเขียนเพลงให้กับวิตนีย์ ฮิวสตัน, เซลีน ดิออน, คอร์บิน โบ และเอนรีเก อีเกลเซียส[3][40] เขายังร่วมงานกับลินด์เซย์ โลฮาน ในเพลงในอัลบั้ม สปิริตอินเดอะดาร์ก กับซิงเกิล "บอสซี"[41] นี-โย ยืนยันว่าได้รับการติดต่อจากวิลล์.ไอ.แอม ในการร่วมงานกับอัลบั้มที่จะออกใหม่ของไมเคิล แจ็กสันอีกด้วย[42]

นี-โย ทำงานด้านธุรกิจโดยการเปิดสตูดิโอเพลงของตัวเองที่ชื่อ คาร์ริงตันเฮาส์ ในแอตแลนตา จอร์เจีย[43] เขายังเริ่มบริษัทผลิตงานเพลงของตัวเอง ที่ชื่อคอมพาวด์เอนเทอร์เทนเมนต์ ในปี 2007 และยังจ้างโปรดิวเซอร์และแต่งเพลงหลายคน เพื่อหวังที่จะเปิดตัวค่ายเพลงของตัวเองอย่างเต็มตัว จนได้เปิดค่ายของตัวเอง มีศิลปินอย่าง พอลลา แคมป์เบลล์, ซิกซ์ จอห์น และแชเนลล์ ที่ได้ร่วมทำงานกับคอมพาวด์[43][12]

นี-โย ยังมีบทบาทในภาพยนตร์ 2 เรื่อง โดยแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ ฝ่ารัก ฝ่าฝัน เต้นสะท้านโลก 2 ในปี 2006 และต่อมากับภาพยนตร์เรื่อง จังหวะระห่ำ หัวใจกระแทกพื้น ในปี 2007 เขายังมีเพลงประกอบในภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ด้วย[44] นี-โย ยังร่วมแสดง เป็นผู้อำนวยการผลิตเพลงและประพันธ์ในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Venice Beach[45]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

นี-โย มีบุตรชายกับแฟนสาวในปี 2005 โดยตั้งชื่อว่า ชิเมียร์ ตามชื่อกลางของนี-โย[3] ถึงแม้ว่านี-โย จะชื่อว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก แต่ภายหลังก็ได้พบว่าไม่ใช่ลูกของเขาเอง ซึ่งต่อมาก็ได้ทำการดำเนินคดีกับแม่ของเด็ก[46]

นี-โย ถูกจับข้อหาไม่ระมัดระวังในการขับขี่ เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ขณะที่ขับรถผ่านค็อบบ์เคาน์ตี รัฐจอร์เจีย เขาขับด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์/ชั่วโมง ด้วยรถเรนจ์โรเวอร์ปี 2006 และไม่มีใบขับขี่ จากรายงานระบุว่าเขาขับด้วยความเร็ว 105 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งจำกัดความเร็วอยู่ที่ 50 ไมล์/ชั่วโมง และจากข้อมูลโดยแอตแลนตา-เจอร์นอลคอนสติติวชัน (Atlanta-Journal Constitution) นี-โยได้รับโทษให้ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง เมื่อ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2008 หลังจากเขาสารภาพผิดว่าขับรถโดยไม่มีใบขับขี่และขับรถโดยประมาท[47]

ผลงานเพลง[แก้]

ดูบทความหลักที่: ผลงานเพลงของนี-โย

ผลงานการแสดง[แก้]

ปี ชื่อ บท หมายเหตุ
2006 ฝ่ารัก ฝ่าฝัน เต้นสะท้านโลก 2 Mixx ลงแผ่น
2007 จังหวะระห่ำ หัวใจกระแทกพื้น Rich Brown ภาพยนตร์[48]
2011 CSI: NY The hitman [49] ตอนที่ 7.14 "Smooth Criminal"[50]
2011 The Fresh Beat Band ตัวเขาเอง ตอนพิเศษ "Band in a Jam"[51]
2011 วันยึดโลก Specks ภาพยนตร์[52]
2012 Empire Girls: Julissa & Adrienne ตัวเขาเอง เรียลลิตี-โชว์
2012 เสืออากาศผิวสี Andrew 'Smoky' Salem ภาพยนตร์[53]
2012 I Heart Tuesdays None (TV), creator
2012 The X Factor Guest Mentor
2012 Never Mind the Buzzcocks Guest Host

อ้างอิง[แก้]

  1. Ed Biggs. "Ne-yo". Contactmusic.com. 
  2. ABC News. "Who Convinced Celine Dion to Duet With Ne-Yo?". ABC News. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Hobbs, Linda (2007-02-27). "VIBE.com: Ne-Yo to VIBE: "I am NOT a Sex Addict"". Vibe. สืบค้นเมื่อ 2008-10-15. 
  4. "Ne-Yo: Grammy-winning singer to perform at Halenbeck Hall". St. Cloud State University. 2008-09-25. สืบค้นเมื่อ 2008-10-14. 
  5. Lo, Ricky (2008). "Let Ne-Yo Love You". The Philippine Star (Philippines). 
  6. "Ne-yo and Corey from American Idol stinking up Apollo". YouTube. September 29, 2010. 
  7. "Ne-yo, Corey Clark, and Cory Robinson Backstage at MTV's "The cut"". YouTube. July 20, 2009. 
  8. "Artist Biography | Ne-Yo biography". Artists.letssingit.com. สืบค้นเมื่อ March 13, 2011. 
  9. Scott, Kevin R. (October 24, 2005). "20 Questions with Ne-Yo". Vibe. Archived from the original on May 12, 2008. 
  10. Lorez, Jeff (2006). "Ne-Yo 2006 Interview". Soulmusic. สืบค้นเมื่อ October 21, 2008. 
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 Reeves, Mosi (2006-09-07). "Slick of It All". Miami New Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-27. 
  12. 12.0 12.1 12.2 Jones, Steve (2007-05-15). "Ne-Yo keeps tunes coming". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2008-12-27. 
  13. 13.0 13.1 Kellman, Any. "Neyo: Biography". Allmusic. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  14. 14.0 14.1 Reid, Shaheem. "Jay-Z’s Picks: Teairra Mari, Rihanna, Ne-Yo". MTV. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  15. 15.0 15.1 Hope, Clover (2009-03-09). "Ne-Yo Completes Chart Takeover With 'So Sick'". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  16. Hasty, Katie (2006-03-08). "Ne-Yo's 'Words' Speak Volumes At No. 1". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  17. 17.0 17.1 17.2 "Artist Chart History - Ne-Yo". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  18. 18.0 18.1 18.2 "RIAA - Gold and Platinum". Recording Industry Association of America. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  19. Hasty, Katie (2009-05-09). "Ne-Yo Scores Second No. 1 In Debut-Heavy Week". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  20. Simon Vozick-Levinson, Music Review Because of You (2007) Entertainment Weekly
  21. Cathcart, Rebecca (2007-12-11). "Ne-Yo, The Goo Goo Dolls and, Oh, Yes, Barack". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  22. "Ne-Yo interview by Pete Lewis, 'Blues & Soul' June 2008". Bluesandsoul.com. สืบค้นเมื่อ August 5, 2011. 
  23. Hasty, Katie (2008-09-24). "Metallica Edges Ne-Yo, Nelly To Remain No. 1". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  24. Ganz, Caryn (2008-09-18). "Year of the Gentleman : Ne-Yo : Review". Rolling Stone. สืบค้นเมื่อ 2008-09-24. 
  25. Elysa Gardner, R&B star Ne-Yo flaunts his gentlemanly style usatoday.com
  26. Adler, Shawn (2008-12-04). "Ne-Yo Was Blown Away By His Six Grammy Nods: 'One Nomination Would Have Been Enough For Me'". MTV. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  27. "Ne-Yo interview by Pete Lewis, 'Blues & Soul' August 2010". Bluesandsoul.com. สืบค้นเมื่อ August 5, 2011. 
  28. "Ne-Yo: I had to perform in Japan". Musicrooms.net. March 26, 2011. สืบค้นเมื่อ August 5, 2011. 
  29. Williams, Brennan (January 25, 2012). "Ne-Yo Leaves Def Jam For Motown Records". Huffingtonpost.com. สืบค้นเมื่อ March 30, 2012. 
  30. Markman, Rob (January 25, 2012). "Ne-Yo Leaves Def Jam To Become Motown Exec - Music, Celebrity, Artist News". MTV. สืบค้นเมื่อ March 30, 2012. 
  31. "Grammy Award-Winning Superstar Ne-Yo Moves to Motown; Ne-Yo Appointed Senior Vice President of A&R, Motown Records". Motown Records. PR Newswire. January 25, 2012. สืบค้นเมื่อ July 19, 2012. 
  32. "Ne-Yo To Release 'R.E.D.' Album in September - The Juice". Billboard.com. สืบค้นเมื่อ August 26, 2012. 
  33. Stephen Clark - Design. "Ne-Yo: Starry Starry Knight". bluesandsoul.com. 
  34. Muhammad, Latifah. "Ne-Yo 'The Cracks in Mr. Perfect' Album: 'Don't Make 'Em Like You No More' Is First Single". The Boom Box. สืบค้นเมื่อ March 11, 2012. 
  35. "Twitter / siamusic: Wrote a song with @NeYoCompound". Twitter.com. สืบค้นเมื่อ August 26, 2012. 
  36. "Entertainment News, Celebrity Interviews and Pop Culture - ABC News". Abcnews.go.com. สืบค้นเมื่อ November 7, 2012. 
  37. "Ne-Yo Announced R.E.D. Release Date". HotNewHipHop. September 15, 2012. สืบค้นเมื่อ November 7, 2012. 
  38. "Songwriters Hall of Fame". songwritershalloffame.org. 
  39. Sisario, Ben (2007-05-06). "Wizards in the Studio, Anonymous on the Street". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  40. McDonald, Sam (2007-05-30). "The many roles of Ne-Yo". Daily Press (AccessMyLibrary). สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  41. Laudadio, Marisa; Herndon, Jessica (2008-05-07). "Listen to Lindsay Lohan's New Song 'Bossy'". People. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  42. "Ne-Yo: 'I'm Not Trying To Top 'Thriller'". Starpulse. 2007-06-07. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  43. 43.0 43.1 Frezza, Robert (2007-05-29). "Ne-Yo To Open Carrington House Studio". Soulshine. สืบค้นเมื่อ 2007-09-30. 
  44. "Interview: Ne-Yo". MTV. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-12-26. 
  45. Simmons, Leslie (2008-10-17). "Ne-Yo Pulling Triple Duty On 'Beach'". Billboard (Nielsen Business Media, Inc). สืบค้นเมื่อ 2008-10-18. 
  46. Gardner, Elysa (2008-10-31). "R&B star Ne-Yo flaunts his gentlemanly style". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2009-03-06. 
  47. TMZ staff (2008-02-22). "Cops: Ne-Yo Was Driving CRAZY!". TMZ. สืบค้นเมื่อ 2008-12-24. 
  48. Carroll, Larry (January 3, 2007). "Ne-Yo, Chris Brown Open Up About Stepping Up For Stomp The Yard". MTV. Retrieved August 26, 2011.
  49. James Dinh. "Ne-Yo To Guest-Star As Hit Man On 'CSI: NY'". สืบค้นเมื่อ October 16, 2012. 
  50. Abrams, Natalie (November 30, 2010). "Ne-Yo to Guest-Star on CSI: NY". TV Guide. Retrieved December 1, 2010.
  51. Seidman, Robert (May 17, 2011). "Ne-Yo Guest Stars in an Hour-Long Special of Nickelodeon's The Fresh Beat Band on June 24". TV by the Numbers. Retrieved October 28, 2011.
  52. "Battle: Los Angeles Review". (March 10, 2011). IGN. Retrieved April 6, 2011.
  53. "Red Tails Finishes Casting and Begins Production"[ลิงก์เสีย]. (April 6, 2009). StarWars.com. Retrieved August 25, 2011.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]