ข้ามไปเนื้อหา

ดิอิมพอสซิเบิ้ล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดิอิมพอสซิเบิ้ล
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิดประเทศไทย จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
แนวเพลงคันทรี่ป็อป, แจ๊ซ-ร็อก,โฟล์ค
ช่วงปีพ.ศ. 2509–2520
พ.ศ. 2533–2561
ค่ายเพลงมุกดาพันธ์
กรุงไทย
เมโทร
นิธิทัศน์ โปรโมชั่น
สมาชิกวินัย พันธุรักษ์ (กีตาร์, ร้องนำ)
พิชัย ทองเนียม (เบส)
อดีตสมาชิกเรวัต พุทธินันทน์ (คีย์บอร์ด, ร้องนำ) - (เสียชีวิต)
สุเมธ แมนสรวง (ออร์แกน, (ร้องนำ)
สมชาย กฤษณเศรณี (เบส)
ไพฑูรย์ วาทยะกร (เบส) - (เสียชีวิต)
สิทธิพร อมรพันธ์ (กีตาร์) - (เสียชีวิต)
ปราจีน ทรงเผ่า (ทรอมโบน) - (เสียชีวิต)
ยงยุทธ มีแสง (ทรัมเปต)- (เสียชีวิต)
ปรีดิ์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา (กลอง)
อนุสรณ์ พัฒนกุล (กลอง) - (เสียชีวิต)
เศรษฐา ศิระฉายา (กีตาร์, ร้องนำ)-(เสียชีวิต)

ดิอิมพอสซิเบิ้ล (อังกฤษ: The Impossible) หรือชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า ดิอิม เป็นวงดนตรีสตริงคอมโบวงแรก ๆ ของไทย มีชื่อเสียงในยุค 60s - 70s ก่อนจะยุบวงในปี พ.ศ. 2520 แต่ผลงานเพลงของวงยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติ

[แก้]

ดิอิมพอสซิเบิ้ลตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีสมาชิกรุ่นแรกประกอบด้วย วินัย พันธุรักษ์, อนุสรณ์ พัฒนกุล, สุเมธ แมนสรวง และพิชัย ทองเนียม และได้นักร้องนำคือ เศรษฐา ศิระฉายา ใช้ชื่อวงว่า Holiday J-3 ต่อมาเปลี่ยนเป็น จอยท์ รีแอ็กชั่น เล่นดนตรีเพลงสากลที่มีชื่อเสียง เช่น เพลงของคลิฟ ริชาร์ด เอลวิส เพรสลีย์ บางเพลงนำทำนองเพลงต่างประเทศที่เป็นที่นิยม มาแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทย เช่นเดียวกับวงอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน เช่น ซิลเวอร์แซนด์ รอยัล สไปรท์ส เล่นดนตรีตามไนท์คลับต่าง ๆ

วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เข้าร่วมการประกวดวงสตริงคอมโบ จัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกัน[1] ในช่วงปี 2512 - 2515 วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เปลี่ยนชื่อเป็น ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ชื่อนี้ตั้งโดยเศรษฐา ตามชื่อภาพยนตร์การ์ตูนทางโทรทัศน์จากสหรัฐ[2]

ช่วงหลังจากชนะเลิศในปีแรก ความนิยมได้พุ่งสูงอย่างมากมาย วงดิอิม ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมแสดงและบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องโทน (เพลงเริงรถไฟ ชื่นรัก ปิดเทอม) ของผู้กำกับเปี๊ยก โปสเตอร์ ทำให้ดิอิมได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในขณะเดียวกันก็เกิดความเปลี่ยนแปลง สุเมธ แมนสรวง ได้ลาออกไป และได้สิทธิพร อมรพันธุ์ จากวงฟลาวเวอร์กับ ปราจีน ทรงเผ่า จากวงเวชสวรรค์ ได้เข้าร่วมวงแทน ระยะเวลานั้นดิอิม เล่นประจำอยู่ที่ศูนย์การค้าเพลินจิต แห่งเดียว ส่วนการแสดงตามโรงภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ไทย หรือการแสดงในรอบเช้า 6.00 นาฬิกา ร่วมกับการฉายภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุคนั้น (ภาพยนตร์ไทยเรื่องเก๋า..เก๋า พ.ศ. 2549 ได้นำเสนอบรรยากาศของเรื่องการแสดงรอบเช้าของดิอิมด้วย ถึงจะไม่เหมือนไปทุกอย่าง แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงและทำให้เห็นบรรยากาศในยุคนั้นได้ดีทีเดียว) ได้รวมถึงการแสดงตามเวทีลีลาศทั้งที่สวนลุมพินี สวนอัมพร ซึ่งมีขึ้นประจำทุกวันศุกร์หรือเสาร์ ช่วงปี 2511-2515 กลายเป็นปีทองของวงดิอิมอย่างแท้จริงราวปี พ.ศ. 2516-2518

ดิอิมพอสซิเบิ้ล มีชื่อเสียง และได้ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก ผลงานแผ่นเสียงขายดีที่สุดในยุคนั้น ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในกลางปี 2515 ดิอิมพอสซิเบิ้ล ได้รับทาบทามให้ไปทำการแสดงที่มลรัฐฮาวายสหรัฐอเมริกาใน ครั้งนี้ได้เพิ่มยงยุทธ มีแสง ทรัมเป็ตจากวงวิชัย อึ้งอัมพร ร่วมวงไปด้วย ตลอดเวลา 1 ปีใน ฮาวาย ดิอิมพอสสิเบิลส์ได้รับความนิยมและความสำเร็จมากมาย เป็นวงดนตรีแรกที่ทำสถิติยอดขายต่อคืนสูงสุดตั้งแต่เปิดทำการของคลับที่ แสดงอยู่ชื่อ ฮาวายเอี้ยนฮัท โรงแรมอลาโมอานา (ที่มีศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน) ดิอิมซ้อมนักมาก พิชัย ทองเนียม มือเบส ขอลาออก เศรษฐาต้องไปเล่นเบส ทำให้ไม่สะดวกในการร้องนำ จึงทำให้เกิดความคิดที่จะเรียกเรวัติ พุทธินันท์(เต๋อ) นักร้องนำวงเดอะแธ้งค์ ซึ่งเคยเล่นสลับที่อิมพอสสิเบิลส์คาเฟ่มาเป็นนักร้องนำแทนเศรษฐา ช่วงที่เต๋อเข้ามาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของการบรรเลง โดยได้เน้นเพลงที่มีเครื่องเป่ามากขึ้น และเป็นเพลงที่เหมาะกับการเต้น เช่นเพลงของวง Tower of Power เป็นต้น ขณะที่แสดงที่นั้นได้มีนักร้องศิลปินดัง ๆ ของโลกมาเปิดการแสดงที่ฮาวาย ทำให้วงดิอิม ได้ใช้ประสบการณ์ในการเข้าชมศิลปินดัง ๆ เหล่านี้มาปรับปรุงการแสดงของวงให้พัฒนาขึ้นตลอดเวลา

ดิอิมหมดสัญญาที่ฮาวายในเดือนสิงหาคม 2516 และได้เดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับผู้จัดการวงใหม่ ชื่อจรัล นันทสุนานนท์(ปัจจุบัน ดร.พุทธจรัล) เพื่อให้มีการจัดการวงในรูปแบบสากลอย่างมีระบบ ต้นเดือนพฤศจิกายน 2516 หลังเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ดิอิม ได้เข้าทำการแสดง ณ เดอะเดนไนท์คลับ โรงแรมอินทรา ประตูน้ำเป็นเวลา 6 เดือน และที่เดอะเดนนี้เอง ดิอิม ได้สร้างระบบใหม่ในการเข้าชมของวง โดยมีการเก็บค่าชม ก่อนการเข้าไปในคลับ ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทยและวงดนตรีไทย ในช่วงนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง ได้สมชาย กฤษณเศรณี(ปึ๊ด) มาเล่นเบสแทนเศรษฐา และปรีด์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา(เปี๊ยก)มาเล่นกลองแทนอนุสรณ์ พัฒนกุล ได้ให้เรวัติเป็นนักร้องนำและเล่นออร์แกน เศรษฐาได้กลับไปเป็นนักร้องนำตามเดิม

การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังหมดสัญญาที่เดอะเดน วงดิอิมได้รับการติดต่อไปแสดงในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เริ่มจากสวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ตั้งแต่เดือน มิถุนายนถึงธันวาคม 2517 จากนั้นกลับเมืองไทย และเปลี่ยนมือเบส ไพฑูรย์ วาทยะกร เข้ามาแทนสมชาย เดือนมิถุนายน ไปยุโรปอีกครั้ง เริ่มที่สวีเดน ฟินแลนด์ ข้ามไปสวิตเซอร์แลนด์ กลับมาสวีเดนอีกและไปจบที่สวิสในเดือนกุมภาพันธ์ 2519 กลับเมืองไทย เล่นที่โรงแรมมณเฑียรเหมือนเดิม

ในปี 2518 ระหว่างการกลับไปตระเวนแสดงในยุโรปครั้งที่ 2 ดิอิมพอสสิเบิ้ล ได้ทำการบันทึกเสียงเพลงสากลเป็นครั้งแรกของวง ในชื่ออัลบั้ม Hot pepper

หลังจากนี้ได้ว่าเกือบเป็นปลายยุคของวง ได้มีการประชุมตกลงที่จะยุบวง หลังจากวงมีอายุรวมกันมาถึง 9 ปี มีการแถลงข่าวยุบวงอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนช่วงเดือนเมษายน 2519 หลังจากนั้นได้เดินทางไปเล่นที่โรงแรมมาเจสติค กรุงไทเปไต้หวัน โดยทำสัญญาเดือนต่อเดือน พอเริ่มทำงานหมดเดือนแรก เรวัติออกไปก่อน และได้เดินทางไปทำงานที่สวีเดน 3 เดือน ในไต้หวันทำงานค่อนข้างหนัก เพราะต้องแสดงทั้งกลางวันและกลางคืน (1 มิถุนายน-4 กันยายน 2519) หลังกลับเมืองไทยดิอิมได้แสดงในช่วงสุดท้ายที่คลับโรงแรมแมนฮัตตัน ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ และที่เดอะฟ๊อกซ์ ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเพลินจิต โดยทำการแสดงคืนละ 3 แห่ง ในราวเดือนตุลาคม 2519 ก็ได้หยุดทำการแสดงอย่างเป็นการถาวรในนาม ดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานของวงดนตรีสากลแบบสตริงคอมโบ วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นของประเทศไทย

ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2533 ทางวงได้กลับมาออกอัลบั้มอีกครั้งกับนิธิทัศน์ โปรโมชั่น โดยเป็นการนำเอาเพลงในอดีตของวงกลับมาบรรเลงใหม่และเพิ่มเพลงใหม่ลงไปในอัลบั้ม

อย่างไรก็ตาม หลังจากสมาชิกของวงดิอิมพอสซิเบิ้ลทยอยเสียชีวิตลง ทางวงจึงจัดคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในชื่อ THE END OF THE IM โดยมีสมาชิกที่ยังมีชีวิตในขณะนั้น คือ วินัย พิชัย และเศรษฐา ขึ้นแสดง ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561 จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันยุบวงดิอิมพอสซิเบิ้ลไปโดยปริยาย[3]

ผลงาน

[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม

[แก้]
  • เป็นไปไม่ได้ (พ.ศ. 2512)
    1. เป็นไปไม่ได้
    2. ไหนว่าจะจำ
    3. ทะเลเปี่ยมรัก
    4. ชาวดง
    5. ชั่วนิจนิรันดร
    6. สกุณา
    7. คอยน้อง
    8. ขาดเธอขาดใจ
    9. นกขมิ้น
    10. เพลงรักทะเลใต้
    11. วนาสวรรค์
  • จันทร์เพ็ญ (พ.ศ. 2514)
    1. จันทร์เพ็ญ
    2. ข้าวแกงไทย
    3. โลกของคนน่าชัง
    4. ความหวัง
    5. ดีด สี ตี เป่า
    6. หาดสีทอง
    7. ผู้หญิงจอมยุ่ง
    8. หัวใจเป็นเอง
    9. จันทร์เพ็ญ
    10. เสน่หา-นารี
    11. สายใยชีวิต
  • โอ้...รัก (พ.ศ. 2515)
    1. โอ้...รัก
    2. หนาวเนื้อ
    3. หนึ่งในดวงใจ
    4. รักกันหนอ
    5. ชื่นรัก
    6. ระเริงชล
    7. ไปตามดวง
    8. ยอดเยาวมาลย์
    9. หัวใจเหิร
    10. จูบฟ้าลาดิน
    11. ผม ผม ผม
    12. เริงรถไฟ
    13. ปิดเทอม
    14. มิสเตอร์สโลว์ลี่
  • หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม (พ.ศ. 2516)
    1. พี่เองก็เท่านี้
    2. หากรักเป็นเช่นทะเล
    3. ว้าเหว่
    4. บุหงา-ลาก่อน
    5. คำสุดท้าย
    6. ห้วงใจรัก
    7. หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม
    8. อย่ากวนใจทะเล
    9. สู่อ้อมอกดิน
    10. สิชล
    11. ระเริงโซล
    12. จูบจันทร์
  • Hot pepper (พ.ศ. 2518)
    1. Hot Pepper
    2. A Hurting Man
    3. Easy To Be Hard
    4. California
    5. Give It Up
    6. Love Will Keep Us Together
    7. Pretty Thing
    8. It Doesn't Always Take Much Time
    9. C'Mon Baby
    10. Love The Life You Live
  • ผมไม่วุ่น (พ.ศ. 2520)
    1. เห็นแล้วหิว
    2. แพ้ผิวขาว
    3. ไฟใหม้เชื้อ
    4. มาจู๋จี๋กันไหม
    5. คนผ่านโลก
    6. โลกแสนเซ็ง
    7. ผมไม่วุ่น
    8. คนใจแข็ง
    9. ไม่รังเกียจ
    10. ห่วงคู่หาย
    11. เมดเล่ย์ ดิอิมพอสสิเบิ้ล

อัลบั้มพิเศษ

[แก้]
  • กลับมาแล้ว (มกราคม พ.ศ. 2533)
    1. กลับมาแล้ว
    2. เป็นไปไม่ได้
    3. ชื่นรัก
    4. เริงทะเล
    5. เริงรถไฟ
    6. คำสุดท้าย
    7. ทะเลไม่เคยหลับ
    8. ไหนว่าจะจำ
    9. ลำนำรัก
    10. คอยน้อง
    11. โอ้รัก
    12. เจ้าพระยา
  • เป็นไปไม่ได้ (มิถุนายน พ.ศ. 2537)
    1. ไหนว่าจะจำ
    2. เป็นไปไม่ได้
    3. ชื่นรัก
    4. ทะเลไม่เคยหลับ
    5. โอ้รัก
    6. คอยน้อง
    7. เริงรถไฟ
    8. เจ้าพระยา
    9. เริงทะเล
    10. ลำนำรัก
    11. คำสุดท้าย
    12. กลับมาแล้ว
  • ขาดเธอขาดใจ (มิถุนายน พ.ศ. 2537)
    1. ขาดเธอขาดใจ
    2. หนาวเนี้อ
    3. รักกันหนอ
    4. ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน
    5. ชาวดง
    6. หาดสีทอง
    7. ใจประสานใจ
    8. แด่น้อง
    9. ค่าของคน
    10. จูบฟ้าลาดิน
    11. ศึกษาวิชารัก
    12. เขาใหญ่

อัลบั้มรวมเพลง

[แก้]
  • ที่สุด...ความทรงจำ (กุมภาพันธ์ 2535)
  • Music & Moments (กุมภาพันธ์ 2546)
  • Audiophile of The Impossibles (ธันวาคม 2554)
  • รวมฮิต The Impossibles Vol.1-2 (2554)

เพลงประกอบภาพยนตร์

[แก้]
  • เริงรถไฟ-เพลงประกอบภาพยนตร์โทน (2513)
  • ปิดเทอม-เพลงประกอบภาพยนตร์โทน (2513)
  • ชื่นรัก-เพลงประกอบภาพยนตร์โทน (2513)
  • รักกันหนอ-จากภาพยนตร์เรื่อง รักกันหนอ (2513) ทำนองเพลงญี่ปุ่น Good Night Baby - King Tones 1969
  • เจ้าพระยา-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
  • ลำนำรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
  • เริงสายชล-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
  • ล่องวารี-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
  • เริงทะเล-จากภาพยนตร์เรื่อง ชื่นชีวาฮาวาย (2514)
  • ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน-จากภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน (2514)
  • ไปตามดวง-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
  • หนาวเนื้อ-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
  • ผม-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
  • โลกของเรา-จากภาพยนตร์เรื่อง สะใภ้หัวนอก (2514)
  • น้ำผึ้งพระจันทร์(ร้องโดยชรินทร์ นันทนาคร)-จากภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์ (2514)
  • ใจหนุ่มใจสาว-จากภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์ (2514)
  • มันไหนล่ะ-จากภาพยนตร์เรื่อง สายชล (2514)
  • จันทร์เพ็ญ-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
  • ดีด สี ตี เป่า-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
  • ความหวัง-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
  • หาดสีทอง-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
  • สายใยชีวิต-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
  • ระเริงชล-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2515)
  • จูบฟ้า ลาดิน-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2515)
  • มิสเตอร์สโลลี่-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2515)
  • ข้าวเปลือก-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2515)
  • ค่าของคน-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2515)
  • ค่าของรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2515)
  • ค่าของเงิน-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2515)
  • รอรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย (2515)
  • หนึ่งในดวงใจ-จากภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย (2515) ทำนองเพลงสากล One Toke Over the Line - Brewer and Shipley 1971
  • เดอะทีนเอจ-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
  • ทะเลไม่เคยหลับ-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
  • ครองจักรวาล-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
  • โลกมายา-จากภาพยนตร์เรื่อง สาวกอด (2515)
  • โอ้รัก-จากภาพยนตร์เรื่อง โอ้รัก (2515) ทำนองเพลงสากล A Place to Hideaway - The Carpenters 1971
  • หัวใจเหิร-จากภาพยนตร์เรื่อง สองสิงห์สองแผ่นดิน (2515)
  • ยอดเยาวมาลย์-จากภาพยนตร์เรื่อง ภูกระดึง (2515)
  • ไม่มีคำตอบจากสวรรค์-จากภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ (2516)
  • ทอง-จากภาพยนตร์เรื่อง ทอง (2516)
  • ข้าวนอกนา-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
  • ชีวิตคนดำ-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
  • เกลียดคนสวย-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
  • ตัดเหลี่ยมเพชร-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
  • แล้วเธอจะรู้-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
  • ราตรีที่แสนเหงา-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
  • The Great Friday(บรรเลง)-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
  • ดับสุริยา-จากภาพยนตร์เรื่อง ดับสุริยา (2519)
  • คมกุหลาบ-จากภาพยนตร์เรื่อง คมกุหลาบ (2519)
  • ในช่วงปี 2517 บริษัท ศรีกรุงภาพยนตร์ จำกัด[4] ได้จัดสร้างภาพยนตร์เรื่องเป็นไปไม่ได้ โดยมีรงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นผู้เขียนเรื่องและบทภาพยนตร์ มีเพลงประกอบที่สำคัญคือ เพลงเป็นไปไม่ได้ กังวลทะเล ผมเป็นโคบาลไทย และเพลงกุลา(ผลงานของสุรชัย จันทิมาธร) แต่งานสร้างประสบความล้มเหลว ไม่สามารถสร้างให้จบได้

เพลงประกอบละคร

[แก้]
  • ชาวดง -จากละคร น้ำใสใจจริง(2537)

ผลงานภาพยนตร์

[แก้]

ต่อไปนี้เป็นผลงานภาพยนตร์ของดิอิมพอสซิเบิ้ล เฉพาะที่สมาชิกของวงทุกคนร่วมแสดง

  • โทน (2513) รับบท นักดนตรีวงดิอิมพอสซิเบิ้ล (รับเชิญช่วงต้นเรื่อง)
  • รักกันหนอ (2514)
  • หนึ่งนุช (2514)
  • ดวง (2514) รับบท นักดนตรีวงดิอิมพอสซิเบิ้ล
  • ค่าของคน (2514) รับบท นักดนตรีวงดิอิมพอสซิเบิ้ล
  • สะใภ้หัวนอก (2514)
  • สวนสน (2515) รับบท นักดนตรีวงดิอิมพอสซิเบิ้ล
  • ระเริงชล (2515) รับบท นักดนตรีวงดิอิมพอสซิเบิ้ล
  • ลานสาวกอด (2515)
  • จันทร์เพ็ญ (2515)
  • สายชล (2516)

คอนเสิร์ต

[แก้]
  • คอนเสิร์ต The legend of the Impossibles (2544)
  • คอนเสิร์ต ดิอิมพอสซิเบิ้ล 2008 (2551)
  • คอนเสิร์ต หนังไทยในเสียงเพลง (10 มกราคม 2556)
  • คอนเสิร์ต เศรษฐา ศิระฉายา & The Impossibles (25 พฤษภาคม 2556)
  • คอนเสิร์ต 70 ยังแจ๋ว เศรษฐา ศิระฉายา (5 พฤศจิกายน 2557)
  • คอนเสิร์ต The Impossibles' 50th Anniversary Concert (10 - 11 พฤศจิกายน 2558)
  • คอนเสิร์ต การกุศล The Impossibles แด่คนที่เราไม่เคยลืม ปราจีน ทรงเผ่า (17 สิงหาคม 2560)
  • คอนเสิร์ต เพลงย้อนวัยใจย้อนยุค (11 กันยายน 2560)
  • คอนเสิร์ต The End of The Im (10 กันยายน 2561)

เพลงที่มีชื่อเสียง

[แก้]
  • เป็นไปไม่ได้
  • เริงทะเล
  • ชื่นรัก
  • ทะเลไม่เคยหลับ
  • โอ้รัก
  • ไหนว่าจะจำ
  • คอยน้อง
  • หนาวเนื้อ
  • หนึ่งในดวงใจ
  • จูบฟ้า ลาดิน
  • ชั่วนิจนิรันดร
  • ขาดเธอ ขาดใจ
  • ทัศนาจร
  • ชาวดง
  • นกขมิ้น
  • ข้าวนอกนา
  • เกลียดคนสวย
  • ชีวิตคนดำ
  • ผมไม่วุ่น

สิ่งสืบเนื่อง

[แก้]
  • วง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ เก๋า..เก๋า โดยเป็นเนื้อเรื่องเมื่อวงพอสซิเบิ้ลได้เจออุปกรณ์วิเศษคล้ายไมโครโฟนจึงพาข้ามมาปรากฏตัวในปี พ.ศ. 2549[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "รู้ไปโม้ด.. มติชน". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2005-05-08. สืบค้นเมื่อ 2007-08-01.
  2. การ์ตูนรายการโทรทัศน์[ลิงก์เสียถาวร]
  3. "ดิอิมพอสสิเบิ้ลส์ ลาแฟนเพลง คอนเสิร์ต "THE END OF THE IM"ส่งท้าย ก่อนปิดวงด้วยความประทับใจ". มติชน. 1 พฤศจิกายน 2018. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  4. ThaiBizIndex. "บริษัท ศรีกรุงภาพยนตร์ จำกัด (Srikrung Sound Film Production Co., Ltd.) — ข้อมูลบริษัท ทุน กรรมการ สถานะ". ThaiBizIndex. สืบค้นเมื่อ 2026-06-16.
  5. "Thai Film News, เก๋า เก๋า The Possible, วิทยา ทองอยู่ยง". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-11-16. สืบค้นเมื่อ 2014-10-16.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]