ชัยวัธน์ อินทะพันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ เป็นนักการเมืองชาวไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน 2 สมัย ในปี 2491 และ 2495 เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองลำพูน และประธานสภาจังหวัดลำพูน

ประวัติ[แก้]

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ เดิมชื่อว่า "อัมพร อินทะพันธ์" เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2452 เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายเมืองใจ กับนางตาเขียว อินทะพันธ์ เกิดที่บ้านฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ต่อมาย้ายมาอาศัยอยู่ที่ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ จบชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และปริญญาตรีธรรมศาสตรบัณฑิต ปี 2486 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง

ชัยธวัธน์ สมรสกับนางฟองคำ อินทะพันธ์ มีบุตร 1 คน คือ ชัยพร อินทะพันธ์ ต่อมาบุตรชายของเขาได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและใช้ชีวิต มีครอบครัวอยู่ที่นั่น นายชัยวัธน์จึงรับเอาน้องชายของภรรยามาเป็นบุตรบุญธรรม

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542 อายุ 90 ปี

การทำงาน[แก้]

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ ได้เข้าทำงานเป็นครูสอนที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยหลังจากบชั้น ม.8 ที่นั่น ต่อมาเขาก็ได้สมัครสอบหลักสูตรราชบุตร เมื่อสอบได้จึงได้รรจุเข้ารับราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งปลัดอำเภอ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอปากบ่อง (อำเภอป่าซาง ในปัจจุบัน) ในระหว่างนั้นเขาได้เรียนวิชากฎหมายไปด้วย จนจบธรรมศาสตรบัณฑิต ในปี 2486 และได้เริ่มทำงานเป็นทนายความ

ชัยวัธน์ อินทะพันธ์ เข้าสู่งานการเมืองโดยการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) และได้รับเลือกเป็นประธานสภาจังหวัดหลายสมัย ต่อมาได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองลำพูน กระทั่งในปี 2491 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2491 เขาได้ลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ลำพูน สมัยแรก และได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (จอมพล ป.พิบูลสงคราม) ในปี 2492 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2495 ในระหว่างทำงานในสภา เขามีบทบาทในการตั้งกระทู้ถามหลายครั้ง อาทิ การเปิดสอนชั้นมัธยมสามัญศึกษาขึ้นในโรงเรียนประชาบาล[1] การประปาในเขตเทศบาลเมืองลำพูน[2] การเรียกร้องของมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ[3] เป็นต้น

ชัยวัธน์ เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการก่อตั้งโรงพยาบาลลำพูน[4]

อ้างอิง[แก้]