จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จูราสสิค พาร์ค)
Jurassic Park
กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก
อำนวยการสร้าง Kathleen Kennedy
Gerald R. Molen
เขียน Screenplay:
David Koepp
Michael Crichton
Malia Scotch Marmo (uncredited)
Novel:
ไมเคิล ไครชตัน
นำแสดง แซม นีล
ลอรา เดิร์น
เจฟฟ์ โกลด์บลุม
ริชาร์ด แอทเทนโบโรห์
โจเซฟ มัซเซโล
อเรียนา ริชาร์ดส์
มาร์ติน เฟอร์เรโร
บ็อบ เพค
ซามูเอล แอล. แจ็กสัน
เวย์น ไนต์
ดนตรีประกอบ จอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพ Dean Cundey
ตัดต่อ Michael Kahn
ค่าย Amblin Entertainment
จำหน่าย/เผยแพร่ Universal Pictures
ฉาย June 11, 1993
ความยาว 127 minutes
ประเทศ United States
ภาษา อังกฤษ
สเปน
งบประมาณ $63,000,000[1]
รายได้ $$1,038,812,599[1]
ต่อจากนี้ The Lost World: Jurassic Park

จูราสสิค ปาร์ค (ชื่อภาษาอังกฤษ: Jurassic Park; ชื่อภาษาไทย: กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์) เป็นนิยายโดย ไมเคิล ไครชตัน (Michael Crichton) ออกตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) ต่อมาถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ความยาว 127 นาที ฉายในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) และฉายในประเทศไทยวันแรกเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2536

เรื่องย่อ[แก้]

จอห์น แฮมมอนด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทชีววิศวกรรมชื่ออินเจน(InGen) ได้สร้างธีมพาร์คชื่อจูราสสิค พาร์คไว้บนเกาะอิสลา นูบลาร์ เป็นธีมพาร์คที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ที่ถูกโคลนขึ้น แต่หลังจากเกิดเหตุคนงานพาร์คคนหนึ่งถูกเวโลซีแรปเตอร์ฆ่า ผู้ลงทุนเรียกร้องผ่านทนาย โดนัลด์ เกนนาโร ให้มีการนำผู้เชี่ยวชาญมาดูพาร์คเพื่อรับรองว่ามันปลอดภัย เกนนาโรเชิญเอียน มัลคอล์ม นักคณิตศาสตร์มาในขณะที่แฮมมอนด์เชิญนักบรรพชีวินวิทยา ดร.อลัน แกรนต์(แซม นีล) และนักบรรพพฤกษศาสตร์ ดร.เอลลี แซตต์เลอร์(ลอร่า เดิร์น)มาเยี่ยมชมพาร์ค เมื่อทั้งคณะมาถึงพวกเขาทึ่งที่ได้เห็นแบรคิโอซอรัสและฝูงพาราซอโรโลฟัสตัวเป็นๆ

ที่ศูนย์รับรอง พวกเขาทัวร์ห้องแล็บและได้เรียนรู้ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถโคลนไดโนเสาร์ได้ด้วยการสกัดดีเอ็นเอจากเลือดไดโนเสาร์ซึ่งพบในยุงในก้อนอำพัน แต่เนื่องจากดีเอ็นเอที่สกัดได้มีสภาพไม่สมบูรณ์นักวิทยาศาสตร์จึงใช้ดีเอ็นเอของกบเติมเต็มช่องว่างที่หายไปดังกล่าว ไดโนเสาร์ทั้งหมดถูกโคลนให้เป็นตัวเมียเพื่อป้องกันการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ

หลานๆ ของแฮมมอนด์ เล็กซ์และทิม เมอร์ฟีเดินทางมาถึงและร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อไปทัวร์พาร์คในขณะที่แฮมมอนด์คอยดูพวกเขาจากห้องควบคุม ทัวร์ไม่เป็นไปตามที่คาดหลังจากไดโนเสาร์ไม่ปรากฏตัวตามที่คาดไว้และไทรเซอราทอปส์ตัวหนึ่งป่วย เนื่องจากพายุกำลังจะเข้า การทัวร์จึงถูกยกเลิก พนักงานของพาร์คเกือบทั้งหมดขึ้นเรือกลับไปยังแผ่นดินใหญ่และแขกนั่งรถกลับศูนย์รับรอง ยกเว้นแซตต์เลอร์ซึ่งอยู่กับสัตวแพทย์ของพาร์คเพื่อดูไทรเซราทอปส์ที่ป่วย

ตอนค่ำขณะที่พายุเข้า เดนนิส เนดรี(เวย์น ไนท์) โปรแกรมเมอร์ของพาร์ค ผู้ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทคู่แข่งของอินเจนให้มาขโมยเอ็มบริโอไดโนเสาร์จัดการปิดระบบความปลอดภัยของของพาร์คเพื่อตัวเขาจะสามารถเข้าไปในห้องเก็บเอ็มบริโอได้ ไฟดับและรถจี๊ปพาทัวร์ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าดับตอนที่กำลังขับผ่านกรงของไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ รั้วไฟฟ้าเกือบทั้งพาร์คไม่ทำงาน ส่งผลให้ไทแรนโนซอรัสสามารถพังรั้วออกมาโจมตีพวกเขา แกรนต์ เล็กซ์และทิมหนีรอดมาได้ในขณะที่เกนนาโรถูกกินและมัลคอล์มได้รับบาดเจ็บ ในขณะเดียวกันเนดรีขับรถออกมาเพื่อนำเอ็มบริโอไปส่งที่ท่าเรือของเกาะ เขาหลงทาง รถมีปัญหาอยู่ในป่าและถูกไดโลโฟซอรัสฆ่าในที่สุด

แซตต์เลอร์กับนายพรานประจำพาร์ค โรเบิร์ต มัลดูนออกมาตามหาผู้รอดชีวิตแต่เจอเพียงมัลคอล์ม ไทรันโนซอรัสกลับมาอีกครั้ง ทำให้พวกเขาต้องขึ้นรถหนีกลับไป หัวหน้าวิศวกรประจำพาร์ค เรย์ อาร์โนลด์ไม่สามารถแก้โค้ดที่เนดรีตั้งไว้เพื่อดึงให้ระบบควบคุมความปลอดภัยกลับมาทำงานได้อีกครั้ง เขาจึงเสนอให้รีบูตระบบทั้งหมดของพาร์ค พวกเขาดับไฟและหลบเข้าบังเกอร์ในขณะที่อาโนล์ดออกไปที่ห้องเครื่องเพื่อทำการรีบูตให้เสร็จ พวกเขาค้นพบว่าการดับไฟที่เหลือทำให้รั้วที่ยังทำงานอยู่ในตอนแรกดับ รวมถึงรั้วของเวโลซีแรปเตอร์ เนื่องจากรอไม่ไหวมัลดูนกับแซตต์เลอร์จึงตามอาร์โนลด์ไปที่ห้องเครื่อง มัลดูนล่อพวกแรปเตอร์ไว้ในขณะที่แซตต์เลอร์เข้าไปรีบูตระบบ หลังจากสำเร็จ เธอถูกแรปเตอร์โจมตี พบแขนของอาร์โนลด์ซึ่งถูกฆ่าก่อนหน้าและหนีออกมา ฝั่งมัลดูน เขาถูกแรปเตอร์ที่แอบซุ่มอยู่ฆ่า

แกรนต์ ทิมและเล็กซ์พบเศษเปลือกไข่ แกรนต์สันนิษฐานว่าไดโนเสาร์กำลังขยายพันธุ์ เนื่องจาก กบบางชนิดเช่นเวสต์แอฟริกันบูลฟร็อกสามารถเปลื่ยนเพศในภาวะที่เพศตรงข้ามขาดแคลน ทำให้ไดโนเสาร์ที่มียีนส์ของพวกมันมีความสามารถนั้นเช่นกัน เมื่อพวกเขาถึงศูนย์รับรอง แกรนต์ทิ้งเด็กทั้งสองไว้ที่นั่นในขณะที่เขาออกตามหาคนอื่น เขาเจอกับแซตต์เลอร์ หลังจากกลับไปเจอคนอื่นๆที่บังเกอร์แล้วแกรนตต์และแซตต์เลอร์กลับไปที่ศูนย์รับรอง ที่ซึ่งเด็กทั้งสองกำลังหนีจากแรปเตอร์สองตัว ทั้งสี่กลับไปที่ห้องควบคุม ซึ่งเล็กซ์สามารถกู้ระบบกลับมาได้ พวกเขาโทรศัพท์เรียกเฮลิคอปเตอร์ พวกแรปเตอร์ตามมาอีกครั้งและล้อมพวกเขาไว้ ทันใดนั้นไทแรนโนซอรัสปรากฏตัวและฆ่าแรปเตอร์ทั้งสอง แฮมมอนด์กับมัลคอล์มนั่งรถจี๊ปมารับพวกเขาหน้าศูนย์และมุ่งหน้าไปยังลานจอดคอปเตอร์ แกรนต์บอกแฮมมอนด์ว่าเขาไม่รับรองพาร์คซึ่งแฮมมอนด์ก็เห็นด้วย ทั้งหมดขึ้นคอปเตอร์และทิ้งจูราสสิค พาร์คไว้เบื้องหลัง

รายชื่อนักแสดง[แก้]

  • แซม นีล รับบทเป็น ดร. อลัน แกรนต์ นักบรรพชีวินวิทยา
  • ลอรา เดิร์น รับบทเป็น ดร. เอลลี แซตเลอร์ นักบรรพฤษศาสตร์
  • เจฟฟ์ โกลด์บลุม รับบทเป็น ดร.เอียน มัลคอล์ม นักคณิจศาสตร์และนักทฤษฏีความโกลาหล
  • ริชาร์ด แอทเทนโบโรห์ รับบทเป็น จอห์น แฮมมอนด์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งจูราสสิค พาร์คและซีอีโอของอินเจน
  • อเรียนา ริชาร์ดส์ รับบทเป็น อเล็กซิส 'เล็กซ์' เมอร์ฟีย์ หลานสาวของแฮมมอนด์
  • โจเซฟ มัซเซลโล รับบทเป็น ทิโมธี 'ทิม' เมอร์ฟีย์ หลานชายของแฮมมอนด์และน้องของเล็กซ์
  • มาร์ติน เฟอร์เรโร รับบทเป็น โดนัลด์ เกนนาโร ทนายของบริษัทผู้ลงทุนกับแฮมมอนด์
  • บ็อบ เพค รับบทเป็น โรเบิร์ต มัลดูน นายพรานประจำพาร์ค
  • เวย์น ไนต์ รับบทเป็นเดนนิส เนดรี โปรแกรมเมอร์ผู้ดูแลระบบของพาร์ค
  • ซามูเอล แอล. แจ็กสัน รับบทเป็น เรย์ อาร์โนลด์ หัวหน้าวิศวกร
  • คาเมรอน ธอร์ รับบทเป็น ดร. เลวิส ดอดจ์สัน หัวหน้านักวิจัยของไบโอซิน (BioSyn) บริษัทคู่แข่งของอินเจน
  • มิกูเอล ซานโดวาล รับบทเป็น ฮวนนิโต รอสตาโน เจ้าของกิจการเหมืองอำพัน มาโน เดอ ดิโอส (Mano de Dios)
  • เจอราลด์ อาร์. โมเลน รับบทเป็น ดร. เจอร์รี ฮาร์ดิง สัตวแพทย์ประจำพาร์ค
  • บี ดี วอง รับบทเป็น เฮนรี วู หัวหน้านักพันธุศาสตร์
  • ริชาร์ด ไคลีย์ รับบทเป็นตัวเขาเอง ให้เสียงบรรยายวิดีโอนำทัวร์พาร์ค
  • เกรก เบอร์สัน พากษ์เสียง มิสเตอร์ดีเอ็นเอ ตัวการ์ตูนอนิเมชั่นที่เป็นผู้บรรยายเรื่องของดีเอ็นเอในวิดีโอนำทัวร์แล็บ

ความนิยม[แก้]

จูราสสิค พาร์ค เมื่อออกฉายกลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมแห่งปีภายในระยะเวลารวดเร็ว ทำรายได้ถล่มทลายทุกประเทศที่เข้าฉาย ไม่แม้แต่เว้นประเทศไทย สามารถทำรายได้ถึง 395 ล้านเหรียญในสหรัฐอเมริกา และทำสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกนานถึง 3 ปี ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติลงโดยสตาร์ วอร์ส ฉบับฉายใหม่ ในปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) แต่ก็ยังทำรายได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบันเป็นอันดับ 17 ของ Box Office ทั่วโลก

นอกจากนี้ จูราสสิค พาร์ค ได้ชนะเลิศรางวัลออสการ์ 3 รางวัล คือ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม และ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556 จูราสสิค พาร์ค ได้รับการนำกลับมาฉายอีกครั้งในรูปแบบ 3 มิติ

ความผิดพลาด[แก้]

ในปัจจุบัน นักบรรพชีวินวิทยาระบุว่า จูราสสิค พาร์ค ให้ได้ภาพของไดโนเสาร์หลายอย่างคลาดเคลื่อนผิดไปจากความเป็นจริงหรือตามองค์ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่รับรู้กัน เช่น ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่จะมีขนปกลุมตามร่างกายเหมือนนกมากกว่าเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน, ไทรันโนซอรัส ก็ไม่ได้มีขนาดลำตัวใหญ่ขนาดนั้น รวมถึงมีความเร็วเพียง 25 ไมล์/ชั่วโมง จึงไม่สามารถที่จะวิ่งไล่รถยนต์ได้, เวโลซีแรปเตอร์ ก็มีขนปกคลุมตามลำตัวเหมือนไก่รวมถึงมีขนาดลำตัวเท่าไก่ และเป็นไดโนเสาร์ที่ไม่ได้มีอันตรายเหมือนที่ปรากฏในภาพยนตร์[2], ไดโลโฟซอรัส ก็ไม่ปรากฏว่าสามารถที่จะแผ่แผงคอได้เหมือนกิ้งก่าแผงคอ รวมถึงพ่นพิษได้[3]

ภาคต่อ[แก้]

จูราสสิค พาร์ค มีการสร้างเป็นภาคต่อในปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ด้วย ในชื่อ The Lost World: Jurassic Park และภาค 3 ในปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) ชื่อ Jurassic Park III โดยภาค 3 นี้ไม่ได้กำกับโดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก ทั้งสองภาคนี้แม้จะทำรายได้มากเช่นเดียวภาคแรก แต่ไม่ได้รับคำชมเท่ากับภาคแรก

และภาค 4 ในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ชื่อ Jurassic World เป็นภาคล่าสุด[4] ทีเล่าด้วยสวนสนุกไดโนเสาร์เปิดทำการเต็มรูปแบบบนเกาะอิสลานูบลาร์ (ที่เดียวกับในภาคแรก) แต่ก็เกิดเรื่องโกลาหลเมื่อไดโนเสาร์ตัดต่อพันธุกรรม Indominus rex หลุดออกมาและออกอาละวาดไปทั่วสวน ในภาคเรื่องนี้ทำรายได้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[5] ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ทำร้ายได้สูงสุดในชุด จูราสสิค พาร์ค[6] ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของปี ค.ศ. 2015[7] และอยู่ในอันดับที่ 8 ของภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุด[8]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]