จิ้งจอกอวกาศจัสเปี้ยน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เคียวจูโทคุโซ จัสเปี้ยน หรือ มือปราบสัตว์ประหลาดจัสเปี้ยน (ญี่ปุ่น: 巨獣特捜ジャスピオン Kyojū Tokusō Jasupion ?) เป็นภาพยนตร์โทคุซัทสึ แนว เมทัลฮีโร ลำดับที่ 4 ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 1985 ถึง 24 มีนาคม ค.ศ. 1986 รวมทั้งสิ้น 46 ตอน

จัสเปี้ยนถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเมทัลฮีโรหลังจากซีรีส์ชุดตำรวจอากาศจบลงจึงทำให้ซีรีส์เมทัลฮีโรชุดอื่นๆหลังจากจัสเปี้ยนได้เปลี่ยนแนวทางและรูปแบบคอนเซ็ปต์ต่างๆอย่างไรก็ตามจัสเปี้ยนถือว่าเป็นเมทัลฮีโรที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศอย่างมากแม้ว่าที่ญี่ปุ่นไม่ได้รับความนิยมก็ตาม

ในส่วนของประเทศไทยเคยออกอากาศทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกันโดยครั้งแรกได้ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2528 และครั้งที่ 2 ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในชื่อ จัสเปี้ยน เมื่อปี พ.ศ. 2530 - 2531 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 10.00-10.30 น. อย่างไรก็ตามได้ออกอากาศอีกครั้งในทาง ช่อง 9 อ.ส.ม.ท (โมเดิร์นไนน์ทีวี) ในชื่อ จิ้งจอกอวกาศจัสเปี้ยน เมื่อปี 2543 โดยทีมพากย์ น้าต๋อย เซมเบ้ โดยออกอากาศทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 7.30-8.00น. และเคยจัดจำหน่ายรูปแบบวิดีโอเป็นของบริษัท วิดีโอสแควร์ จำกัด ในชื่อ จิ้งจอกอวกาศจัสเปี้ยน

เนื้อเรื่อง[แก้]

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

  • จัสเปี้ยน (ジャスピオン)
เด็กกำพร้าจากเหตุการณ์ยานอวกาศตกและถูกเลี้ยงดูมาโดยผู้เฒ่าเอจินก่อนจะได้รับภารกิจออกเดินทางไปต่อสู้กับกลุ่มของซาตานโกสยังดาวต่างๆจนมาถึงที่ดาวโลกในที่สุด ชุดเกราะของจัสเปี้ยนนั้นประกอบขึ้นมาจากวัสดุที่หาได้ยากในจักรวาลที่เรียกว่า "เอจินนูม" ทำให้เขาได้รับพลังพิเศษเหนือมนุษย์จากชุดเกราะนี้ด้วย ยามที่เขาจะแปลงร่างก็ไม่ต้องมีวลีใดๆแค่ประกบผ่ามือทั้งสองข้างมาตรงบริเวณหูเท่านั้น ในช่วงท้ายของซีรีส์จัสเปี้ยนถูกแสงประหลาดพุ่งเข้าอาบร่างพร้อมกับลำแสงอื่นอีก 6 ดวง จากข้อมูลของผู้เฒ่าเอจินที่ค้นพบศิลาจารึกของไบเบิ้ลทางช้างเผือกชิ้นสุดท้ายที่ดาวโลกทำให้ทราบว่าการปราบจอมมารซาตานโกสนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกอาบแสงของพระเจ้าทั้ง 7 เท่านั้น ผลการต่อสู้ขั้นแตกหักระหว่างจัสเปี้ยนกับซาตานโกสจึงขึ้นกับการตามหาเหล่าผู้อาบแสงอีก 6 คนเท่านั้น
  • แอนรี (アンリ)
คู่หูของจัสเปี้ยนเป็นหุ่นยนต์แอนดรอยด์ที่ผู้เฒ่าเอจินสร้างขึ้น จึงมีภูมิต้านทานต่อพลังชั่วร้ายที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • มียะ (ミーヤ)
สัตว์ต่างดาวหายากจากอวกาศที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ มีลักษณะเด่นคือกระดองข้างหลังซึ่งมีหนามเพื่อป้องกันตัว ถูกจัสเปี้ยนช่วยเหลือเอาไว้ในป่าบนดาวบีจี้จากการถูกนักล่าที่ฆ่าพ่อแม่ของมันสังหารจากการพยายามช่วยเหลือจัสเปี้ยน มิยะจึงอยู่ในความดูแลของจัสเปี้ยนหลังจากนั้นในการต่อสู้กับซาตานโกสที่ดาวโลกด้วย มิยะเป็นสัตว์ต่างดาวที่เป็นมิตร ขี้เล่น มีความฉลาดและกล้าหาญมากพอๆกันแม้จะพูดได้แต่ชื่อตัวเองกับคำสั้นๆง่ายๆเท่านั้น เคยช่วยเหลือจัสเปี้ยนในการต่อสู้กับเหล่าร้ายอย่างกล้าหาญด้วยการยิงหนามแหลมจากด้านหลังเป็นอาวุธเป็นครั้งคราว

ผู้ช่วยและผู้เกี่ยวข้อง[แก้]

  • เอย์จิน (エジン)
ฤๅษีเฒ่าจากดาวเอจินและยังเป็นนักวิทยาศาสตร์มากความสามารถอีกด้วย เขาเป็นทายาทของผู้พยากรณ์แห่งอวกาศซึ่งทำการปกป้องจักรวาลมาหลายศตวรรษ เขาคอยแนะนำและให้คำปรึกษาแก่จัสเปี้ยนในฐานะของผู้ปกครองพร้อมกันนั้นเขาก็ออกตามหาและรวบรวมเศษของศิลาจารึกของไบเบิ้ลทางช้างเผือกเพื่อหาวิธีปราบจอมมารซาตานโกสไปด้วย ช่วงท้ายของซีรีส์ผู้เฒ่าเอจินเดินทางมายังโลกเพื่อค้นหาศิลาจารึกส่วนสุดท้ายที่ระบุถึงข้อมูลที่จะใช้ในการปราบซาตานโกสนั่นคือ "ผู้กล้าผู้ลงมาจากสวรรค์ ใช้นกทองคำซึ่งเกิดจากพลังของเด็กที่อาบแสงของพระเจ้า 5 คนเพื่อปราบจอมมาร..." แต่เนื่องจากศิลาเสียหายในส่วนสุดท้าย ผู้เฒ่าจึงไม่อาจถอดความถึงผู้อาบแสงคนที่ 7 นอกจากคำว่า "ทารก" เท่านั้น ผู้เฒ่าเอจินจึงร่วมออกตามหาเหล่าผู้ถูกแสงคนอื่นๆนอกจากจัสเปี้ยนแต่เนื่องจากไม่ทราบถึงร่องรอยของผู้อาบแสงคนสุดท้ายอีกทั้งพวกซาตานโกสก็ออกอาละวาดหนักขึ้น ผู้เฒ่าจึงเสียสละตนเองโดยไปสู้กับไดซาตานโกสเพื่อถ่วงเวลาให้จัสเปี้ยนตามหาผู้อาบแสงคนสุดท้ายให้พบก่อนจะไปสู้กับไดซาตานโกสทว่าผู้เฒ่าเอจินก็เสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย
  • บูมเบอร์แรง (ブーメラン)
อดีตนักศึกษาแพทย์หนุ่มซึ่งพี่ชายของเขาที่เป็นตำรวจสากลถูกสังหารโดยพวกของซาตานโกส เขาจึงออกเดินทางเพื่อล้างแค้นผู้ที่สังหารพี่ชายของเขาและได้รู้จักกับจัสเปี้ยนจึงกลายเป็นสหายที่ร่วมต่อสู้มาตลอดด้วยบูมเมอแรงคู่เป็นอาวุธคู่กายซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

  • นัมบาระ เคนอิจิโร่ (南原健一郎)
  • นัมบาระ คาโนโกะ (南原かの子)
  • นัมบาระ เคนตะ (南原健太)

สามพ่อลูกตระกูลนัมบาระซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของจัสเปี้ยนกับซาตานโกสโดยที่ เคนอิจิโร่ผู้พ่อนั้นเป็นช่างภาพอิสระที่บังเอิญไปถ่ายภาพนกทองคำมาได้จึงถูกพวกซาตานโกสไล่ล่ามาตลอดแต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากจัสเปี้ยน จนในช่วงท้ายของซีรี่ยส์ลูกสาวคนโตของนัมบาระคือคาโนโกะก็เป็นหนึ่งในผู้อาบแสงทั้ง 7 ที่มีส่วนในการปราบไดซาตานโกสเช่นกัน

  • เคลลี่ และ ฮันนาห์ (ケーリーとハンナ)
พ่อแม่ของจัสเปี้ยน พวกเขาคือคู่สามีภรรยานักชีววิทยาที่ออกเดินทางศึกษาและช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตในดวงดาวต่างๆโดยที่เคลลี่เป็นนักพฤษศาสตร์ส่วนฮันนาห์เป็นนักสัตววิทยาทั้งคู่เสียชีวิตจากเหตุยานอวกาศตกลงบนดาวเอจินอันเป็นผลมาจากถูกซัมป้าหนึ่งในสี่จ้าวฟ้าแห่งความชั่วร้ายของแมดเกรันโจมตี ในตอนที่ 18 ทั้งสองปรากฏตัวในฐานะของวิญญาณเพื่อช่วยเหลือจัสเปี้ยนจนสามารถสังหารซัมป้าล้างแค้นให้กับพ่อแม่ได้สำเร็จ
  • ทาร์ซานแห่งทางช้างเผือก (銀河のターザン)
เด็กทารกที่มีส่วนสำคัญในการปราบไดซาตานโกส เนื่องจากเขาคือผู้อาบแสงคนที่ 7 ปรากฏตัวออกมาในฉากไคลแมกซ์ โดยจัสเปี้ยนที่แม้จะมีพลังจากนกทองคำที่เปลี่ยนเป็นดาบสีทองเล่มใหญ่ที่ให้ไดเลอ้อนใช้แล้วก็ยังไม่อาจจะปราบไดซาตานโกสได้แต่ด้วยเสียงร้องจากเด็กทารกในแคปซูลกู้ชีพที่ปรากฏตัวออกมาท่ามกลางแสงสว่างสีทองก็ทำให้พลังชั่วร้ายของไดซาตานโกสลดลงจนจัสเปี้ยนปราบไดซาตานโกสลงได้ ชื่อทาร์ซานแห่งทางช้างเผือกเป็นชื่อที่จัสเปี้ยนตั้งให้หลังพบว่าเด็กทารกคนนี้ก็เป็นเด็กกำพร้าจากเหตุยานอวกาศตกเช่นเดียวกันกับตนและพาทาร์ซานเดินทางกลับดาวเอจินหลังภารกิจต่อสู้กับเหล่าร้ายเสร็จสิ้น
  • นกทองคำ (黄金の鳥)
นกทองคำอันเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์แห่งจักรวาลผู้รังสรรพลังแห่งคุณธรรม ถูกนัมบาระ เคนอิจิโร่ถ่ายภาพได้โดยบังเอิญจนเป็นเหตุให้ถูกตามล่า โดยในช่วงท้ายของซีรีส์นกทองคำแบ่งภาคร่างของตนออกเป็น 5 ส่วนเข้าไปอยู่ในร่างของคาโนโกะพร้อมกับเด็กอีก 4 คนได้แก่ คุมิโกะ, ไดซากุ, ฮิโรชิและมิกะ จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรโดยเมื่อเด็กทั้ง 5 คนมาพร้อมหน้ากันนกทองคำจึงกลับสู้ร่างเดิมก่อนจะกลายเป็นดาบสีทองขนาดยักษ์เพื่อเป็นอาวุธให้ไดเลอ้อนต่อสู้กับไดซานตานโกสในศึกตัดสินครั้งสุดท้าย

ยานพาหนะและหุ่นยนต์ของจัสเปี้ยน[แก้]

  • ยานรบข้ามดวงดาว ไดเลออน
ยานแม่ของจัสเปี้ยนทำหน้าที่เป็นทั้งฐานทัพและที่พักของจัสเปี้ยนในการเดินทางไปยังดวงดาวต่างๆเพื่อสู้กับพวกซาตานโกส โดยสามารถบินไปบนฟ้า ในอวกาศและสามารถบุกตะลุยไปบนพื้นเสมือนรถถังขนาดใหญ่ได้อีกด้วย สร้างขึ้นโดยผู้เฒ่าเอจินซึ่งใช้เอจินนูมเป็นวัสดุเช่นเดียวกับชุดเกราะของจัสเปี้ยน ในการต่อสู้กับเหล่าสัตว์ยักษ์นั้นไดเลอ้อนสามารถเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์รบขนาดยักษ์ไดเลอ้อนได้ เป็นหุ่นยนต์ที่มีความคล่องแคล่วพอสมควร มีอาวุธได้แก่ "ไดเลอ้อนบีม" ยิงจากบริเวณหัวกับยิงจากหน้าอก และมีท่าไม้ตาย "คอสมิค คลัช" เป็นท่าพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วแล้วต่อยด้วยหมัดคู่ทรงพลัง ในตอนสุดท้ายไดเลอ้อนได้ใช้นกทองคำที่เปลี่ยนร่างเป็นดาบสีทองในการต่อสู้กับไดซาตานโกสและปราบด้วยท่า "ไดเลอ้อน คอสมิค ฮาร์เล่ย์
  • ไออ้อนวูลฟ์
มอเตอร์ไซค์สีเงินของจัสเปี้ยน สามารถกางใบพัดโฮเวอร์ทางด้านหลังเพื่อบินไปบนฟ้าได้
  • การ์บิน
รถถังขนาดยักษ์ของจัสเปี้ยนสามารถบินได้และใช้งานได้อีก 2 รูปแบบได้แก่ "การ์บิน เจ็ต" โดยถอดส่วนกลางของการ์บินออกมาในรูปแบบของยานบินขับไล่ และ "การ์บิน แทงค์" เป็นการประกบส่วนที่เหลือของการ์บินหลังถอดการ์บิน เจ็ตออกไปและยื่นสว่านเจาะ 2 อันออกมาเพื่อใช้บุกเข้าฐานทัพลับของศัตรู

จักรวรรดิ์สัตว์ยักษ์ ซาตานโกส[แก้]

ซาตานโกส (サタンゴース)
จอมปีศาจสีดำขนาดยักษ์จากอวกาศในยุคอดีตกาลซึ่งถือกำเนิดมาจากพลังด้านลบทั้งหลายในจักรวาล ถูกทำนายเอาไว้ในไบเบิ้ลทางช้างเผือกว่าจะคืนชีพมาในยุคนี้โดยมีเป้าหมายสร้างจักรวรรดิ์สัตว์ยักษ์และเป็นผู้ขึ้นปกครองโดยใช้ดาวโลกเป็นฐานที่มั่น ซาตานโกสนั้นมีรูปลักษณ์ที่เชื่อว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละคร "ดาร์ธ เวเดอร์" จากซีรีส์ของสตาร์วอร์สเพราะมีลักษณะคล้ายสวมชุดเกราะสีดำสวมผ้าคลุมสีดำตั้งแต่เอวลงมาอีกทั้งยังมีดาบแสงสีแดงเป็นอาวุธคู่กาย นอกจากนี้ยังมีอาวุธหลักคือแสงสีแดงที่ปล่อยออกมาจากดวงตาสามารถใช้โจมตีและยังใช้เพื่อครอบงำจิตใจของเหล่าสัตว์ยักษ์ให้ชั่วร้ายและเพิ่มพลังให้ได้อีกด้วยซึ่งมีสัตว์ยักษ์ส่วนน้อยที่รอดตายจากการครอบงำนี้ ในช่วงท้ายของซีรีส์ พลังของซาตานโกสเพิ่มพูนจนถึงขีดสุดและทำการลอกคราบออกมาจากชุดเกราะสีดำกลายเป็น "ไดซานตานโกส" (大サタンゴース) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอสุรกาย Cthulhu ในนวนิยายของเลิฟคลาฟ์ท ซึ่งไดซาตานโกสมีพลังมหาศาลขนาดควบคุมธรรมชาติได้ดั่งใจจนสามารถเปลี่ยนเมืองใหญ่เป็นป่าทึบได้ในชั่วข้ามคืน ไดซาตานโกสนั้นไม่อาจถูกกำจัดลงได้หากปราศจากพลังของนกทองคำและผู้อาบแสงทั้ง 7 หลังแมดเกียรันเสียชีวิตในการต่อสู้กับจัสเปี้ยน ไดซาตานโกสก็เริ่มออกอาละวาดล้างแค้นโดยจับผู้คนเพื่อไปเป็นอาหารของเหล่าสัตว์ยักษ์มากขึ้นจนได้ต่อสู้กับผู้เฒ่าเอจินและสามารถเอาชนะมาได้เป็นเหตุให้ผู้เฒ่าเอจินเสียชีวิต ฝ่ายจัสเปี้ยนกับเด็กทั้ง 5 ที่โกรธแค้นก็ออกมาสู้กับไดซาตานโกสด้วยดาบทองคำที่เป็นร่างแปลงของนกทองคำให้ไดเลอ้อนใช้ในการต่อสู้แม้จะยังไม่สามารถตามหาผู้ถูกแสงคนสุดท้ายได้ก็ตามแต่ในชั่วนาทีวิกฤตินั้นเด็กทารกที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองก็ปรากฏตัวขึ้น จากเสียงร้องนั้นทำให้ไดซาตานโกสพลังถดถอยและเจ็บปวดทรมานจนถูกไดเลอ้อนสังหารด้วยดาบทองคำเป็นอันจบสิ้นและถือเป็นการล่มสลายของจักรวรรดิ์สัตว์ยักษ์ไปในที่สุด
แม็ดเกียรัน (マッドギャラン)
ลูกชายของซาตานโกสเป็นหัวหน้าของจักรวรรดิ์สัตว์ยักษ์ มีความสามารถในการแปลงร่างสวมเมทัล เท็ค สูทสีดำและเป็นศัตรูคู่ปรับของจัสเปี้ยนโดยใช้ดาบและแสงทำลายจากปลายนิ้วเป็นอาวุธ นอกจากนี้ยังมียานพาหนะรูปร่างคล้ายตัวด้วงสีดำชื่อ "จาร์คบูมเมอร์" ขับเคี่ยวกับไอ้ออนวูลฟ์ของจัสเปี้ยนมาหลายครั้ง แม็ดเกียรันพ่ายแพ้ในการดวลกับจัสเปี้ยนในตอนที่ 29 จนเสียชีวิตแต่ก็ได้รับการชุบชีวิตจากแม่มดกิลซ่า ก่อนจะถูกจัสเปี้ยนกำราบลงอีกครั้งในตอนที่ 45 ก่อนตายแม็ดเกียรันกลายร่างเป็นซาตานโกสร่างแรกรูปแบบเกราะสีดำและโจมตีจัสเปี้ยนอย่างเกรี้ยวกราดแต่เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงกลับร่างเดิมทันทีก่อนจะเสียชีวิตบนฝ่ามือของไดซาตานโกสในที่สุด
กลุ่ม 4 จ้าวฟ้าแห่งความชั่วร้าย (悪の四天王)
กลุ่มมือสังหาร 4 คนที่ถูกแม็ดเกียรันเรียกตัวมาช่วยงานตั้งแต่ตอนที่ 13 เนื่องจากซาตานโกสต้องการจะกำจัดจัสเปี้ยนโดยเร็วเพราะเริ่มระแวงว่าจัสเปี้ยนอาจจะรู้วิธีที่จะโค่นล้มตนลงแล้วก็เป็นได้ สมาชิกของ 4 จ้าวฟ้าประกอบด้วย
  • อิกคิ (イッキ)
บอดี้การ์ดระดับทอปจากอวกาศผู้ไม่หวาดเกรงต่อสิ่งใด มีร่างกายกำยำเพราะเกิดในส่วนที่แร้นแค้นของอวกาศมีอาวุธเป็นหอกสามง่ามที่สามารถยืดส่วนปลายได้และสามารถพ่นไฟจากส่วนด้ามได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปล่อยหมัดจรวดเป็นอาวุธได้ทั้งสองข้าง อิกคิมีความทนทรหดพอสมควรขนาดโดนปืนบีมสแกนเนอร์ของจัสเปี้ยนอย่างจังก็ยังทนได้แต่เมื่อถูก "คอสมิค ฮาร์เล่ย์" ซ้ำเข้าไปอีกก็ทนไม่ไหวและเสียชีวิตไปเป็นคนแรกของกลุ่ม 4 จ้าวฟ้าในตอนที่ 15
  • ซัมป้า (ザンパ)
แอนดรอยด์ชั่วร้ายที่มีส่วนในการกำเนิดของจัสเปี้ยนเพราะซัมป้าเป็นผู้สังหารพ่อแม่ของจัสเปี้ยนโดยโจมตียานอวกาศของทั้งสองเหตุจากความแค้นที่ทั้งสองนั้นขัดขวางการก่อตั้งจักรวรรดิ์จักรกลโดยการช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาวุธหลักของซัมป้าคือเคียวติดโซ่ ซัมป้านั้นสามารถกลายร่างเป็นร่างจักรกลโดยเพิ่มพลังและความทนทานมากขึ้นสามารถปล่อยแสงทำลายจากดวงตาได้อีกทั้งร่างกายยังถอดแยกชิ้นส่วนได้เพราะเป็นหุ่นยนต์ ถูกจัสเปี้ยนปราบลงได้ในตอนที่ 18
  • บูริม่า (ブリマ)
แม่มดผู้สวมชุดขาวกับหมวกทรงกลมใบโตกลายเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของแม็ดเกียรันหลังจากอิกคิกับซัมป้าเสียชีวิต มีอาวุธคือลูกแก้วเวทมนตร์กับมีดสั้นเสียชีวิตในตอนที่ 44 พร้อมกับเกียวรุ
  • เกียวรุ (ギョール)
สปายหญิงผู้มีความสามารถในการแปลงโฉมเป็นคนหรือสัตว์อะไรก็ได้ผ่านการเป่าอาวุธคล้ายขลุ่ยของเธอ โดยอาวุธนี้สามารถใช้เป็นทั้งหอกสั้น ขลุ่ยและซางเป่าลูกดอกในชิ้นเดียวอีกทั้งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการหายตัวของพวกเธอได้ด้วยผ่านการเป่าขลุ่ยปล่อยละอองสีทองออกมาก่อนจะหายตัวไป เกียวรุเป็นบอดี้การ์ดของแม็ดเกียรันคู่กับบริม่ายาวนานหลังจากที่อิกคิกับซัมป้าเสียชีวิต จนในตอนที่ 44 เธอกับบริม่าร่วมกันต่อสู้กับจัสเปี้ยนโดยรวมร่างกันเป็นหมาป่าสีขาวตัวใหญ่สามารถพ่นไฟได้เพื่อสู้กับจัสเปี้ยนแต่ก็ถูก "คอสมิค ฮาร์เล่ย์" ของจัสเปี้ยนสังหารลงจนเสียชีวิตไปพร้อมกัน
แม่มดทางช้างเผือกกิลซ่า (銀河魔女ギルザ)
แม่มดชั่วร้ายจากอวกาศปรากฏตัวในตอนที่ 29 โดยถูกซาตานโกสเรียกตัวมาเพื่อทำการคืนชีพให้แก่แม็ดเกียรันที่ถูกจัสเปี้ยนสังหาร ในตอนที่ 30 ได้วางแผนที่จะดึงวิญญาณของจัสเปี้ยนออกจากร่างโดยใช้มีดลงอาคมเป็นอาวุธประจำตัวแต่ก็ล้มเหลวถูกจัสเปี้ยนตัดคอในการต่อสู้แต่ก็ยังไม่ตายแค่บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ประมาณ 2 ตอนก็กลับมาวาดลวดลายเสมือนเป็นที่ปรึกษาของแม็ดเกียรัน ในตอนที่ 35 พยายามจะล้วงความลับเรื่องนกทองคำจากผู้เฒ่าเอจินแต่ถูกจิตที่เข้มแข็งกว่าของผู้เฒ่าสะท้อนคำสาปกลับไปแม้จะรับรู้เพียงแค่เรื่องเด็กทารกก็ตามและในตอนที่ 36 กิลซ่าก็ยังพยายามจะสืบเรื่องความลับของนกทองคำแต่ก็พลาดท่าถูกมีดลงอาคมของตัวเองแทงในการต่อสู้ทำให้เวทมนตร์เสื่อมจนถูก "คอสมิค ฮาร์เล่ย์" จัดการลงได้ในครั้งนี้เอง
ราชินีผีร้ายแห่งทางช้างเผือกทมิฬ กิลมาเธอร์ (暗い銀河の亡霊の女王ギルマーザ)
แม่มดจากอวกาศและเป็นพี่สาวของแม่มดกิลซ่า ปรากฏตัวในตอนที่ 39 โดยมีจุดประสงค์ที่จะรับพลังความชั่วร้ายของซาตานโกสและแก้แค้นให้กับน้องสาว กิลมาเธอร์นั้นเป็นผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวไปยังดวงดาวต่างๆเพื่อทำให้ดวงดาวเหล่านั้นล่มสลายอย่างช้าๆ เช่น มอมเมาผู้คนให้นับถือบูชาซาตานโกสจนจิตใจตกต่ำ ปั่นหัวผู้คนในดวงดาวนั้นๆโดยชักใยการก่ออาชญากรรมหรือแม้กระทั่งยุยงให้เกิดสงครามกลางเมืองเป็นต้น กิลมาเธอร์จึงได้รับฉายา "ราชินีผีร้าย" ด้วยเหตุนี้เอง กิลมาเธอร์มีอาวุธประจำตัวคือเครื่องดนตรีเคาะจังหวะขนาดเล็กใช้โจมตีหรือสะกดจิตผู้คนได้ กิลมาเธอร์เสียชีวิตในตอนที่ 46 พร้อมกับมนุษย์ต่างดาวลูกสมุนที่เหลืออยู่จากการถูกลูกหลงของพลังที่ระเบิดออกมาตอนที่ไดซาตานโกสถูกปราบลง
นินจาอวกาศ (宇宙忍者) ลูกน้องของกิลมาเธอร์ เป็นนินจาที่มีรูปแบบการต่อสู้จากธาตุทั้ง 5 ของลัทธิเต๋า ภายใต้ชุดเกราะสีดำของแต่ละคนนั้นจะมีร่างจริงซ่อนอยู่ซึ่งจะเผยออกมาหลังถูกฟันหน้ากากแตกมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่
  • อัคคี (カ) ผู้นำกลุ่มที่มีวิชาเกี่ยวกับการใช้ไฟเป็นอาวุธ ร่างจริงที่เผยออกมาหลังถูกจัสเปี้ยนฟันหน้ากากก็คือลูกไฟสีแดงที่คอยเติมพลังให้กับปืนใหญ่จักรกลที่เป็นร่างจริงของ "ลม" เสียชีวิตจากการถูกจัสเปี้ยนยิงด้วยปืนบีมสแกนเนอร์ในตอนที่ 43
  • ลม (フウ) สมาชิกในกลุ่มที่ใช้วิชาควบคุมลมเป็นอาวุธ ร่างจริงคือปืนใหญ่จักรกลที่ใช้พลังงานจาก "อัคคี" มาเติมเป็นกระสุนถูก "คอสมิค ฮาร์เล่ย์ ของจัสเปี้ยนสังหารในตอนที่ 43
  • ดิน (ドウ) สมาชิกในกลุ่มที่เชี่ยวชาญการมุดดินแล้วจู่โจม ร่างจริงคือตะขาบยักษ์ที่สามารถสร้างภาพลวงตาว่าตัวเองขยายใหญ่ขึ้น ถูก"คอสมิค ฮาร์เล่ย์ ของจัสเปี้ยนสังหารเป็นคนแรกในตอนที่ 39
  • น้ำ (スイ) สมาชิกที่เชี่ยวชาญการสร้างภาพลวงตาและใช้นำจู่โจม ร่างจริงคือลูกเหล็กหนามที่ลอยไปมาและปล่อยสายฟ้าได้ ถูก"คอสมิค ฮาร์เล่ย์ ของจัสเปี้ยนสังหารในตอนที่ 40
  • ไม้ (モク) สมาชิกที่เชี่ยวชาญการพรางตัวและปล่อยแสงสีเขียวออกมาได้ ร่างจริงเป็นปีศาจสวมหน้ากากละครโนะที่ใช้ง้าวเป็นอาวุธแต่ก็ถูก "คอสมิค ฮาร์เล่ย์ ของจัสเปี้ยนสังหารในตอนที่ 42
มือสังหารอื่นๆของจักรวรรดิ์สัตวยักษ์

อ้างอิง[แก้]