ตำรวจอวกาศเกียบัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำรวจอวกาศเกียบัน
Uchû keiji Gyaban.jpg
Space Sheriff Gavan
สร้างโดย Toei
Shōtarō Ishinomori
แสดงนำ Kenji Ohba and Wakiko Kano
บรรยายโดย Issei Masamune
ประเทศแหล่งกำเนิด Japan
จำนวนตอน 44
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง TV Asahi
การออกอากาศแรก March 5, 1982 – February 25, 1983

ตำรวจอวกาศเกียบัน (ญี่ปุ่น: 宇宙刑事ギャバン Uchû keiji Gyaban ?; อังกฤษ: Space Sheriff Gavan) เป็นซีรีส์เมทัลฮีโรยุคแรกออกอากาศในวันที่ 5 มีนาคมค.ศ. 1982 ถึง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1983[1][2][3][4][5][6] ทาง ทีวีอาซาฮี ที่มีตัวเอกเป็นนักรบอวกาศที่สวมชุดเกราะ และมีอาวุธกับพาหนะไฮเทค ช่วยปกป้องโลกจากการรุกรานของจักรวรรดิมาคุ (宇宙犯罪組織マクー, สลัดอวกาศมาคู) มีจำนวนตอนทั้งหมด 44 ตอน และตอนพิเศษอีก 2 ตอน ได้แก่ ไคโซคุ เซนไท โกไคเจอร์ vs. ตำรวจอวกาศเกียบัน (海賊戦隊ゴーカイジャーVS宇宙刑事ギャバンTHE MOVIE) และ ตำรวจอวกาศเกียบัน THE MOVIE (宇宙刑事ギャバン THE MOVIE)

ตำรวจอวกาศเกียบัน ถือเป็นปฐมบทการต่อสู้ของเหล่าตำรวจอวกาศในยุคหลังต่อมาอีก 2 นายคือ ตำรวจอวกาศชาลีบัน และ ตำรวจอวกาศไชเดอร์

เนื้อเรื่อง[แก้]

เมื่อมนุษยชาติมีความต้องการเรียนรู้ความเป็นไปของห้วงอวกาศ มีการสร้างสถานีอวกาศขึ้นเพื่อเป็นบันไดไปสู่การใช้ชีวิตและท่องเที่ยวไปในอวกาศของมวลมนุษย์ชาติ แต่อีกด้านหนึ่งของความมืดมิดในห้วงอวกาศ สลัดอวกาศมาคู ที่มี ดอน เฮอเรอร์ เป็นผู้นำก็กำลังหมายจะครอบครองโลกและห้วงอวกาศอยู่ สมาคมตำรวจอวกาศที่มีฐานที่มั่น ณ ดาวบาร์ด จึงเลือกที่จะส่ง เกียบัน ตำรวจอวกาศหนุ่มผู้เป็นลูกครึ่งระหว่างโลกและดาวบาร์ดมาปกป้องโลกมนุษย์ เขาเป็นลูกชายของ วอยเซอร์ ชาวดาวบาร์ด และ อิจิโจจิ ทามิโกะ มนุษย์ชาวโลก สำหรับ วอยเซอร์ นั้นเป็นตำรวจอวกาศที่หายสาบสูญไประหว่างการปฏิบัติภาะกิจลับในการคุ้มครอง ดร.โฮชิโนะ ทาคุม่า ผู้พัฒนาระบบปืนเลเซอร์อันทรงพลังที่นำพลังงานอันร้อนแรงของดวงอาทิตย์มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเลเซอร์ของปืนเลเซอร์ที่มีอนุภาพในการทำลายล้างที่ร้ายกาจที่สุด

เกียบัน จึงเต็มใจอย่างยิ่งที่จะรับภาระกิจจากผู้บัญชาการ คอม เพื่อปกป้องโลกมนุษย์ดินแดนมาตุภูมิของเขาจากสลัดอวกาศ มาคู และอีกทางหนึ่งระหว่างเส้นทางการต่อสู้ของเขาการสืบหาบิดา หรือ วอยเซอร์ ที่สาบสูญไปก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่ เกียบัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาน่าจะได้พบพ่อเขาที่โลกมนุษย์แห่งนั้น

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

เกียบัน / อิจิโจจิ เร็ตสึ (一条寺 烈)

ตำรวจอวกาศหนุ่มลูกครึ่งมนุษย์โลกกับมนุษย์ดาวบาร์ดโดยเขามีแม่เป็นชาวโลกชื่อ อิจิโจจิ ทามิโกะ (一条寺 民子) กับวอยเซอร์ (Voicer) ตำรวจอวกาศที่มาประจำ ณ.เขตนี้ของอวกาศแต่เนื่องจากเขาได้หายสาปสูญไประหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงถูกสันนิษฐานว่าตายไปแล้ว เร็ตซึจึงใช้นามสกุลของแม่เป็นนามแฝงขณะปฏิบัติหน้าที่บนโลก เมื่อต้องการจะเปลี่ยนร่างเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายเขาจะตะโกนว่า "Jōchaku" (蒸着) จากนั้นยานแม่โดลกีรันที่ได้รับสัญญาณจะทำการส่งชุดเกราะที่เรียกว่า "คอมแบทสูท" มาในรูปของอนุภาคขนาดเล็กที่เรียกว่า "Granium" (グラニウム) ส่งเข้ามาประกอบกับร่างของเร็ตสึด้วยเวลา 0.05 วินาที นอกจากภารกิจในการต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคูในเนื้อหาปกติแล้ว เกียบันยังมีบทบาทในการต่อสู้กับเหล่าร้ายในซีรีส์ต่อๆมาของตำรวจกาศและฮีโร่อื่นๆในเครือของโตเอะอีกหลายครั้ง ได้แก่ คอยช่วยเหลือชาลีบันในการต่อสู้กับกลุ่มอาชญากรอวกาศมาโด มีส่วนช่วยรับมือกับการโจมตีของจักรวรรดิ์ฟูม่าในส่วนอื่นๆของกาแลคซี่โดยปรากฏเป็นฟุตเทจสั้นๆและภาพวาดประกอบการบรรยายในซีรีส์ของไชเดอร์ นอกจากนี้ในยุคเฮเซย์ยังเคยร่วมต่อสู้ร่วมกับขบวนการโจรสลัดโกไคเจอร์ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ตำรวจอวกาศอันนำไปสู่การสร้างภาคต่อของตำรวจอวกาศใหม่ๆในยุคเฮเซย์ต่อไป

เกียบัน Type-G (เกียบัน ไทป์จี) / จูมอนจิ เงคิ (十文宇 撃)

ตำรวจอวกาศหนุ่มชาวโลกซึ่งถูกเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของตำรวจอวกาศฝึกหัดในชื่อ "เกียบัน" เขาเป็นเด็กหนุ่มผู้มีความใฝ่ฝันจะเดินทางออกไปสำรวจอวกาศร่วมกับเพื่อนสมัยเด็กอย่าง โอคุยะ โทยะ (大熊 遠矢) จนได้เข้าร่วมกับองค์กร SARD และเข้าร่วมการเดินทางสำรวจดาวอังคารแต่กลับประสบอุบัติเหติระหว่างปฏิบัติภารกิจจนล่องลอยไปในอวกาศและได้รับความช่วยเหลือจากเกียบันรุ่นแรกหรือเร็ตสึและได้รับการทาบทามให้รับการฝึกเป็นตำรวจอวกาศเกียบันคนใหม่หรือ "เกียบัน Type-G" ในด้านของการแปลงร่างจะมีขั้นตอนวิธีการเหมือนกับเกียบันรุ่นแรกเพียงแต่โพสท่าต่างกันเล็กน้อย ส่วนของคอมแบทสูทเองก็มีรายละเอียดคล้ายกับของเกียบันรุ่นแรกต่างกันเพียงสีของดวงตาจะเป็นสีน้ำเงินแทนสีส้มดั้งเดิม อีกจุดคือบริเวณเกราะหน้าอกจะเป็นวงจรล้ำยุคแทนหลอดไฟหลากสี โดยในยุคเฮเซย์นี้เงคิต้องพบเจอกับการต่อสู้กับเหล่าอาชญากรระดับหัวหน้าของมาคูที่มีเป้าหมายฟื้นคืนชีพให้แก่ "ดอน เฮอร์เรอร์" อันมีความเกี่ยวข้องกับเพื่อนสมัยเด็กอีกคนของเขา "คาวาอิ อิทซึกิ" (河井 衣月) อันจะนำพาเขาไปสู่ความจริงอันโหดร้าย

มีมี่ (ミミー)

ลูกสาวคนเดียวของผู้บัญชาการโคมซึ่งแอบติดตามเกียบันมากับยานโดลกีรันระหว่างที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ยังโลกมนุษย์ เธอมีความสามารถพิเศษในการแปลงร่างเป็นนกหงส์หยกโดยใช้พลังจากจี้ห้อยคอที่เรียกว่า "เลเซอร์วิชั่น" เนื่องจากเธอแอบชอบเกียบันมาตลอดจึงติดตามมาและคอยช่วยเหลือเกียบันอยู่เสมอ เธอเคยหายไปจากโดลกีรันหลายตอนเพราะต้องกลับไปดูแลแม่ที่ป่วย ณ.ดาวบาร์ดอยู่หลายตอนแต่ก็กลับมาช่วยเหลือเกียบันในช่วงสุดท้ายของต่อสู้กับมาคู นอกจากนี้มีมี่ยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือความสามารถหยั่งรู้อนาคตผ่านภาพนิมิตเพื่อเตือนเกียบันถึงอันตรายร้ายแรงแม้จะไม่สามารถเห็นภาพทั้งหมดได้ชัดเจนก็ตาม ความสามารถนี้ยังถูกใช้ในซีรีส์ของชาลีบันโดยมีมี่เริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมและใช้พลังนี้ได้มากขึ้นโดยตั้งสมาธิและวาดภาพนิมิตเหล่านั้นออกมาเป็นรูปวาดได้ ตามข้อมูลในตอนพิเศษรวมมิตรสามตำรวจอวกาศกล่าวว่าเกียบันกับมีมี่ได้แต่งงานกันหลังจากการต่อสู้กับจักรวรรดิ์ฟูม่าได้จบลง

เชอรี่ (シェリー)

หลานสาวอีกคนของผู้บัญชาการโคมที่คอยเป็นผู้ช่วยของเงกิหรือเกียบัน ไทป์ จี

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

ผู้บัญชาการ โคม (コム長官)

ผู้บัญชาการตำรวจอวกาศของดาวบาร์ดและเป็นพ่อของมีมี่ คอยให้ความช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาในทุกๆเรื่องแก่เกียบันแม้แต่เรื่องส่วนตัวโดยอาจเป็นเพราะลูกสาวของตนไปเป็นผู้ช่วยของเกียบันก็เป็นได้ เคยเดินทางมายังโลกแล้วหลายครั้งทั้งยังฝึกฝนพัฒนาทักษะการต่อสู้และทำการอัพเกรดคอมแบทสูทที่เสียหายของเกียบัน เป็นต้น

มารีน (マリーン)

เลขาคนสนิทของผู้บัญชาการโคมคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่เกียบันเช่นเดียวกัน และเคยเดินทางมายังโลกเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเกียบันแทนมีมี่ที่เดินทางกลับไปเยี่ยมแม่ที่ดาบบาร์ดช่วงตลอดครึ่งหลังของซีรีส์

วอยเชอร์ (ボイサー)

ตำรวจอวกาศชาวดาวบาร์ดผู้เป็นพ่อของเกียบัน เขาหายสาปสูญไประหว่างปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีใครทราบร่องรอยอยู่หลายปีจึงจำเป็นต้องประกาศว่าเขาเสียชีวิตแต่จริงๆแล้วระหว่างที่กำลังคุ้มครองดร.โฮชิโนะอยู่นั้นเขาถูกเพื่อนตำรวจอวกาศที่ทรยศไปเป็นสมุนของมาคูนั่นก็คือ "ฮันเตอร์คิลเลอร์" (ハンターキラー) หลอกให้ไปติดกับและถูกจับตัวไปกักขังและถูกทรมานอย่างหนักเป็นเวลาหลายปีเพื่อล้วงความลับซึ่งก็คือข้อมูลโครงสร้างและสมการสำคัญของระบบพลังงานพลาสม่าที่ดร.โฮชิโนะฝากไว้กับวอยเซอร์ก่อนจะเสียชีวิต วอยเซอร์ถูกทรมานสารพัดวิธีจนถึงขั้นฉีดยาพิษร้ายแรงเข้าร่างโดยแม่มดคิบะแต่เขาก็แข็งใจฝืนทนด้วยสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรักอย่างดร.โฮชิโนะและความต้องการที่จะพบกับลูกชายอีกครั้งทำให้เขาพยายามจะมีชีวิตต่อไป ในช่วงสุดท้ายของซีรีส์เกียบันได้ช่วยเหลือวอยเซอร์จากที่คุมขังบนเกาะหัวยักษ์และได้รู้ว่าความลับที่วอยเซอร์สามารถรักษาให้พ้นจากมือของพวกมาคูเอาไว้ได้หลายปีนั้นถูกบันทึกลงบนฝ่ามือของวอยเซอร์นั่นเอง แม้การพบกันของพ่อลูกจะนำความปิติยินดีมาให้แต่วอยเซอร์ที่ถูกทรมานมาตลอดจนร่างกายสาหัสจนไม่อาจจะทนได้ อีกทั้งเขาสามารถรักษาความลับให้ปลอดภัยจากพวกมาคูและได้พบหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายก็ทำให้วอยเซอร์วางใจและจากไปอย่างสงบด้วยรอยยิ้ม

ตำรวจอวกาศอลัน (アラン)

ตำรวจอวกาศที่ประจำอยู่ที่ดาวบีสต์เดินทางมาช่วยเหลือเกียบันในการต่อสู้กับพวกมาคู รับบทโดย มิยาอุจิ ฮิโรชิ (宮内 洋) ผู้เคยรับบทมดเขียว V3 และการ์ตูนแปลงร่างอื่นๆอีกหลายเรื่อง

โฮชิโนะ สึคิโกะ (星野月子)

ลูกสาวของดร.โฮชิโนะ เธอรู้จักกับวอยเซอร์ในฐานะเพื่อนสนิทของพ่อและได้รับการความดูแลจากวอยเซอร์หลังดร.โฮชิโนะเสียชีวิต เธอติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวอยเซอร์หลังเขาหายตัวไปจนได้พบกับเกียบันและร่วมต่อสู้กับพวกมาคูเท่าที่ทำได้ ภายหลังสึคิโกะยังมีบทบาทปรากฏในฐานะเพื่อนสนิทของเกียบันและไปเป็นผู้ช่วยของผู้บัญชาการโคมในซีรีส์ของไชเดอร์เช่นเดียวกับมารีน และยังมีชื่อปรากฏในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น โดยไปเปิดร้านอาหารบนดาวบาร์ดอีกด้วย

โอยามะ โคจิโร่ (大山小次郎)

นักข่าวและช่างภาพอิสระที่หลงใหลการตามล่าถ่ายภาพ UFO และมีความใฝ่ฝันที่จะติดต่อและเป็นเพื่อนกับมนุษย์จากดาวอื่นโดยหารู้ไม่ว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่ใกล้ตัวมาตลอด แม้จะดูเป็นคนต๊องๆแต่ด้วยความจุ้นจ้านแบบนักข่าวทำให้เขาได้รู้เห็นและเข้าไปพัวพันเหตุการณ์แปลกๆเกี่ยวกับเหล่าร้าย อีกทั้งเขายังรู้จักคนเยอะจนกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อเหล่าตำรวจอวกาศไปตลอดสามซีรีส์ ชื่อของเขาไปปรากฏในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ โดยเป็นชื่อของผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยเกี่ยวกับอวกาศ และในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น เขาก็ไปทำงานในแผนกการตรวจสอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศบนดาวบาร์ดอีกด้วย

ฟูจิทาเคชิ โกสุเกะ (藤豪介)
อิงาชิยามะ ชิเงรุ (当山茂)
โยอิจิ ฟูจิ (藤陽一)
อีกะ เดน (伊賀電)

ยานพาหนะของเกียบัน[แก้]

ยานอวกาศข้ามมิติความเร็วสูง โดลกีรัน (超次元高速機ドルギラン)

ยานประจำตัวของเกียบันทำหน้าที่เป็นทั้งฐานทัพเคลื่อนที่ ที่พัก โรงเก็บอาวุธรวมถึงการส่งชุดของเกียบัน คอยบินลาดตระเวณไปรอบโลกประกอบด้วยสองส่วนคือ กิรัน ซอสเซอร์ (ギラン円盤) ส่วนบนที่ดูคล้ายจานบินทำหน้าที่เป็นที่พักและโรงเก็บยานพาหนะอื่นๆโดยสามารถยิงแสงเลเซอร์ออกมาได้รอบทิศและส่วนที่สองคือ

สัตว์ดาวไฟฟ้า โดล' (電子星獣ドル)

ร่างแปลงส่วนล่างของโดลกีรันโดยจะถอดออกมาและแปรสภาพจนเป็นหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเป็นมังกร โดยเกียบันจะขึ้นไปยืนสั่งการบนหัวของมันเพื่อต่อสู้กับยานรบของมาคูหรือเหล่าสัตว์ยักษ์ อาวุธมีทั้งกรงเล็บที่ยิงแสงเลเซอร์ออกมาได้ เลเซอร์จากดวงตา ส่วนหางที่ใช้ฟาดและพ่นไฟออกจากปากได้

ไซเบอร์เรี่ยน (サイバリアン)

ยานพาหนะที่เกียบันใช้เดินทางเข้าสู่บรรยากาศมาคูมีรูปร่างเหมือนกับไซด์คาร์สีแดง สามารถบินไปบนท้องฟ้าได้รวมทั้งวิ่งไปด้วยความเร็วแสงจนกลายเป็นดวงแสงสีแดงขนาดใหญ่ได้ ติดตั้งปืนเลเซอร์และจรวดมิซไซส์ เราจะได้เห็นเกียบันใช้ไซเบอร์เรี่ยนเพื่อเข้าสู้บรรยากาศมาคูทุกครั้งโดยขึ้นไปยืนซะมากกว่าที่จะขับตามปกติ

กัลเวี่ยน (ギャビオン)

รถถังอวกาศของเกียบันซึ่งถูกปล่อยออกมาจากยานโดลกีรัน ใช้ในการสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและยานรบของมาคู สามารถบินไปบนท้องฟ้าได้ติดตั้งปืนเลเซอร์และจรวดมิซไซส์ที่ยิงได้อย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลสามารถแยกเป็นส่วนบนและส่วนล่างเหมือนกับการทิ้งตู้บรรทุกลงมาและในซีรีส์แทบไม่เห็นการแยกส่วนนี้แบบเป็นรูปธรรมนัก โดยส่วนล่างนี้มีพาหนะอีกชนิดนั่นคือ

สคูเปอร์ (スクーパー)

รถถังสว่านแบบไร้คนขับซึ่งเกียบันสามารถสั่งการผ่านเสียงโดยใช้สว่านขนาดใหญ่สองอันเจาะทะลวงเพื่อการกู้ภัยหรือบุกเข้าค้นหาและทำลายฐานทัพลับของมาคูด้วยปืนเลเซอร์แรงสูงที่ติดตั้งเอาไว้

ท่าไม้ตายและอาวุธของเกียบัน[แก้]

เลเชอร์ Z บีม
ซิลเวอร์บีม
เลเชอร์เบลด
เกียบันไดนามิค
เกียบันพั้นซ์
เกียบันคิ๊ก
ไดเมนชั่นบอมเบอร์
เลเชอร์สโคป
อิเล็ตโตโซล่าร์
สไปรัสคิ๊ก

องค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคู[แก้]

องค์กรอาชญากรรมอวกาศมาคู (宇宙犯罪組織マクー) องค์กรชั่วร้ายที่นำโดย ดอน เฮอเรอร์ เพื่อทำการก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบทั่วอวกาศโดยมีฐานทัพใหญ่ "ปราสาทมาคู" ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใน " บรรยากาศมาคู" มิติชั่วร้ายที่สร้างและควบคุมโดยดอน เฮอเรอร์และเชื้อสาย เป็นองค์กรที่เป็นแหล่งรวมอาชญากรตัวร้ายจากดาวต่างๆเพื่อปล้นชิงสิ่งมีค่าจากดวงดางต่างๆ เคยถูกทำลายมาแล้วตอนที่ดอน เฮอเรอร์ถูกเกียบันปราบลงในตอนสุดท้ายของซีรีส์ และมาปรากฏอีกครั้งในภาพยนตร์ตอนพิเศษ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ โดยเป็นที่ซ่อนของไบรตั้นกับเหล่าสมุนที่พยายามจะคืนชีพแก่ดอน เฮอเรอร์แต่ถูกเกียบัน Type-G ขัดขวางและถูกทำลายไปอีกครั้ง

คอน เฮอร์เรอร์ (ドン・ホラー)

ผู้นำสุดชั่วร้ายของมาคูมีรูปร่างเป็นเทวรูปปีศาจหกแขน มีความสามารถสร้างและควบคุมบรรยากาศมาคูเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ปีศาจชั่วร้ายทุกเผ่าพันธุ์ ในศึกสุดท้ายดอน เฮอเรอร์ถูกเกียบันตัดศีรษะออกแม้จะเหลือแต่หัวดอน เฮอเรอร์ก็ยังมีฤทธิ์เดชมากทำให้เกียบันต่อสู้ได้อย่างยากลำบากแต่ก็สุดท้ายก็ถูกปราบลงด้วยท่า "เกียบัน ไดนามิค" และปราสาทมาคูก็ถูกทำลายไปพร้อมกัน ในฉบับภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ วิญญาณของดอน เฮอเรอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเวิร์มโฮลส่วนลึกของอวกาศพยายามจะใช้ไบรตั้นเป็นหุ่นเชิดเพื่อการคืนชีพอีกครั้งแต่ในขณะที่กำลังจะฟื้นคืนชีพด้วยการเข้าสิงร่างของ "คาวาอิ อิทซึกิ" ก็ถูกเกียบัน Type-G ขัดขวางพิธีจนวิญญาณสาปสูญไปในห้วงมิติอีกครั้ง

เฮอร์เรอร์ เกิร์ล (ホラーガール)

คนสนิทของดอน เฮอเรอร์ เป็นมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงที่มีหัวคล้ายนกแก้วคอยอยู่ข้างกายดอน เฮอเรอร์ตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยพูดอะไรซักคำได้แต่หัวเราะแบบนกแก้ว คอยเดินเครื่องสร้างบรรยากาศมาคูตามคำสั่งของดอน เฮอเรอร์และคาดว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับการล่มสลายของมาคูในตอนสุดท้าย แต่ในภาพยนตร์ตำรวจอวกาศ เดอะ เน็กซ์ เจเนเรชั่น กลับมีเฮอร์เรอร์ เกิร์ลอีกคนปรากฏตัวออกมามาเพื่อชักใยเหล่าอาชญากรเพื่อก่อคดีเลียนแบบองค์กรชั่วร้ายทั้งสามอย่าง มาคู มาโดและฟูม่าจนสร้างความวุ่นวายไปทั่ว

ฮันเตอร์คิลเลอร์ (ハンターキラー)

อดีตตำรวจอวกาศคู่หูของวอยเซอร์ที่แปรพักต์เข้าไปเป็นสมุนของมาคู เขาได้หลอกวอยเซอร์ให้ไปติดกับและตกเป็นเชลยของมาคูนับสิบปี ส่วนฮันเตอร์คิลเลอร์ก็ได้เป็นหัวหน้าของมาคูคอยสั่งการเหล่าอาชญากรในช่วงแรก แต่ช่วงกลางของซีรีส์ ซัน ดอลบ้า ลูกชายของดอน เฮอเรอร์ได้กลับมายังปราสาทมาคูทำให้ฮันเตอร์คิลเลอร์รู้สึกว่าตำแหน่งของตนในองค์กรเริ่มไม่มั่นคงจึงวางแผนทรยศแต่ถูกจับได้เลยถูกดอน เฮอเรอร์เนรเทศโดยจับโยนทิ้งให้ล่องลอยอยู่ในอวกาศ ฮันเตอร์คิลเลอร์ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยลาดตระเวณของสมาพันธ์ตำรวจอวกาศและถูกสอบสวนโดยผู้บัญชาการโคม เขาได้บอกที่คุมขังของวอยเซอร์ก่อนจะสิ้นลม ในเกมส์ Uchuu Keiji Tamashi ของเครื่อง PS2 มีการปรากฏตัวของฮันเตอร์คิลเลอร์ที่สวมชุดคอมแบทสูทสีดำออกมาเพื่อต่อสู้กับเหล่าตำรวจอวกาศทั้งสามในชื่อ Vario Zector อีกด้วย

ชัน ดอลบา (サン・ドルバ)

ลูกชายของดอน เฮอเรอร์และมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษของมาคูสวมเกราะสีแดงและใช้คฑาหัวกะโหลกปลายแหลมเป็นอาวุธ ได้กลับมายังปราสาทมาคูในช่วงกลางของซีรีส์ เขาดูถูกและเหยียดหยามฮันเตอร์คิลเลอร์จนเมื่อถูกหักหลังและกำจัดฮันเตอร์คิลเลอร์ไปได้เขาก็เป็นหัวหน้าสั่งการแทนในช่วงหลัง ในช่วงแรกที่ปรากฏตัวเขามีฝีมือและพลังในการต่อสู้ทัดเทียมกับเกียบันจนยากจะตัดสินแพ้ชนะแต่ด้วยนิสัยรักสนุกเสเพลทำให้ฝีมือตกต่ำลงแต่เขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากแม่มดคิบะคอยให้คำปรึกษาเรื่องแผนชั่วอยู่เสมอ ในตอนท้ายเขาถูกดอน เฮอเรอร์ลงโทษเนื่องจากล้มเหลวในการกำจัดเกียบันหลายครั้งจึงวางแผนจะยึดอำนาจโดยวางแผนกับแม่มดคิบะให้เกียบันสู้กับดอน เฮอเรอร์แต่ดอน เฮอเรอร์รู้ทันจึงบีบให้เขาไปสู้ตัดสินแตกหักกับเกียบันจนถูกสังหารพร้อมกับแม่มดคิบะ

แม่มดคิบะ (魔女キバ)

ตามข้อมูลเป็นหนึ่งในภรรยาของดอน เฮอเรอร์และเป็นแม่ของซัน ดอลบ้า ตามปกติจะคอยหลบอยู่ในคฑาหัวกะโลหกของซัน ดอลบ้า มีเวทมนตร์ที่ร้ายกาจอีกทั้งยังวางแผนที่ซับซ้อนสร้างความเหนื่อยยากให้แก่เกียบันเสมอ และแม่มดคิบะก็เป็นผู้ที่ฉีดยาพิษร้ายแรงเข้าร่างของวอยเซอร์เพื่อล้วงข้อมูลส่งผลให้วอยเซอร์เสียชีวิตในเวลาต่อมา แม่มดคิบะมักจะคอยเอาอกเอาใจซัน ดอลบ้าราวกับเด็กเล็กๆจนเสียคน เป็นที่รำคาญใจแก่ซัน ดอลบ้าไม่น้อยแต่เพราะแม่มดคิบะคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอเขาจึงเคารพอยู่มากแม้จะไม่ได้เรียกแม่มดคิบะว่าแม่ก็ตาม นอกจากนี้ในฐานะภรรยาของดอน เฮอเรอร์ แม่มดคิบะยังเป็นคนเดียวในองค์กรมาคูที่เรียกชื่อดอน เฮอเรอร์ห้วนๆได้ ในตอนสุดท้ายได้ยุยงให้ซัน ดอลบ้ายึดอำนาจแต่ถูกดอน เฮอเรอร์จับได้และบีบให้ไปสู้กับเกียบันจนถูกสังหารพร้อมกับซัน ดอลบ้า (เกร็ดเล็ก ตามบทแล้วแม่มดคิบะเป็นผู้หญิงแต่จริงๆแล้วดาราที่รับบทเป็นผู้ชายคือคุณ "มิทานิ โนโบรุ" (三谷 昇))

ไบรตั้น (ブライトン)

หัวหน้าคนใหม่ของมาคูที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ ดำเนินแผนการเพื่อการคืนชีพ ดอน เฮอเรอร์ โดยชิงอุกกาบาตจากองค์กร SARD และลักพาตัว "คาวาอิ อิทซึกิ" เพื่อเป็นเครื่องสังเวยและร่างทรงของดอน เฮอเรอร์ ตัวจริงของเขาคือเพื่อนสมัยเด็กของ "จูมอนจิ เงคิ" ชื่อ "โอคุมะ โทยะ" (大熊 遠矢) ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกของ SARD และร่วมเดินทางออกสำรวจดาวอังคารพร้อมกับเงคิแต่ก็ประสบอุบัติเหตุจนพลัดหลงกับเงคิจนเข้าไปอยู่ในเวิร์มโฮลที่วิญญาณของดอน เฮอเรอร์ซ่อนตัวอยู่และถูกยุยงว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของเงคิเพื่อที่จะกำจัดตัวเขาและแย่งอิทซึกิไปเป็นของตัวเองทำให้โทยะตกเป็นทาสของดอน เฮอเรอร์ในที่สุด ไบรตั้นเป็นนักรบเกราะสีดำสวมหน้ากากสีทองมีดาบเล่มใหญ่เป็นอาวุธคอยบัญชาการเหล่าอาชญากรผู้เหลือรอดของมาคูในแผนการคืนชีพให้แก่ดอน เฮอเรอร์ ในศึกตัดสินถูกเกียบัน ไทป์ จี จัดการด้วยท่า "เกียบัน ไฮเปอร์ ไดนามิค" จนผ่าหน้ากากทองออกเป็นสองเสี่ยงทำให้พิธีกรรมคืนชีพของดอน เฮอเรอร์ถูกขัดขวางจนวิญญาณสาปสูญไปในห้วงมิติอีกครั้ง โชคร้ายที่แม้เงคิจะช่วยโทยะให้รอดพ้นจากการครอบงำของดอน เฮอเรอร์ได้แต่ก็ไม่อาจรักษาชีวิตของโทยะเอาไว้ได้เช่นกัน

ซัน บัลโด้ (ザン・バルド)

หนึ่งในสามอาชญากรที่เหลือรอดของมาคู สมุนของไบรตั้นที่ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ ตามข้อมูลบอกว่าเป็นลูกชายอีกคนของดอน เฮอเรอร์ผู้สวมชุดเกราะสีแดงของอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษของมาคูอย่างซัน ดอลบ้ามีคฑาหัวกะโหลกด้ามยาวเป็นอาวุธ ซัน บัลโด้บุกเข้าไปศูนย์วิจัยของ SARD เพื่อชิงตัวอิทซึกิและข้อมูลของอุกกาบาตเพื่อใช้ในแผนการคืนชีพให้แก่ดอน เฮอเรอร์แต่ถูกเกียบัน ไทป์ จีเข้าขัดขวางจนถูกจัดการด้วยท่า "เกียบัน ไดนามิค" ไปครั้งนึงแต่ก็คืนชีพขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเขาที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ในตอนท้ายถูกไชเดอร์คนใหม่หรือ "คาราซูมะ ชู" สังหารด้วยท่า "ไชเดอร์ บลูแฟลช"

แม่มด คิลุ (魔女キル)

หนึ่งในสามอาชญากรที่เหลือรอดของมาคู สมุนของไบรตั้นที่ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ ตามข้อมูลบอกว่าเป็นภรรยาอีกคนของดอน เฮอเรอร์และเป็นลูกศิษย์ของแม่มดคิบะมีแส้เป็นอาวุธ เธอปลอมตัวบุกเข้าไปยังศูนย์วิจัยโอยาม่าเพื่อชิงอุกกาบาตลึกลับไปใช้ในการคืนชีพของดอน เฮอเรอร์ ในตอนท้ายถูกชาลีบันคนใหม่หรือ "เฮียวกะ ไก" สังหารด้วยท่า "ชาลีบัน แคลช"

ลิซาร์ด ดาบูร่า (リザードダブラー)

หนึ่งในสามอาชญากรที่เหลือรอดของมาคู สมุนของไบรตั้นที่ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์ ตำรวจอวกาศเกียบัน เดอะ มูฟวี่ เป็นดับเบิลมอนสเตอร์ที่ยังเหลือรอดอยู่มีลักษณะเหมือนกับกิ้งก่าสีเงินขนาดใหญ่มีดาบกับโล่ห์เป็นอาวุธหลักและสามารถเปลี่ยนแขนขวาเป็นหัวกิ้งก่าเพื่อใช้ยิง "ลิซาร์ด มิซไซล์" ได้ บุกเข้าสถาบันวิจัยของ SARD พร้อมกับซัน บัลโด้และชิงข้อมูลของอุกกาบาตไปให้กับไบรตั้นและเข้าต่อสู้กับเกียบันทั้งสองรุ่นในตอนท้ายและถูกเกียบันคนดั้งเดิมสังหารด้วยท่า "เกียบัน ไดนามิค"

ดับเบิลแมน (ダブルマン)

เหล่าอาชญากรตัวร้ายจากดวงดาวต่างๆที่เข้าร่วมกับองค์กรมาคู รูปแบบทั่วไปคือแบบที่มีหัวโตสีเหลืองมีดาบโค้งกับโล่ห์เป็นอาวุธ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนสีและเพิ่มเกราะและเปลี่ยนไปใช้อาวุธอื่นๆ มักออกปฏิบัติการคู่กับสัตว์ประหลาดเบ็มในช่วงแรก (ตอนที่ 1-13) ดับเบิลแมนนั้นมีรูปแบบอื่นๆที่มักจะอ้างอิงรูปลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาวที่มีการพบเห็นกันในช่วงทศวรรษที่ 1980's ทั้งแบบมนุษย์กิ้งก่า แบบเกรย์หรือแบบมีเขาเป็นต้น หลังจากมีการเปลี่ยนไปใช้ดับเบิลมอนสเตอร์ในตอนที่ 13 พวกดับเบิลแมนรูปแบบพื้นฐานก็มีบทบาทในฐานะตัวประกอบฉากในปราสาทมาคู

ดับเบิลเกิร์ล (ダブルガール)

ดับเบิลแมนเพศหญิงที่มักปลอมเป็นมนุษย์เพื่อคอยสืบข่าวต่างๆให้กับมาคูมีปรากฎออกมาให้เห็นชัดๆเพียงตัวเดียวตลอดซีรี่ย์และคาดว่าเสียชีวิตพร้อมการล่มสลายของมาคูในตอนที่ 44

สัตว์ประหลาด[แก้]

ในซีรี่ย์ของเกียบันนี้มีสัตว์ประหลาดปรากฎออกมาซึ่งแบ่งได้เป็น 2 พวกหลักๆ ได้แก่

1.) สัตว์ประหลาดเบ็ม (ベム怪獣)

เป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปแบบของสัตว์ต่างๆที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในปราสามาคู ใช้ตั้งแต่ตอนที่ 1-13 มักต้องออกปฏิบัติงานร่วมกับดับเบิลแมนทุกครั้งทำให้ในช่วงนี้เกียบันมักต้องต่อสู้กับศัตรู 2 ครั้งใน 1 ตอน สัตว์ประหลาดเบ็มที่ปรากฎตัวออกมาสู้กับเกียบันประกอบด้วย

สัตว์ประหลาด ชาโกะ (ตอนที่1) สัตว์ประหลาดตัวแรกในซีรี่ย์คลานตามพื้นได้อย่างรวดเร็ว พรางตัวและมุดดิน สามารถปล่อยแสงจากจุดแดงที่เรียงอยู่กลางหลังและพ่นกระสุนออกมาได้
สัตว์ประหลาด กามาร่า (ตอนที่2) สัตว์ประหลาดตัวอ้วนหน้าตาคล้ายแมวน้ำ สามารถพ่นแสงจากปากและหมอกควันแรงดันสูงออกมาได้และยังสามารถกลิ้งตัวเข้าโจมตีได้เหมือนกับลูกบอล ในการต่อสู้ได้ขยายร่างใหญ่จนเกียบันต้องใช้โดรุในการปราบ
สัตว์ประหลาด คอนดอร์ (ตอนที่3) สัตว์ประหลาดหน้ายาวมีผมรุงรังมีแส้และหอกสามง่ามเป็นอาวุธและปล่อยแสงทำลายจากดวงตาได้ ร่วมในแผนจับเด็กและสัตว์ต่างๆย่อใส่ขวดแก้วไปทดลอง
สัตว์ประหลาด แมงป่อง (ตอนที่4) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนแมงป่องสีแดงมีหางตั้งขึ้นบริเวณหัวสามารถปล่อยพิษสลายร่างใส่เหยื่อได้ มีกริชสองปลายซึ่งปล่อยแสงได้เป็นอาวุธอีกทั้งยังมุดดินและมีพลังจิตเคลื่อนย้ายของอีกด้วย ร่วมกับดับเบิลแมนเพื่อออกตามหา "หมวกมาจิน" ซึ่งกล่าวว่าจะทำให้ผู้ที่สวมกลายเป็นสุดยอดนักรบ
สัตว์ประหลาด งูพิษ (ตอนที่5) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนงูเห่ามีเขี้ยวพิษที่เล่นงานเกียบันจนเจ็บหนักและใช้รยางค์ที่เหมือนหางงูที่แขนขวาเป็นอาวุธ สามารถเรียกงูบริวารมาช่วยโจมตีได้อีกทั้งยังรวดเร็วทั้งการวิ่งและมุดดิน ร่วมแผนกับดับเบิลแมนในการค้าอาวุธสงครามเพื่อก่อสงครามบนโลก
สัตว์ประหลาด หมึกยักษ์ (ตอนที่6) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนหมึกยักษ์ที่ยืดรยางค์หนวดหมึกออกไปโจมตีได้ สามารถกลิ้งตัวพุ่งชนอีกทั้งยังขยายร่างได้อีกด้วย ร่วมมือกับดับเบิลแมนที่สามารถใช้เสียงขลุ่ยเพื่อครอบงำเด็กๆมาฝึกเป็นดับเบิลแมนของดาวโลก
สัตว์ประหลาด มด (ตอนที่7) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนมดสามารถย่อขยายขนาดร่างกายได้ตามใจชอบ พ่นแก๊สพิษและปล่อยแสงจากลำตัวเป็นอาวุธ ร่วมมือกับดับเบิลแมนโดยย่อขนาดซ่อนตัวในดอกกุหลาบเพื่อลอบพ่นแก๊สพิษใส่เกียบัน
สัตว์ประหลาด วานรอัคคี (ตอนที่8) สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายลิงบาบูนสามารถพ่นไฟได้ มีความคล่องแคล่วว่องไวแบบลิง ร่วมกับดับเบิลแมนจัดฉากลักพาตัวเด็กๆเพื่อใส่ความเกียบัน
สัตว์ประหลาด ผีเสื้อ (ตอนที่ 10) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนผีเสื้อสีเหลืองสามารถเก็บแขนไว้ในปีกขนาดใหญ่บนหัวแล้วบินพุ่งใส่ศัตรู มีละอองพิษหลอนประสาทกับแสงจากตาเป็นอาวุธและขยายร่างเพื่อสู้กับโดรุของเกียบัน ใช้ละอองพิษหลอนประสาทเพื่อรวบรวมผู้มีร่างกายแข็งแรงและทักษะด้านกีฬามาเพื่อผ่าตัดดัดแปลงเป็นดับเบิลแบน
สัตว์ประหลาด ตัวนิ่ม (ตอนที่11) สัตว์ประหลาดที่มีร่างกายเป็นเกราะเหมือนตัวนิ่มมีร่างกายที่ทนทาน ปล่อยแสงจากตาและขยายร่างได้ ร่วมกับดับเบิลแมนที่ปลอมเป็นวอยเซอร์เพื่อล่อเกียบันเข้ามาติดกับ
สัตว์ประหลาด แพะ (ตอนที่12) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนแพะมีความว่องไวในการกระโดดสูงและสามารถพ่งฟองพิษที่ทำให้เหยื่อตัวบวมได้เหมือนรูปโป่ง ถูกส่งไปข่มขู่เด็กชายที่บังเอิญเห็นจานบินของพวกมาคูระหว่างร่อนลงที่ฐานทัพลับซึ่งกำลังดำเนินแผนเครื่องสร้างแผ่นดินไหวของดับเบิลแมน
สัตว์ประหลาด แรด (ตอนที่13) สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนแรดที่ปรากฎตัวเพื่อเป็นส่วนผสมในการสร้าง "ไซ ดาบูร่า" ดับเบิลมอนสเตอร์ตัวแรก
2.) ดับเบิลมอนสเตอร์ (ダブルモンスター)

สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการรวมร่างของดับเบิลแมนและสัตว์ประหลาดเบ็มเพื่อเพิ่มพลังความสามารถโดยมีสติปัญญาและทักษะของดับเบิลแมนบวกกับพลังและความสามารถพิเศษของสัตว์ประหลาดเบ็มโดยใช้เครื่องย้ายมวลสารต้นแบบมาดัดแปลง มีทักษะและอาวุธที่หลากหลายแต่ก็มักเรียกใช้ดาบโค้งแบบดับเบิลแมนมาเป็นอาวุธเสริมได้ทุกตัว ดับเบิลมอนสเตอร์ในซีรี่ย์ประกอบด้วย

ไซ ดาบูร่า (ตอนที่13-14) ดับเบิลมอนสเตอร์ตัวแรกที่เป็นการรวมร่างกันของดับเบิลแมนกับสัตว์ประหลาดแรด มีหน้าตาคล้ายไดโนเสาร์ไตรเซอราทอปมีดาบกับโล่หอันใหญ่เป็นอาวุธมีความแข็งแกร่งมากจนได้ต้องสู้กับเกียบันถึง 2 ครั้ง ถึงขนาดที่ผู้บัญชาการคอมต้องเดินทางมาฝึกซ้อมเพื่อทักษะแก่เกียบันและร่วมกันวิเคราะห์หาจุดอ่อนเลยทีเดียว
ชาโม ดาบูร่า (ตอนที่15) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่ถูกส่งมาเพื่อสังหารเกียบันเพื่อเซ่นสังเวยในวาระที่องค์กรมาคูก่อตั้งครบรอบ 10,000 ปี มีดาบและเรียกแท่งเสาจำนวนมากมาโจมตี รวมถึงเรียกวิญญาณของสัตว์ประหลาดเบ็มออกมาช่วยได้
คามะ ดาบูร่า (ตอนที่16) ดับเบิลมอนสเตอร์หน้าตาคล้ายตั๊กแตนมีเคียวติดโซ่เป็นอาวุธ ปลอมเป็นมนุษย์ร่างยักษ์เพื่อตามล่านักวิทยาศาสตร์จากดาวดวงนึง
เฮียว ดาบูร่า (ตอนที่17) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบเสือดำ ปลอมตัวเป็นตำรวจจราจรรูปหล่อล่อลวงมีมี่เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อเกียบันอีกต่อนึง มีความคล่องแคล่งว่องไวสูงและมีไม้เท้าที่มีปลายเป็นกับดักหมีเป็นอาวุธหลัก
อาโอะกาเมะ ดาบูร่า (ตอนที่18) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบเต่า ดำเนินแผนการสร้างไทม์แมชชีนเพื่อเดินทางไปยังวังมังกรในตำนานเพื่อเข้าไปช่วงชิงสมบัติ มีความคลั่งไคล้ในนิทานเรื่อง "อุราชิม่า ทาโร่" คิดว่าตัวเองเป็นเต่ายักษ์ในนิทานเรื่องนี้และลักพาตัวหญิงงามมากมายลงไปยังฐานทัพลับใต้ทะเลเพื่อให้เป็นเจ้าหญิงโอโตะฮิเมะ จนเกียบันต้องปลอมเป็นอุราชิม่า ทาโร่ เพื่อลอบเข้าฐานทัพของมาคู แม้ดูเพี้ยนๆแต่มีอาวุธที่หลากหลายทั้งขวานระเบิด แผ่นบนกระดองที่ยิงเป็นอาวุธลับได้ ใบมีดที่ดึงออกจากซี่โครงออกมาขว้างเป็นบูมเมอแรงได้ รวมทั้งยังมีหอยสังข์ที่ใช้เป่าเพื่อสะกดจิตได้อีกด้วย
เคียวริว ดาบูร่า (ตอนที่19) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบไดโนเสาร์ มีดาบสองปลาย ปืนและฉมวก 3 อันที่ยิงจากด้านหลังเป็นอาวุธหลัก มีความแข็งแกร่งขนาดทำลายระบบพลังงานของชุดคอมแบทสูทได้จนผู้บัญชาการคอมต้องมาอัปเกรตเพิ่มพลังให้
เคระ ดาบูร่า (ตอนที่20) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่มีความสามารถของแมงกะชอน สามารถดำดินได้อย่างรวดเร็วมีกรงเล็บขนาดใหญ่ มิซไซล์ 3 ลูกที่ยิงจากหน้าอกและปืนใหญ่บริเวณไหล่ซ้ายเป็นอาวุธ จับตัวเด็กชายไปล้วงความลับเพื่อตามหาอุกกาบาตที่มีฤทธิ์ในการฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้
มิตซึบาชิ ดาบูร่า (ตอนที่21) ดับเบิลมอนสเตอร์เพศหญิงที่มีรูปแบบของผึ้งหลวง ปลอมตัวเป็นหมอเทวดาลวงโลกที่รักษาอาการเจ็บป่วยทุกชนิดด้วยการเต้นแต่แท้จริงเป็นการฉีดมอร์ฟีนที่ปล่อยผ่านเหล็กไนอย่างรวดเร็วและยังฝังอุปกรณ์ควบคุมเพื่อชักจูงให้มาเป็นสาวก มีดาบเป็นอาวุธและยังสามารถปล่อยเหล็กไนระเบิดออกมาได้ ขยายร่างต่อสู้ในบรรยากาศมาคูจนเกียบันต้องใช้โดรุในการปราบ
เคระเกะ ดาบูร่า (ตอนที่22) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายหมึกสายตัวเล็ก จำแลงร่างเป็นพ่อค้าเพชรและอัญมณี มีอาวุธเป็นส้อมขนาดใหญ่สามารถใช้ขี่เพื่อบินเหมือนแม่มดขี่ไม้กวาด
คุโมะ ดาบูร่า (ตอนที่23) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบแมงมุมที่ปลอมตัวเป็นชายขับรถม้าลึกลับยามค่ำคืนเพื่อลักพาตัวหญิงสาวไปเป็นแม่พันธุ์แก่ดับเบิลแมน สามารถปล่อยใยแมงมุมและปล่อยแสงจากตาได้ มีไม้เท้าที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เป็นอาวุธ
เซเบอร์ ดาบูร่า (ตอนที่24) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบเสือโคร่งที่มีกรงเล็บที่แข็งแกร่งจนสามารถตัดเพชรได้เป็นอาวุธเพื่อใช้จัดการกับเกียบัน สามารถขยายร่างใหญ่ได้ในบรรยากาศมาคู
โคชิกิ ดาบูร่า (ตอนที่25) ดับเบิลมอนสเตอร์เพศหญิงที่มีรูปร่างของดอกไม้ จำแลงร่างเป็นครูสอนว่ายน้ำและใช้ละอองเกสรที่มีฤทธิ์หลอนประสาทผ่านขวดน้ำหอมใส่ดอกไม้เพื่อล่อลวงเด็กสาวไปเป็นพวก มีหอกและจรวดจากแขนซ้ายเป็นอาวุธ ขยายร่างเข้าต่อสู้กับเกียบันในบรรยากาศมาคูเช่นกัน
แก๊ส ดาบูร่า (ตอนที่26) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่อยู่เบื้องหลังองค์กรก่อการร้ายที่มีชื่อว่า "ดรีมเบิร์ด" ซึ่งเป็นองค์กรร้ายที่ก่อเหตุสังหารคนด้วยแก๊สพิษในหลายประเทศ จำแลงร่างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่คอยรวบรวมคนหนุ่มสาวมาเข้ากลุ่ม มีหอกที่มีปลายเป็นก้ามปูและแก๊สพิษเป็นอาวุธและยังใช้ดาบโค้งเป็นอาวุธเสริมถึง 2 เล่ม
จาอาคุ ดาบูร่า (ตอนที่27) ดับเบิลมอนสเตอร์หน้าตาคล้ายหอยทาก จำแลงร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนประถมแล้วใช้มนต์ดำในการล้างสมองเหล่าครูอาจารย์ให้ชั่วร้ายเพื่อเผยแพร่สิ่งชั่วร้ายให้แก่ลูกศิษย์ต่อไป มีไม้เท้ารูปร่างเหมือนงูเป็นอาวุธและเรียกงูมาใช้เป็นอาวุธโจมตีได้
ฮัคโคตซึ ดาบูร่า (ตอนที่28) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่ใช้อาวุธในรูปแบบของกระดูกหลากชนิดทั้ง ไม้เท้าแท่งกระดูก ระเบิดหัวกะโหลกและแท่งกระดูกยักษ์ ร่วมมือกับ "แม่มดโมนิก้า" มือสังหารที่ถูกมาคูจ้างมาเพื่อสังหารเกียบันโดยยิงมีมี่ด้วยลูกดอกอาบยาพิษแต่ภายหลังโมนิก้าก็ถูกฮันเตอร์คิลเลอร์หักหลังและได้รับการช่วยเหลือจากเกียบันจนกลับตัวได้และมอบดอกไม้ที่สามารถแก้พิษของมีมี่ได้และหันไปต่อต้านมาคูจึงถูก ฮัคโคตซึ ดาบูร่า สังหารด้วยระเบิดหัวกะโหลก
แมจิก ดาบูร่า (ตอนที่29) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอก จำแลงเป็นนักมายากลเพื่อท้าทายนักมายากลที่รู้จักกับเกียบันให้มาดวลกันด้วยกลเคลื่อนย้ายมนุษย์เพื่อเป็นกับดักสังหารเกียบัน มีอาวุธที่หลากหลายทั้งไพ่ระเบิด เลื่อยกงจักร ระเบิดพลังจิตและไม้เท้าเป็นอาวุธ เป็นดับเบิลมอนสเตอร์ตัวแรกที่สามารถแปลงเป็นหินก้อนใหญ่เพื่อกลิ้งใส่ศัตรูได้ก่อนจะทำได้อีกหลายตัว
เคย์บิ ดาบูร่า (ตอนที่30) ดับเบิลมอนสเตอร์ตัวแรกที่ติดตามซัน ดอลบ้า มีร่างกายเป็นหินและใช้อาวุธรูปแบบหินทั้งหินที่ปล่อยแม่เหล็กได้เพื่อจับตัวเกียบัน อีกทั้งยังแปลงเป็นหินก้อนใหญ่กลิ้งทับได้โดยยังสามารถถอดหัวออกจากตัวมาใช้เป็นลูกระเบิดได้ มีอาวุธเป็นตะบองเหล็ก
ไซมิน ดาบูร่า (ตอนที่31) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่จำแลงร่างเป็นคนเชิดหุ่นใช้พลังจิตที่สามารถควบคุมตุ๊กตาออกตามจับเจ้าหญิงแห่งดาววีนัสเพื่อใช้เป็นตัวประกันในการเรียกค่าไถ่ โดยใช้พลังสะกดจิตเจ้าหญิงให้เป็นตุ๊กตา (ไซมิน = สะกดจิต) มีไม้เท้าเล่นกลเป็นอาวุธหลัก
โทซึเงคิ ดาบูร่า (ตอนที่32) ดับเบิลมอนเตอร์ที่มีปลายจมูกแหลมคล้ายปลาดาบ ล่อลวงเกียบันเข้าไปในเขาวงกตใต้ดินโดยจับตัวพวกโคจิโร่เป็นตัวประกัน มีหอกปลายแหลมกับลูกระเบิดเป็นอาวุธ
ไคบุตซึ ดาบูร่า (ตอนที่33) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อให้แยกตัวกันฟัก อีกทั้งยังมีความสามารถเติบโตเป็นสัตว์ยักษ์อย่างรวดเร็วแต่ถูกเกียบันขัดขวางจนทำลายไข่ทั้งหมดจนเหลือรอดไปแค่ตัวเดียวและยังไม่เติบโตเร็วตามแผนอีกด้วย มีไม้เท้าหังกรงเล็บที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เป็นอาวุธ
ดอกเตอร์ ดาบูร่า (ตอนที่34) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่แปลงเป็นหมอแล้วใช้อุปกรณ์เปลี่ยนแปลงความทรงจำของมนุษย์ มีหอกที่ยิงส่วนปลายได้และดาบใหญ่เป็นอาวุธ
กัตส์ ดาบูร่า (ตอนที่35) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่มีร่างกายแข็งแกร่งเป็นสมุนตัวเก่งของซัน ดอลบ้า ถนัดการพุ่งเข้ากระแทกและมีคฑาเขาสัตว์เป็นอาวุธหลัก ร่วมมือกับซัน ดอลบ้าในแผนจับมารีนกับซึคิโกะเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับเลเซอร์เบลดของเกียบัน จนสามารถกดดันเกียบันได้มากเพราะขาดอาวุธไม้ตายแต่เพราะดอน เฮอเรอร์ไม่เปิดใช้บรรยากาศมาคูเพื่อเพิ่มพลังทำให้เกียบันมีโอกาสโต้กลับได้ในที่สุด
อุรามิ ดาบูร่า (ตอนที่36) ดับเบิลมอนสเตอร์เพศหญิงที่เขี่ยวชาญการใช้คำสาปแช่งผ่านการตอกตะปูใส่รูปเหมือนของเป้าหมาย ล่อเกียบันเข้ามาในโรงถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อหาโอกาสถ่ายรูปเกียบันมาใช้ทำการสาปแช่ง มีไม้เท้าเป็นอาวุธหลัก
อะนาโฮริ ดาบูร่า (ตอนที่37) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่มีอุปกรณ์ขุดเจาะและเครื่องมือหนักมากมาย (อะนาโฮริ = การขุดเจาะ) ออกตามล่าเจ้าหญิงแห่งดาวโพลาริสเพื่อช่วงชิงสมบัติที่ถูกส่งมาซ่อนไว้บนดาวโลก
แก็งค์ ดาบูร่า (ตอนที่38) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่เข้าร่วมแผนการช่วงชิงดาบจักรพรรดิ์ สามารถใช้แม่เหล็กยักษ์เป็นอาวุธได้
น็อตโทริ ดาบูร่า (ตอนที่39) ดับเบิลมอนสเตอร์หน้าตาพิลึกที่เข้ายึดบ้านหลังนึงไว้เป็นที่มั่นเพื่อใช้เป็นจุดลอบสังหารเกียบันด้วยปืนเลเซอร์แรงสูง เนื่องจากสืบรู้ว่าเกียบันจะมาช่วยทำกายภาพฟื้นฟูให้แก่เด็กหญิงบริเวณสวนสาธารณะใกล้ๆบ้านหลังนั้น แต่ระหว่างที่กำลังจะลอบสังหารนั้นเคราะห์ดีมีรถบรรทุกวิ่งผ่านตัดหน้าพอดีทำให้เกียบันรอดมาได้อย่างหวุดหวิด มีขวานและปืนเลเซอร์แรงสูงรุ่นใหม่เป็นอาวุธ
โยไค ดาบูร่า (ตอนที่40) ดับเบิลมอนสเตอร์หน้าหมูที่สามารถใช้พลังจิตโจมตีได้ จำแลงร่างเป็นคนขายของว่างริมทางเพื่อเป็นด่านสกัดไม่ให้ใครล่วงล้ำไปยังแหล่งขุดแร่พลังงานแห่งใหม่ของมาคู
จิโกคุ ดาบูร่า (ตอนที่41) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่เข้าร่วมในแผนล็อคเกียบันในบรรยากาศมาคูเพื่อสังหาร มีหอกเป็นอาวุธและสามารถแฝงตัวเข้าไปหลบในประตูไม้โบราณแล้วโจมตีได้แต่ก็ถูกกัลเวี่ยนถล่มจนกระเจิง
บัฟฟาโล่ ดาบูร่า (ตอนที่42) ดับเบิลมอนสเตอร์รูปแบบควายและเป็นดับเบิลมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายในซีรี่ย์ เป็นผู้มีส่วนในการกำเนิดของตำรวจอวกาศชาลีบันโดยมันทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าบริเวณเขาซุรุกิซึ่งเป็นฐานทัพลับที่คุมขังวอยเซอร์และเข้าทำร้าย "อิกะ เด็น" ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ไม้ที่ออกลาดตระเวณและพบเข้ากับพวกมาคูจนถูกบัฟฟาโล่ ดาบูร่าใช้เขาขวิดจนได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่เกียบันมาพบเข้าและพาไปรักษาตัวที่ดาวบาร์ดในเวลาต่อมา บัฟฟาโล่ดาบูร่ามีเขาขนาดใหญ่ 1 คู่บนศีรษะและอีก 1 คู่บริเวณหัวไหล่เป็นอาวุธหลัก สามารถพุ่งชนได้รุนแรงและยังมีระเบิดพลังจิตรวมถึงแปลงเป็นหินกลิ้งทับได้แต่ก็สู้กัลเวี่ยนไม่ได้ก่อนถูกเกียบันกำจัด
ไรโน ดาบูร่า (โทคุเมเซนไต โกบัสเตอร์ส ตอนที่ 31-32) ดับเบิลมอนสเตอร์ที่เหลือรอดของมาคูถูกตามล่าโดย "เกียบัน ไทป์จี" หรือ "จูมอนจิ เงคิ" จนไปร่วมมือกับพวกวากลาสทำให้เกียบัน ไทป์จีต้องร่วมมือกับโกบัสเตอร์สในการสืบคดีนี้ ไรโน ดาบูร่ามีดาบเล่มใหญ่กับโล่ห์เป็นอาวุธ สามารถสร้างบรรยากาศมาคูขึ้นมาได้เองโดยดึงเขาอันใหญ่บริเวณหน้าอกลงเพื่อเดินเครื่องเปลี่ยนแกนดาว ร่วมมือกับเอนเทอร์โดยสร้างบรรยากาศมาคูเพื่อเพิ่มพลังให้แก่พวกวากลาส หลังถูกเกียบัน ไทป์จีรวมพลังกับโกบัสเตอร์จนปราบลงได้ด้วยการโจมตีประสานแต่ก็ถูกเอนเทอร์อัพโหลดไวรัสขยายร่างใหญ่แล้วใช้พลังของเครื่องเปลี่ยนแกนดาวเปิดประตูมิติเพื่อให้ไฮเปอร์สเปซเข้าครอบคลุมโลกแทน ภายหลังถูกปราบด้วยความร่วมมือกันของโดรุและเกรทบัสเตอร์ส (ไรโน ดาบูร่า ใช้รูปแบบอ้างอิงแรดผสมไตรเซอราทอปเพื่อเป็นการให้เกียรติยกย่องดับเบิลมอนสเตอร์ตัวแรกของซีรี่ย์ "ไซ ดาบูร่า" โดยชื่อคำหน้าต่างก็แปลว่า "แรด" ทั้งสองคำโดย "ไซ" เป็นภาษาญี่ปุ่น ส่วน "ไรโน" มาจากคำว่า "ไรโนเซอรัส (Rhinoceros)" ในภาษาอังกฤษ

สำนวน "บรรยากาศมาคุ"[แก้]

ตั้งแต่ตำรวจอวกาศเกียบันเกียเริ่มออกฉายในประเทศไทย เด็กไทยโดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ก็ได้เริ่มใช้คำว่า บรรยากาศมาคุ หรือ มาคุ เป็นศัพท์สแลง แทนสถานการณ์หรือบรรยากาศที่เครียด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถพูดอะไรได้ หรือพูดไม่ออก คล้ายกับมีเมฆดำปกคลุม ในปัจจุบัน เด็กรุ่นนั้นได้โตเป็นผู้ใหญ่ บางส่วนก็ยังใช้ศัพท์นี้อยู่ และยังสามารถพบเห็นการใช้ศัพท์ดังกล่าวได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถูกนำมาใช้ตอนเดี่ยว ไมโครโฟน โดยโน้ต อุดม ทำให้คนทั้งประเทศใช้ตามและกลายเป็นศัพท์ของโอตาคุและอินเทอร์เน็ตบางแห่งด้วย อย่างไรก็ตามคำว่ามาคุก็ถูกนำไปเป็นเนื้อเพลง บุ๋ง ของ มารีญา ลินน์ เอียเรียน โดยมีเนื้อที่ว่า ทำไมมันมาคุ มาคุ อีกและ เซ็งอ่ะ

เคนจิ โอบะ[แก้]

นักแสดงที่รับบทเป็นเกียบัน ก่อนหน้านั้นยังได้แสดงในภาพยนตร์ฮีโร่อีกหลายเรื่อง เช่น แบทเทิลฟีเวอร์ เจ รับบทเป็น แบทเทิลเคนย่า และ ขบวนการเด็นจิแมน รับบทเป็น เด็นจิบลู อย่างไรก็ตามเรื่องที่เคนจิได้รับบทได้รับความนิยมอย่างมากและในโอกาสครบรอบ 30 ปีของภาพยนตร์ซีรีส์เมทัลฮีโรและตำรวจอวกาศได้กลับมารับบทบาททั้ง 3 บทในภาพยนตร์ ไคโซคุเซนไทโกไคเจอร์ VS อูจูเคจิเกียบัน เดอะมูวี่

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]