เต่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เต่า
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ยุคจูแรสซิกตอนปลายปัจจุบัน
Turtle diversity.jpg
เต่าในวงศ์ที่ต่างกัน ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย: เต่าคอสั้นท้องแดง, ตะพาบหับอินเดีย, เต่ากระ และเต่ากาลาปาโกส
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ e
อาณาจักร: สัตว์
ไฟลัม: สัตว์มีแกนสันหลัง
ชั้น: Reptilia
เคลด: Pantestudines
เคลด: Testudinata
เคลด: Perichelydia
อันดับ: Testudines
Batsch, 1788[1]
กลุ่มย่อย

Cryptodira
Pleurodira
Paracryptodira

ความหลากหลาย
14 วงศ์ที่มีชีวิตอยู่
World.distribution.testudines.1.png
สีน้ำเงิน: เต่าทะเล, สีดำ: เต่าบก
ชื่อพ้อง[2]
  • Chelonii Latreille 1800
  • Chelonia Ross and Macartney 1802

เต่า คือ สัตว์จำพวกหนึ่งในอันดับ Testudines จัดอยู่ในจำพวกสัตว์เลือดเย็น ในชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมาแล้วกว่า 200 ล้านปี ซึ่งเต่านั้นถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเต่าจะมีกระดูกที่แข็งคลุมบริเวณหลังที่เรียกว่า "กระดอง" ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะสามารถหดหัว ขา และหางเข้าในกระดองเพื่อป้องกันตัวได้ แต่เต่าบางชนิดก็ไม่อาจจะทำได้ เต่าเป็นสัตว์ที่ไม่มีฟัน แต่มีริมฝีปากที่แข็งแรงและคม ใช้ขบกัดอาหารแทนฟัน

โดยมากแล้ว เต่า เป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้ช้า อาศัยและใช้ช่วงชีวิตหนึ่งอยู่ในน้ำ ซึ่งมีอาศัยทั้งน้ำจืด และน้ำเค็ม แต่เต่าบางจำพวกก็ไม่ต้องอาศัยน้ำเลย เรียกว่า "เต่าบก" (Testudinidae) ซึ่งเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่ายักษ์กาลาปากอส (Geochelone nigra) ที่อาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะกาลาปากอส ในเอกวาดอร์ (มีทั้งหมด 15 ชนิดย่อย) ในขณะที่เต่าน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่าอัลลิเกเตอร์ (Macrochelys temminckii) อาศัยอยู่ตามหนองน้ำในทวีปอเมริกาเหนือ

เต่าทะเล[แก้]

ดูบทความหลักที่ เต่าทะเล

เป็นเต่าจำพวกหนึ่งที่ทั้งชีวิตอาศัยอยู่แต่ในทะเลเพียงอย่างเดียว จะขึ้นมาบนบกก็เพียงแค่วางไข่เท่านั้น โดยที่เท้าทั้งสี่ข้างพัฒนาให้เป็นอวัยวะคล้ายครีบ ซึ่งเต่าทะเลทั่วโลกปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ชนิด ใน 2 วงศ์ 5 สกุล ได้แก่ เต่าหัวค้อน (Caretta caretta), เต่าตนุ (Chelonia mydas), เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea), เต่ากระ (Eretmochelys imbricata), เต่าตนุหลังแบน (Natator depressus), เต่าหญ้าแอตแลนติก (Lepidochelys kempii), เต่าหญ้า (Lepidochelys olivacea) โดยที่เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลและเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในน่านน้ำไทยพบได้ถึง 5 ชนิด ไม่พบเพียง 2 ชนิดคือ เต่าตนุหลังแบน และ เต่าหญ้าแอตแลนติก

อาหารของเต่า[แก้]

เต่า กินอาหารได้ทั้ง พืช และสัตว์ โดยเต่าบางชนิดก็จะกินแต่เฉพาะสัตว์ เช่น เต่าอัลลิเกเตอร์, เต่าสแนปปิ้ง (Chelydra serpentina) , เต่าปูลู (Platysternon megacephalum) เป็นต้น

เต่าจมูกหมู (Carettochelys insculpta)

ตะพาบ[แก้]

ดูบทความหลักที่ วงศ์ตะพาบ

ตะพาบ หรือ ตะพาบน้ำ (อังกฤษ: Soft-shelled turtle) เป็นเต่าจำพวกหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Trionychidae ลักษณะโดยทั่วไปมีลำตัวแบน จมูกแหลม กระดองอ่อนนิ่ม มีกระดองหลังค่อนบ้างเรียบแบน กระดองมีลักษณะเป็นหนังที่ค่อนข้างแข็งเฉพาะในส่วนกลางกระดอง แต่บริเวณขอบจะมีลักษณะนิ่มแผ่นกระดองจะปราศจากแผ่นแข็งหรือรอยต่อ ซึ่งแตกต่างจากกระดองของเต่าอย่างสิ้นเชิง กระดองส่วนท้องหุ้มด้วยผิวหนังเรียบ มีส่วนที่เป็นกระดูกน้อยมาก กระดองจะมีรูปร่างกลมเมื่อ ยังมีขนาดเล็ก และจะรีขึ้นเล็กน้อยเมื่อโตเต็มวัยตั้งแต่คอส่วนบนไปจรดขอบกระดองจะมีตุ่มแข็งเล็ก ๆ ขึ้นอยู่ ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ คอเรียวยาวและสามารถเอี้ยวกลับมาด้านข้าง ๆ ได้ มีจมูกค่อนข้างยาวแต่มีขนาดเล็กและส่วนปลายจมูกอ่อน ตามีขนาดเล็กโปนออกมาจากส่วนหัวอย่างเห็นได้ชัด มีฟัน ขากรรไกรแข็งแรงและคม มีหนังหุ้มกระดูกคล้ายริมฝีปาก ขาทั้งสี่แผ่กว้างที่นิ้วจะมีพังพืดเชือมติดต่อกันแบบใบพายอย่างสมบูรณ์ มีเล็บเพียง 3 นิ้ว และมีหางสั้น

มักอาศัยอยู่ในน้ำมากกว่าบนบก โดยตะพาบสามารถกบดานอยู่ใต้น้ำได้นานกว่าเต่า แม้จะหายใจด้วยปอด แต่เมื่ออยู่ในน้ำ ตะพาบจะใช้อวัยวะพิเศษช่วยหายใจเหมือนปลา เรียกว่า Rasculavpharyngcal capacity ตะพาบชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสวยที่สุดในโลกคือ ตะพาบม่านลาย (Chitra chitra) [3] ที่พบในแหล่งน้ำพรมแดนไทยกับพม่า แต่ก็มีเต่าอยู่ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่แบ่งแยกชัดเจนว่าเป็นเต่าหรือตะพาบ คือ เต่าจมูกหมู (Carettochelys insculpta) หรือที่เรียกกันในวงการปลาสวยงามว่า เต่าบิน พบที่ทวีปออสเตรเลียตอนเหนือ ปาปัวนิวกินี

ตะพาบโดยมากแล้วจะมีนิสัยดุกว่าเต่า เป็นสัตว์ที่ชอบกินเนื้อมากกว่ากินพืช ในประเทศไทยพบได้ในหนองน้ำและแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ ภาษาอีสานเรียกว่า กริว, ปลาฝา หรือ จมูกหลอด เป็นต้น

เต่ากับมนุษย์[แก้]

โดยปกติแล้ว มนุษย์จะไม่ใช้เนื้อเต่าหรือไข่เต่าเป็นอาหาร แต่ก็มีบางพื้นที่หรือคนบางกลุ่มที่นิยมบริโภคเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ โดยเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำลัง เช่น ตะพาบน้ำตุ๋นยาจีน เป็นต้น โดยความเชื่อทั่วไปแล้ว เต่า ถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน คนไทยจึงมีความเชื่อว่าหากได้ปล่อยเต่าจะเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เชื่อต่ออายุให้ยืนยาว ดังนั้น จึงมักเห็นเต่าหรือตะพาบตามแหล่งน้ำในวัดบางแห่งเสมอ ๆ ในประเทศจีน หลักฐานทางโบราณคดี พบว่า สมัยราชวงศ์เซี่ยและราชวงศ์ซาง กระดองเต่า ถูกใช้เป็นเครื่องทำนายทางโหราศาสตร์ ในทางไสยศาสตร์ของไทย มีการใช้เต่าเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ยันต์เต่าเลือน เป็นต้น

เต่า ในทางภาษาศาสตร์ของไทย ยังใช้เป็นพยัญชนะลำดับที่ ๒๑ โดยมักใช้เป็นตัวสะกด คือ ต.เต่า โดยเป็นตัวอักษรเสียงกลาง นอกจากนี้แล้ว เต่า ยังเป็นตัวแทนของความเชื่องช้า โง่งม จึงมีสำนวนทางภาษาในนัยเช่นนี้ เช่น โง่เง่าเต่าตุ่น เป็นต้น

เต่าที่พบในประเทศไทย[แก้]

เต่าทะเล[แก้]

เต่าทะเลบนโลกมี 7 ชนิด พบในประเทศไทย 5 ชนิด

ลำดับ ชื่อไทย สกุลและชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์
1 เต่าหัวค้อน Caretta caretta วงศ์เต่าทะเล
2 เต่าตนุ Chelonia mydas วงศ์เต่าทะเล
3 เต่ากระ Eretmochelys imbricata วงศ์เต่าทะเล
4 เต่าหญ้า Lepidochelys olivacea วงศ์เต่าทะเล
5 เต่ามะเฟือง Dermochelys coriacea วงศ์เต่ามะเฟือง

เต่าบกและเต่านา[แก้]

หรือบางครั้งเรียกเต่าน้ำจืด เนื่องจากส่วนใหญ่พบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด ตั้งแต่บนภูเขาจนถึงปากแม่น้ำ มีบางชนิดเท่านั้นที่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยหรือบริเวณปากแม่น้ำได้ เต่าในกลุ่มนี้พบ 3 วงศ์ ได้แก่ วงศ์เต่าบก, วงศ์เต่านา และวงศ์เต่าปูลู โดยวงศ์เต่าบกไม่สามารถว่ายน้ำได้ ส่วนวงศ์เต่านาสามารถว่ายน้ำได้ชั่วคราว

ลำดับ ชื่อไทย สกุลและชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์
1 เต่ากระอาน Batagur baska วงศ์เต่านา
2 เต่าลายตีนเป็ด Cuora borneoensis วงศ์เต่านา
3 เต่าหับ Cuora amboinensis วงศ์เต่านา
4 เต่าห้วยเขาบรรทัด Cyclemys artipons วงศ์เต่านา
5 เต่าใบไม้ Cyclemys dentata วงศ์เต่านา
6 เต่าห้วยคอลาย Cyclemys tcheponensis วงศ์เต่านา
7 เต่าหวาย Heosemys grandis วงศ์เต่านา
8 เต่าจักร Heosemys spinosa วงศ์เต่านา
9 เต่าบัว Heosemys annandalei วงศ์เต่านา
10 เต่าเหลือง Indotestudo elongata วงศ์เต่าบก, วงศ์ย่อย Xerobatinae
11 เต่านาหัวใหญ่ Malayemys macrocephala วงศ์เต่านา
12 เต่านาอีสาน Malayemys subtrijuga วงศ์เต่านา
13 เต่าหก Manouria emys วงศ์เต่าบก, วงศ์ย่อย Testudininae
14 เต่าเดือย Manouria impressa วงศ์เต่าบก, วงศ์ย่อย Testudininae
15 เต่าปากเหลือง Melanochelys trijuga วงศ์เต่านา
16 เต่าทับทิม Notochelys platynota วงศ์เต่านา
17 เต่าปูลู Platysternon megacephalum วงศ์เต่าปูลู
18 เต่าจัน Pyxidea mouhotii วงศ์เต่านา
19 เต่าดำ Siebenrockiella crassicollis วงศ์เต่านา

นอกจากนี้ยังพบ เต่าแก้มแดง (Trachemys scripta elegans) อยู่ในวงศ์เต่าแก้มแดง มีลักษณะคล้ายวงศ์เต่านา ไม่ใช่เต่าพื้นเมืองของประเทศไทย แต่เป็นเต่าที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกนำเข้ามาในฐานะสัตว์เลี้ยงสวยงาม ปัจจุบันได้แพร่ขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำจนกลายเป็นสัตว์ประจำถิ่นไปแล้ว

ตะพาบ[แก้]

ตะพาบน้ำ หรือวงศ์ตะพาบ

ลำดับ ชื่อไทย สกุลและชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์
1 ตะพาบสวน Amyda cartiliaginea วงศ์ย่อยตะพาบ
2 ตะพาบม่านลายไทย Chitra chitra วงศ์ย่อยตะพาบ
3 ตะพาบม่านลายพม่า Chitra vandijki วงศ์ย่อยตะพาบ
4 ตะพาบแก้มแดง Dogania subplana วงศ์ย่อยตะพาบ
5 ตะพาบหับพม่า Lissemys scutata วงศ์ย่อยตะพาบหับ
6 ตะพาบหัวกบ Pelochelys cantorii วงศ์ย่อยตะพาบ

นอกจากนี้ยังพบ ตะพาบไต้หวัน (Trionyx sinensis) ไม่ใช่ตะพาบพื้นเมืองของไทย แต่เป็นของประเทศจีน ถูกนำเข้ามาในฐานะเป็นสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยงสวยงาม ปัจจุบันได้แพร่ขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำจนกลายเป็นสัตว์ประจำถิ่นไปแล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. Turtle Taxonomy Working Group (2017). Turtles of the World: Annotated Checklist and Atlas of Taxonomy, Synonymy, Distribution, and Conservation Status (PDF). Chelonian Research Monographs. Chelonian Research Monographs (no. 1). Vol. 7 (8th ed.). Chelonian Research Foundation: Turtle Conservancy. pp. 10, 24. doi:10.3854/crm.7.checklist.atlas.v8.2017. ISBN 978-1-53235-026-9. OCLC 1124067380. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ February 25, 2021. สืบค้นเมื่อ January 20, 2018.
  2. Dubois, Alan; Bour, Roger (2010). "The Distinction Between Family-Series and Class-Series Nominain Zoological Nomenclature, With Emphasis on the Nomina Created by Batsch (1788, 1789) and on the Higher Nomenclature of Turtles" (PDF). Bonn Zoological Bulletin. 57 (2): 149–171.
  3. http://www.fisheries.go.th/if-kanchanaburi/HTML/Chitra.htm ตะพาบม่านลาย

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]