จักรพรรดิฉีเกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรพรรดิฉีเก้า
Emperor Gao of Southern Qi
齊高祖像.jpg
ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉีใต้
ครองราชย์พฤษภาคม 29, 479 – เมษายน 11, 482
ถัดไปจักรพรรดิฉีอู่
พระสนมพระสนมเกาเจา
พระราชบุตรจักรพรรดิฉีอู่
เส้า หยี
เส้า อิง
เส้า หวง
เส้า เยว่
เส้า ห่าว
เส้า เฉียง
เส้า จั๋ว
เส้า เจี้ยน
เส้า จุ้น
เส้า เฝิง
เส้า รุ่ย
เส้า เกิง
เส้า ฉิว
เส้า เซวียน
องค์หญิงอี้ซิงเซวียน
องค์หญิงไหว่หนาน
องค์หญิงหลินไห่
พระนามเต็ม
รัชศก
Jianyuan (建元, jiàn yuán): 479-482
วัดประจำรัชกาล
Taizu (太祖, tài zǔ)
ราชวงศ์Lanling Xiao
ราชวงศ์ราชวงศ์ฉีใต้
พระราชบิดาเส้า เจิ้งสือ
พระราชมารดาเฉิน เต้าเจิ้ง
ประสูติ427
สวรรคตApril 11, 482

จักรพรรดิเกา แห่งราชวงศ์ฉีใต้ (อักษรโรมัน: Emperor Gao of Southern Qi จีน: (南)齊高帝; 427–482) มีพระนามเดิมว่า เส้า เต้าเฉิง เป็นปฐมจักรพรรดิองค์แรก ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฉีใต้ของจีน อดีตพระองค์เคยเป็นขุนนางใน ราชวงศ์หลิวซ่ง ในช่วงรัชสมัย จักรพรรดิหลิวซ่งหมิง และ จักรพรรดิหลิวซ่งโฮ่วเฟย์ ในปี ค.ศ. 477 ด้วยความกลัวว่าจักรพรรดิโฮ่วเฟย์ที่อายุน้อยและโหดเหี้ยมจะสังหารพระองค์ พระองค์จึงลอบปลงพระชนม์จักรพรรดิโหวเฟยเสียก่อน และยึดอำนาจ ในที่สุดก็ขึ้นครองบัลลังก์ในปี 479 แล้วเริ่มต้นราชวงศ์ฉีใต้

พระราชประวัติ[แก้]

พระองค์พระราชสมภพในปี 427 บรรพบุรุษของพระองค์สืบเชื้อสายมาจากขุนนางชาวฮั่น นามว่า เส้า เหอ หากบันทึกของพวกเขาถูกต้อง พระองค์จะเป็นลูกหลานของเส้าเหอรุ่นที่ 24 ในสมัย ​​ราชวงศ์จิ้น และ ราชวงศ์หลิวซ่ง บรรพบุรุษของพระองค์เป็นแค่ขุนนางชั้นสามัญ เส้า เจิ้งสือ พระราชบิดาของพระองค์เป็นขุนนางในรัชสมัยของ จักรพรรดิหลิวซ่งเหวิน มีหน้าที่สำคัญในการต่อสู่กับทัพของราชวงศ์เว่ยเหนือ จนได้เป็นเจ้าเมืองจินเสียง พระองค์ทรงศึกษาตามปรัชญาลัทธิขงจื๊อ ในสำนักเรียนที่จักรพรรดิหลิวซ่งเหวินก่อตั้งและนำโดยนักพรต หลิว ซื่อสง เมื่ออายุได้ 12 ปี แต่เมื่ออายุได้ 15 ปีพระองค์ก็ได้เป็นแม่ทัพ พระองค์ยังคงเป็นทหารในรัชสมัยของจักรพรรดิเหวินและ จักรพรรดิหลิวซ่งเสี้ยวอู่ (พระราชโอรสของจักรพรรดิเหวิน)

ในรัชกาลของจักรพรรดิหลิวซ่ง[แก้]

ในช่วงเวลาที่ จักรพรรดิหลิวซ่งหมิง พระเชษฐาของจักรพรรดิเสี้ยวอู่ และ หลิว ซื่อซุน พระราชโอรสของจักรพรรดิเสี้ยวอู่ กำลังต่อสู้เพื่อครองบัลลังก์ในปี 466 หลังจากการครองราชย์ และการลอบปลงพระชนม์พระราชโอรสของจักรพรรดิเสี่ยวหวู่ จักรพรรดิเฉียนเฟย เซียวเต้าเฉิงเป็นแม่ทัพ และยังรับใช้จักรพรรดิหลิวซ่งหมิงด้วยความจงรักภักดี พระองค์ได้เข้าร่วมในกองทัพของหลี่ ซื่อซุน อ๋องแห่งซุนหยาง ต่อมาเขาพระองค์สามารถเอาชนะกองทัพของ สวี อันตู ทางใต้ (ในปัจจุบันคือ มณฑลเจียงซู และ มณฑลอานฮุย ทางเหนือ) ต่อมาจักรพรรดิหมิงได้แต่งตั้งเขาให้เป็นผู้ว่าแห่งซูตอนใต้ (ปัจจุบันคือมณฑลเจียงซูทางตะวันตกตอนกลาง) ต่อมาเขาได้เป็นผู้ว่าราชการเหยินใต้ โดยพระองค์เริ่มคุ้นเคยกับองครักษ์ที่มีความสามารถ

ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิหมิงมีข่าวลือว่าใบหน้าของพระองค์นั้นผิดปกติ และเป็นนิมิตว่าพระองค์จะกลายเป็นจักรพรรดิในอนาคต เมื่อถึงปี 471 จักรพรรดิหมิง – ผู้ซึ่งได้ปลงพระชนม์พระประยูรญาติ และขุนนางผู้ใหญ่มากมาย เพราะกลัวว่าพวกเขาจะไม่จงรักภักดีต่อ หลิว อิ้ว ผู้เป็นรัชทายาท หลังจากการสิ้นพระชนม์ จึงมีคนเริ่มสงสัยพระองค์อย่างมากเนื่องจากมีข่าวลือว่า พระองค์แอบสื่อสารกับข้าศึกชาวเว่ยเหนือ ทำให้จักรพรรดิหมิง ส่งนายพลอู่ซือ ซึ่งเป็นพระสหายของพระองค์ได้เดินทางมาหาพร้อมเหล้า 1 ขวด เส้าเซียวกลัวว่าเหล้าจะถูกวางยาพิษจึงเตรียมตัวหลบหนีไปที่เว่ยเหนือ ซึ่งอู่ได้แอบกระซิบพระองค์ล่วงหน้าแล้วว่าเหล้าไม่ได้วางยาพิษ และดื่มเองก่อนที่พระองค์จะทรงเสวยตาม

เมื่ออู่ซือกลับสู่เมืองหลวง เขาได้กราบทูลจักรพรรดิหมิงว่าเส้าเต้าเฉิงซื่อสัตย์ แต่หลังจากที่แผนการรั่วไหล จักรพรรดิหมิงได้บังคับให้อู่ ซือฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นไม่นานจักรพรรดิหมิงก็จับตัวพระองค์ ผู้คนส่วนใหญ่สงสัยว่าจักรพรรดิหมิงจะประหารเต้าเฉิน และแนะนำให้เต้าเฉินต่อต้าน แต่พระองค์เชื่อว่าจักรพรรดิหมิงจะไม่ทำเช่นนั้น พระองค์จึงเสด็จกลับไปเมืองหลวง ซึ่งต่อมาก็ได้เป็นสมุหนายกอยู่กับหลิว อิ้ว (พระองค์บอกกับขุนนางของพระองค์อย่างลับๆ ว่าหลิวซ่งจะอยู่ได้ไม่นานนักและพระองค์จะให้ขุนนางสนับสนุนอะไรบ้างถ้ามีโอกาส) เมื่อจักรพรรดิหมิงป่วยหนักในปี 472 ฉู่หยวน ขุนนางผู้ใหญ่แนะนำให้เต้าเฉินดูแลรับใช้รัชทายาทหลิวอิ้ว ต่อมาจักรพรรดิหมิงก็สวรรคต และรัชทายาทหลิวอิ้วก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิโฮ่วเฟย์

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า จักรพรรดิฉีเกา ถัดไป
จักรพรรดิหลิวซ่งเชิ่น (สิ้นสุดราชวงศ์หลิวซ่ง) 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์จีน
(ค.ศ. 479-482)
2rightarrow.png จักรพรรดิฉีอู่