จอห์น แมคเอลีส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น แมคเอลีส
ชื่อเล่นแมค
เกิด25 เมษายน ค.ศ. 1949(1949-04-25)
สเตอร์ลิง ประเทศสกอตแลนด์
เสียชีวิต26 สิงหาคม ค.ศ. 2011 (62 ปี)
เทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ
รับใช้สหราชอาณาจักร
บริการ/สังกัดกองทัพบกสหราชอาณาจักร
ประจำการค.ศ. 1969–1992
ชั้นยศจ่านายสิบตรี
หน่วยทหารช่างหลวง
กรมปฏิบัติการพิเศษทางอากาศที่ 22
การยุทธ์ปฏิบัติการนิมรอด
สงครามฟอล์กแลนด์
ปฏิบัติการแบนเนอร์
บำเหน็จเหรียญการทหาร

จอห์น โธมัส "แมค" แมคเอลีส, เอ็มเอ็ม (อังกฤษ: John Thomas "Mac" McAleese; 25 เมษายน ค.ศ. 1949 – 26 สิงหาคม ค.ศ. 2011) เป็นทหารชาวสกอตแลนด์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในศึกสงครามหลายครั้งในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ร่วมกับกองทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศของกองทัพบกสหราชอาณาจักร รวมถึงการบุกโจมตีสถานทูตอิหร่านในกรุงลอนดอนระหว่างการก่อเหตุล้อมตัวประกันในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1980[1][2]

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

แมคเอลีสเกิดที่สเตอร์ลิง ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1949 และเติบโตในลอรีสตัน ฟอลเคิร์ก[3]

อาชีพทหาร[แก้]

เขาเข้าร่วมทหารช่างหลวงในปี ค.ศ. 1969 เมื่ออายุ 20 ปี และในปี ค.ศ. 1973 ได้สอบผ่านหลักสูตรออลอาร์มคอมมานโด (AACC) ซึ่งทำให้เขาได้รับหมวกเบอเรต์สีเขียวและย้ายไปคอมมานโดอิสระที่ 59 ทหารช่างหลวง

ส่วนในปี ค.ศ. 1975 เขาย้ายเข้ากรมปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ เขาเป็นสิบตรีในปี ค.ศ. 1980 โดยเป็นทหารในกองทหารพาโกดา หมู่ 'บี' กรมปฏิบัติการพิเศษทางอากาศที่ 22 ซึ่งเขานำ "ทีมสีน้ำเงิน" ในการบุกโจมตีสถานทูตอิหร่านในลอนดอนระหว่างการปิดล้อมตัวประกันเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 แมคเอลีสได้ต่อสู้ในสงครามฟอล์กแลนด์ในปี ค.ศ. 1982 รวมทั้งในความยุ่งยากไอร์แลนด์ เขาได้รับบำเหน็จเหรียญการทหารสำหรับความกล้าหาญในปฏิบัติการการซุ่มโจมตีโลฟแกลในอาร์มาก์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1987[4] นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันให้แก่นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรถึงสามคน[5] เขาได้รับการปลดระวางจากกองทัพบกสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ด้วยยศจ่านายสิบตรี ที่ไม่ใช่นายทหารชั้นสัญญาบัตรระดับสูง[1][3]

หลังชีวิตทหาร[แก้]

หลังออกจากกองทัพบกสหราชอาณาจักร แมคเอลีสทำงานในช่วงเวลาสั้น ๆ เมื่อครั้งที่เป็นเจ้าของผับสำหรับให้เช่าหลังหนึ่งในเฮริฟอร์ด โดยมีการจ้างให้เป็นผู้รับเหมารักษาความปลอดภัยในความขัดแย้งที่อิรักและอัฟกานิสถาน และกลายเป็นที่ปรึกษา/ผู้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ของอังกฤษหลายรายการเพื่อตรวจสอบการทำงานของทหารกองกำลังพิเศษของอังกฤษ แล้วเขาก็ได้ขายเหรียญราชการกองทัพบกสหราชอาณาจักรด้วยยอดรวมที่ไม่เปิดเผยแก่ลอร์ด แอชครอฟต์ คอลเลกชัน[6] เขายังได้ปรากฏตัวในบีบีซีของการผลิตสารคดีทางโทรทัศน์ชุด 'เอสเอเอส เซอร์ไวเวิลซีเครตส์' (ค.ศ. 2003) โดยแสดงรายละเอียดโครงสร้างของกรมปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ และวิสัยในทางทหาร รวมถึงบทบาทด้านความปลอดภัยที่ใช้เป็นประโยชน์[7] นอกจากนี้ เขายังเริ่มกิจการในอาณาจักรเกมปืนอัดลม และในฐานะโฆษกของการพัฒนาองค์กรศิลปะการต่อสู้ 'โกชินไกว'[8]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

แมคเอลีสแต่งงานสองครั้ง และวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2009 บุตรชายคนโตของเขา จ่าสิบเอก พอล แมคเอลีส แห่งกองพันเดอะไรเฟิลส์ที่ 2[9] ถูกฆ่าตายเมื่อเป็นทหารในประเทศอัฟกานิสถาน โดยระเบิดริมถนนในระหว่างการเดินเท้าลาดตระเวนในจังหวัดเฮลมันด์[3] ที่พิธีศาสนางานศพสำหรับการส่งร่างของจ่าสิบเอก พอล แมคเอลีส ณ อาสนวิหารเฮริฟอร์ดเมื่อวันที่ 14 กันยายนนั้น จะพบว่าจอห์น แมคเอลีส มีอาการเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัดระหว่างพิธี

สี่วันหลังจากงานศพของลูกชาย จอห์น แมคเอลีส ถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจเวสต์เมอร์เซียจับกุมในข้อหาเข้าถึงสื่อลามกอนาจารเด็กทางอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ที่บ้าน เขาได้รับการติดต่อจากตำรวจอังกฤษครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 2007 ขณะอยู่ที่บ้านในประเทศกรีซ และบอกพวกเขาว่าเขาจะไปที่สถานีตำรวจของอังกฤษเพื่อช่วยเหลือในการสอบสวนเมื่อเขากลับไปที่สหราชอาณาจักร หลังจากงานศพของลูกชายเขาได้เข้าร่วมการไต่ถามของตำรวจโดยสมัครใจ ซึ่งในระหว่างนั้นเขาได้รับการเตือน, ถูกจับกุม และได้รับการประกันตัวเพื่อรอการสอบสวนเพิ่มเติม หลังจากนั้น เขาก็กลับไปที่บ้านของเขาในประเทศกรีซ จากความล้มเหลวในการเข้าร่วมการนัดประกันตัวครั้งต่อไปในสหราชอาณาจักร แมคเอลีสได้รับการติดต่อจากสำนักงานตำรวจเวสต์เมอร์เซียที่บ้านของเขาในประเทศกรีซ จากนั้นเขาปฏิเสธที่จะกลับไปอังกฤษเพื่อเข้าร่วมฟังการประกันตัว ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2010 สำนักงานตำรวจเวสต์เมอร์เซียได้ยื่นขอหมายจับของยุโรปสำหรับจอห์น แมคเอลีส ที่ศาลแขวงเฮียร์ฟอร์ด ซึ่งได้รับอนุญาต และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2010 รัฐบาลอังกฤษได้ขอให้รัฐบาลกรีซจับกุมแมคเอลีสอย่างเป็นทางการ และส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากดินแดนของตนกลับไปยังสหราชอาณาจักร โดยเรื่องนี้ยังคงดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายในช่วงเวลาที่แมคเอลีสเสียชีวิต[10][11]

เสียชีวิต[แก้]

แมคเอลีสเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ด้วยอาการหัวใจวายขณะหลับขณะที่มีอายุ 62 ปี ในเทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ ซึ่งเขาอาศัยอยู่ งานศพของเขาได้รับการจัดขึ้นที่อาสนวิหารเฮริฟอร์ด[12] เขาเคยรอดชีวิตจากภรรยาคนที่สอง, ลูกสาวของเขาจากการแต่งงานครั้งแรก และลูกสองคนโดยการแต่งงานครั้งที่สองของเขา ต่อมา ภรรยาคนที่สองของเขาฆ่าตัวตายในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "John McAleese". The Daily Telegraph. 29 August 2011.
  2. "Iran embassy SAS leader John McAleese dies". BBC News. 28 August 2011.
  3. 3.0 3.1 3.2 "John McAleese: Leader of the SAS team that ended the 1980 siege of the Iranian embassy in London". The Independent. 30 August 2011.
  4. 'Mourners pay tribute to fearless Scots soldier John McAleese who kept prestigious gallantry medal a secret', 'Daily Record' (Scotland), 23 September 2011. https://www.dailyrecord.co.uk/news/scottish-news/mourners-pay-tribute-to-fearless-scots-1082548
  5. Obituary, The Guardian, 8 September 2011
  6. 'Tribute to an SAS hero', by Lord Ashcroft, 'Conservative Home' website, 30 August 2011. https://www.conservativehome.com/platform/2011/08/lord-ashcroft-tribute-to-an-sas-hero-who-got-the-better-of-an-exchange-with-margaret-thatcher.html
  7. 'SAS Survival Secrets' (2003-2004), entry in IMDb.
  8. 'Daughter tells of how SAS hero John McAleese died of a broken heart', 'The Mirror', 7 February 2012. https://www.mirror.co.uk/news/uk-news/daughter-tells-how-sas-hero-150284
  9. Ministry of Defence obituary for Sjt. P. McAleese on the Ministry of Defence's website (2019). https://www.gov.uk/government/fatalities/serjeant-paul-mcaleese-and-private-johnathon-young-killed-in-afghanistan
  10. 'SAS Hero John McAleese was facing extradition battle over child porn charge', 'Daily Telegraph', 18 September 2011. https://www.telegraph.co.uk/news/uknews/law-and-order/8771746/SAS-hero-John-McAleese-was-facing-extradition-battle-over-child-porn-charge.html
  11. https://www.birminghammail.co.uk/news/local-news/dead-hereford-sas-hero-john-225495
  12. Iran embassy SAS man John McAleese has cathedral funeral, BBC News, 22 September 2011
  13. https://www.bbc.co.uk/news/uk-wales-47494716