คลองสระบัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คลองสระบัว เป็นคลองสายหนึ่งทางทิศเหนือนอกเกาะเมือง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นคลองสายประวัติศาสตร์ที่สำคัญเพราะเป็นลำคลองที่ทำการจับกุมขุนวรวงศาธิราชกับนางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ขณะเสด็จไปเพนียดคล้องช้าง ทั้งยังเป็นคลองที่เป็นย่านการผลิตภาชนะดินเผา กระเบื้องมุงหลังคา และอิฐ มาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

คลองสระบัวเป็นคลองแต่เดิมเป็นคลองธรรมชาติ ต่อมาสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเพนียดจากเดิมที่วัดซองใกล้พระราชวังจันทรเกษม ไปยังนอกเกาะเมืองตำบลทะเลหญ้า จึงโปรดให้ขุดคลองสระบัวต่อขึ้นไปจนถึงเพนียดแห่งใหม่ เพื่อทรงใช้เป็นเส้นทางสำหรับทอดพระเนตรการคล้องช้างเถื่อน[1] และเป็นเส้นทางลัดจากพระราชวังหลวงไปเพนียดคล้องช้าง[2]

ในอดีตคลองสระบัวและคลองบางปลาหมอ (หรือคลองผ้าลาย) ซึ่งเป็นคลองสาขานั้น มีชุมชนและแหล่งการค้าที่สำคัญ อาทิ ย่านสัมพันนีอันเป็นย่านผลิตน้ำมันงา น้ำมันลูกกะเบา และน้ำมันถั่วขาย ทั้งยังเป็นย่านที่มีการตีเหล็ก และปั้นหม้อขาย ส่วนบริเวณวัดแดงมีตลาดเรียกว่าย่านตลาดคลองผ้าลาย ส่วนปลายคลองก็มีย่านตลาดวัดครุฑที่ปั้นหม้อนางเลิ้งขาย[1] ส่วนทิศตะวันออกของคลองสระบัวคือทุ่งแก้ว ซึ่งเป็นย่านผลิตสินค้าที่สำคัญ เช่น ย่านวัดพร้าว ทำแป้งหอม น้ำมันหอม ธูป กระแจะ กระดาษขาย บ้านคณฑี ปั้นกระโถน ตะคัน ตุ๊กตารูปคนและสัตว์ต่าง ๆ มาขาย[1] มีศาสนสถานสำคัญ ๆ เช่น วัดเจ้าย่า วัดครุฑ และอื่น ๆ ทั้งยังพบหลักฐานว่าบริเวณนี้มีการตั้งถิ่นฐานของชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะชาวล้านนา[3]

คลองสระบัวและคลองบางปลาหมอมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือเหตุการณ์ที่นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขุนวรวงศาธิราชเป็นพระมหากษัตริย์ ขุนนางผู้ใหญ่ลางคนไม่เห็นด้วย นำโดยขุนพิเรนทรเทพ (ภายหลังคือสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช) ได้วางแผนลอบปลงพระชนม์ขุนวรวงศาธิราข โดยนำกำลังไปดักซุ่มบริเวณคลองบางปลาหมอในวันที่ขุนวรวงศาธิราชเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปคล้องช้างเถื่อนที่เพนียดวัดซองย่านหัวรอ ครั้นเรือเคลื่อนตัวใกล้บริเวณปากคลองสระบัว กลุ่มผู้ก่อการก็ออกจากที่ดักซุ่มเข้าสกัดจับขุนวรวงศาธิราชกับนางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์พร้อมพระราชบุตรปลงพระชนม์บริเวณวัดเจ้าย่า[4] แล้วทูลเชิญพระเทียรราชาที่ขณะนั้นผนวชที่วัดราชประดิษฐาน ให้ลาผนวชเพื่อปราบดาภิเษกเป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ[1] ส่วนพระบรมศพของขุนวรวงศาธิราชและนางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ถูกเสียบประจานที่วัดแร้ง[2][4][5]

คลองสระบัวยังคงเป็นย่านการผลิตภาชนะดินเผา กระเบื้องมุงหลังคา และอิฐ มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงทุกวันนี้[2] แต่ปัจจุบันคลองกลายสภาพเป็นลำคูเล็ก ๆ บางช่วงตื้นเขินและแคบ มีหญ้ารกชัฏไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้อีก ซ้ำร้ายยังถูกราษฎรปลูกเรือนบุกรุกแนวคลอง จนสิ้นสภาพคลองที่เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคของพระมหากษัตริย์ในอดีต[1] ทั้งนี้ศรีศักร วัลลิโภดมเสนอว่าบริเวณคลองสระบัวและทุ่งแก้วทุ่งขวัญนี้ควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างมาก[3]

ลักษณะ[แก้]

คลองสระบัวเริ่มจากคลองเมืองบริเวณวัดหน้าพระเมรุมุ่งไปทางทิศเหนือเรื่อยไปจนถึงเพนียดคล้องช้าง แล้ววกกลับไปทางใต้บรรจบกับคลองบางขวดบริเวณหัวรอ[2] รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร[1] นอกจากนี้ยังมีคลองบางปลาหมอ (หรือ คลองผ้าลาย) ซึ่งเป็นคลองระยะสั้น ไหลแยกจากคลองสระบัวตอนบนไปบรรจบกับคลองเมืองทางตะวันออกของคลองสระบัว[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 ปวัตร์ นวะมะรัตน. "คลองสระบัว ละ คลองบางปลาหมอ (คลองผ้าลาย)". ศิลปวัฒนธรรม. 29 : 7 พฤษภาคม 2551, หน้า 58-59
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 กำพล จำปาพันธ์. อยุธยา จากสังคมเมืองท่านานาชาติ สู่มรดกโลก. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2559. หน้า 31
  3. 3.0 3.1 ศรีศักร วัลลิโภดม (1 มกราคม 2543). "อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา : การดับสนิททางปัญญาของกรมศิลปากร". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2560.
  4. 4.0 4.1 "ชมคลิป จุดลอบสังหารท้าวศรีสุดาจันทร์ "ตามรอยขัตติยนารีพระศรีสุริโยทัย" กับ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์". มติชนออนไลน์. 29 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2560.
  5. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2553, หน้า 64-7