ขจิตร ชัยนิคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ขจิตร ชัยนิคม
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 9 เมษายน พ.ศ. 2494 (70 ปี)
พรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย
ศาสนา พุทธ

ขจิตร ชัยนิคม เป็นนักการเมืองชาวไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2535 สังกัดพรรคความหวังใหม่ ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย

ประวัติ[แก้]

ขจิตร ชัยนิคม เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2494 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี การศึกษาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และระดับปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[1]

การทำงาน[แก้]

ขจิตร ชัยนิคม เคยรับราชการครู[2] ต่อมาหันมาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 สังกัดพรรคความหวังใหม่ และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี 2539[1]

ต่อมาในปี 2548 ขจิตร ชัยนิคม ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดอุดรธานีในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคกสิกรไทย แข่งขันกับอดีต ส.ส. 4 คน คือ ทองดี มนิสสาร เกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ วิชัย เอี่ยมวงศ์ และขจิตร ชัยนิคม โดยเขาได้คะแนน 6,703 คะแนน เป็นลำดับที่ 3 และในปี 2550 เขาย้ายมาลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง กระทั่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2552 มีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามแทน สุทิน คลังแสง ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยเขาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม[3]

จากนั้นในปี 2554 เขากลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดอุดรธานีอีกครั้ง และได้รับเลือกตั้งต่อเนื่อง ในปี 2554 และ 2562 เป็น ส.ส.สมัยที่ 6

ในปี 2563 เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ร่วมแสดงตนในการนับองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ ม.44[4][5] ซึ่งไม่เป็นไปตามมติพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน จนพรรคเพื่อไทยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงโทษภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 สภาผู้แทนราษฎร
  2. เพื่อไทยค้านยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ชี้ไม่ต่างทำลายการศึกษาชาติ
  3. ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต 29 ตำแหน่ง อย่างไม่เป็นทางการ 11 มกราคม 2552 หลังนับคะแนนครบทุกหน่วยเลือกตั้ง
  4. 'ขจิตร' โต้เป็นงูเห่า ยันไม่ได้อยู่ห้องประชุมสภาฯ
  5. ไม่เคยเทใจให้รัฐบาล!"ขจิตร"ปัดเป็นงูเห่าเพื่อไทย
  6. พท.ลงโทษ3งูเห่า! ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งหน้า
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๖, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๑๓, ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔