ข้ามไปเนื้อหา

การทัพกัลลิโพลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การทัพกัลลิโพลี
ส่วนหนึ่งของ เขตสงครามตะวันออกกลางในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ภาพชุดในการทัพ จากบนและซ้ายถึงขวา: ผู้บัญชาการทหารออตโตมันรวมมุสทาฟา เคมัล (คนที่ 4 จากซ้าย); เรือรบของฝ่ายสัมพันธมิตร; หาดวีจากดาดฟ้าหัวเรือเอ็สเอ็ส ริเวอร์ไคลด์; ทหารออตโตมันในสนามเพลาะ; และตำแหน่งของฝ่ายสัมพันธมิตร
วันที่17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1915 – 9 มกราคม ค.ศ. 1916
(10 เดือน 3 สัปดาห์ 2 วัน)
สถานที่40°22′N 26°27′E / 40.367°N 26.450°E / 40.367; 26.450
ผล จักรวรรดิออตโตมันชนะ
คู่สงคราม
สนับสนุนโดย:
 รัสเซีย
 จักรวรรดิออตโตมัน
สนับสนุนโดย:
 เยอรมนี[1][2]
 ออสเตรีย-ฮังการี[3]
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
หน่วยที่เกี่ยวข้อง
สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ กองกำลังรบนอกประเทศเมดิเตอร์เรเนียน
กองพลแรงงานอียิปต์[5]
กองพลแรงงานมอลตา[5]
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 กองกำลังรบนอกประเทศตะวันออก
จักรวรรดิออตโตมัน กองทัพที่ 5
จักรวรรดิเยอรมัน ภารกิจทหาร[6]
กำลัง

5 หน่วย (ตอนแรก)
15 หน่วย (สุดท้าย)
รวม: 489,000 นาย[7]

  • อังกฤษ 345,000 นาย (รวมจากอินเดียและนิวฟันด์แลนด์)
  • ฝรั่งเศส 79,000 นาย[8]
  • ออสเตรเลีย ป.50,000 นาย
  • นิวซีแลนด์ ป.15,000 นาย

สนับสนุนโดย

แรงงานพลเมือง ป.2,000 คน[5]

6 หน่วย (ตอนแรก)
16 หน่วย (สุดท้าย)
รวม: 315,500 นาย[8][9]

  • เยอรมนี ป.700 นาย[10]
ความสูญเสีย

จักรวรรดิบริติช จักรวรรดิบริติช:
198,340 นาย (ถูกฆ่า 31,389 นาย
หายตัวหรือเชลยศึก 9,708 นาย
บาดเจ็บ 78,749 นาย
อพยพผู้ป่วย 78,494 นาย[11][7]
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ฝรั่งเศส:
ถูกฆ่าและหายตัว 9,000 นาย
บาดเจ็บ 18,000 นาย
อพยพผู้ป่วย 20,000 นาย[11]
ประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย:
ถูกฆ่า 7,594 นาย
บาดเจ็บ 18,500 นาย
ประเทศนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์:
ถูกฆ่า 3,431 นาย
บาดเจ็บ 4,140 นาย[11]


รวม: 300,000 นาย (ถูกฆ่า 56,707 นาย)[11]

จักรวรรดิออตโตมัน จักรวรรดิออตโตมัน:
255,268 นาย (ถูกฆ่า 56,643 นาย,
บาดเจ็บ 97,007 นาย,
หายไปหรือเชลยศึก 11,178 นาย)
อพยพผู้ป่วย 69,440 นาย[12]
เสียชีวิตจากโรค 21,000 นาย[7]


รวม: 255,268 นาย (ถูกฆ่า 56,643 นาย)[7][12]

การทัพกัลลิโพลี เป็นที่รู้จักกันในชื่อ การทัพดาร์ดะเนลส์, ยุทธการที่กัลลิโพลี หรือ ยุทธการที่ชานักคาแล (ตุรกี: Gelibolu Muharebesi, Çanakkale Muharebeleri หรือ Çanakkale Savaşı) เป็นการทัพในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรกัลลิโพลี (ปัจจุบันคือเกลิโบลู ประเทศตุรกี) ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1915 ถึง 9 มกราคม ค.ศ. 1916 ฝ่ายมหาอำนาจไตรภาคี ได้แก่ บริติช ฝรั่งเศส และรัสเซีย ได้พยายามที่จะทำให้จักรวรรดิออตโตมันอ่อนแอลง หนึ่งสมาชิกประเทศในฝ่ายมหาอำนาจกลาง โดยเข้าควบคุมช่องแคบที่เป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังจักรวรรดิรัสเซีย การโจมตีป้อมปราการออตโตมันของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ทางเข้าของช่องแคบดาร์ดะเนลส์ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1915 ได้ประสบความล้มเหลว และตามมาด้วยการยกพลขึ้นบกบนคาบสมุทรกัลลิโพลีในเดือนเมษายน ค.ศ. 1915 เพื่อเข้ายึดครองกรุงอิสตันบลู(คอนสแตนติโนเปิล) เมืองหลวงของออตโตมัน[13]

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1916 ภายหลังการสู้รบแปดเดือน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 250,000 คนในแต่ละฝ่าย การทัพทางภาคพื้นดินได้ถูกละทิ้งและถอนกำลังในการบุกครอง มันเป็นความพ่ายแพ้ที่มีค่ามากสำหรับฝ่ายมหาอำนาจไตรภาคี และสำหรับผู้ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ลอร์ดที่หนึ่งแห่งกระทรวงทหารเรือ (ค.ศ. 1911- ค.ศ. 1915) วินสตัน เชอร์ชิล การทัพดังกล่าวได้ถือเป็นชัยชนะที่ยิงใหญ่ของออตโตมัน ในตุรกี ได้ถือว่าเป็นส่วนเวลาที่ถูกกำหนดไว้ในประวัติศาสตร์ของรัฐ การโจมตีแบบระลอกครั้งสุดท้ายในการปกป้องมาตุภูมิ เมื่อจักรวรรดิออตโตมันได้ล่าถอย การต่อสู้รบดังกล่าวได้กลายเป็นพื้นฐานของสงครามประกาศอิสรภาพตุรกีและการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐตุรกีในอีกแปดปีต่อมา โดยมีมุสทาฟา เคมัล อาทาทืร์ค ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะผู้บัญชาการทหารที่กัลลิโพลี ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานาธิบดี

การทัพดังกล่าวมักจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจิตสำนึกแห่งชาติของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ วันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันครบรอบของการยกพลขึ้นบกหรือที่เรียกว่า วันแอนแซก ซึ่งเป็นวันที่รำลึกถึงทหารผู้เสียชีวิตและทหารผ่านศึกที่สำคัญที่สุดในสองประเทศ ซึ่งดูดีกว่า วันแห่งการรำลึก(วันสงบศึก)[14][15][16]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Travers 2001, p. 13.
  2. Rance 2017, pp. 16–17, 54–56.
  3. Jung 2003, pp. 42–43.
  4. Kurtuluş Savaşı Komutanları.
  5. 1 2 3 Aspinall-Oglander 1929, p. 395.
  6. Rance 2017, pp. 16–17, 44–47, 55–56.
  7. 1 2 3 4 Erickson 2001a, p. 94.
  8. 1 2 Erickson 2001a, pp. 94–95.
  9. Erickson 2015, p. 178.
  10. Rance 2017, pp. 16–17.
  11. 1 2 3 4 Clodfelter 2017, p. 417.
  12. 1 2 Erickson 2001a, p. 327.
  13. Aspinall-Oglander 1929, pp. 51–52.
  14. Dennis 2008, pp. 32, 38.
  15. Lewis, Balderstone & Bowan 2006, p. 110.
  16. McGibbon 2000, p. 198.

ข้อมูล

[แก้]

หนังสือ

[แก้]

บันทึก

[แก้]

หนังสือพิมพ์

[แก้]

วารสาร

[แก้]

เว็บไซต์

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]