กลุ่มอาการเรย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กลุ่มอาการเรย์
(Reye syndrome)
Reye's syndrome liver-histology.jpg
ภาพจากกล้องจุลทรรศน์แสดงให้เห็นเซลล์ตับของผู้ป่วยเด็กที่เสียชีวิตจากกลุ่มอาการเรย์ เซลล์ตับในภาพมีไขมันสะสมในเซลล์จึงพบติดสีจาง
บัญชีจำแนกและลิงก์ไปภายนอก
ICD-10 G93.7
ICD-9 331.81
DiseasesDB 11463
MedlinePlus 001565
eMedicine emerg/399
MeSH D012202

กลุ่มอาการเรย์ (อังกฤษ: Reye syndrome) เป็นโรคสมองที่ดำเนินโรครวดเร็วโรคหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียน บุคลิกเปลี่ยนแปลง สับสน ชัก หมดสติได้[1] มักพบกับภาวะเป็นพิษต่อตับแต่ไม่ค่อยพบภาวะดีซ่าน[2] อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 20-40% และในกลุ่มที่ไม่เสียชีวิตนั้นหนึ่งในสามจะมีภาวะสมองเสียหายรุนแรงได้[2][3]

สาเหตุของภาวะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด[2] ส่วนใหญ่พบว่าเกิดขึ้นไม่นานหลังผู้ป่วยหายจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรืออีสุกอีใส[1] ผู้ป่วยโรคนี้ 90% พบว่ามีประวัติเป็นผู้ป่วยเด็กที่ใช้ยาแอสไพริน[2] ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือโรคในกลุ่มความผิดปกติแต่กำเนิดของกระบวนการสร้างและสลาย[3] การตรวจเลือดอาจพบมีระดับแอมโมเนียในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดต่ำ ผลตรวจระยะเวลาโปรทรอมบินนานกว่าปกติ และมักมีตับโตร่วมด้วย[2]

การป้องกันทำได้โดยการงดใช้แอสไพรินในผู้ป่วยเด็ก[1] หลังจากมีคำแนะนำให้งดใช้แอสไพรินในผู้ป่วยเด็กพบว่าจำนวนผู้ป่วยกลุ่มอาการเรย์ลดลงกว่า 90%[2] การวินิจฉัยให้ได้ในระยะแรกเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีผลการรักษาดีขึ้น การรักษามุ่งเน้นไปที่การรักษาประคับประคอง (supportive treatment)[1] กรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะสมองบวมการให้แมนนิทอลอาจช่วยลดภาวะสมองบวมได้[2]

ผู้ที่บรรยายภาวะนี้ไว้เป็นครั้งแรกคือดักลาส เรย์ โดยได้บรรยายภาวะนี้ไว้เมื่อ ค.ศ. 1963[4] ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเด็ก ปัจจุบันมีผู้ป่วยกลุ่มอาการเรย์ประมาณ 1 คนต่อเด็ก 1 ล้านคนต่อปี[2] จากการค้นพบโรคนี้ทำให้คำแนะนำเดิมที่แนะนำให้ใช้แอสไพรินเป็นยาลดไข้ในเด็กถูกถอนออกไป คงเหลือที่ใช้แอสไพรินเฉพาะในโรคคาวาซากิเท่านั้น[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "NINDS Reye's Syndrome Information Page". NINDS. September 25, 2009. Archived from the original on 1 August 2016. สืบค้นเมื่อ 8 August 2016. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 2.7 Pugliese, A; Beltramo, T; Torre, D (October 2008). "Reye's and Reye's-like syndromes.". Cell biochemistry and function 26 (7): 741–6. PMID 18711704. doi:10.1002/cbf.1465. 
  3. 3.0 3.1 3.2 Schrör, K (2007). "Aspirin and Reye syndrome: a review of the evidence.". Paediatric drugs 9 (3): 195–204. PMID 17523700. doi:10.2165/00148581-200709030-00008. 
  4. McMillan, Julia A.; Feigin, Ralph D.; DeAngelis, Catherine; Jones, M. Douglas (2006). Oski's Pediatrics: Principles & Practice (ใน English). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins. p. 2306. ISBN 9780781738941.