โตโยต้า ยาริส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Yaris)

โตโยต้า ยาริส (Toyota Yaris) เป็นชื่อของรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ที่ท้ายสั้น มีขนาดเล็กกะทัดรัด ของโตโยต้า ซึ่งยาริส มีชื่ออีก 2 ชื่อ ที่ใช้เรียกในประเทศอื่นๆ คือชื่อ โตโยต้า วิตซ์ (Toyota Vitz) และ โตโยต้า เอโค (Toyota Echo)

โตโยต้า ยาริส ผลิตมาเพื่อทดแทนรถรุ่น โตโยต้า สตาร์เล็ต (Toyota Starlet) ซึ่งได้เลิกผลิตไป เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยก่อนหน้านี้ ในประเทศไทย สตาร์เล็ตเป็นรถรุ่นแรกๆ ที่มีขนาดเล็ก และมีโครงตัวถังแบบ hatchback (ท้ายกุด ไม่มีกระโปรงหลัง) ที่เข้ามาขายในประเทศไทย และมีคู่แข่งในสมัยนั้นคือ นิสสัน มาร์ช (อังกฤษ: Nissan March) ซึ่งก็มีกระแสตอบรับมาบ้างในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และความกะทัดรัดขับง่าย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากคนไทยในช่วงนั้น ไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยของรถรุ่นสตาร์เล็ต เพราะเกรงว่าผู้โดยสารที่นั่งหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย จนเลิกผลิตไปในที่สุด

ปีเดียวกับที่สตาร์เล็ตเลิกผลิต ทางโตโยต้าก็ได้นำยาริสเข้ามาแทนที่ ด้วยการออกแบบโดย Sotiris Kovos นักออกแบบชาวกรีก ที่ทำให้ยาริสมีระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า และดูทันสมัยขึ้น ทำให้ยาริสเป็นที่นิยม และมียอดขายดีกว่าสตาร์เล็ต

ยาริส เป็นรถรุ่นที่ใกล้เคียงและแข่งกับ ฮอนด้า แจ๊ซ เริ่มผลิตเมื่อ พ.ศ. 2542 และจนถึงปัจจุบัน แบ่งวิวัฒนาการเป็น 3 โฉม (Generation) คือ

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2542 - 2548)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 1

โฉมแรกนี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ผลิตระหว่าง พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2548 แต่ในประเทศญี่ปุ่น,ออสเตรเลียและแคนาดา ยาริสโฉมนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ไม่มีขายในสหรัฐอเมริกา เป็นรถที่มีความประหยัดน้ำมันสูง ขนาดเครื่องยนต์เล็กที่สุดเริ่มต้นเพียง 1000 ซีซี 50 แรงม้า (1SZ-FE) และเครื่องยนต์ที่แรงกว่าอีกหลายขนาดไปจนถึงเครื่องยนต์เทอร์โบ (I4) 150 แรงม้า

ในยุโรป ยาริสได้รับรางวัล European Car of the Year ประจำปี ค.ศ. 2000 ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด VVT-i ยาริสเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถเล็กกะทัดรัดขับง่าย ประหยัดน้ำมัน แต่ในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถใหญ่ที่ดูภูมิฐานอย่างในสหรัฐอเมริกา ยาริสไม่มีขาย

พ.ศ. 2548 ยาริสก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งโฉมนี้ เป็นที่รู้จักและนิยมในเมืองไทยอย่างมาก

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 2548 - 2556)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 2

โฉมนี้ เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ด้วยรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยและใหญ่ขึ้นในหลายมิติ เริ่มผลิตตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มาจนถึง พ.ศ. 2556 โดยเข้ามาผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน โดยใช้สโลแกนเปิดตัวว่า "Are you groovy?" การผลิตระบบเกียร์มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เครื่องยนต์ Toyota 1NZ-FE VVT-i 4 สูบ 1.5 L. 109 แรงม้า (80 กิโลวัตต์)ที่ 6,000 RPM แรงบิดที่ 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 RPM ประหยัดน้ำมันประมาณ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตรในเมือง และ 15.3 กิโลเมตรต่อลิตรในชนบท และมีความแพร่หลายออกไปในหลายประเทศมากขึ้น เช่น ในประเทศไทย สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศ ที่ไม่มียาริสรุ่นแรกขาย ก็มียาริสรุ่นที่สองออกขาย

ในประเทศไทย ยาริส โฉมที่สอง มีทั้งหมด 3 ยุคย่อย โดยยุคแรกจะทำตลาดตั้งแต่ พ.ศ. 2548 - 2552 กระจังหน้าใหญ่ โคมไฟเลี้ยวหลังสีขาว มี 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • J (Manual / Automatic) เป็นรุ่นต่ำสุด เพิ่มเข้ามาใน พ.ศ. 2551 หลังการเปิดตัว 3 ปี อุปกรณ์มาตรฐานทั้งหมดเท่าตัว E แต่จะได้ล้อกระทะเหล็กแบบมีฝาครอบขนาด 15 นิ้ว ยาวขนาด 185/60R15 และจะตัดอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยออกทั้งหมด ทั้ง ABS, EBD และถุงลมนิรภัย คงเหลือไว้เพียงความปลอดภัยภาคบังคับ เช่น โครงสร้าง GOA และเข็มขัดนิรภัย โดย J Manual เป็นเกียร์ธรรมดาของรุ่นต่ำสุด และ J Automatic เป็นเกียร์อัตโนมัติของรุ่นต่ำสุด โดยไม่มีความแตกต่างในออปชั่นอื่น และจัดว่าเป็นรุ่นต่ำสุดเหมือนกัน
  • E (Manual / Automatic / Automatic Limited) เป็นรุ่นกลาง อุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มจากตัว J คือระบบความปลอดภัยดังกล่าว และล้ออัลลอย 15 นิ้ว ยาวขนาด 185/60R15 (โดย E Manual ถือเป็นรุ่นสูงกว่า J Automatic) และเฉพาะรุ่น E Automatic Limited จะได้สเกิร์ตรอบคัน, สปอยเลอร์, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง (ซึ่งไม่มีในรุ่น G ทั้งตัวธรรมดาและ Limited)
  • G (Automatic / Automatic Limited) เป็นรุ่นท็อป ประเภทเทคโนโลยี ได้เพิ่มจากรุ่น E คือ ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง (J/E เฉพาะด้านหลัง), คิ้วยางกันกระแทกรอบคัน, เบาะหนัง, ลำโพง 6 ดอก (J/E 4 ดอก), ที่ปัดน้ำฝนจังหวะปัดหยุดตั้งค่าได้, ถาดใต้เบาะผู้โดยสารหน้า, แผงปิดสัมภาระท้ายรถ, เบาะหลังแยกพับ (J/E พับรวมก้อนเดียว), กระจกข้างปรับ-พับไฟฟ้า (J/E ปรับไฟฟ้า-พับมือ), กุญแจรีโมท และสัญญาณกันขโมย และเฉพาะรุ่น G Automatic Limited จะได้ระบบ Keyless Entry, Push Start และกุญแจ Immobilizer (ซึ่งไม่มีในรุ่น S ทั้งธรรมดาและ Limited)
  • S (Automatic / Automatic Limited) เป็นรุ่นท็อป ประเภทสปอร์ต โดยจะเพิ่ม สเกิร์ต สปอยเลอร์ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง แต่จะตัดเบาะหนังออกไปเป็นเบาะผ้า ตัดระบบ Smart Enty, Push Start, กุญแจ Immobilizer และเฉพาะรุ่น S Automatic Limited จะได้ไฟซีนอน และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ยางขนาด 195/50R16

ยุคที่ 2 พ.ศ. 2552 - 2555 กระจังหน้าเล็ก โคมไฟเลี้ยวหลังสีส้ม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรุ่นย่อยและอุปกรณ์มาตรฐานมากนัก แต่ได้ตัดรุ่นย่อย G Automatic Limited ออกไป และรุ่น S Automitic Limited ได้ตัดล้อ 16 นิ้ว และไฟซีนอนออก แต่ได้ใส่ออปชั่นที่เคยอยู่ในรุ่น G Automatic Limited เข้าไปเพื่อทำรุ่น S ให้เป็นรุ่นท็อปเพียงหนึ่งเดียว (แต่กระนั้นก็ยังใช้เบาะผ้า และรุ่น G ยังเป็นเบาะหนัง)

ยุคที่ 3 พ.ศ. 2555 - 2556 กระจังหน้าเล็ก ไฟหลังดวงกลมแบบญี่ปุ่น เปลี่ยนเบาะในรุ่น G เป็นเบาะผ้า (ทำให้ยาริสยุคที่ 3 เป็นเบาะผ้าทั้งหมด), ตัดรุ่น S ธรรมดาออก, รุ่น S Limited เปลี่ยนชื่อเป็นรุ่น RS และเพิ่มล้อ 16 นิ้ว

อย่างไรก็ตาม ยาริสรุ่นที่สองเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ขายในประเทศไทย หลังจากหมดอายุตลาดของยาริสรุ่นนี้ ก็ถูกแทนที่ด้วยรถรุ่นอื่น ซึ่งเพียงนำชื่อยาริสมาใช้ทำตลาดเท่านั้น ไม่ใช่ยาริสที่แท้จริงแต่อย่างใด

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 3

ปัจจุบัน ยาริสรุ่นที่ 2 เริ่มจะเลิกผลิตในบางประเทศ โดยได้ปรับโฉมเป็นรุ่นที่ 3 เข้าแทนที่ และได้เปลี่ยนชื่อที่ใช้ในต่างประเทศ จาก ยาริส(Yaris)เป็น วิซ(Vitz)ดังภาพ (ใช้ในต่างประเทศ) เครื่องยนต์มีให้เลือก คือ 1.0,1.3,1.5 ตัวถังเป็นแบบ 3 ประตูและ 5 ประตู ส่วนความปลอดภัยได้ 5 ดาว จาก Euroncap ส่วนเกียร์เป็นแบบ ธรรมดา 5และ6สปีด,อัตโนมัติ 4 สปีดและCVT โฉมนี้จะไม่มีการผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย

Eco Car[แก้]

โตโยต้า อีโคคาร์ ในชื่อ ยาริส

ปกติ ยาริส ทำตลาดอยู่ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ประเภททั่วไป (เช่น ฮอนด้า แจ๊ซ, เชฟโรเลต โซนิค, มาสด้า 2) แต่นับตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมาได้เกิดตลาดใหม่ในประเทศไทย คือ ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ประเภทอีโคคาร์ ซึ่งจะเป็นรถยนต์ระดับต่ำกว่า ใช้เครื่องเล็ก ประหยัดน้ำมันกว่า ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า และได้มาตรการสนับสนุนด้านการลดภาษีจากรัฐบาล ทำให้มีราคาถูกกว่ารถประเภททั่วไป โตโยต้าจึงต้องการจะทำตลาดกลุ่มอีโคคาร์บ้าง แต่ไม่ต้องการให้มีรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก 5 ประตูขายพร้อมกันสองประเภท จึงตัดสินใจ ยุติการผลิตยาริสเดิมลง พัฒนาอีโคคาร์รุ่นใหม่ขึ้นมาให้ได้ตามเงื่อนไขอีโคคาร์ของรัฐบาล ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับยาริสเดิมแม้แต่น้อย แต่ยืมชื่อยาริสมาใช้ในการทำตลาดเพียงเท่านั้น ดังนั้น รุ่นนี้จึงไม่สามารถนับเป็นยาริสรุ่นที่ 4 ได้ และไม่สามารถเปรียบเทียบราคาได้กับ ฮอนด้า แจ๊ซ, มาสด้า 2, เชฟโรเลต โซนิคได้เหมือนรุ่นเดิม แต่ต้องเปรียบเทียบกับ ฮอนด้า บริโอ้, นิสสัน มาร์ช, ซูซูกิ สวิฟต์, มิตซูบิชิ มิราจ จึงจะถูกต้อง

ด้วยการใช้ชื่อยาริส อีกทั้งโตโยต้ายังออกแบบ เฉพาะห้องโดยสารและลายล้อ ให้คล้ายคลึงกับ โตโยต้า วีออส 2013 (ซึ่งเป็นรถประเภทปกติ ไม่ใช่อีโคคาร์) ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นต่อจากยาริสรุ่นเดิมที่เป็นประเภทปกติ และไปเทียบราคากับคู่แข่งของยาริสเดิม แล้วเข้าใจว่าเป็นยาริสรุ่นใหม่ที่ลดราคาลงถูกกว่าคู่แข่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วราคาที่ลด เพราะตัวรถนั้นดาวน์เกรดตัวเองลงจากเดิมเป็นอีโคคาร์ และต้องเทียบราคากับอีโคคาร์จึงจะถูกต้อง ซึ่งยาริส อีโคคาร์นั้นก็มีจุดเด่นที่ขนาดซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดารถอีโคคาร์ 5 ประตูในตลาดทั้งหมด การเปิดตัวมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556 โดยใช้สโลแกนว่า "That's right" โดยใช้เครื่องยนต์ 3NR-FE 4 สูบ ขนาด 1200 ซีซี 86 แรงม้า เกียร์ CVT ทุกรุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี

1.สีขาว  2.สีส้ม 3.สีเงิน 4.สีดำ 5.สีฟ้า 6.สีเทา 7.สีแดง 

โดยแบ่งจำหน่ายออกเป็นรุ่นย่อยรุ่นต่างๆดังนี้

  • รุ่น J Eco ล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว ไม่มีเครื่องเสียง กระจกมองข้าง,มือจับประตูและกระจังหน้าสีดำ กระจกมือหมุนทั้ง 4 บาน
  • รุ่น J ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 14 นิ้ว มีเครื่องเสียง กระจกมองข้างและมือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ กระจังหน้าและคิ้วฝากระโปรงท้ายสีดำ
  • รุ่น E ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว กระจกปรับไฟฟ้า กระจังหน้าและคิ้วฝากระโปรงท้ายสีเงิน สวิตช์เปิดฝาท้ายไฟฟ้า ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์
  • รุ่น G ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่เช่นเดียวกับ Vios 2013 รุ่น E/G มือจับประตูโครเมี่ยม กระจกปรับและพับไฟฟ้า ฝากระโปรงท้ายโครเมียม ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ไม่มีไฟตัดหมอก

อ้างอิง[แก้]