โรมโบราณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความนี้ต้องการเก็บกวาด ตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไขรูปแบบ เพิ่มแหล่งอ้างอิง ใส่หมวดหมู่ ใส่ลิงก์ภายใน หรือภาษาที่ใช้ ในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนด้วยกัน เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานวิกิพีเดียไทย
คุณสามารถช่วยแก้ไขได้ โดยการตรวจสอบและปรับปรุงบทความนี้

กรุณาเปลี่ยนไปใช้ป้ายข้อความอื่น เพื่อระบุสิ่งที่ต้องการตรวจสอบ หรือแก้ไข
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ วิธีแก้ไขหน้าพื้นฐาน คู่มือการเขียน และ นโยบายวิกิพีเดีย เมื่อบทความนี้ได้รับการแก้ไขตามนโยบายแล้ว ให้นำป้ายนี้ออก

ที่มาของกรุงโรมในยุคโบราณ

ชาวโรมันมีความเชื่อตามตำนานว่า กรุงโรมสถาปนาขึ้นบนเนินเขา 7 ลูกใน 793 ปีก่อนคริสตกาล โดยพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่งชื่อ โรมูลุส (Romulus) และเรมุส (Remus) ซึ่งเติบโตขึ้นจากน้ำนมและการเลี้ยงดูของสุนัขป่า แต่ตามหลักฐานทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ยืนยันว่าบริเวณที่ตั้งของกรุงโรมในปัจจุบันมีพวกอีทรัสกัน (Etruscan) ครอบครองและได้รับอารยธรรมของกรีกและเอเชียไมเนอร์ตั้งแต่ก่อนคริสต์วรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล พวกอีทรัสกันมีถิ่นเดิมอยู่ในเอเชียไมเนอร์ และเมื่ออพยพเข้ามาในแหลมอิตาลีได้นำเอาความเชื่อในศาสนาของกรีก ศิลปะการแกะสลัก การทำเครื่องปั้นดินเผา อักษรกรีก การหล่อทองแดงและบรอนซ์ การปกครองแบบนครรัฐ การวางผังเมือง การสร้างอาวุธ และอื่นๆ เข้ามาเผยแพร่

นอกจากพวกอีทรัสกันแล้ว ในบริเวณแหลมอิตาลียังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพจากเผ่าอื่นๆ อีก ที่สำคัญ ได้แก่ พวกละตินซึ่งเป็นบรรพบรุษของชาวโรมันในแถบบริเวณที่ราบละติอุม (Latium) ทางตอนใต้ของแม่น้ำไทเบอร์ (Tiber) พวกนี้มีอาชีพในการปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ และต่อมาได้มีการติดต่อกับพวกอีทรัสกัน ใน 509 ปีก่อนคริสตกาล พวกละตินได้ขับไล่กษัตริย์อีทรัสกันออกจากบัลลังก์ และจัดตั้งโรมเป็นสาธารณรัฐ แต่อำนาจการปกครองยังคงตกเป็นของชนชั้นสูงที่เรียกว่าพวกพาทรีเซียน (Patricians) เท่านั้น พวกราษฎรสามัญ หรือ เพลเบียน (Plebeian) ไม่มีสิทธิใดๆ ในสังคมและการเมือง ความขัดแย้งระหว่างพวกพารีเซียนและเพลเบียน นำไปสู่การต่อสู้ระหว่างชนชั้นทั้งสอง และการออกประมวลกฎหมายฉบับแรกของโรมัน เรียกว่า กฎหมายสิบสองโต๊ะ (The Twelve Tables) เพื่อใช้บังคับให้ชาวโรมันทุกคน ปฏิบัติอยู่ในกรอบเดียวกันของกฎหมายและสังคม กฎหมายสิบสองโต๊ะดังกล่าวนับเป็นมรดกชิ้นสำคัญของโรม ที่ถือกันว่าเป็นแม่บทของกฎหมายโลกตะวันตก

ระหว่าง 264 – 146 ปีก่อนคริสตกาล โรมันทำสงครามพิวนิค (Punic war) กับพวกคาร์เทจที่ตั้งอาณาจักรบริเวณทางเหนือของทวีปแอฟริกา คาร์เทจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และต้องสูญเสียอาณาจักร เปิดโอการให้โรมันได้เป็นเจ้าเหนือทะเลเมดิเตอร์เนียน ผูกขาดการค้าระหว่างยุโรปตะวันตกกับยุโรปตะวันออก และเอเชียไมเนอร์ จนมีฐานะมั่งคั่ง และมีอำนาจปกครองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล

ในปี 27 ปีก่อนคริสตกาล โรมันได้ยุติการปกครองในระบอบสาธารณรัฐและหันมาใช้การปกครองแบบจักรวรรดิอย่างเป็นทางการ ออคเทเวียน (Octavian) ได้รับสมญานามว่า ออกัสตัส (Augustus) และสภาโรมันยกย่องให้เป็น จักรพรรดิ พระองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน โรมันเจริญถึงขีดสูงสุด และสามารถขยายอำนาจและอิทธิพลไปทั่วทั้งทวีปยุโรป มีการสร้างถนนทั่วไปเพื่อสะดวกในการลำเลียงสินค้าและทหาร ตลอดจนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในแขนงต่างๆ

ในคริสตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันได้อ่อนแอตามลำดับ จนในที่สุดกรุงโรมถูกพวกอนารยชนเผ่าเยอรมันเข้าปล้นสะดมหลายครั้ง จักรพรรดิของโรมันองค์สุดท้ายถูกอนารยชนขับออกจากบัลลังก์ ใน ค.ศ. 476 จึงถือกันว่าในปีดังกล่าว เป็นการสิ้นสุดของจักรวรรดิโรมัน และประวัติศาสตร์สมัยโบราณที่นับสืบทอดมา ตั้งแต่การเกิดอารยธรรมในลุ่มแน่น้ำไทกริส-ยูเฟรตีส และลุ่มแน่น้ำไนล์

เครื่องมือส่วนตัว