โรคออทิซึม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรคออทิซึม
(Autism)
Autism-stacking-cans 2nd edit.jpg
อาการชอบซ้อนของหรือเรียงของซ้ำไปซ้ำมาบ่งบอกโรคออทิซึม[1]
การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น
ICD-10 F84.0
ICD-9 299.00
OMIM 209850
DiseasesDB 1142
MedlinePlus 001526
eMedicine med/3202 ped/180
MeSH D001321

โรคออทิซึม (อังกฤษ: Autism) เป็นความผิดปกติในการเจริญของระบบประสาท โดยมีลักษณะเด่นคือความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการสื่อสาร และมีพฤติกรรมทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักเรียกกันว่าผู้ป่วยออทิสติก อาการแสดงดังกล่าวมักปรากฏในวัยเด็กก่อนอายุ 3 ปี[2] นอกจากนี้ยังมีความบกพร่องด้านสังคมและการสื่อสารที่จัดในกลุ่มใกล้เคียงโรคออทิซึม เรียกว่า Autism spectrum disorder (ASD) อาทิกลุ่มอาการแอสเปอร์เกอร์ (Asperger syndrome) ที่มีอาการและอาการแสดงน้อยกว่า[3]

โรคออทิซึมมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างมาก แม้ว่าการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะมีความซับซ้อนและยังไม่สามารถอธิบายกลุ่มอาการ ASD ได้จากปฏิสัมพันธ์หลายยีนหรือการกลายพันธุ์[4] ผู้ป่วยจำนวนน้อยพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับสารก่อวิรูป (สารที่ก่อให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิด) [5] บางแหล่งข้อมูลเสนอสาเหตุของโรคออทิซึมไว้หลากหลาย เช่น การให้วัคซีนในวัยเด็ก ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน และสมมติฐานดังกล่าวยังขาดหลักฐานที่เชื่อถือได้ทางวิทยาศาสตร์[6] ความชุกของกลุ่มอาการ ASD เกิดราว 6 ใน 1,000 คน และเป็นในเด็กชายเป็น 4 เท่าของเด็กหญิง จำนวนผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคออทิซึมพบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ทั้งนี้บางส่วนเนื่องจากการเปลี่ยนวิธีการวินิจฉัย แต่ความชุกแท้จริงเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นยังไม่เป็นที่ทราบ[7]

ผู้ป่วยโรคออทิซึมมีความผิดปกติที่หลายส่วนของสมองซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ ผู้ปกครองมักสังเกตอาการผู้ป่วยได้ในช่วงอายุ 2 ขวบปีแรก แม้ว่าการบำบัดด้วยพฤติกรรมและการรับรู้โดยนักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด นักพฤติกรรมบำบัด นักนันทนาการบำบัด นักศิลปะบำบัด นักละครบำบัด นักเล่นบำบัด นักดนตรีบำบัด นักพัฒนาการ ครูการศึกษาิพิเศษ และนักจิตวิทยาคลินิก ตั้งแต่เยาว์วัยโดยเฉพาะช่วง 6 ขวบแรก จะช่วยพัฒนาให้ผู้ป่วยดูแลตนเอง มีทักษะด้านสังคมและการสื่อสารได้ แต่การรักษาที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบ[3] เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้น้อยรายที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระหลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่ประสบความสำเร็จ[8]

ในงานวิจัยของอาจารย์นักกิจกรรมบำบัด ม.มหิดล [9]พบว่า ผู้ดูแลเด็กออทิสติกไทยจำนวน 270 คน มีความต้องการให้นักกิจกรรมบำบัดให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาีทักษะชีวิตพื้นฐาน เช่น ทักษะการดูแลตนเอง ทักษะการเรียนรู้ และทักษะทางจิตสังคม เช่น ทักษะการจัดการอารมณ์ ทักษะการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทให้การประเมินและบำบัดฟื้นฟูด้านการบูรณาการการรับความรู้สึก และประยุกต์สู่การออกแบบคัดกรองทักษะชีวิตเพื่อจำแนกกลุ่มเด็กออทิสติกในอาชาบำบัด, ช้างบำบัด, หุ่นยนต์บำบัด, สมาธิบำบัด, การศึกษาพิเศษ, การช่วยเหลือจากครอบครัว, และการสนับสนุนจากมูลนิธิออทิสติกไทย

อ้างอิง[แก้]

  1. Johnson CP, Myers SM, Council on Children with Disabilities (2007). "Identification and evaluation of children with autism spectrum disorders". Pediatrics 120 (5): 1183–215. doi:10.1542/peds.2007-2361. PMID 17967920. Lay summaryAAP (2007-10-29). 
  2. American Psychiatric Association (2000). "Diagnostic criteria for 299.00 Autistic Disorder". Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (4th, text revision (DSM-IV-TR) ed.). ISBN 0890420254. สืบค้นเมื่อ 2009-02-17. 
  3. 3.0 3.1 Myers SM, Johnson CP, Council on Children with Disabilities (2007). "Management of children with autism spectrum disorders". Pediatrics 120 (5): 1162–82. doi:10.1542/peds.2007-2362. PMID 17967921. Lay summaryAAP (2007-10-29). 
  4. Abrahams BS, Geschwind DH (2008). "Advances in autism genetics: on the threshold of a new neurobiology". Nat Rev Genet 9 (5): 341–55. doi:10.1038/nrg2346. PMID 18414403. 
  5. Arndt TL, Stodgell CJ, Rodier PM (2005). "The teratology of autism". Int J Dev Neurosci 23 (2–3): 189–99. doi:10.1016/j.ijdevneu.2004.11.001. PMID 15749245. 
  6. Rutter M (2005). "Incidence of autism spectrum disorders: changes over time and their meaning". Acta Paediatr 94 (1): 2–15. doi:10.1080/08035250410023124. PMID 15858952. 
  7. Newschaffer CJ, Croen LA, Daniels J et al. (2007). "The epidemiology of autism spectrum disorders". Annu Rev Public Health 28: 235–58. doi:10.1146/annurev.publhealth.28.021406.144007. PMID 17367287. 
  8. Howlin P, Goode S, Hutton J, Rutter M (2004). "Adult outcome for children with autism". J Child Psychol Psychiatry 45 (2): 212–29. doi:10.1111/j.1469-7610.2004.00215.x. PMID 14982237. 
  9. มะลิวัลย์ เรือนคำ, ศุภลักษณ์ เข็มทอง (2552). "ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติกผ่านมุมมองของผู้ดูแล". วารสารเทคนิคการแพทย์เชียงใหม่ 42 (2): 112–9. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]