โทษประหารชีวิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิธีการประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะโดยใช้ดาบของประเทศญี่ปุ่นสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 (ในภาพ เป็นการประหารชีวิตผู้ที่สังหารกงสุลอังกฤษประจำประเทศญี่ปุ่นที่เมืองโยโกฮามา)

โทษประหารหรือการประหารชีวิต (Capital punishment or the death penalty) เป็นกระบวนการทางกฎหมายในการที่คนที่มีชีวิตอยู่จะถูกทำให้ตายโดยรัฐเพื่อเป็นการลงโทษความผิดทางอาญา โทษประหารชีวิต คือ โทษสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติให้นักโทษที่ได้รับการพิพากษาถึงที่สุดแล้ว มีผลต้องถูกทำให้เสียชีวิตตามกระบวนการยุติธรรม โดยบุคคลที่กระทำหน้าที่นี้เรียกว่า เพชฌฆาต พระราชกฤษฎีกาการพิจารณาคดีกับคนที่ถูกลงโทษในลักษณะนี้คือ การตัดสินประหารชีวิต (death sentence), ในขณะที่กระบวนการจริงของการประหารบุคคลนั้นคือ การสำเร็จโทษ (execution) อาชญากรรมที่จะส่งผลต่อการทำให้เกิดการประหารชีวิตนักโทษเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นอาชญากรรมเมืองหรือการกระทำความผิดเมือง คำศัพท์ capital มีต้นกำเนิดมาจากคำภาษาละตินว่า capitalis ความหมายตามตัวอักษรคือ "ที่เกี่ยวข้องกับหัว" (หมายถึงการประหารชีวิตโดยการตัดหัว) [1]

โทษประหารนั้น ในอดีตที่ผ่านมาได้รับประสบการณ์มาจากสังคมส่วนใหญ่ (จากข้อกล่าวอ้างที่มีชื่อเสียงแห่งจักรวรรดิเคียฟรุส (Kievan Rus)); [2]

ในอดีต จะใช้วิธีประหารชีวิตที่ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกลัว และไม่กล้าที่จะกระทำความผิด เช่น

  • การตัดศีรษะ (beheading, decapitation)
  • การฝังทั้งเป็น (buried alive)
  • การโยนลงไปในหลุมงู (snake pit) หรือ ประหารโดยใช้สัตว์ป่า แมลง
  • การผ่าท้อง (disembowelment) ตัวอย่างเช่น ฮาราคีรี
  • การเผาทั้งเป็น (burning to death)

นอกจากนี้ ยังมีวิธีประหารชีวิตเฉพาะชาติต่างๆ เช่น

ในปัจจุบัน โทษประหารชีวิตในหลายประเทศได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากเหตุผลทางมนุษยชน

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

การดำเนินการเกี่ยวกับอาชญากรรมและศัตรูทางการเมืองได้ถูกนำมาใช้โดยในเกือบทุกสังคมทั้งกับการลงโทษความผิดทางอาญาและความขัดแย้งทางการเมือง ในบรรดาประเทศส่วนใหญ่ที่โทษประหารในทางปฏิบัติได้ถูกสงวนไว้สำหรับคดีการฆาตกรรม (การฆ่าคน), การจารกรรม, การก่อกบฏ หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรม ในบางประเทศอาชญากรรมทางเพศเช่น การข่มขืนกระทำชำเรา, คบชู้, การร่วมประเวณีกับญาติสนิทและการสังวาสที่ผิดธรรมชาติ ถูกดำเนินการประหารชีวิตเช่นเดียวกับการก่ออาชญากรรมทางศาสนาเช่น การละทิ้งศาสนาในประเทศอิสลาม (สละอย่างเป็นทางการในศาสนาประจำชาติ) ในหลายประเทศที่มีการใช้โทษประหารชีวิตนั้น, การค้ายาเสพติดยังคงเป็นความผิดทางกฎหมาย ในประเทศจีนการค้ามนุษย์และกรณีที่ร้ายแรงของการทุจริตทางการเมืองจะต้องถูกลงโทษโดยการประหารชีวิต ในกองทัพทหารทั่วโลกศาลทหารได้กำหนดโทษประหารสำหรับความผิดเช่น ขี้ขลาด, ละทิ้งหน้าที่, ไม่เชื่อฟัง และกบฏ

ผู้นิยมอนาธิปไตย ออกุส เวเลนท์ (Auguste Vaillant) ถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน ในประเทศฝรั่งเศสในปี 1894

การใช้การประหารชีวิตอย่างเป็นทางการได้แพร่ขยายไปสู่จุดเริ่มต้นของบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ บันทึกทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่และวิธีการปฏิบัติต่างๆ ของชนเผ่าโบราณระบุว่าโทษประหารชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรมของพวกเขา การลงโทษสำหรับการกระทำผิดกฎหมายของประชาชนโดยทั่วไปรวมถึงการจ่ายค่าชดเชยโดยผู้กระทำความผิด, การลงโทษทางกาย, การต่อต้าน, การเนรเทศและการประหารชีวิต

โทษประหารชีวิตในปัจจุบัน [แก้]

ประเทศที่ยังคงใช้โทษประหารชีวิตอยู่ในปัจจุบัน (สีแดง) มีจำนวน 64 ประเทศ

การฉีดสารพิษเข้าร่างกาย [แก้]

วิธีการประหารชีวิตแบบนี้ เป็นการฉีดสารพิษเข้าไปในร่างกายของนักโทษ การประหารวิธีนี้ถูกใช้ใน รัฐเทกซัส และ ในรัฐอื่น ๆ มีวิธีการเป็น 3 ขั้นตอน

  • ขั้นตอนที่ 1 ฉีดสารโซเดียมไทโอเพนทอล หรือสารบาร์บิทูเรตเพื่อทำให้นักโทษหมดสติ
  • ขั้นตอนที่ 2 ฉีดสารแพนคูโรเนียม โบรไมด์ (Pancuronium Bromide) เพื่อทำให้กล้ามเนื้อต่างๆผ่อนคลาย และมีผลให้ปอดและกะบังลมหยุดทำงาน
  • ขั้นตอนที่ 3 ฉีดสารโพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium Chroride; KCl) เข้มข้น เพื่อให้หัวใจหยุดทำงาน

หลายฝ่ายให้ความเห็นว่า "การประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษนี้เป็นวิธีการที่มีมนุษยธรรมมากที่สุด" แต่นายแพทย์ กล่าวว่า วิธีการประหารชีวิตวิธีนี้จะกระทำได้ยาก ถ้าหากว่านักโทษผู้นั้นติดยาเสพติดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักโทษประหาร โดยใช้วิธีนี้กรมราชทัณฑ์ รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา เรือนจำทหาร และเรือนจำแต่ละรัฐอีก 32 รัฐ ได้ใช้วิธีนี้ ในการประหารชีวิตนักโทษ ปัจจุบันประเทศไทยใช้วิธีการประหารชีวิตแบบนี้

การนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า [แก้]

นักโทษจะต้องนั่งอยู่ที่เก้าอี้ซึ่งถูกสร้างโดยเฉพาะ นักโทษจะถูกโกนผมและขนตามร่างกายออกทั้งหมด เพื่อจะทำให้กระแสไฟฟ้าเข้าไปในร่างกายของนักโทษได้ง่าย เมื่อมีการเปิดกระแสไฟฟ้า ร่างกายของนักโทษ ก็จะกระตุกโดยมีผ้าคาดรั้งตัวไว้เกิดอาการอาเจียน ปัสสาวะ อุจจาระ ออกทั้งหมด ผู้ที่เคยเห็นโทษประหารชีวิตด้วยวิธีการนี้กล่าวว่า จะได้กลิ่นไหม้ด้วย

ปริมาณ กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการประหารชีวิต จะแตกต่างกันไปตามระบบของแต่ละรัฐ โดยจะคำนึงถึงน้ำหนัก ตัวของผู้ต้องขังด้วย เช่น ในรัฐจอร์เจีย นักโทษประหารจะได้รับกระแสไฟฟ้า 2,000 โวลต์. เป็นเวลา 4 วินาที จากนั้น 1,000 โวลต์. อีก 7 วินาที และ 208 โวลต์ อีก 2 นาที และนำศพไปแช่ในน้ำอุ่นต่ออีก3 นาที

การประหารโดยการรมแก๊ส [แก้]

นักโทษจะต้องอยู่ในห้อง หรือตู้ที่ไม่มีอากาศเข้าได้ และมีช่องใส่สารโพแทสเซียมไซยาไนด์ หรือ โซเดียมไซยาไนด์ ผสมกับกรดไฮโดรคลอริก จะทำให้เกิด แก๊สไฮโดรไซยานิก ซึ่งจะทำลายความสามารถในการผลิตฮีโมโกลบิลในเม็ดเลือด นักโทษจะหมดสติในเวลาไม่กี่วินาที และจะเสียชีวิตในเวลาอีกไม่นานนัก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ซึ่ง สวมชุดและหน้ากากป้องกันแก๊สจะทำความสะอาดศพนักโทษ โดยปราศจากสารพิษ ในประเทศสหรัฐอเมริกามี 7 รัฐ ที่ใช้วิธีการประหารแบบนี้

การแขวนคอ [แก้]

เจ้าหน้าที่จะผูกเชือกที่คอของนักโทษประหาร จากนั้นประตูกลซึ่งอยู่ที่พื้นใต้นักโทษจะเปิดออก นักโทษก็จะตกลงไปซึ่งจะทำให้คอของนักโทษนั้นหักลง ทำให้นักโทษเสียชีวิตในทันที เพื่อป้องกันการที่คอนักโทษจะขาด เจ้าหน้าที่ต้องคำนวณ ความยาวของเชือกให้สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวของนักโทษ รัฐวอชิงตัน และ รัฐเดลาแวร์ใช้วิธีการประหารชีวิตแบบนี้ ส่วนรัฐนิวแฮมป์เชียร์ จะใช้วิธีดังกล่าว ถ้าหากวิธีการฉีดสารพิษเข้าร่างกายถูกห้ามใช้

การยิงเป้า [แก้]

จะมีเจ้าหน้าที่ 5 คน ถือปืนเล็งไปที่นักโทษประหาร แต่บางคนจะถือปืนที่ไม่มีลูกกระสุน ดังนั้น จะไม่สามารถ ทราบได้ว่าเพชฌฆาต คือใคร

นักโทษชาย แกรรี่ กิลมอร์ ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยวิธีการนี้ที่ รัฐยูทาห์ในปี 1977 ซึ่งนับเป็นนักโทษประหารชีวิตรายแรกของสหรัฐอเมริกา ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าที่มีขึ้นในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1967 ปัจจุบันวิธีการนี้ยังมีใช้อยู่ในรัฐไอดาโฮ และ ยูทาห์ ส่วนในรัฐโอคลาโฮมา จะนำเอาวิธีการนี้มาใช้ถ้าหากวิธีการรมแก๊สถูกสั่งห้าม

ดูเพิ่ม [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. Kronenwetter 2001, p. 202
  2. "The most notable aspect of the criminal provisions was that punishments took the form of seizure of property, banishment, or, more often, payment of a fine. Even murder and other severe crimes (arson, organised horse thieving, robbery) were settled by monetary fines. Although the death penalty had been introduced by Vladimir the Great, it too was soon replaced by fines." Magocsi, Paul Robert (1996). A History of Ukraine, p. 90, Toronto: University of Toronto Press. ISBN 0-8020-0830-5.

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]