เจ. เค. โรว์ลิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจ. เค. โรว์ลิ่ง)
โจแอนน์ แคทลีน โรว์ลิง
J. K. Rowling 2010.jpg
นามปากกา: เจ. เค. โรว์ลิง
โรเบิร์ต กัลเบรท
เกิด: 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1965
 สหราชอาณาจักร เยทต์
อาชีพ: นักเขียน
สัญชาติ: อังกฤษ
บิดา: ปีเตอร์ โรว์ลิง
มารดา: แอนน์ โวแลนน์
ช่วงเวลาในการเขียน: ค.ศ. 1990-ปัจจุบัน
แนวทางการเขียน: แฟนตาซี, บันเทิงคดีอาชญากรรม, โศกนาฎกรรมคอมเมดี
ผลงานครั้งแรก: แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์
ลายมือชื่อ: JKRowlingsignature.png
เว็บไซต์: http://www.jkrowling.com

โจแอนน์ "โจ" โรว์ลิง (อังกฤษ: Joanne "Jo" Rowling, OBE[1]) หรือที่รู้จักในนามปากกา เจ. เค. โรว์ลิง และโรเบิร์ต กัลเบรท (เกิด 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2508)[2] เป็นนักเขียนผู้แต่งวรรณกรรมแฟนตาซีชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยมียอดขายมากกว่า 400 ล้านเล่ม[3] และเป็นหนังสือชุดที่มียอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์[4] ในขณะที่ภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือของโรว์ลิงก็เป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน[5] ซึ่งเธอก็ได้มีส่วนร่วมในฐานะผู้อำนวยการสร้างในภาคสุดท้าย[6]และเป็นผู้อนุมัติบทภาพยนตร์อีกด้วย[7]

โรว์ลิงเกิดที่เมืองเยตท์ มณฑลกลอสเตอร์เชอร์ เธอเคยทำงานเป็นนักวิจัยและเลขานุการสองภาษาให้กับองค์กรนิรโทษกรรมสากล ก่อนที่เริ่มต้นงานเขียนวรรณกรรชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ในปี ค.ศ. 1990[8] ระหว่างเที่ยวรถไฟจากแมนเชสเตอร์ไปลอนดอน เป็นเวลากว่า 7 ปีที่เธอต้องเจอเรื่องเลวร้ายทั้งการสูญเสียแม่ การหย่ากับสามีคนแรก และความยากจน จนกระทั่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1997 และตามมาด้วยภาคต่ออีก 6 เล่ม โดยเล่มสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2007 หลังจากนั้นโรว์ลิงหันมาเขียนนวนิยายผู้ใหญ่อย่าง เก้าอี้ว่าง และใช้ชื่อปลอมว่า "โรเบิร์ต กัลเบรท" ในนวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่อง เสียงเพรียกจากคักคู และ The Silkworm[9]

ชื่อ[แก้]

แม้ว่าจะเขียนภายใต้นามปากกา เจ.เค.โรว์ลิง[10] แต่ชื่อที่เธอเคยคิดจะใช้ในการตีพิมพ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ คือชื่อ โจแอนน์ โรว์ลิง ซึ่งก็คือจริงของเธอเอง และด้วยความกังวลว่าเด็กผู้ชายที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายจะไม่อ่านหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิง ทางสำนักพิมพ์จึงแนะนำให้เธอใช้ชื่อย่อสองตัวแทน แต่โรว์ริ่งไม่มีชื่อกลาง เธอจึงเลือกใช้ตัวย่อว่า เค.(ย่อมาจากแคทเธอรีน ซึ่งเป็นชื่อจริงของยาย)[11] มาใช้เป็นตัวเป็นตัวย่อที่สองในนามปากกา เธอมักเรียกตัวเองว่าโจ[12] แต่ภายหลังการแต่งงานครั้งที่ 2 บางทีเธอก็จะใช้ชื่อว่า โจแอนน์ เมอร์เรย์(นามสกุลของสามี) เพื่อใช้ในการติดต่อธุรกิจต่างๆ[13][14]

ประวัติ[แก้]

ครอบครัว[แก้]

พ่อแม่ของโรว์ลิงพบกันที่สถานีรถไฟคิงครอส เธอจึงใช้สถานที่นี้เป็นช่องทางสู่โลกเวทมนตร์ หลังจากนั้นไม่นานสถานีรถไฟคิงครอสจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในที่สุด

โรว์ลิง เป็นลูกสาวคนโตของปีเตอร์ โรว์ลิง วิศวกรการบินของบริษัท[15] Rolls-Royce และ แอนน์ โรว์ลิง (นามสกุลเดิมโวแลนน์) นักเทคนิควิทยาศาสตร์[16] ปีเตอร์และแอนน์พบรักกันในปี ค.ศ. 1964 ณ ขบวนรถไฟที่ออกจากสถานีรถไฟคิงครอสไป Arbroath[17] ก่อนจะแต่งงานกันในวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1965[17]

วัยเด็กและการศึกษา[แก้]

โรว์ลิงเกิดวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1965 ที่เมืองเยตท์ มณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ ห่างจากเมืองบริสโตลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 16 กิโลเมตร เธอมีน้องสาวชื่อไดแอนน์[8] ซึ่งเกิดหลังเธอ 23 เดือน[18] เมื่อโรว์อายุ 4 ขวบ[19] ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ Winterbourne ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียง ภายหลังโรว์ลิงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนประถม St Michael's Primary School โรงเรียนที่ถูกก่อตั้งโดย William Wilberforce นักต่อสู้เพื่อการเลิกทาสและ Hannah More[20][21] นักปฏิรูปการศึกษา และภายหลัง Alfred Dunn อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้กลายมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้เธอสร้างตัวละครอัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ในแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกด้วย[22]

Church Cottage, Tutshill (บ้านของโรว์ลิงในวัยเด็ก)

ในวัยเด็กโรว์ลิงมักแต่งเรื่องราวแฟนตาซีและอ่านให้น้องสาวฟังอยู่เสมอ[10] เมื่อายุได้ 9 ปี โรว์ลิงย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้าน Tutshill ใกล้กับเมือง Chepstow ในแคว้นเวลส์[18] และเข้าศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียน Wyedean School and College ซึ่งแม่เธอทำงานเป็นอาจารย์หมวดวิชาวิทยาศาสตร์[16] เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น พี่สาวของปู่ได้ให้หนังสือเรื่อง Hons and Rebels[23] ซึ่งเป็นอัตชีวประวัติของเจสสิการ์ มิตฟอร์ดให้แก่เธอ ซึ่งเธอตามอ่านงานเขียนของเจสสิการ์จนครบทุกเล่ม ภายหลังเจสสิการ์ มิดฟอร์ดก็ได้กลายเป็นวีรสตรีของเธอ[24]

โรว์ลิงพูดถึงชีวิตวัยรุ่นของเธอว่าเป็นช่วงที่ไม่มีความสุข[15] ครอบครัวมีปัญหาเนื่องจากอาการป่วยของแม่และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างเธอกับพ่อที่ไม่ยอมพูดคุยกัน[15] ที่โรงเรียนเธอเรียนได้เกรด A ในวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน โดยได้ผลการเรียน A สองตัว และ B หนึ่งตัว ตามลำดับ[17] นอกจากนี้เธอยังเป็นหัวหน้านักเรียนหญิงอีกด้วย สตีฟ เอ็ดดี้ ครูสอนภาษาอังกฤษของโรว์ลิง เล่าถึงเธอตอนพบกันครั้งแรกว่า “ไม่ได้โดดเด่น แต่ก็มีความเฉลียวฉลาดและเก่งภาษาอังกฤษมาก”[15]

ในปี ค.ศ. 1982 โรว์ลิงได้สอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด แต่ก็ไม่ผ่านการคัดเลือก[15] เธอจึงเลือกเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสและวรรณกรรมคลาสสิคที่มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์[25] มาติน ซอเรล อาจารย์วิชาภาษาฝรั่งเศสของโรว์ลิงจดจำเธอได้ว่า “เป็นคนที่มีความสามารถมาก ผมสีดำ ใส่แจ็คเก็ตยีนส์ ในด้านการเรียนก็ให้ความสนใจต่อสิ่งที่ควรทำ”[15] ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยโรว์ลิงทำงานพิเศษและชื่นชอบเพลงของวง The Smith นอกจากนี้ยังอ่านงานเขียนของ ดิกเคนและโทลคีน[15] หลังจากศึกษาต่อที่ปารีสเป็นเวลา 1 ปี โรว์ลิงก็จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอ๊กเตอร์ในปี ค.ศ. 1986[15] ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ลอนดอน ทำงานเป็นนักวิจัยและเลขานุการสองภาษาขององค์การนิรโทษกรรมสากล[26]

แรงบันดาลใจและการสูญเสียแม่[แก้]

โรว์ลิงกับแฟนหนุ่มตัดสินใจย้ายไปอยู่ด้วยกันที่แมนเชสเตอร์[18] เธอลาออกจากงานและรับงานใหม่ที่หอการค้า[27] ในปี ค.ศ. 1990 ระหว่างเที่ยวรถไฟจากแมนเชสเตอร์ไปลอนดอน ที่ล่าช้าไปกว่า 4 ชั่วโมง ภาพและเรื่องราวของเด็กผู้ชายที่เข้าเรียนโรงเรียนพ่อมดก็ประดังเข้ามาอยู่ในความคิดของเธอ[18][28] เมื่อกลับถึงแฟลตเธอรีบลงมือเขียนสิ่งที่เธอคิดได้ลงบนกระดาษ

ในเดือนธันวาคม แอนน์ แม่ของเธอก็จากไป หลังจากทนทุกข์กับโรคมัลติเพิลสเกลอโรซิส (multiple sclerosis) มานานกว่า 10 ปี[18] เธอไม่เคยบอกแม่ว่ากำลังเขียนหนังสือเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่[14] การจากไปของแม่ส่งผลกระทบต่อโรว์ลิงเป็นอย่างมาก[14] เพราะเหตุนี้ทำให้เธอได้เขียนเรื่องราวการสูญเสียพ่อแม่ของเธอในหนังสือเล่มแรกมากเป็นพิเศษ เพราะเธอรู้ดีว่ามันรู้สึกอย่างไร[29]

รายชื่อผลงาน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Caine heads birthday honours list. BBC News. 17 June 2000. Retrieved 25 October 2000.
  2. JK Rowling Biography. Scholastic.com. Retrieved 20 October 2007.
  3. Flood, Alison (17 June 2008). "Potter tops 400 million sales". theBookseller.com. The Bookseller. สืบค้นเมื่อ 12 September 2008. 
  4. "Record for best-selling book series". Guinness World Records. สืบค้นเมื่อ 18 April 2012. 
  5. "Movie Franchises and Brands Index". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 19 December 2012. 
  6. "Exclusive Video Interview: 'Harry Potter' Producer David Heyman". firstshowing.net. 2010. สืบค้นเมื่อ 29 December 2010. 
  7. "Warner Bros. Pictures Worldwide Satellite Trailer Debut: Harry Potter and the Deathly Hallows Part 1". Businesswire. 2010. สืบค้นเมื่อ 29 December 2010. 
  8. 8.0 8.1 Shapiro, Marc (2000). J.K. Rowling: The Wizard Behind Harry Potter. New York: St. Martin's Press. ISBN 0-312-32586-X. 
  9. Flood, Alison (17 February 2014). "JK Rowling to publish second novel as Robert Galbraith". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 29 April 2014. 
  10. 10.0 10.1 "The Not Especially Fascinating Life So Far of J. K. Rowling" J. K. Rowling. From accio-quote.org. Retrieved 28 April 2008.
  11. "Jo Rowling Interview on Oprah". The Oprah Winfrey Show. 2010-10-01. Event occurs at 1:50.
  12. Canadian Broadcasting Corporation. "J.K. Rowling: CBC Interview #1". Accio-Quote. 26 October 2000. Retrieved 24 December 2013.
  13. Judge rules against JK Rowling in privacy case. Guardian Unlimited. 7 August 2007. Retrieved 21 August 2007.
  14. 14.0 14.1 14.2 Greig, Geordie, "There would be so much to tell her..." Daily Telegraph. 10 January 2006. Retrieved 8 August 2010.
  15. 15.0 15.1 15.2 15.3 15.4 15.5 15.6 15.7 Ian Parker (2012). "Mugglemarch". The New Yorker. สืบค้นเมื่อ 23 September 2012. 
  16. 16.0 16.1 Sean Smith, J.K. Rowling: A Biography (Michael O'Mara, London, 2003), p. 55.
  17. 17.0 17.1 17.2 McGinty, Stephen The JK Rowling Story 16 June 2003. Accessed 9 April 2006.
  18. 18.0 18.1 18.2 18.3 18.4 "J. K. Rowling's biography". J.K. Rowling's official website. Retrieved 17 March 2006.
  19. Colleen A. Sexton (2008). J. K. Rowling. Brookfield, Conn: Twenty-First Century Books. p. 13. ISBN 0-8225-7949-9. 
  20. Winterbourne Family History Online, St Michael's School Admission Register 1966–1970 – Rowling listed as admission No.305. Retrieved 14 August 2006.
  21. "Happy birthday J.K. Rowling – here are 10 magical facts about the 'Harry Potter' author". Los Angeles Times. 31 July 2010. สืบค้นเมื่อ 8 August 2010. 
  22. Kirk, Connie Ann (2003). J. K. Rowling: a biography. Westport, Conn: Greenwood Press. p. 28. ISBN 0-313-32205-8. 
  23. Rowling, JK. The first It Girl. The Daily Telegraph. 26 November 2006. Retrieved 20 October 2007.
  24. Fraser, Lindsey. Harry and me. The Scotsman. 2 November 2002: interview with Rowling, edited excerpt from Conversations with J.K. Rowling. Mirror site
  25. Fraser, Lindsey. Conversations with J.K. Rowling, pg 34 Scholastic.
  26. Norman-Culp, Sheila. British author rides up the charts on a wizard's tale. Associated Press. 1998. Retrieved 6 December 2007.
  27. McGinty, Stephen The JK Rowling Story 16 June 2003. Accessed 9 April 2006.
  28. Loer, Stephanie. All about Harry Potter from quidditch to the future of the Sorting Hat. The Boston Globe. 18 October 1999. Retrieved 10 October 2007.
  29. Transcript of Richard and Judy. Richard & Judy, Channel Four Corporation (UK). 26 June 2006. Retrieved 4 July 2006.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]