ซี. เอส. ลิวอิส
| ซี. เอส. ลิวอิส | |
| เกิด: | 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1898 ไอร์แลนด์ |
|---|---|
| ถึงแก่กรรม: | 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 อ๊อกซฟอร์ด อังกฤษ |
| อาชีพ: | อาจารย์ นักประพันธ์ |
| แนวทางการเขียน: | นิยายแฟนตาซี นิยายวิทยาศาสตร์ งานเขียนด้านศาสนา วรรณกรรมเยาวชน |
| ได้อิทธิพลจาก: | จอห์น มิลตัน เอช. ไรเดอร์ แฮ็กการ์ด เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ตำนานนอร์ส ตำนานกรีก ตำนานไอริช |
ไคลว์ สเตเปิลส์ ลิวอิส (อังกฤษ: Clive Staples Lewis; 29 พ.ย. พ.ศ. 2441 — 22 พ.ย. พ.ศ. 2506) หรือรู้จักในนาม ซี.เอส. ลิวอิส เป็นนักเขียนที่เป็นที่รู้จักจากวรรณกรรมชุดตำนานแห่งนาร์เนีย ซึ่งได้แปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 30 ภาษา และมียอดขายรวมทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 100 ล้านเล่ม
ลิวอิสเกิดที่ประเทศไอร์แลนด์ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และได้เป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยแม็กดาเลน อ๊อกซฟอร์ด เป็นเวลาเกือบสามสิบปี เขาเป็นสหายสนิทของเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ผู้แต่งเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ด้วย ทั้งสองเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีบทบาทในการปฏิรูปหลักสูตรภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย และเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้งชมรมอิงคลิงส์ในยุคเริ่มต้น ต่อมาเขาจึงได้มาเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในตำแหน่ง Professor of Medieval and Renaissance Literature (ศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรมยุคกลางและยุคเรเนสซองส์) คนแรกของเคมบริดจ์
นอกจากเรื่องชุดนาร์เนียแล้ว ลิวอิสเขียนหนังสือเกี่ยวกับหลักความเชื่อทางศาสนา ผลงานวิชาการ และบทกวีหลายเล่ม เช่น The Pilgrim's Regress (1933) The Allegory of Love (1936) Out of the Silent Planet (1938)
[แก้] นาร์เนีย
นิยายชุดนาร์เนียของลิวอิสมีทั้งหมด 7 เล่ม เมื่อตีพิมพ์ตอนแรก ตู้พิศวง ในปี ค.ศ. 1950 ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก หากภาพยนตร์มหันตภัยแห่งแหวนคือเรื่องราวสำหรับผู้ใหญ่แล้ว นาร์เนียคงเป็นเรื่องราวสนุกสนานสำหรับเด็กอย่างแน่นอน โดยผสมผสานคติทางศาสนาคริสต์ได้ลงตัวสุดแยบยล ต่างจากนิทานชาดกซึ่งมักจะสรุปทุกสิ่งยัดเยียดต่อผู้อ่านและผู้ชมอย่างโจ่งแจ้ง
การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์คล้ายใน พ่อมดแห่งออซ โดยแสดงออกถึงความไร้เดียงสาของเด็กซึ่งถูกผู้ใหญ่ทอดทิ้ง ต้องการหลีกหนีโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายไปผจญภัยในดินแดนแห่งจินตนาการ และสื่อสารให้เห็น ความดี-ความชั่ว ผ่านตัวละคร,สรรพสัตว์ สุดท้ายพวกเด็กๆ ก็จะสับสนกับการตัดสินใจกลับสู่โลกปัจจุบันอันน่าเบื่อหน่าย หรือจะอยู่ต่อในดินแดนมหัศจรรย์ที่พวกเขากลายเป็นวีรบุรุษ
[แก้] ดูเพิ่ม
|
|||||||||||