จอห์น วู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น วู
John Woo
吳宇森
John Woo Cannes 2005.jpg
ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2005
ชื่อเกิด อู๋ อี่ว์เซิน
เกิด 23 กันยายน ค.ศ. 1946 (68 ปี)
ประเทศจีน กว่างโจว, มณฑลกวางตุ้ง
คู่สมรส แอนนี่ วู (1976 - ปัจจุบัน)
อาชีพ ผู้กำกับภาพยนตร์, ผู้อำนวยการสร้าง, นักแสดง
ปีที่แสดง 1975-ปัจจุบัน
ข้อมูลบนเว็บ IMDb

จอห์น วู (อังกฤษ: John Woo, จีน: 吳宇森, พินอิน: Wú Yǔsēn) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีนที่ไปมีผลงานในฮอลลีวูดและมีชื่อเสียงในระดับโลก เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1946เมืองกว่างโจว ประเทศจีน มีชื่อในภาษาจีนว่า อู๋ อี่ว์เซิน ในช่วงวัยเด็กครอบครัวของเขามีปัญหาทางการเมืองของจีนอยู่มาก จึงทำให้ต้องเขามาอาศัยในฮ่องกงในปี ค.ศ. 1953 ต่อมาพ่อของเขาก็ล้มป่วย ไม่สามารถหาเลี้ยงชีพให้กับครอบครัวได้ ทำให้เขาต้องพึ่งเงินจากทางโบสถ์เพื่อใช้เรียนหนังสือ

ภาพยนตร์[แก้]

หลังจากพ่อของเขาเสีย จอห์นเริ่มสนใจงานภาพยนตร์เป็นอย่างมาก แต่ในขณะนั้นฮ่องกงยังไม่มีสถาบันสอนการผลิตภาพยนตร์เลย ทำให้เขาต้องทำงานในส่วนของการเป็นเด็กในกองถ่ายภาพยนตร์ เขาเริ่มทำงานให้กับบริษัทภาพยนตร์ที่ คาเธ่ต์ สตูติโอ และเขาก็ย้ายมาทำงานที่ ชอว์ บราเดอร์ส โดยทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับ จางเชอะ โดยงานภาพยนตร์ของเขา ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมากจากจางเชอะด้วย จอห์นเริ่มมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ The Dragon Tamers (1975) และ The Young Dragons (1975) เป็นภาพยนตร์กังฟูโบราณปนดราม่า Hand of Death (1976) แต่เรื่อง Last Hurrah for Chivalry (1979) กลับไม่ประสบความสำเร็จเลย

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 จอห์นหันมาทำภาพยนตร์แนวตลกเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเรื่อง From Riches to Rags (1980) Laughing Times (1981) Plain Jane to the Rescue (1982) และ To Hell with the Devil (1982) แต่ทุกเรื่องก็ประสบความสำเร็จพอสมควร จนช่วงหลังจากนั้น เขาก็อยู่ในช่วงวิกฤติของชีวิต เพราะผลงานเริ่มไม่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง ทั้ง The Time You Need a Friend (1985) และ Heroes Shed No Tears (1986) (เปลี่ยนชื่อมาจาก Suset Warriors)

ผ่านวิกฤติ[แก้]

การแจ้งเกิดครั้งใหม่ของเขาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1986 โดยการช่วยเหลือของ ฉีเคอะ โดยเขามอบหมายงานกำกับเรื่อง A Better Tomorrow (1986) หรือ โหด เลว ดี ซึ่งเป็นภาพยนตร์ในแนวแอ็คชั่นแก็งค์สเตอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยกวาดรายได้ทั่วฮ่องกง และสามารถคว้ารางวัลม้าทองคำ (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) มาถึง 5 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากนั้นเขาก็มีผลงานท๊อปฟอร์มหลายเรื่องด้วยกัน เช่น A Better Tomorrow II (1987), Just Heroes (1989) และโดยเฉพาะ The Killer (1989) ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในเอเชียและต่างประเทศ โดยนักวิจารณ์ทั่วโลก ต่างกล่าวกันว่าเป็นผลงานที่มีความเป็นตัวตนของเขามากที่สุด

จากนั้นช่วงทศวรรษที่ 90 เขาก็ยังประสบความสำเร็จอยู่มาก กับเรื่อง Bullet in the Head (1990), Once a Thief (1991) และ Hard Boiled (1992) ซึ่งเรื่องหลังนั้น เป็นภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องสุดท้ายที่เขากำกับ

ฮอลลีวูด[แก้]

Face/Off (1997)‎

จอห์นได้รับคำเชิญจาก ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ ให้มากำกับภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรกคือ Hard Target (1993) ทุนสร้าง 15 ล้านเหรียญ นำแสดงโดย ฌอง-คล็อด แวน แดมม์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ประสบปัญหาของการจัดเรตที่อเมริกาเป็นอย่างมาก ทำให้จอห์นต้องลดความรุนแรงในเรื่องออกเป็นอย่างมาก ผลก็คือ ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จพอสมควร

จากนั้นอีก 3 ปี จอห์นก็ท๊อปฟอร์มกับหนังแอ็คชั่นทางทหารเรื่อง Broken Arrow (1996) ทุนสร้าง 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสามารถขึ้นอันดับหนึ่งในบ็อกซ์ออฟฟิส และกวาดรายได้ในอเมริกาถึง 70.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 150.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั่วโลก

ปี 1997 จอห์นประสบความสำเร็จอย่างสูงกับภาพยนตร์แอ็คชั่น-ทริลเลอร์เรื่อง Face/Off (1997) ทุนสร้าง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนังประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถกวาดรายได้ในอเมริกาไปกว่า 112.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 245.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทั่วโลก แถมนักวิจารณ์ยังกล่าวว่าเป็นภาพยนตร์อเมริกาที่มีความเป็นตัวตนของจอห์นที่สุด

ปี 2000 จอห์นก็มาคุมหน้าที่กำกับภาพยนตร์สายลับภาคต่อของ Mission Impossible ในเรื่อง Mission: Impossible 2 (2000) ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างสูงอีกครั้ง ทำให้ชื่อของเขา กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้นกว่าเดิม แต่เขาต้องมาสะดุดกับภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่สองทุนสูงเรื่อง Windtalkers (2002) นำแสดงโดย นิโคลัส เคจ และภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่น Paycheck (2003) ที่สร้างจากนวนิยายของ ฟิลิป เค. ดิก โดยเรื่องทั้งสองไม่ค่อยประสบความสำเร็จทั้งในอเมริกและทั่วโลก ทำให้จอห์น เว้นจากงานภาพยนตร์ในฮอลลีวูดจนถึงทุกวันนี้

สามก๊ก[แก้]

[[สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ|Red Cliff (2008) คือผลงานมหากาพย์สงครามเรื่องล่าสุดของจอห์น นับว่าเป็นภาพยนตร์จีนเรื่องแรกของเขาในรอบ 15 ปีที่เขาไปทำหนังอเมริกา นำแสดงโดย เหลียงเฉาเหว่ย, ทาเคชิ คาเนชิโร, จางฟงอี้, จางเจิ้น, เจ้าเวย, ฮูจุน, หยูหยง โดยมีทุนสร้างกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจอห์นทำหน้าที่ทั้ง กำกับ, เขียนบท และอำนวยการสร้าง โดยสร้างจากวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่อง สามก๊ก ซึ่งได้ยกเอาเหตุการณ์สำคัญๆในเรื่อง คือ ศึกผาแดง มาถ่ายทอดโดยแบ่งออกฉายเป็นสองภาค

ภาคแรกเปิดฉายพร้อมกันทั่วเอเชียในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 โดยสามารถเปิดตัวขึ้นอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิส ทั้งในจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน แต่ที่ประเทศไทยถือว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก

รายได้ของทั้ง 2 ภาครวมทั้งสิ้น 248.4 ล้านดอลลาร์

งานอื่นๆ[แก้]

จอห์นมีผลงานทางโทรทัศน์ในอเมริกาอยู่หลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่ซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Once a Thief (1996 - 1997) โดยสร้างจากภาพยนตร์ฮ่องกงของจอห์นในชื่อเดียวกัน ว่าเรื่องราวของกลุ่มนักโจรกรรม 3 คนที่ต้องไปทำภารกิจของในแต่ละตอน อีกเรื่องคือ Blackjack (1998) นำแสดงโดย ดอล์ฟ ลันท์เกรน ว่าด้วยเรื่องของบอดี้การ์ดที่มีความผิดปกติทางสายตา ได้รับมองหมายให้คุ้มกันนางแบบสาวคนนึง ที่ถูกคุกคามโดยฆาตกรโรคจิต และ The Robinsons: Lost in Space (2004) เป็นเรื่องราวการผจญภัยอวกาศของครอบครัวโรบินสัน

ปี 1998 จอห์นได้กำกับภาพยนตร์โฆษณาให้กับสินค้า ไนกี้ สองครั้งคือ Futebol Airport และ Good VS Evil นำแสดงโดยนักฟุตบอลทีมชาติบราซิล

ปี 2002 จอห์นมีส่วนร่วมในภาพยนตร์สั้นของ บีเอ็มดับบลิว เรื่อง The Hire (2002) โดยกำกับตอนที่ชื่อว่า Hostage นำแสดงโดย ไคลฟ์ โอเวน

ปี 2005 จอห์นมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ภาพยนตร์สั้นเรื่อง All the Invisible Children (2005) โดยเป็น 1 ใน 7 ผู้กำกับที่มากำกับภาพยนตร์สั้นโดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหลากหลายประเทศ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการยูนิเซฟ และ WFP 2 ซึ่งจอห์นกำกับในตอนที่มีชื่อว่า Song Song & Little Cat โดยเปิดฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส เมื่อเดือนกันยายน ปี 2005

ปี 2007 จอห์นมีผลงานอำนวยการสร้างและกำกับ ซึ่งมีทั้งผลงานเกมที่ชื่อว่า Stranglehold (VG) (2007) โดยดึงเอาคาแรคเตอร์ของดาราคู่บุญอย่าง โจวเหวินฟะ มาเป็นตัวละครหลักในเกม ซึ่งวางจำหน่ายทั้งเครื่องเพลย์สเตชัน 3, เอกซ์บอกซ์ 360 และเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จากนั้นจอห์นก็มีงานสร้างนิยายภาพแนวแอ๊คชั่นโดยใช้ชื่อว่า John Woo's 7 Brothers (2006 - 2007) ของสำนักพิมพ์เวอร์จิน คอมิคส์ ฉบับ ลิมิเต็ด ซีรีส์ โดยออกในรูปแบบ Director's Cut และมีเล่มสองในชื่อว่า John Woo's 7 Brothers II (2007) และอำนวยการสร้างแอนิเมชันญี่ปุ่นเรื่อง Appleseed Saga: Ex Machina (2007) ของชินจิ อาระมากิ โดยดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนของ ชิโร ซามูเนะ โดยจัดจำหน่ายในรูปแบบ ดีวีดีและบลูเรย์ และภาพยนตร์แอ๊คชั่น - แก๊งค์สเตอร์เรื่อง Blood Brothers (2007) โดยรีเมคจาก Bullet in the Head ของจอห์นเอง

ผลงาน[แก้]

  • The Dragon Tamers (1975)
  • The Young Dragons (1975)
  • Hand of Death (1976)
  • Princess Chang Ping (1976)
  • The Pilferer's Progress (1977)
  • Hello, Late Homecomers (1978)
  • Follow the Star (1978)
  • Last Hurrah for Chivalry (1979)
  • From Riches to Rags (1980)
  • Laughing Times (1981)
  • Plain Jane to the Rescue (1982)
  • To Hell with the Devil (1982)
  • The Time You Need a Friend (1985)
  • Heroes Shed No Tears (1986)
  • A Better Tomorrow (1986) : โหด เลว ดี
  • A Better Tomorrow II (1987) : โหด เลว ดี 2
  • Just Heroes (1989)
  • Starry is the Night (1988)
  • The Killer (1989) : โหดตัดโหด
  • Bullet in the Head (1990) : กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกะโหลก
  • Once a Thief (1991) : ตีแสกตะวัน
  • Hard Boiled (1992) : ทะลักจุดแตก
  • Hard Target (1993) : คนแกร่งทะลวงเดี่ยว
  • Broken Arrow (1996) : คู่มหากาฬ หั่นนรก
  • Face/Off (1997) : สลับหน้า / ล่าล้างนรก
  • Mission: Impossible 2 (2000) : มิสชั่น : อิมพอสสิเบิ้ล 2
  • Windtalkers (2002) : สมรภูมิมหากาฬ โค้ดสะท้านนรก
  • Paycheck (2003) : แกะรอยอดีต ล่าปมปริศนา
  • Red Cliff (2008) : สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

http://www.imdb.com/name/nm0000247/